“ ท่าน แม่ทัพ เลิศภพ ทำไมท่านถึงมายืนอยู่ตรงนี้ ” ภัศดี ฮาคุม กล่าว เมื่อมองเห็น เลิศภพ จ้องขบวนกองทัพม้าของมัจฉา วิ่งจากไป
“ อ้อ ข้าแค่มาส่งเพื่อนเก่าน่ะ ” เลิศภพกล่าวแล้วสะบัดแขนข้างซ้ายออกไป เผยให้เห็นกำแพงเมืองที่เขายืนอยู่ ซึ่งมีลมเย็นๆ ไหลผ่านตลอดเวลา
“ คลื่นลมที่ ะนคร กำลังสั่นไหวอยู่นะ ระวังเป็หวัดให้ดีละท่านเลิศภพ ” ภัศดี ฮาคุม กล่าวอย่างมีเลศนัย
“ ถึงฟ้าฝนจะไม่ตกต้องตามเวลาที่ ะนคร ข้าก็เชื่อว่า ซักวันจะมีรุ้งกินน้ำที่สวยงามเกิดขึ้น ” เลิศภพ กล่าวอย่างเป็กันเอง แล้วสะบัดแขนเสื้อข้างซ้ายอีกครั้ง เผยให้เห็นนกบนฟ้ากำลังโบยบิน สงสัยว่าเป็ นกเชอริ่งละกระมัง
“ ข้าสงสัยจิง ว่าท่านเป็แค่คนงานเหมืองจริงรึ ” ภัศดี ฮาคุมกล่าว แล้วถอดหมวกใบโตๆออก เผยให้เห็นใบหน้าด้านขวามีรอยสักรูปัตัวเดียวอยู่ น่าจะเป็รอยสักรูปัของจีน ที่สาบสูญไปนานแล้ว อาจจะโบราณถึงสมัยอาณาจักรต้าฮั่นแหละกระมัง
เลิศภพยักไหล่ ก่อนจะตอบคำถาม “ ถ้าท่านเชื่อเช่นนั้นว่าข้าเป็แค่คนงานเหมือง ข้าก็เป็แค่คนงานเหมือง ” ก่อนจะเดินจากไปด้วยรอยยิ้มบางๆ ทว่า…ภัศดี ฮาคุม ก็อมยิ้ม เผยให้เห็นลักยิ้มชั่วร้าย และฟันเน่าๆ สองสามซี่
“ ฮี่ ฮี่ ฮี่ ชิ ชิ ชี่ แบบนี้น่าสนุกนะ ” ฮาคุม กล่าว แล้วสะบัดแขนข้างซ้ายตามเลิศภพ ก่อนจะกล่าวคำอำลาไล่หลังเลิศภพไป
“ ขอให้สนุกกับการทัวน์ ะนคร นะ ”
30 นาทีต่อมา…
เลิศภพเดินเต๊ะจุ๊ย กลับเข้าห้องพักซึ่งมีสาวใช้ หน้าตาซื่อสัตย์ผู้หนึ่งนั่งอยู่ชื่อ โลเซียน่า นางมีผมสีฟ้า ตาสีเหลือง ดุจอัญมณี จะเรียกว่าสวยมากก็ได้ แต่ถ้าเทียบกับมัจฉา หรือ มเหสีเอก ลาเวียละก็ นางก็เป็ได้แค่ผู้หญิงหน้าตาดาษๆทั่วไป ที่หาได้ตามหอคณิกา
“ เ้าชื่อ โลเซียน่า ใช่มั๊ย? ” เลิศภพถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะสะบัดแขนข้างซ้าย เผยให้เห็นจุดไฝที่ข้อมือ ซึ่งไม่เคยเปิดเผยให้ผู้ใดเห็นนอกจากมัจฉา
“ คะ ค่ะ ข้าผู้น้อยชื่อ โลเซียน่า ค่ะ ” โลเซียน่า กล่าว แล้วยิ้มน้อยๆน่ารัก
“ ที่ข้าเลือกเ้ามา ข้ามีงานให้เ้าทำ ” เลิศภพกล่าวแล้วสะบัดแขนอีกครั้ง และครั้งนี้มีสมุดเล่มหนึ่งไหลลงมาจากแขนเสื้อ ซึ่งมันเป็แค่สมุดเล่มเล็กๆเท่านั้น
