เปลี่ยนองุ่นให้เป็นไวน์ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 13 มีกฎหมายเอาผิดได้

            หลิงผูเถา โจวต้าเหนิง และเจิ้งซิงอีเดินขึ้นห้องเรียนมาโดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีเพื่อนนักเรียนหลายคนมองมาที่พวกเธอและทำหน้าไม่พอใจ บางคนก็ทำสีหน้ารังเกียจหลิงผูเถาอย่างเห็นได้ชัด

            ‘พวกเธอรู้หรือเปล่าว่าหวงซูเซียวเปลี่ยนไปใช้ชื่อหลิงผูเถาเพราะเธอไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของสกุลหวง’

            ‘ก่อนหน้านี้เรานึกว่าหวงเหมยลี่เป็๲ลูกเลี้ยง แต่ที่ไหนได้ เหมยลี่กลับเป็๲ลูกสาวที่แท้จริงของสกุลหวง’

            ‘ถึงว่าสิ หลายครั้งที่ฉันเห็นเหมยลี่เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง ที่แท้ก็ไม่กล้าบอกความจริงว่าหลิงผูเถาไม่ใช่พี่สาวของเธอนี่เอง’

            ‘ได้ยินมาว่าสกุลหลิงเป็๲แค่คนทำสวนจนๆ ด้วยนะ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าจากคุณหนูตระกูลร่ำรวยแสนเย่อหยิ่ง ต่อไปหลิงผูเถายังจะทำตัวอวดดีกับพวกเราได้อยู่ไหม’

            ‘ยังดีที่เธอเรียนเก่งจนได้ทุนการศึกษา ไม่งั้นเธอคงไม่มีโอกาสได้มาเรียนร่วมกับพวกเราหรอก’

            ‘แต่ฉันว่าที่หล่อนยังมาเรียนกับพวกเราได้ คงไม่ใช่เพราะทุนเรียนดีอะไรนั่นหรอก พวกเธอไม่เห็นเหรอว่าวันนี้มีคนขับรถหรูมาส่งหล่อนที่หน้าโรงเรียนด้วย’

            ‘เธอหมายความว่าหลิงผูเถามีเศรษฐีอุปการะจริงๆ น่ะเหรอ ฟังแล้วอยากจะอ้วก ทำไมหล่อนถึงได้ทำตัวไร้ยางอายอย่างนี้นะ เป็๞แค่นักเรียนชั้นมัธยมปลาย แต่เอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้อยู่ในสังคมไฮโซต่อ นี่มันจะต่างจากความคิดของพวกหวังสบายทางลัดยังไงกัน’

            สามเพื่อนซี้ได้ยินเสียงนินทาเ๮๣่า๲ั้๲อย่างชัดเจน เจิ้งซิงอีเป็๲คนแรกที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่ออ่านกระทู้ในฟอรั่มของโรงเรียน

            “พวกแกดูสิ มีคนโพสต์ว่าเถาเถามีเศรษฐีอุปการะ และผู้ชายที่มาส่งเธอที่หน้าโรงเรียนวันนี้ก็คือลูกหลานเศรษฐีที่พวกเขาพูดถึง” เจิ้งซิงอียื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้หลิงผูเถากับโจวต้าเหนิงอ่าน

            หลิงผูเถาอ่านข้อความก็พอจะเดาได้แล้วว่าเป็๲ฝีมือใครที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา เธอยิ้มอย่างไม่สนใจ “แกสองคนนึกไม่ออกจริงๆ เหรอว่าใครเป็๲คนเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา”

            เจิ้งซิงอีนึกออกในทันที “คงเป็๞ยัยเหมยลี่สินะ วันที่เราเจอหล่อนที่ห้างวันนั้น ดูเหมือนหล่อนจะพูดว่าเถาเถามีคนอุปการะ หล่อนยังเข้าใจผิดคิดว่าคุณป้าหลิงเป็๞เ๯้านายของเถาเถาด้วย เหอะ...วันนี้ฉันจะไปบอกยัยนั่นว่าที่จริงแล้วคุณป้าหลิงเป็๞ถึง...”

            หลิงผูเถารีบเอามือปิดปากเพื่อน “แกอย่าเพิ่งบอกเ๱ื่๵๹ครอบครัวฉันกับใคร คุณพ่อคุณแม่บอกว่าอีกไม่กี่วันจะมีเปิดตัวไวน์ชนิดใหม่ของบริษัท ถึงตอนนั้นพวกเขาจะแนะนำฉันกับพี่ใหญ่ให้ทุกคนรู้จักเอง”

            โจวต้าเหนิงยิ้มอย่างพอใจ “ฉันล่ะอยากเห็นหน้าพวกที่ชอบบอกว่าคุณลุงกับคุณป้าหลิงเป็๞คนสวนจนๆ จังเลย แต่ทางที่ดีนะเถาเถา ฉันว่าอย่าส่งบัตรเชิญไปให้คนตระกูลหวงกับคนตระกูลหานเลย ให้คนในวงสังคมรู้กันให้ทั่วว่าครอบครัวหลิงที่ร่ำรวยเป็๞อันดับสามของประเทศไม่อยากคบค้ากับสองตระกูลนั้น”

            “เ๱ื่๵๹นั้นฉันคงตัดสินใจไม่ได้หรอก แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่จะจัดการ แต่ฉันว่าเรารีบเข้าไปนั่งในห้องเรียนก่อนดีกว่า เดี๋ยวอาจารย์ที่ปรึกษาคงเข้ามา Homeroom แล้ว” หลิงผูเถาเตือนเพื่อนทั้งสอง “ไม่ว่าใครจะนินทาฉันหรือไม่ว่าใครจะเข้ามาหาเ๱ื่๵๹ฉัน พวกแกก็ใจเย็นๆ แล้วนั่งยิ้มสวยๆ ก็พอ เดี๋ยวจะมีคนจัดการเ๱ื่๵๹นี้ให้เอง”

            “แกหมายถึงจื่อหานหรือเปล่า เขาจะจัดการเ๹ื่๪๫นี้ยังไง” โจวต้าเหนิงถาม “แล้วเขาจะได้มาเรียนห้องเดียวกับเราไหม”

            “ตอนนี้เขาคงทดสอบเพื่อวัดความรู้ว่าจะได้เรียนอยู่ห้องไหนอยู่มั้ง” หลิงผูเถาพูดอย่างมั่นใจ “แต่ฉันคิดว่าไม่น่ามีปัญหาหรอก ตอนอยู่เมืองนอก เขาเรียนเป็๲อันดับหนึ่งทุกวิชา”

            เจิ้งซิงอีทำหน้าเห็นใจ “ฉันชักจะสงสารยัยซูฉีซะแล้วสิ ที่หล่อนติด Top3 ของระดับชั้นได้ก็มีคะแนนห่างจากอันดับที่สี่แค่ไม่เท่าไหร่เอง ถ้าคราวนี้ห้องของเรามีอัจฉริยะอย่างจื่อหานเพิ่มเข้ามาอีก มีหวังยัยนั่นคงสติแตกแน่ๆ”

            “อย่ามัวแต่พูดมากกันอยู่เลยน่า เรารีบเข้าไปหาที่นั่งกันก่อนเถอะ” หลิงผูเถาจูงมือเพื่อนทั้งสามคนไปหาที่นั่ง แต่ก็ไม่ต้องเสียเวลาหาเพราะที่นั่งเดิมของพวกเธอไม่มีใครกล้าเข้ามานั่งแทนที่

            จากนั้นโจวต้าเหนิงกับเจิ้งซิงอีก็เดินเข้าไปนั่งประจำที่ของตัวเองคือที่นั่งแถวสุดท้ายติดหน้าต่าง ส่วนที่นั่งของหลิงผูเถาจะอยู่ถัดขึ้นมา เมื่อหลิงผูเถามองเห็นกระเป๋าเป้สีน้ำเงินวางอยู่บนที่นั่งข้างๆ ก็ยิ้มออกมา

     

            “สวัสดีนักเรียนทุกคน ๰่๭๫ปิดภาคเรียนพวกเธอคงได้พักผ่อนกันเต็มที่แล้วใช่ไหม ภาคเรียนนี้ครูต้องบอกพวกเธอก่อนว่านักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายปีที่สองทุกห้องจะต้องตั้งใจเรียนกันให้มาก เพราะหนึ่งในพวกเธอจะต้องเป็๞ตัวแทนไปสอบแข่งขันทางวิชาการไม่ว่าจะเป็๞คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษ” อาจารย์หม่ายิ้มก่อนจะพูดต่อ “แต่ยังมีข่าวดี พวกเธอคงรู้ว่าการสอบวิชาการแต่ละครั้งจะเป็๞การสอบแข่งขันที่ดุเดือดมาก ครั้งนี้คณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงอยากให้พวกเธอได้รีแลกซ์กันบ้าง พวกเขาจะจัดแข่งขันเกมออนไลน์ขึ้นมาด้วย ใครมีความสามารถด้านนี้อยู่ก็เตรียมตัวไว้ให้ดี ไม่แน่ว่าพวกเธอก็อาจจะได้ไปร่วมแข่งขันเกมในครั้งนี้ด้วย ครูได้ยินมาว่าจะมีประธานจากบริษัทเกมมาดูการแข่งขันด้วยนะ ถ้าพวกเธอทำได้ดี พวกเธออาจจะได้เข้าร่วมงานกับพวกเขาในอนาคต”

            นักเรียนในห้อง A ได้ฟังก็รู้สึกสนใจขึ้นมา เพราะตัวแทนแข่งขันความรู้ทางวิชาการคงไม่พ้น Top3 ของห้อง แต่ถ้าเป็๲ตัวแทนเ๱ื่๵๹การแข่งขันเล่นเกมออนไลน์ พวกเขาก็อาจจะได้เป็๲ตัวแทนไปแข่งขันด้วยเหมือนกัน เผลอๆ ก่อนที่พวกเขาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย พวกเขาอาจจะโชคดีได้ไปทำงานกับบริษัทเกมชั้นนำแล้วก็ได้

            “เอาล่ะๆ หยุดพูดกันก่อน วันนี้นอกจากครูจะมาบอกเ๹ื่๪๫การแข่งขันทางวิชาการแล้ว ครูยังพาเพื่อนใหม่มาแนะนำให้พวกเธอรู้จักด้วย” อาจารย์หม่าหันไปมองที่หน้าประตูห้อง “นักเรียนใหม่เข้ามาแนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยสิ”

            เย่จื่อหานเดินเข้าห้องมาด้วยท่าทางสบาย นักเรียนหญิงหลายคนเห็นหน้าตาอันหล่อเหลาของเขาก็แอบส่งยิ้มและส่งสายตาให้ ส่วนนักเรียนชายก็รู้สึกว่าเพื่อนใหม่คงจะเล่นกีฬาเก่งน่าดู ดูจากส่วนสูงและร่างกายที่ดูดีนั้นแล้ว พวกเขาชักจะอยากให้ถึง๰่๥๹พักกลางวันเร็วๆ เหลือเกิน จะได้ชวนเพื่อนใหม่ไปดวลบาสกันสักรอบ

            หานซูฉีพูดยิ้ม “นั่นมันคุณชายเย่ไม่ใช่เหรอ”

            “เธอบอกว่าเขาเป็๲ใครนะ” หวงเหมยลี่ที่นั่งอยู่ติดกันถามขึ้น “คงไม่ใช่ลูกชายของคุณลุงเย่เฉิงที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศหรอกนะ”

            “บังเอิญว่าเขาก็คือลูกชายของคุณลุงเย่”

            “ไม่คิดว่าลุงเย่จะมีลูกชายหน้าตาดีขนาดนี้” หวงเหมยลี่หันไปยิ้มให้เพื่อน “คราวนี้คุณป้าหานคงจะมีตัวเลือกของว่าที่ลูกเขยเพิ่มขึ้นแล้วล่ะสิ ถ้าเป็๲คนนี้ ฉันคิดว่าเธอคงไม่ปฏิเสธความหวังดีของคุณป้าหานที่จะช่วยจับคู่ให้เธอแล้วมั้ง”

            “ไม่รู้สิ คงต้องดูไปก่อน ไม่ใช่ว่าหล่อรวยแล้วจะมาคบกับฉันได้นะ” หานซูฉีพูดยิ้ม “เธอก็รู้ว่ามาตรฐานฉันสูงขนาดไหน ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่มีความสามารถ แค่หล่อกับรวยก็เป็๞ได้แค่เพื่อนฉันเท่านั้น”

            “แต่ที่เขาเข้ามาเรียนในห้อง A ร่วมกับเราได้ ผลการเรียนของเขาก็คงไม่แย่มั้ง เพราะนักเรียนใหม่ที่ย้ายมาเรียนจะต้องผ่านการทดสอบวัดระดับกันทุกคน” หวงเหมยลี่หันไปยิ้มให้เพื่อนอีกครั้ง “ฉันว่าอีกไม่นานฉันคงได้ไปร่วมงานหมั้นของเธอแล้วแน่ๆ เฮ้อ...เห็นทีพี่ใหญ่ของฉันคงจะอกหักเสียแล้ว”

            “เธออย่าพยายามเป็๞แม่สื่อให้ฉันเลย”

            “ฉันไม่เป็๲แม่สื่อให้เธอกับพี่ชายของฉันก็ได้ แต่ฉันขอเป็๲แม่สื่อให้เธอกับคุณชายเย่ก็แล้วกัน” พูดจบหวงเหมยลี่ก็เก็บของบนโต๊ะแล้วย้ายไปนั่งที่โต๊ะเรียนด้านหลังหานซูฉี

            และระหว่างที่สองสาวพยายามส่งสัญญาณว่ามีที่นั่งด้านข้างหานซูฉียังว่างอยู่ แต่เย่จื่อหานที่แนะนำตัวเสร็จแล้วกลับเดินไปนั่งที่นั่งด้านข้างหลิงผูเถาโดยไม่สนใจจะหันมามองหานซูฉีเลยด้วยซ้ำ

            รอจนกระทั่งอาจารย์หม่าเดินออกจากห้องไป หานซูฉีที่ทนไม่ไหว เธอรีบเดินไปหยุดอยู่ข้างโต๊ะของเย่จื่อหานทันที

            “สวัสดีจื่อหาน ฉันชื่อหานซูฉีนะ ก่อนหน้านี้เราเคยเจอกันมาก่อน นายจำได้ไหม” 

            “จำได้สิ” เย่จื่อหานยิ้ม

            “ฉันก็ว่าแล้วว่านายต้องจำฉันได้” หานซูฉีพูดอย่างดีใจ

            “ฉันต้องจำเธอได้อยู่แล้วสิ ตอนนั้นเธอใช้ลูกไม้ตื้นๆ ทำทีเป็๲ลืมจองโต๊ะเพื่อหวังจะมานั่งทานข้าวกับครอบครัวฉัน” เย่จื่อหานยิ้มกว้าง “คราวนี้ตั้งใจจะทำอะไรอีกล่ะ หรืออยากชวนฉันไปนั่งเรียนข้างๆ เธอ ถ้าอย่างงั้นฉันขอปฏิเสธ”

            “แต่ถ้านายนั่งอยู่ตรงนี้ ชื่อเสียงของนายก็จะเสียหาย นายจะถูกเพื่อนร่วมชั้นมองไม่ดี” หานซูฉีรีบบอก วันนี้เธอต้องให้เย่จื่อหานย้ายไปนั่งเรียนข้างๆ เธอให้ได้ 

            “ทำไมเพื่อนร่วมชั้นถึงจะมองฉันไม่ดี”

            “ก็เพราะชื่อเสียงของหลิงผูเถาน่ะสิ เธอเป็๞ผู้หญิงที่บรรดาเศรษฐีน้อยใหญ่รับอุปการะ นายไปเรียนอยู่ต่างประเทศมานาน คงไม่รู้ใช้ไหมว่าคำว่าอุปการะหมายถึงอะไร เอ่อ...หมายถึงหญิงสาวที่ถูกผู้ชายรับไปเลี้ยงดูน่ะ”

            “อ๋อ...ที่แท้ข่าวลือเท็จที่ถูกโพสต์อยู่บนฟอรั่มของโรงเรียนก็เป็๲ฝีมือเธอนี่เอง” เย่จื่อหานใช้สายตามองเลยหานซูฉีไปหยุดอยู่ที่หวงเหมยลี่ “แล้วเธอกับหวงเหมยลี่ยังโพสต์บุลลีคนอื่นอีกตั้งเยอะแยะ พวกเธอไม่รู้เหรอว่ามีกฎหมายเอาผิดเ๱ื่๵๹พวกนี้ได้”