King of world ราชันแห่งพิภพ

    ได้รับฉายา

    ​

    "พวกเรามาช้าไป"ชายผิวแทนกล่าวเสียงเครียด ชายคนนี้คือคนสนิทของหลงที่รับหน้าที่รับสมัครทหารอาสาอยู่ที่เมืองเดสซ่า

    เมื่อได้จำนวนคนครบตามที่ต้องการแล้ว เขาจึงรีบดำเนินการสั่งเดินทัพ โดยที่เขาขี่ม้าเดินทางมาล่วงหน้าก่อน

    ตรงหน้าชายผิวแทนคือเมืองกรีนวู้ดที่อยู่ในสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี กำแพงแตกเป็นรูโหว่ ประตูเมืองหักพังเปิดอ้าไว้ และบนกำแพงเต็มไปด้วยออร์คและก็อบลินยืนเฝ้ายามแน่นขนัด

    รอบข้างชายผิวแทนยังมีร่างมนุษย์ 7 คนยืนอยู่ พวกเขาทั้ง7คนต่างแผ่รัศมีความหนักอึ้งออกมารอบๆ

    "หัวหน้าก็ติดอยู่ข้างในนั้นใช่ไหม?"ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว

    "ใช่ครับคุณทังค์"ทังค์ รองหัวหน้ากิลด์นักรบโลหิตกำหมัดแน่น

    "พวกเราพลาดเอง ไม่คิดว่าพวกก็อบลินจะเรียกพวกออร์คมาเป็นกำลังเสริม แถมยังมีออร์คและก็อบลินระดับขุนพลที่เราไม่เคยเจอมาก่อนโผล่มาด้วย"ชายวัยรุ่นผมขาวยาวถึงกลางหลังเอ่ยขึ้น ใบหน้าอ่อนวัยของเขาประดับไว้ด้วยรอยยิ้มสุภาพตลอดเวลา ให้ความรู้สึกเหมือนกับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ชื่อของเขาคือ อาเธอร์ หัวหน้ากิลด์เทพตกสวรรค์!

    "แต่คิดไม่ถึงเลยว่าขนาดนี้หลงและฟลาวด์อยู่ด้วยกันยังเอาไม่อยู่"เสียงลึกลับเอ่ยออกมาจากร่างมนุษย์ที่อยู่ในชุดสีดำปกปิดตั้งแต่หัวจรดเท้าคล้ายกับนินจา มีเพียงดวงตาสีเขียวเป็นเอกลักษณ์ที่ฉายความโดดเด่นเฉพาะตัวออกมา เขาคือ เร็น หัวหน้ากิลด์เงาหมอก

    "แล้วเราจะทำยังไงต่อ"ชายวัยกลางคนผมทองพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่หางเสียงกลับสั่นขึ้นมาเล็กน้อย หากเมืองกรีนวู้ดแตกไปแล้ว เป้าหมายของพวกมันก็คงจะเป็นเมืองเดสซ่าที่เขาครอบครองอยู่ ในใจเจคอบจึงรู้สึกหนักอึ้ง

    อีก 3 ร่างที่เหลืออยู่ในชุดคลุมแบ่งแยกคนละสีคือสีขาว ดำ เทาที่ห่อคลุมทั้งตัว มีเพียงมือชราเหี่ยวย่นที่ยื่นออกมาจับไม้เท้าค้ำยันไว้ พวกเขามีชื่อเรียกขานว่า ผู้เฒ่าขาว ผ้เฒ่าเทา และผู้เฒ่าดำ

    "เราคงจะต้องถอยไปตั้งค่ายพักใกล้ๆนี้รอคนของพวกเรามากันจนครบก่อน"เสียงชราเอ่ยออกมาจากชุดคลุมขาว

    "แต่ถ้าทำอย่างนั้น คนในเมืองอาจจะโดนพวกมันทำอะไรไปก่อนก็ได้นะ"เจคอบเอ่ยแย้ง เขาอยากจะให้กองทัพของพวกเขาบุกเข้าตีเมืองกรีนวู้ดซึ่งๆหน้าเดี๋ยวนี้

    "แต่กว่ากองทัพทหารอาสาจะมาถึงก็คงจะเป็นวันพรุ่งนี้นะครับ ส่วนคนของแต่ละกิลด์ที่กำลังเดินทางมาก็คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 วัน"อาเธอร์กล่าวเสียงเรียบ