“ นั่นอะไรรึ ค่ะ?” โลเซียน่ากล่าวแล้วยิ้มหน้าซีด กลัวว่าจะเป็งานเสี่ยงอันตราย แต่เลิศภพ ก็เอาถุงเงินที่ มเหสีเอก ลาเวียมอบให้ วางใส่มือ โลเซียน่า แล้วยิ้มหวาน ซึ่งมันทำให้ โลเซียน่า ตกหลุมรัก เลิศภพทันที หัวใจของนางพองโตอย่างไม่รู้ตัว อายหน้าแดง ราวลูกตำลึงสุก
“ ไม่ต้องถาม จงนำมันไปส่งให้เพื่อนของข้าที่หมู่บ้านแร่ 5 สี ” เลิศภพกล่าว แล้วยิ้มหวานอีกครั้ง และนึกถึงเื่ที่เขาแสดงละครตลอดมา ทั้งเื่ที่ะโด่า มัจฉา ที่หมู่บ้านแร่5สี หรือแม้กระทั่งเื่ทุบเตียงหยกต่อหน้า พระมเหสีเอก ลาเวีย เพื่อทำให้เธอเชื่อใจ ซึ่งมันทำให้เขายิ้มหัวเราะออกมาน้อยๆ เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาและชาญฉลาดของเขา
“ ไม่ว่าจะเป็เื่อันใด โลเซียน่า ก็พร้อมถวายชีวิตให้ค่ะ แต่มีเื่จะขอร้อง ” โลเซียน่ากล่าว อย่างสาวที่กำลังมีความรัก ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่า นาง้าสิ่งใด
“ ข้าเข้าใจ เจตนาของเ้า ” เลิศภพกล่าวแล้วยิ้มหวานอีกครั้ง ก่อนจะอุ้มโลเซียน่าไปที่เตียง และมอบสมุดบันทึกลับให้ โลเซียน่า และกล่าวว่า “ จงนำมันไปให้ คาโอล่า แล้วนางจะรู้เองว่า ต้องทำอะไร ”
“ คะ ค่ะ ” โลเซียน่ากล่าว แล้วจ้องตาเลิศภพไม่กระพริบ ซึ่งถ้าใครมาเห็นเลิศภพสมัยก่อน อาจจะเห็นว่าหน้าตาเขาไม่หล่อเหลา เพราะว่าเขาเอาขี้เถ้ามาทาหน้า แต่ตอนนี้เมื่อล้างออก เขาก็เหมือนเทพบุตร ตระกูลสูงศักดิ์ ที่หาได้ยาก
“ ท่านพอจะบอกความจริงกับข้าได้ไหมคะ? ” โลเซียน่ากล่าวอย่างจริงจัง จนเลิศภพทึ่งในความสามารถ
“ ข้าคือ เลาห์คอน แห่ง อาณาจักร โปปุรอน ทางใต้ของมหาะนคร ” เลิศภพกล่าวบอกความจริงโดยไม่ปิดบัง ถ้าใครยังไม่รู้ว่า เลาห์คอนคืออะไรละก็ คงต้องบอกว่าล้าหลังเต็มที ตำแหน่งเลาห์คอน คือ ตำแหน่งพระาา ของอาณาจักร โปปุรอน ออโดนอส หรือแม้กระทั่ง มหาอาณาจักรัฟ้าไครซิส ซึ่งอยู่ตามทิศต่างๆของะนคร มันเหมือนกับคำเรียกกษัตริย์ของโรม ที่เรียกกันว่า ซีซาร์ และอาจเหมือนกับ คำเรียกกษัตริย์ของมองโกล ที่เรียกกันว่าข่าน
“ ละ…เลาห์คอน ” โลเซียน่ากล่าวอย่างตื่นตระหนก เธอไม่เคยคิดว่าบุรุษตรงหน้า จะเป็ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนใต้
