"ตำนานของจางเย่มนุษย์มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่สามารถบรรลุสัจธรรมเข้าใจหลักวิชาทางพระพุทธศาสนากับวิชาทางศานาเต๋าเขาสามารถหลอมรวมวิชาเหล่านี้เข้าด้วยกันได้จนสำเร็จทำให้ท่านปรมรจารย์จางเย่กลายเป็ะไม่สามารถที่จะทำลายดวงจิตขอวท่านปรมจารย์จางเย่ได้อีก ท่านปรมาจารย์จางเย่สามารถอยู่เหนือวัฏสงสารการเวียนว่ายตายเกิด ตอนที่ท่านได้บรรลุสัจธรรมเป็หนึ่งเดียวกับสรรพสิ่งแล้วทั่วทั้ง3โลธาตุ คืุ์โลก พรหมโลก และมารโลก เกิดการสั่นะเืราวกับว่าโลกธาติทั้ง3เ่าั้จะแตกดับสลายลงมาเมื่อไหร่ก็ได้ หลังจากที่จางเย่บรรลุหลักสัจธรรมทั้งหมดของอนันตจักวาลแล้วเขาก็ออกเดินทางทั่วทั้ง3โลก "
" เพื่อปราบเหล่ามารร้ายที่คิดจะทำร้ายผู้คน รวมถึงเหล่าเทพเ้าผู้หลงผิดเมื่อจางเย่ผ่านไปยังสถานที่แห่งหนตำบลใดถ้าเหล่าเทพเ้า เหล่ามารร้าย และเหล่าผู้เป็ะทั้งหมดทั้งหลายที่คิดจะต่อต้านเขา จางเย่แค่ขยับแขนเสื้อของเขาเบาๆพวกมันเ่าั้ที่ว่าแน่ๆก็จะกลายเป็เพียงเศษธุลีไปเลย "
"1แสนล้านปีที่แล้วท่านปรมจารย์จางเย่ไร้คู่ต่อกรรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างเขาจึงสั่งให้ศิษย์ทั้งหลายให้ดูแลสำนักเซียน์แห่งนี้ส่วนตัวท่านปรมาจารย์จางเย่เองกับหายหน้าหายตาไปที่ใหนก็ไม่รู้ ข้าได้ฟังจากตำนานที่ท่านบรรจารย์สำนักของเรารุ่นก่อนเล่าสืบต่อกันมาก็เท่านั้นเพราะเื่นี้ก็ผ่านมาตั้ง1แสนล้านปีแล้ว พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านปรมจารย์จางเย่ที่เป็เ้าสำนักผู้ก่อตั้งสำนักเซียน์แห่งนี้จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ตอนนี้ท่านจะอยู่ณที่ใดก็มิอาจทราบได้"
เสียงของอาจารย์ผู้สอนเล่าเื่ให้แก่เหล่าลูกศิษย์ผู้เป็นักฝึกตนที่เรียนรู้เื่ประวัติศาสตร์ของสำนักให้กับผู้ฝึกตนรุ่นหลังของสำนักเซียน์ให้ได้ทราบประวัติ"
แล้วหลังจากที่พูดเสร็จแล้วชายหนุ่มคนหนึ่งก็ถามขึ้นว่า
"ท่านอาจารย์ขอรับ มนุษย์เราสามารถมีชีวิตยืนยาวอยู่ถึง1แสนล้านปีจริงหรือขอรับ อย่างท่านอาจารย์ศิษย์ก็เห็นว่าท่านอายุแค่1พันปีเองแล้วอีกไม่นานอายุไขของท่านก็จะหมดลงแล้วขอรับ ศิษย์แค่้าถามเพื่อเป็ความรู้เฉยๆครับท่านอาจารย์อย่าหาว่าศิษย์พูดมากเลยนะครับ"
ศิษย์ในสำนักคนหนึ่งที่มีนามว่าหลีฟานถามขึ้นด้วยความอยากรู้ เมื่ออาจารย์ได้ฟังได้ยินลูกศิษย์ที่ชื่อหลีฟานถามเช่นนั้นเขาก็จึงตอบว่า
"เ้าจะไปรู้อะไรท่านปรมาจารย์จางเย่ผู้ก่อตั้งสำนักเซียน์ของเรานั้นท่านบรรลุถึงขั้นจักรพรรดิเซียน์ขั้นนี้เป็ขั้นสูงสุดสามารถอยู่เหนือการเกิดเเก่เจ็บตายได่ท่านสามารถที่จะอธิษฐานให้มีชีวิตอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้จิตกับสรรพสิ่งของท่านรวมเป็หนึ่งเดียวกัน ซึ่งทั่วทั้ง3โลกโบกมนุษย์ พรหมโลก และมารโลก ยังไม่มีผู้ใดสามารทำได้อย่างท่านปีมาจารย์เลยแม้ปัจจุบันนี้ก็ไม่มี"
อาจารย์พูดอธิบายให้ชายหนุ่มได้ฟัง เมื่อชายหนุ่มได้ฟังแล้วก็พยักหน้าอย่าเข้าใจ
"ศิษย์เข้าใจทุกอย่างแล้วขอรับท่านอาจารย์ในสำนักเซียน์ของเราก็มีผู้มีพร์ระดับอัจฉริยะมากที่สุดก็คือศิษย์พี่หญิงชิงเอ๋อที่ตอนนีี้ปิดตัวฝึกฝนตนอยู่ภายในถ้ำบนูเาอยู่เพื่อรอเวลาทะลวงด่านเข้าสู่ขั้นเทพ์" ชายหนุ่มที่มีนามว่าหลีฟานพูดออกมา เมื่อท่านอาจารย์ได้ฟังเช่นนั้นเขาก็พูดว่า
"ใช่แล้วศิษย์พี่หญิงชิงเอ๋อของพวกเ้าเป็สุดยอกฝดอัจฉริยะหฝที่หายากในรอบหลายหมื่นปี จะสักกี่คนอายุแค่20ปีก็สาม่รถเข้าใกล้ด่านเทพ์ได้แล้วนับว่าสำนักของเราไม่ขาดแคลนอัจฉริยะจริงๆเมื่อ1000ปีที่แล้วโจหยุนศิษย์อัจฉริยะของสำนักก็ทะลวงด่านประตูเทพ์สำเร็จ แล้วเขาก็ปิดด่านฝึกตนเพื่อเพิ่มพลังอีก คนเหล่านี้ช่างสุดยอดจริงๆ เอาละ! เอาละ! ชั้นเรียนวันนี้ใกล้จะเลิกแล้วพวกเ้าทุกคนเตรียมตัวสำหรับคาบเรียนต่อไป"
อาจารย์หลี่ชิงหยุนพูดบอกกล่าวกับผู้ฝึกตน เมื่อเหล่าผู้ฝึกตนได้ฟังดังนั้นแล้วพวกเขาก็ทำความเคารพท่านอาจารย์ของพวกเขา แล้วอาจารย์หลี่ชิงหยุนก็เดินออกมไปจากห้องเพื่อให้ผู้ฝึกตนพักผ่อนก่อนที่จะเรียนคาบต่อไป
ณสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็ถ้ำเซียนอยู่ณที่แห่งใดก็ไม่อาจทราบได้มีชายบุรุษคนหนึ่งรูปร่างและหน้าตาหล่อเหลายิ่งกว่าเทพบุตรจุติลงมาจากฟากฟ้า ผมดำปลิวไสวร่ายกายประกอบด้วยกลิ่นอายของผู้บริสุทธิ์ไร้มลทินให้ความรู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์อย่างมากถ้าใครมาเห็นเขาตอนนี้ก็คงจะอึ้งแน่นอนเพราะว่าชายหนุ่มผู้มีกลิ่นอายสามารถสยบทั้ง3โลกนี้ด้วยเพียงแค่ขยับมือเบาๆก็ทำให้โลกทั้งสามะเืเลื่อนลั่นได้