    "คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วละนะ หากฝืนไปสุ่มสี่สุ่มห้า พวกมันอาจจะฆ่าเชลยทั้งหมด กรณีร้ายแรงที่สุดเราอาจจะถูกตลบหลังอีกรอบ"ผู้เฒ่าดำเอ่ยขึ้น

    "พวกเราคือความหวังสุดท้ายของมวลมนุษย์ไม่อาจผิดพลาดได้"ผู้เฒ่าเทาเอ่ยเสริม

    "งั้นก็เอาเป็นว่าจะตั้งค่ายรอคนของพวกเรามาครบก่อนสินะ"เร็นเอ่ยสรุป

    "แล้วมีใครรู้บ้างไหมว่าค่ายทหารของพวกมันอยู่ที่ไหน"ผู้เฒ่าขาวเอ่ยถามขึ้น

    "เรายังไม่ทราบครับ แต่คิดว่าค่ายของมันคงอยู่ลึกเข้าไปในป่าพอสมควร"ทังค์เอ่ยขึ้น

    "ในเมื่อตอนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว เรารีบไปเลือกจุดตั้งค่ายของพวกเราดีกว่าครับ"อาเธอร์กล่าวจบก็ดีดร่างขึ้นหลังม้าควบจากไปเป็นคนแรก




    ลานกว้างหน้าปราสาทไม้กิลด์ไม้หอมเต็มไปด้วยเหล่าชาวเมืองกรีนวู้ดจำนวนหลายหมื่นคนนั่งงอตัวเบียดเสียดกันอยู่ด้วยความหวาดกลัว รอบด้านมีเหล่าออร์คและก็อบลินจำนวนมากถืออาวุธยืนคุมไว้

    ผิดคาดที่พวกเขาไม่ได้ถูกฆ่าทิ้งตามที่ถูกข่มขู่ไว้!

    ที่หน้าปราสาทไม้มีเสาเหล็กรูปกางเขนปักอยู่ บนเสาทั้งสองมีร่างมนุษย์ 2 คนถูกตรึงกางเขนเหล็กจับไว้

    ทั้งสองคนคือหลงและฟลาวด์ที่ตอนนี้ได้ตื่นขึ้นจากอาการหมดสติแล้ว ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความขมขื่นที่ไม่อาจปกป้องเมืองกรีนวู้ดไว้ได้

    “เฮ้อ..เจ้าจีซัสกับเจ้าวาลอคดันมาด่วนตายไปซะได้ ข้าคงต้องเสียเวลาไปรายงานกับท่านแม่ทัพอีกสินะ”เสียงแหลมเล็กดังขึ้นจากหน้าประตูปราสาท ก่อนจะมีก็อบลินสองตัวเดินออกมา

    หนึ่งคือก็อบลินร่างสูงผอมเพรียวที่อยู่ในชุดคลุมเก่าสกปรกเต็มไปด้วยรอยขาด

    อีกตัวคือก็อบลินรูปร่างปกติที่มีดวงตาเพียงข้างเดียว

    ทั้งสองคือขุนพลก็อบลินนาม เบรกและการ์ซ!

    ด้วยรูปร่างที่เหมือนก็อบลินทั่วๆไปทำให้พวกมันสามารถแฝงตัวมากับกองทัพก็อบลินแล้วเข้าไปโจมตีทีเผลอหลงและฟลาวด์โดยไม่ทันได้ตั้งตัว

    เมื่อหลงและฟลาวด์ถูกพิชิตและขุนพลก็อบลินทั้งสองเปิดเผยตัว สงครามก็พลิกล้มกระดาน กองทัพผสมระหว่างออร์คและก็อบลินชิงความได้เปรียบต่างบุกเข้าเมืองกรีนวู้ดอย่างง่ายดาย

    แม้พวกออร์คส่วนใหญ่จะต่างโกรธเคืองอยากฆ่าพวกมนุษย์ล้างเมือง ล้างแค้นให้กับวาลอค แต่ก็ถูกเบรกและการ์ซห้ามไว้

    เพราะตามข้อตกลงของทั้งสองเผ่าพันธุ์ ผลประโยชน์ที่ได้จากการยึดเมืองครั้งนี้จะต้องถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน

    หากปล่อยให้ออร์คฆ่ามนุษย์จนหมดเมือง ผลประโยชน์ที่พวกมันจะได้รับจะลดน้อยลงไปเป็นจำนวนมาก