“ ถ้าหากฟากฟ้ามีรัก ข้าก็จะรักเ้า โลเซียน่า ” เลิศภพกล่าว แล้ววางตราตั้งแสดงถึง ความเป็ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนใต้ ทำให้เห็นถึงความน่าเกรงขามของเขา ที่มีไม่สิ้นสุด
“แล้วทำไม ท่านถึงมาอยู่ที่ ะนคร ” โลเซียน่า กล่าวถาม อย่างกล้าๆกลัวๆ แต่ก็ยังอยากรู้
“ ข้าถูกส่งมาแทรกซึม ะนคร ตั้งนานแล้ว และมาั้แ่เป็เด็กทารก ซึ่งข้าต้องมาด้วยตัวเอง เพราะะนครแห่งนี้ เป็ภัยร้ายต่ออาณาจักรโปปรุอน ซึ่งต้องทำลายให้ได้ ” เลิศภพกล่าว ก่อนถอดเสื้อ เผยให้เห็นมัดกล้ามเป็มัดๆ ไร้รอยเหี่ยวย่นเลยซักนิด ดูมาดแมนและองอาจอย่างมาก
“ ทะ…ท่าน ไม่สิ ฝ่าา ” โลเซียน่า พยายามจะกล่าวสิ่งใด แต่ถูกเลิศภพ เอานิ้วชี้มาแนบริมฝีปากนางไว้ และยิ้มหวานอีกครั้ง ก่อนจะกล่าว วลี ที่ดูเหมือนบทเพลงแห่งอมฤทธิ์ตริน เสียมากกว่า
“ อย่าถามอะไรมากเลยสาวน้อย ถ้าเ้าช่วยข้า ข้าจะมีรางวัลใหญ่ให้ และมัจฉานี่แหละที่เป็ไพ่ใบใหญ่ในมือของข้า ไม่นึกเลยว่านางจะหลงรักข้าเพราะเื่เช่นนี้ และมันอาจเป็โชคชะตาที่ฟ้ากำหนดมา ให้นางรักข้า ” เลิศภพกล่าว แล้วหัวเราะออกมา เผยให้เห็นใบหน้าชั่วร้ายเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น แต่โลเซียน่า ก็หลงรักใบหน้านั้นของเลิศภพ
โลเซียน่า พยายามจะกล่าวอะไรต่อไป แต่ถูกจับกดให้นอนลง และแล้วคลื่นทะเลคลั่งก็ปั่นป่วน มโหรีเริ่มบรรเลงเพลงรักอีกครั้ง และครั้งนี้ราวบ้าคลั่ง โลเซียน่า แทบลืมหน้าที่ของตนหมดทุกอย่าง แม้แต่ตัวเอง ยังแทบจำไม่ได้ว่าเป็ชาวะนคร
“ อ๊า อ๊า ” เสียงอารมณ์รักปั่นป่วน นกนางนวลบินอยู่บนฟ้า เมฆานภาลอยเลื่อน และแล้วนางก็เผยบุปผาซ่อนกลิ่นเรไร และแล้วบทเพลงก็บรรเลงต่อไป จนถึงรุ้งเช้าจึงจบลง โลเซียน่า คล้ายดินแหลกกองนึง แต่ค่ำคืนนั้นนางจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
เช้าวันใหม่…เลิศภพ บิดี้เีนุ่งกางเกงขาสั้น ก่อนแต่งชุดแม่ทัพใหญ่ ไปแสดงเป็บ้านนอกเข้ากรุง อีกครั้งในท้องพระโรง แต่ก่อนที่เขาจะปิดประตู เขาได้หันมาหา โลเซัยน่า แล้วกล่าวข้อความสั้นๆอย่างมาดแมน
“ อย่าลืมที่ข้าสั่งละ สาวน้อย ”
*****************************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป