ตอนที่ 95 การผ่าตัดสุดพิศดาร
ตอนที่ 95 ติ๊ง !! เสียงลิฟท์ส่งของดังขึ้นของที่ถูกส่งลงมาจากชั้นเฟิร์สคลาสได้ถูกส่งลงมาถึงชั้นประหยัดแล้ว “รบกวนคุณพนักงานช่วยหยิบของในลิฟท์มาให้หน่อยครับพวกผมไม่ว่างไปหยิบเอง” ดนัยบอกพนักงาน “ค่ะ” พนักงานพยักหน้าก่อนจะเปิดประตูลิฟท์ส่งของออกเพื่อเอาของที่ถูกส่งลงมาออกมาแต่ทันทีที่เปิดประตูลิฟท์ออกพนักงานก็ต้องผงะไป นี่คืออุปกรณ์ที่จะใช้ผ่าตัดผู้โดยสารผู้หญิงเหรอเนี่ย !! พนักงานคิดในใจเธอนั้นไม่รู้เลยว่าอุปกรณ์พวกนี้จะใช้ผ่าตัดอย่างไร “หือคุณพนักงานไม่เอาของออกจากลิฟท์เหรอครับ” ดนัยสงสัยเพราะเห็นพนักงานเดินไปที่ลิฟท์แล้วก็นิ่งไป “อ๊ะ...ขอโทษค่ะ” พนักงานรีบขอโทษก่อนจะหยิบของพวกนั้นออกมาดนัยและหมอมิโฮะแอบเหล่มองของที่ถูกนำออกมาจากลิฟท์ “หือ/ของพวกนั้น !!” ดนัยและหมอมิโฮะแอบอุทานออกมาเบาๆส่วนพวกรินะและซากิก็ทำหน้างงเช่นกันที่เห็นของพวกนั้นส่วนยูมินั้นกำลังง่วนกับการประกอบเครื่องถ่ายเลือดอยู่จึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง “ฮิคาริยังอยู่ในสายมั้ย” ดนัยเรียกฮิคาริที่ไม่รู้ว่ายังอยู่ปลายสายของโทรศัพท์มั้ย ยังอยู่ว่าไงมีอะไรเหรอ เสียงฮิคาริดังออกมาจากโทรศัพท์ “ของที่เธอส่งลงมาคือจะให้พวกฉันใช้ผ่าตัดผู้บาดเจ็บจริงงั้นเหรอ” ดนัยถามเพื่อความแน่ใจ ใช่ทำไมมีของอะไรชิ้นไหนแปลกเหรอ ฮิคาริสงสัย แปลกทุกอย่างเลยยัยบ้า !! ดนัยคิดในใจแน่นอนคนอื่นๆก็น่าจะคิดแบบเขาเช่นกันถ้าดูจากสีหน้าที่ยังคงงงอยู่ “เอ่อ...หมอฮิคาริคะจะให้ฉันกับหมอดนัยผ่าตัดด้วยของพวกนี้จริงๆเหรอคะ” หมอมิโฮะที่รู้สึกตงิดใจถามฮิคาริ ใช่ค่ะนั่นคือของทั้งหมดที่น่าจะใช้แทนเครื่องมือผ่าตัดได้ ฮิคาริตอบ “ตะเกียบ...ส้อมแกะปู...แล้วก็ของที่ดูเหมือนปากกานี่น่ะเหรอคะ” รินะพูด ใช่ค่ะส้อมสำหรับแกะปูนั้นมีความคมอยู่พอสมควรสามารถใช่ฉีกเนื้อเยื่อได้ค่ะส่วนตะเกียบก็เอาไว้ใช้ให้ผู้ช่วยใช้แทนมือจับคีบอวัยวะที่บังทัศนะวิสัยการผ่าตัดออกซะส่วนของชิ้นสุดท้ายที่เหมือนปากกานั่นมันคือไม้แคะหูติดกล้องค่ะแค่โหลดแอพก็สามารถเชื่อมกับมือถือได้แล้ว ฮิคาริบอก “โหเธอนี่เข้าใจคิดนะเนี่ย” ดนัยที่ได้ยินฮิคาริอธิบายการใช้ของทั้งหมดก็ถึงกับรู้สึกทึ่ง ก็นะตอนอยู่แอฟริกาเครื่องมือแพทย์มันขาดแคลนมากแถมยังมีพวกที่แอบขโมยเครื่องมือแพทย์ไปขายอีกบางครั้งฉันก็ต้องผ่าตัดทั้งที่ไม่มีเครื่องมือเลยต้องหาอุปกรณ์รอบตัวเอามาใช้แทนไปก่อนยังไงล่ะ ฮิคาริพูด “แบบนี้นี่เองเอาล่ะคุณรินะรบกวรเอาอุปกรณ์พวกนั้นไปฆ่าเชื้อหน่อยครับแล้วก็โหลดแอพเชื่อมต่อกับไอ้เจ้าไม้แคะหูติดกล้องนั่นซะทางนี้อีกสิบนาทีน่าจะเย็บแผลเสร็จแล้วคุณยูมิครับเครื่องถ่ายเลือดใกล้เสร็จหรือยังครับ” ดนัยพูดพลางถามยูมิ “ใกล้แล้วค่ะกำลังประกอบอยู่” ยูมิพูดจากนั้นไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ประกอบเครื่องถ่ายเลือดเสร็จ “เสร็จแล้วค่ะดนัย !!” ยูมิตะโกนบอกดนัย “ดีครับถ้าอย่างนั้นคุณยูมิคุณซากิรบกวนถ่ายเลือดให้ผู้ป่วยคนนี้ด่วนเลยชีพจรเขาเริ่มช้าลงแล้ว” ดนัยบอก “ค่ะ !!x2” ยูมิและซากิพยักหน้าจากนั้นเธอก็ให้พนักงานพาผู้โดยสารที่มีเลือดกรุ๊ป B เข้ามาเพื่อทำการเจาะเลือดแล้วก็ถ่ายมันเข้าสู่ร่างกายผู้บาดเจ็บผู้ชาย ซึ่งเหล่าผู้โดยสารที่มีเลือดกรุ๊ปเดี่ยวกับผู้บาดเจ็บนั้นรู้อยู่แล้วว่ามีคนต้องการเลือดและพวกเขาก็พร้อมช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน “นอนลงอยู่ในท่าผ่อนคลายนะคะแล้วก็ตอนเข็มแทงเข้าไปจะเจ็บหน่อยนะคะเพราะขนาดเข็มมันใหญ่กว่ามาตราฐาน” ยูมิบอกผู้โดยสารที่มีเลือดกรุ๊ป B “เอ่อ...จะถ่ายเลือดผมให้ผู้ชายคนนี้ด้วยเจ้าเครื่องนี่งั้นเหรอครับ” ผู้โดยสารคนพูดพลางมองเจ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหน้าตาแปลกประหลาดจะเป็นเครื่องชงกาแฟก็ไม่ใช่จะเป็นกระติกน้ำร้อนก็ไม่เชิง “ใช่ค่ะเอาล่ะนอนลงเร็วเข้าเราต้องช่วยผู้บาดเจ็บนะคะ” ยูมิพูดก่อนจะผลักให้ผู้โดยสารเลือดกรุ๊ป B นอนลงกับพื้นข้างร่างของผู้บาดเจ็บผู้ชายที่ดนัยกำลังเย็บแผลอยู่ยูมิส่งปลายเข็มที่ทำจากท่อส่งกาแฟให้ซากิ ฉึก !! โอ๊ย !! ซากิรับเข็มนั่นมาก่อนจะหาเส้นเลือดที่แขนและแทงเข้าไปทันทีซึ่งพอแทงเข็มเข้าไปผู้โดยสารก็ร้องลั่นออกมาทันทีเพราะมันเจ็บมาก และเมื่อเข็มถูกแทงเข้าไปแล้วยูมิก็ไม่รอช้ากดลูกสูบที่ถูกถอดออกมาจากกระติกน้ำร้อนทันที ฟืด !! ฟืด !! ฟืด !! ลูกสูบถูกกดลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ทะ...ทะ...ทำไมเลือดไม่ออกมาตามสายล่ะคะหรือว่าเครื่องที่คุณยูมิสร้างมันใช้ไม่ได้” ซากิพูดด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะเลือดดันไม่ยอมออกมา “ใจเย็นค่ะฉันมั่นใจว่าเจ้าเครื่องนี่ใช้ได้แน่นอนแต่แค่ต้องสูบไล่อากาศออกไปก่อน” ยูมิบอกก่อนจะกดลูกสูบต่อไปและไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีของเหลวสีแดงถูกสูบไหลเข้าไปในสายออกซิเจน “อ๊ะออกมาแล้ว !!” ซากิร้องออกมาอย่างดีใจ “ได้ผลจริงเหรอเนี่ย” รินะที่ช่วยหมอมิโฮะอยู่ก็พูดออกมาอย่างตกตะลึง “ก็บอกแล้วไงคะว่าเจ้าเครื่องนี่ใช้ได้แน่นอน” ยูมิยิ้มออกมาจากนั้นเธอก็กดลูกสูบไปเรื่อยๆจนกระทั่งเลือดไหลออกมาหยดลงพื้นจากปลายเข็มอีกด้าน “เอาล่ะได้แล้วจะแทงเข็มแล้วนะคะดนัย” ยูมิพูด “ครับเอาเลย” ดนัยพยักหน้า ฉึก !! เข็มอีกด้านถูกแทงเข้าที่หลังมือของผู้บาดเจ็บผู้ชาย “คุณซากิคะรบกวนมากดลูกสูบแทนหน่อยค่ะฉันจะไปประกอบอีกเครื่องให้เสร็จแล้วก็ต้องประกอบเครื่องหมุนเวียนโลหิตต่อด้วย” ยูมิพูดก่อนจะรีบลุกไปประกอบเครื่องถ่ายเลือดสำหรับผู้บาดเจ็บผู้หญิงต่อ “ค่ะ” ซากิพยักหน้าก่อนจะลุกไปกดลูกสูบเจ้าเครื่องถ่ายเลือดแทนยูมิ ฟืด !! ฟืด !! ฟืด !! ฟืด !! ซากิคอยกดลูกสูบไปเรื่อยๆพร้อมทั้งหันมาวัดชีพจนผู้บาดเจ็บเป็นระยะ “เป็นไงบ้างครับคุณซากิ” ดนัยถามเพราะเขานั้นไม่ว่างตรวจชีพจนในตอนนี้ “ชีพจรยังคงอ่อนอยู่ค่ะไม่รู้จะได้ผลมั้ย...อ๊ะชีพจนเต้นแรงขึ้นแล้วค่ะการถ่ายเลือดสำเร็จค่ะ !!” ซากิร้องออกมาอย่างดีใจ “ฟู่ว...รอดไปทีเท่านี้ผู้บาดเจ็บคนนี้ก็น่าจะไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้วผมเองก็กำลังเย็บแผลที่คอจะเสร็จแล้วเหมือนกัน” ดนัยถอนหายใจออกมา สิบห้านาทีต่อมา ตอนนี้อาการของผู้บาดเจ็บผู้ชายนั้นคงตัวแล้วโดยมีซากิคอยดูอาการอย่างใกล้ชิด “ชีพจรกับความดันเป็นยังไงบ้างหลังจากให้เลือด” ดนัยถามรินะ “ยังไม่ดีขึ้นค่ะดูเหมือนจะเสียเลือดมากเกินไปและก็น่าจะเป็นเพราะแผลที่ตับด้วยค่ะ” รินะวัดชีพจรแล้วแจ้งแก่ดนัย “เพราะเลือดที่ตับยังไม่หยุดไหลสินะ” หมอมิโฮะพูด “คุณยูมิครับเป็นไงบ้างเครื่องหมุนเวียนโลหิตพร้อมมั้ย” ดนัยหันไปถามยูมิ “พร้อมค่ะแต่คงดูดเลือดได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าไหร่เพราะต้องทำด้วยมือ” ยูมิตอบ “ถ้าดูดเลือดทำได้ไม่ดีการผ่าตัดคงยากขึ้นหลายเท่าเพราะจะมองเห็นแต่ทะเลเลือดหมอดนัยไหวแน่นะคะ” หมอมิโฮะพูดกับดนัยด้วยความเป็นกังวล “ไม่ไหวก็ต้องไหวล่ะครับเพราะถ้าไม่ผ่าเธอตายแน่ครับ” ดนัยพูด “ถ้าอย่างนั้น...” “ครับเริ่มการผ่าตัดได้...สอดท่อลงไปเลยครับหมอมิโฮะ !!” ดนัยสั่งเริ่มการผ่าตัดทันที หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะสอดท่อสายยางขนาดพอๆกับสายยางฉีดน้ำไปในแผลทันทีหลังจากสอดท่อสายยางลงไปแล้วหมอมิโฮะก็หยิบไม้แคะหูที่มีกล้องเชื่อมต่อกับแอพในมือถือลงไปซึ่งเธอนั้นได้เอาไม้มาผูกกับไม้แคะหูนั่นเอาไว้เพื่อเพิ่มความยาวด้วย เมื่อไม้แคะหูนั่นถูกสอดลงไปในแผลของผู้บาดเจ็บผู้หญิงแล้วดนัยก็มองดูมือถือตรงหน้าและเปิดแอพขึ้นมาแต่พอเปิดแอพก็ยังมองไม่เห็นอะไรอยู่ดี “เสีย ??” ดนัยทำสีหน้าฉงน “ดนัยต้องเปิดไฟฉายก่อนค่ะกดตรงนี้ไงคะ” รินะพูดพลางชี้ให้ดูคำสั่งไฟฉายที่มีอยู่ในแอพดนัยพยักหน้าเข้าใจก่อนจะจิ้มลงไปทันที จึก !! ดนัยจิ้มไปที่คำสั่งไฟฉายของแอพและทันทีที่ไฟฉายถูกเปิดภาพบนหน้าจอก็สว่างขึ้นทันที “โหกล้องชัดไม่เลวเลยนะคะเนี่ย” รินะเองก็มองเห็นจอจึงพูดออกมา “อืมถึงจะความละเอียดต่ำไปหน่อยแต่ก็ชัดเจนดีไฟฉายก็สว่างหมอมิโฮะครับหันกล้องไปทางตับของผู้บาดเจ็บหน่อยครับ” ดนัยบอกหมอมิโฮะ “ค่ะ” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะพยายามหมุนกล้องไปทางตับและทันทีที่หันไปก็พบกับทะเลเลือดสีดำที่ท่วมอวัยวะอยู่จนมองไม่เห็นตัวตับเลย “คุณยูมิสอดท่อดูดเลือดออกมาได้เลยครับ” ดนัยหันไปสั่งยูมิ “ค่ะ” ยูมิพยักหน้าก่อนจะสอดท่อเข้าไปและเริ่มปั้มลูกสูบเพื่อดูดเลือดเสียออกมาทันที ฟืด !! ฟืด !! ฟืด !! ฟืด !! ฟืด !! เลือดถูกสูบออกมาไหลตามสายเข้าสู่ถังพัก “โทษนะคะช่วยเสียบปลั๊กเครื่องออกซิเจนให้หน่อยค่ะมือฉันไม่ว่าง” ยูมิหันไปขอให้พนักงานช่วยเสียบปลั๊กเจ้าเครื่องออกซิเจนจากตู้ปลาที่เธอนำมันมาโมมอเตอร์ใหม่จนมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมเพื่อให้สามารถอัดออกซิเจนบริสุทธเข้าไปในเลือดได้ “ดะ...ได้ค่ะ” พนักงานพยักหน้าก่อนจะเสียบปลั๊กให้ ครืด !! ทันทีที่เสียบปลั๊กเครื่องออกซิเจนจากตู้ปลามันก็ทำงานทันที เสียงเครื่องออกซิเจนของตู้ปลามันทำงานดังขนาดนี้เลยงั้นเหรอเนี่ยไม่สิที่เสียงมันดังน่าจะเป็นเพราะคุณยูมิปรับแต่งมันให้ทำงานเกินประสิทธิภาพมอเตอร์ของมัน ดนัยคิดในใจ “เร่งมือเข้าเถอะค่ะดนัยเครื่องนี่มันทำงานแบบเกินกำลังอยู่ถ้าไม่รีบผ่าตัดให้เสร็จก่อนมอเตอร์ไหม้ล่ะก็แบบนั้นแย่แน่ค่ะ” ยูมิบอก “ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะหยิบส้อมแกะปูใส่เข้าไปในท่อทันทีโดยมีหมอมิโฮะคอยใช้ตะเกียบนำทางให้ดนัยซึ่งหมอมิโฮะนั้นได้ส่งกล้องให้รินะเป็นคนจัดการถือเอาไว้แล้ว “ขยับกล้องไปซ้ายสามองศาครับคุณรินะหมอมิโฮะครับตรงนั้นลำไส้ตรงนั้นบังส้อมผมอยู่ช่วยใช้ตะเกียบคีบออกให้หน่อยครับคุณยูมิก็รีบดูดเลือดเร็วอีกหน่อยครับผมยังมองไม่เห็นตับเลย” ดนัยสั่งการทั้งสามคน “ค่ะ !!x3” ทั้งสามคนตอบและแล้วการผ่าตัดด้วยอุปกรณ์สุดพิสดารก็เริ่มต้นขึ้น จบ...