    "แล้วเราจะขนย้ายเชลยกับของทั้งหมดไปที่ค่ายตอนไหนกัน"เบรกหันหน้าไปถามการ์ซ

    "เย็นนี้พวกเราก็คงจะรวบรวมสมบัติภายในเมืองทั้งหมดได้ ค่อยขนออกจากเมืองตอนกลางคืนแล้วกัน"การ์ซเอ่ยตอบกลับ

    "แล้วเชลยละจะว่ายังไง เยอะขนาดนี้เราคงจะขนไปรอบเดียวได้ไม่หมด"

    "เอาพวกผู้หญิงไปก่อน พอตกลงแบ่งกับพวกออร์คเสร็จเราจะได้สนุกกัน!"การ์ซกล่าวด้วยความหิวกระหาย อันที่จริงมันอยากจะนำเหล่าหญิงสาวชาวมนุษย์มาปู้ยี้ปู้ยำซะเดี่ยวนี้ แต่ติดที่ว่าจะต้องตกลงแบ่งกับพวกออร์คที่ค่ายก่อน

    "งั้นข้าจะไปย้ำกับคนของพวกเราซะหน่อยว่าอย่าพึ่งทำอะไร ขืนผิดใจกับพวกออร์คท่านแม่ทัพได้เล่นงานพวกเราแน่!"เบรกเดินแยกออกไปกำชับกับก็อบลินรอบๆ ทิ้งให้มนุษย์ที่ได้ยินบทสนทนาของพวกมันตัวสั่นเทาไว้เบื้องหลัง

    ที่มุมหนึ่งของลานกว้าง มีครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งกระจุกรวมกันอยู่ พวกเขาต่างหันมองออร์คและก็อบลินรอบๆด้วยความหวาดระแวง

    "เป็นยังไงบ้างคะคุณ"หลินหานเอ่ยเสียงค่อย กลัวออร์คและก็อบลินรอบๆจะได้ยิน

    ในอ้อมกอดของเธอคือร่างของไป๋เทียนที่ชุ่มไปด้วยเลือด

    "แค่กๆ! ไม่ต้องห่วงยังพอไหวอยู่"ผลจากการแพ้สงครามทำให้ทหารฝ่ายมนุษย์ต้องเผชิญความเจ็บปวดจากการทารุณของออร์คและก็อบลิน แต่พวกมันก็ยังยั้งมือไม่ทำให้ถึงตาย

    "พวกมันยึดถุงมิติเราไปหมดเลยค่ะ เราไม่มีสมุนไพรพอทีจะรักษาพ่อได้"ไป๋หลินเอ่ยเสียงเศร้า ด้านไป๋ฟางก็พยายามที่จะช่วยรักษาบาดแผลเบื้องต้นเท่าที่จะทำได้

    ดวงตาของไป๋หยางแดงก่ำเมื่อมองไปยังพวกออร์คและก็อบลินจนไป๋เทียนต้องเตือนเบาๆว่า

    "ไป๋หยาง อย่าทำอะไรโง่ๆ เลิกจ้องพวกมันได้แล้ว"ไป๋หยางก้มหน้าลง

    จิตใจของครอบคครัวตระกูลไป๋ตกต่ำลงสุดขีด พวกเขาต่างกังวลถึงอนาคตที่กำลังจะใกล้เข้ามา




    ภายในช่องว่างมิติสีขาว ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่เริ่มขยับตัวขึ้นช้าๆ วาสลืมตาตื่นขึ้นมา เขาลุกขึ้นบิดลำตัวคลายความเมื่อยล้า ในหัวของเขาได้ยินเสียงบางอย่าง

    -ท่านได้รับฉายา อัศวินสีเลือด[+5จุดค่าสถานะกาย]-

    วาสนั่งนิ่งด้วยความมึนงง เขาไปทำอะไรถึงได้ฉายานี้มากัน?

    'คงจะได้มาจากสงครามเมื่อวานละมั้ง'วาสหันไปมองกองชุดเกราะระดับสูงที่ถูกทิ้งไว้ข้างๆ คราบเลือดบนเกาะแห้งกรังกลายเป็นสีดำคล้ำ

    วาสเลิกเสื้อขึ้นเอามือกดไปที่ชายโครง อาการปวดบรรเทาลงไปมากแล้ว

    ชายหนุ่มหยิบอาหารออกมากินเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย ตอนนี้เขาคาดว่าด้านนอกคงเป็นเวลาเช้า วาสตั้งใจจะเดินทางเข้าไปในเมืองกรีนวู้ดในเช้าวันนี้

    ชายหนุ่มออกจากช่องว่างมิติเมื่อทานอาหารเสร็จ เขาหันมองรอบด้านด้วยความระมัดระวัง เวลาสงครามอย่างนี้อาจจะมีก็อบลิน 2-3ตัว ออกมาลาดตระเวนก็ได้

    วาสเดินทางกลับไปเส้นทางเดิม แม้จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมรอบตัวนักแต่ก็ยังพอจะจำเส้นทางกลับไปได้

    ชายหนุ่มสวมหน้ากากใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินทางมาถึงบริเวณสนามรบ

    ขณะกำลังจะออกจาชายป่าเขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง วาสเพ่งสายตามองไปที่เมืองงกรีนวู้ดก่อนดวงตาของเขาจะขยายออกกว้างแผดเสียงร้องออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า

    "มันเกิดบ้าอะไรขึ้น!!!!"

    วาสรู้สึกบ้าแทบคลั่ง เลือดในตัวเดือดพล่าน เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมก็อบลินถึงยึดเมืองกรีนวู้ดได้ แต่เมื่อเห็นออร์คบางตัวที่อยู่บนกำแพงเขาก็พอจะคาดเดาอะไรได้ลางๆ

    วาสกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปเนื้อ ในใจอยากจะเข้าไปฆ่าก็อบลินกับออร์คในเมืองให้หมดแต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้

    เฮือก!

    วาสรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาหยิบดาบยักษ์สีดำออกมาด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง จ่อไปที่ด้านหลัง ดวงตาฉายแววต้องการฆ่าชัดเจน!

    "โว้! ใจเย็นไว้ ฉันไม่ได้มาร้าย"ชายร่างผอมในชุดเกราะเอ่ยขึ้นเอ่ยขึ้น เขาคือทังค์ รองหัวหน้ากิลด์นักรบโลหิต

    "นายเป็นใคร"วาสถามเสียงเข้ม

    "ฉันชื่อ ทังค์ รองหัวหน้ากิลด์นักรบโลหิตแล้วนายละเป็นใครทำไมถึงมาป้วนเปี้ยนแถวนี้"

    วาสไม่ตอบแต่ชี้นิ้วไปที่เมืองกรีนวู้ดแล้วพูดว่า

    "นายรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกก็อบลินถึงยึดเมืองกรีนวู้ดได้"ทังค์แปลกใจ ปกติเมื่อคนรู้ว่าเขาเป็นรองหัวหน้ากิลด์นักรบโลหิตก็จะไม่มีใครกล้าใช้น้ำเสียงแบบนี้กับเขา

    ทังค์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้วาสฟังคร่าวๆ ชายหนุ่มสวมหน้ากากตั้งใจรับฟังทุกรายละเอียด เมื่อเล่าจบทังค์ก็ถามว่า

    "ฉันเล่าจบแล้ว! นายจะบอกฉันได้รึยังว่านายเป็นใครกันแน่"วาสหรี่ตามองแล้วบอกปัดๆไปว่า

    "ฉันเป็นทหารอาสา แต่บังเอิญบาดเจ็บเลยถอยไปตั้งหลักในป่าก่อน"ทังค์มองวาสด้วยสายตาเคลือบแคลง

    "นายบอกว่าพวกนายตั้งค่ายใกล้ๆนี้ใช่ไหม? ฉันขอตำแหน่งค่ายพวกนายไว้หน่อยสิ"ทังค์อยากจะถามว่าทำไม แต่ดูจากสายตาวาสคงจะไม่ตอบเขาแน่ รองหัวหน้ากิลด์นักรบโลหิตจึงได้แต่วาดแผนที่ตำแหน่งค่ายไว้คร่าวๆและส่งให้วาส

    "จำไว้! อย่าให้พวกออร์คและก็อบลินรู้ตำแหน่งค่ายเราเป็นอันขาดเข้าใจไหม?"วาสพยักหน้าเก็บแผนที่ลงไปและกล่าวลา

    "นายจะไปไหนนะ?"วาสโบกมือแต่ไม่ตอบอะไร ทิ้งให้ทังค์ยืนทำหน้าสงสัย

    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน