“หลิงเอ๋อร์ ออกมานี่สิ”
หลังจากที่ผมเรียกภูติสาวใช้ออกมาจึงถามเธอทันทีว่า “ค่าชื่อเสียงมีประโยชน์ยังไง?”
ครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งก่อนๆ หลิงเอ๋อร์ทราบคำตอบดีและเธอจึงตอบผมอย่างฉะฉานว่า “เรียนนายท่าน ค่าชื่อเสียงในเกมจะทำให้ชื่อเสียง บารมี อำนาจและความศรัทธาของท่านแรงกล้าขึ้น ค่าชื่อเสียงของนายท่านในตอนนี้นับว่ายังต่ำเกินไป จึงได้รับการเรียกขานว่าเป็นเพียงนักผจญภัยเท่านั้น ทว่าต่อไปเมื่อค่าชื่อเสียงของนายท่านสูงขึ้นก็จะได้รับการเรียกขานขั้นถัดไปว่า “ผู้เริ่มต้น” หรือ “ปราชญ์” เจ้าค่ะ และยิ่งการเรียกขานชื่อสูงขึ้นมากเท่าไหร่ก็จะทำให้นายท่านได้รับความเคารพจาก NPC มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีส่วนลดสำหรับการซื้อขายไอเท็มกับ NPC นอกจากนี้บางภารกิจที่ลับบางอย่างก็จะถูกกระตุ้นขึ้นเฉพาะผู้เล่นที่มีค่าชื่อเสียงระดับสูงเท่านั้น”
ค่อนข้างลึกซึ้งทีเดียว ผมพยักหน้าและจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เข้าใจแล้ว กลับไปพักผ่อนต่อเถอะ”
“เจ้าค่ะ นายท่าน”
บทสนทนาของพวกเราทุกคนก็ได้ยินกันหมดแล้ว
ซูซีหรานถือคทาและเดินตามผมมา จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ดูท่าแล้วค่าชื่อเสียงนี้ไม่สามารถละเลยได้ และทุกอย่างที่ปรากฏบนหน้าต่างสถานะตัวละครเองก็ไม่สามารถละเลยได้เช่นกัน”
“ใช่ การเติบโตของผู้เล่นยอดฝีมือทุกคนล้วนมาจากความเชี่ยวชาญในรายละเอียดยิบย่อยต่างๆพวกนี้นั่นแหละ” ผมพูด
หลินเฉอที่เห็นด้วยจึงพูดขึ้นว่า “ถูกต้อง พี่เหว่ย เราต้องเรียนรู้มันนะ”
จางเหว่ยพยักหน้าและพูดขึ้นเช่นกันว่า “รู้แล้ว ก็เลยต้องตามเก็บค่าชื่อเสียงอยู่นี่ไง~~~”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ”
……
กระทั่งเวลานี้เอง ในป่าเบื้องหน้าพวกเขานี้ก็ปรากฎทหารคนเถื่อนขึ้น มีทหารมาทั้งหมด 3 นาย ทั้งหมดมีชื่อว่า “ทหารรักษาการณ์” หนึ่งในบรรดานั้นมีพลธนูอยู่หนึ่ง ขณะที่อีกสองคือพลดาบที่อยู่ในชุดเสื้อขนสัตว์ที่มาพร้อมกับชิ้นส่วนของเสื้อเกราะที่แตกกระจายและหลุดรุ่ยเพียงเท่านั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันแย่งมาจากร่างที่ไร้วิญญาณของเหล่าทหารมนุษย์
【ทหารรักษาการณ์กองทัพกบฏคนเถื่อน】(มอนสเตอร์ระดับทอง)
เลเวล:43
พลังโจมตี :450-800
พลังป้องกัน :375
ค่า HP:14000
สกิล:ไม่มี
แนะนำ : คนเถื่อนที่โหดเหี้ยมเหล่านี้ยังไม่ได้รับธรรมะจากราชา พวกมันกินของดิบและเกลียดชังมนุษย์ที่มีอารยธรรมบนโลกใบนี้ เวลานี้คนเถื่อนบางส่วนของพวกมันกำลังมองหาพันธมิตรและเริ่มที่จะบุกโจมตีกองทัพของเผ่าพันธุ์มนุษย์ นักผจญภัยหนุ่มสาวโปรดระวังตัวให้ดี พละกำลังของเหล่าคนเถื่อนพวกนี้แข็งแกร่งมากทั้งยังสามารถบดขยี้กะโหลกของคุณได้ด้วยนิ้วมือเพียงสองนิ้วเท่านั้น
คนเถื่อนทั้ง 3 ยืนล้อมรอบหม้อซุปอยู่นั้น มีควันสีเขียวลอยขึ้นมาจากหม้อ ภายในหม้อมีกระดูกท่อนหนึ่งลอยอยู่ในนั้น เมื่อลองเพ่งมองดีๆแล้วถึงได้รู้ว่ามันน่าจะเป็นกระดูกมนุษย์ ขณะที่บนพื้นหญ้าด้านข้างก็ยังมีแขนขาที่ถูกตัดขาด ดาบยาวและรองเท้าทหารของจักรวรรดิเซี่ยตั้งอยู่พร้อมกับเลือดสีแดงที่ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นหญ้า คนเถื่อนพวกนี้จะเป็นเผ่ากินคน?
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ซูซีหรานก็อดขมวดคิ้วไม่ได้และพูดว่า “จะอ้วก...”
“อย่าดูเลย เดี๋ยวเธอจะรู้สึกไม่ดีเปล่าๆ”
ผมกระชับดาบในมือและพูดว่า “เตรียมต่อสู้ ฉันจะเข้าชาร์จพลธนู แล้วก็ยั่วยุพลดาบไว้เอง ส่วนอีกตัวก็ให้มันโจมตีมาที่ฉันได้เลย ซีหรานเธอยังไม่ต้องฮีลฉัน รอหลังจากที่จัดการพลธนูนั่นเสร็จแล้วค่อยฮีล ไม่งั้นฉันจะควบคุมความเกลียดชังไว้ไม่ได้”
“เข้าใจแล้ว”
“ฆ่า!”
ร่างของผมพุ่งชาร์จออกไปทันที กระแทกเข้ากับหม้อเหล็ก “เคร้ง” พลธนูตัวนั้นจึงตกอยู่ในสภาวะมึนงงทันที จากนั้นก็ยกมือขึ้น ฟาดฟันดาบออกไปห้าคอมโบต่อเนื่องและจากนั้นจึงต่อด้วยดาบสองคมซ้ำเข้าไปอีกรอบ และในจังหวะที่ดาบสองคมฟันเข้าใส่พลธนูนั้น ผมก็ทำการเรียกและเรียกกลับภูติสาวใช้ จากนั้นการโจมตีพื้นฐานจึงตามออกไปติดๆทันที และเมื่อดาบที่ตวัดออกไปสามารถยกเลิกได้ ฉะนั้นผมจึงยกเลิกมันทันที ในความจริงเมื่อผ่านการปรับเปลี่ยนในลักษณะนี้แล้ว กระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารของผมก็จะสามารถไปถึงจุดที่สามารถโจมตีได้ถึงเจ็ดครั้งภายในชั่วพริบตา และผลลัพธ์ก็คือ ความเสียหายที่ทำได้นั้นก็รุนแรงมาก
และหลังจากการโจมตี 7 ครั้งผ่านพ้นไป พลธนูตัวนี้จึงติดสถานะเลือดตกค้างไปทันที หลินเฉอจึงเข้ารับช่วงต่อโดยการขว้างยันต์บินจัดการปิดฉากพลธนู ขณะที่ผมผละออกไปจัดการกับอีก 2 ตัวที่เหลือต่อทันที
พลังโจมตีของทหารฯคนเถื่อนสูงถึง 800 แต้มอีกทั้งเมื่อบวกกับเลเวลที่เหนือกว่าจึงเพียงพอที่จะทำลายการป้องกันของผมได้ ทันทีที่ขวานสับลงมา ค่าความเสียหายจึงลดเลือดผมได้ 500-600 แต้มเลยทีเดียว ทว่าโชคดีที่ครั้งนี้มีซูซีหรานอยู่ด้วย การโจมตีที่รุนแรงแบบนี้จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับผม
กระทั่ง 30 วินาทีต่อมาคนเถื่อนทั้ง 3 จึงถูกเก็บกวาดไปทั้งหมดทันที ค่าประสบการณ์เยอะมากและโดยเฉพาะหลินเฉอกับคนอื่นๆ ที่เลเวลของพวกเขาอยู่ที่ 35-36 เท่านั้น ทว่าหลังจากฆ่ามอนสเตอร์ที่เหนือกว่าถึง 8 เลเวลแล้ว ค่าประสบการณ์จึงเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% อีกทั้งความเร็วในการเก็บเลเวลก็เร็วไม่ธรรมดาเลย ขณะที่ในที่แห่งนี้ ผมมีเลเวลสูงสุดก็ได้พาพวกเขาอัพเลเวลสำเร็จแล้ว และในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน ถ้าหากผมไม่อยู่ ทีมนี้ก็จะไม่สามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์แบบนี้ได้แน่นอน
และหลังจากนั้นพวกเราที่เดินอยู่ในหุบเขาก็ได้จัดการฆ่าทหารรักษาการณ์กองทัพกบฏคนเถื่อนไปทีละคน และแม้ว่าอัตราการดรอปจะต่ำจนน่าสงสาร แม้แต่อุปกรณ์ระดับเงินก็ยังไม่ดรอป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอุปกรณ์ระดับทอง ทว่าขณะที่ตัวเลขบนหน้าต่างภารกิจลอยขึ้นมาไม่ได้หยุดนั้น ไม่ถึง 30 นาทีต่อมาจำนวนภารกิจจึงบรรลุเป้าหมายและได้เวลาที่พวกเราจะกลับไปส่งมอบภารกิจแล้ว!
……
ณ ค่ายกองทัพทหารแห่งเมืองจิ่นโจว
นายพลหม่าเหมิงยังคงนั่งถือดาบอันแหลมคมอยู่ตรงนั้นอย่างมั่นคงราวหินผานั้น กระทั่งเมื่อเห็นการกลับมาของพวกเราจึงหรี่ตามองและจึงพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มว่า “นักผจญภัยหนุ่มสาว พวกเจ้าบรรลุภารกิจแล้วเช่นนั้นหรือ?”
“ครับ”
“ยอดเยี่ยม ขอให้อำนาจ บารมีและความมีชื่อเสียงของฮ่องเต้แห่งจักรวรรดิเซี่ยจงเปล่งประกายไปทั่วทุกแผ่นดิน!”
“ดิ้ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ : ขอแสดงความยินดีทำคุณทำภารกิจ【ปราบกบฏ บทที่ 1:สลายกองกำลังทหารรักษาการณ์】(ภารกิจระดับ B)สำเร็จแล้ว! ได้รับรางวัลค่าประสบการณ์+8000 เหรียญทอง+10 และค่าชื่อเสียง+50!
“ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง~~”
เมื่อแสงสีทองโปรยปรายลงมา เลเวลของหลินเฉอและคนอื่นๆจึงเพิ่มขึ้น 1 เลเวลทันที ขณะที่ผมยังอยู่อีกไกลและผมไม่รีบร้อน ยังไงซะผมก็ได้ค่าชื่อเสียง 50 แต้มมาอยู่ในมือแล้ว ขณะที่ชำเลืองตามองจึงเห็นว่าขณะนี้ค่าชื่อเสียงทั้งหมดของผมอยู่ที่ 285 แต้ม ทั้งยังห่างจากฉายาในขั้นถัดไปอีกไม่ถึง 250 แต้มด้วย และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หลังจากทำภารกิจต่อเนื่องนี้สำเร็จ ผมก็คงสามารถอัพเกรดฉายาได้แล้ว
“นักผจญภัยทั้งหลาย”
แม่ทัพ NPC จ้องมองมาที่พวกเราจึงพูดต่อว่า “เมืองจิ่นโจวผ่านความวุ่นวายของสงครามมามากมาย ในที่สุดบ้านเมืองก็สงบสุขมาตลอดหลายปีภายใต้การนำพาของท่านเจ้าเมือง ทว่ามันยังไม่พอ พวกเรายังต้องอุทิศพละกำลังที่มากกว่านี้ จะต้องพยายามเพื่อความสงบสุขเมืองจิ่นโจว พวกเจ้ายินดีที่จะปราบกบฏ และทำลายความไม่สงบสุขเพื่อเมืองจิ่นโจวต่อไปหรือไม่? ”
“พวกเรายินดี” พวกเราพยักหน้าอย่างดีใจ
“ติ๊ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ : ขอแสดงความยินดี คุณได้รับภารกิจ【ปราบกบฏ บทที่ 2 : พิชิตป้อมปราการชายแดน】(ภารกิจระดับ B ★)!
เนื้อหาภารกิจ : เข้าสู่ค่ายของกองทัพกบฏคนเถื่อนและปราบปรามกองทัพกบฏในป้อมปราการชายแดนทั้งห้า เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วให้กลับมาหานายพลหม่าเหมิง คุณจะได้รางวัลตอบแทนมากมายทันที!
……
มีดาวแล้ว!
ผมยิ้มเล็กน้อย ระดับภารกิจยกระดับขึ้นเป็นภารกิจระดับ B หนึ่งดาวแล้ว นี่แสดงว่ารางวัลจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยหรือเปล่า? ถือเป็นเรื่องที่ดี ตอนนี้ผมรู้สึกว่าภารกิจที่ทำนั้นง่ายเกินไปและไม่มีความท้าทาย
สิบนาทีต่อมา คนทั้งห้าก็มาถึงด้านหน้าป้อมปราการชายแดน และเห็นเพียงป้อมปราการหินห้าแห่งตั้งตระหง่านอยู่ ป้อมปราการเหล่านี้มีทั้งหมด 3 ชั้น ขณะที่แต่ละชั้นมีคนเถื่อนประจำการอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 คน และผมจะต้องกำจัดพวกมันทั้งหมดจึงจะสามารถกวาดล้างที่นี่ได้ งั้นเริ่มจากป้อมปราการแห่งแรก ทว่าฝูงมอนสเตอร์ที่รวมตัวกันและสามารถใช้การโจมตีจากร่างกายได้ทุกส่วน...... มันไม่ง่ายที่จะรับมือ
“เราจะเอาอย่างไรกันดี?” หลินเฉอขมวดคิ้วถาม “ป้อมปราการชั้นแรก มีมอนสเตอร์ทั้งหมด 14 ตัว ในบรรดานั้นมี พลธนู 3 คน พลดาบ 11 คน ถ้าดึงดูดความสนใจของพวกมัน มีหวังคงได้ยกโขยงออกมาเป็นฝูง จนสับพวกเราจนเละแน่......”
“งานนี้คงต้องมีตัวล่อ”
ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดอย่างจริงจังว่า “ลองดูก่อน เดี๋ยวฉันจะเข้าไปแล้วก็จะฆ่ามันด้วยตัวเอง พวกนายไม่ต้องสนใจฉัน เสี่ยวเฉอ นายกับต้าไห่รุมโจมตีพลธนูช่วยฉันฆ่าตัวนึง ซีหรานเธออย่าเพิ่งฮีลนะ พวกเรายั่วยุมอนสเตอร์ที่นี่ไม่ได้ ถ้าเธอทำการฮีลเมื่อไหร่ พวกมันจะเข้ามารุมเธอแน่นอน”
“แล้วฉันจะฟื้นฟูเลือดให้นายได้อย่างไรล่ะ?” ซูซีหรานขมวดคิ้วถามผม
“ฉันไม่เป็นไร”
ผมโบกมือทำท่าทางไม่เป็นไรและจากนั้นจึงพูดต่อว่า “มอนสเตอร์พวกนี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ฉันใช้ผงยาฟื้นโลหิตระดับ 4 กับยาออกฤทธิ์เร็วระดับ 3 มาฟื้นฟูเลือดได้ อีกอย่างยังมีสายลมแห่งการฟื้นฟูที่ใช้ได้ด้วย เลือดรวมของฉันตอนนี้อยู่ที่ 7,560 แต้ม ด้วยโล่เนื้อหนึ่งคน ก็น่ามีโอกาสฆ่าเยอะอยู่ ลองดูก่อนแล้วกัน ฉันคงไม่โดนมอนฆ่าตายหรอกหรอก ซีหรานกับจางเหว่ยอย่าเพิ่งผลีผลาม อยู่ห่างจากฉันไว้”
“อื้ม ระวังตัวด้วย”
“เตรียมพร้อม!”
ผมลูบมือไปที่หัวของลาป่าเบาๆ กระทั่งหลังจากที่ล็อคตำแหน่งพลดาบคนเถื่อนตัวหนึ่งได้แล้วจึงพุ่งตรงไปที่มันด้วยท่าทีที่ดุดันทันที และขณะที่ผมชาร์จกระแทกมันจนติดสถานะมึนงง พุ่งเข้าไปในฝูงมอนสเตอร์เป็นอันดับแรกทันที ทันใดนั้นกองทัพกบฏคนเถื่อนทุกตัวบนชั้น 1 จึงวิ่งกรูเข้ามาที่ผมอย่างรวดเร็ว มอนสเตอร์ทั้งหมด 14 ตัวจึงวิ่งรวมตัวกันเข้ามาอย่างหนาแน่นด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวและดุดันทันที
ทว่าผมไม่ได้โจมตีพวกมันในทันที ทั้งยังเปิดใช้งานกลอรี่ชิลด์และค่อยๆเดินไปตามแนวป้อมปราการนั้นเพื่อให้คนเถื่อนโจมตีผมได้แค่ 2 คนเท่านั้น เวลานี้ผมกำลังทำให้มอนสเตอร์พุ่งมาที่ผมแนวเส้นตรง ในขณะเดียวกันผมก็รอจังหวะที่เหมาะสม และปลดปล่อยเบิกฟ้าสยบมารห้าคอมโบเข้าใส่ทหารคนเถื่อนด้านหน้าคนหนึ่งทันที ในชั่วขณะนั้นพายุสงครามก็ได้ถูกกระตุ้นขึ้นสองครั้ง “ฟิ้ว ฟิ้ว” ปั่นป่วนไปทั่วทั้งบริเวณ ขณะที่ตัวเลขความเสียหายก็ปะทุขึ้นมากลางอากาศมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นตัวเลขที่มีค่ามากถึง 1800 แต้มเลยทีเดียว ยอดเยี่ยมมาก และนั่นค่าพลังชีวิตของกลุ่มคนเถื่อนจึงลดลงไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นผมก็ถอยหลังกลับไปอย่างรวดเร็วจึงดึงให้พวกมันวิ่งมาอยู่ในแนวเดียวกันอีกครั้ง เมื่อพลังปราณฟื้นกลับคืน พลังอันหนาวเหน็บจึงไหลเข้าสู่สองแขนของผมอย่างรวดเร็ว ขณะที่รอบดาบพิรุณดาราก็รายล้อมไปด้วยความเหน็บหนาว สกิลแทงต่อเนื่องจึงถูกส่งออกไปด้านหน้าทันที!
“ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง~~~”
ลำแสงน้ำแข็งพุ่งแทงออกไป 5 ครั้งติดต่อกัน ทำให้กลุ่มคนเถื่อนเป็นเหมือนเนื้อเสียบไม้ไปเลยทันที อีกทั้งเวลานี้น้ำแข็งก็ทำให้การเคลื่อนไหวของเหล่าคนเถื่อนช้าลง ตัวเลขค่าความเสียหายปะทุขึ้นมา 600-900 แต้มนั้น ในเวลาเดียวกันหากคริติคอลปะทุขึ้นมาความเสียหายบางส่วนก็จะทะยานขึ้นสู่หลักพันไปเลยทีเดียว และถึงขนาดที่ว่าพวกคนเถื่อนเหล่านี้ถูกผมเล่นงานเสียจนเสียเลือดไปเกือบครึ่งก่อนที่จะได้แตะตัวผมด้วยซ้ำ นับว่าเป็นภาพที่น่าอนาถมาก
ขณะที่หลินเฉอกับต้าไห่กำลังโจมตีพลธนูจากระยะไกล ซุ่มเสียงจากการโจมตีก็ดังระนาวไปทั่วทั้งบริเวณ แต่มันค่อนข้างลำบาก ท้ายที่สุด พวกเขาก็ถูกโจมตีได้รับดาเมจและถอยกลับในทันที
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะล่าถอย ทั้งร่างผมปกคลุมไปด้วยชุดเกราะคุณภาพเยี่ยม ทว่าภายใต้การโจมตีฝูงมอนสเตอร์ เลือดของผมก็ลดลงเหลือ 50% อย่างรวดเร็ว และไม่รอช้าเมื่อสายลมแห่งการฟื้นฟูถูกเรียกใช้งาน พริบตาเดียวหลังจากนั้นตัวเลขของการรักษาก็เพิ่มขึ้นมาไม่หยุดทันที——
“+189!”
“+189!”
“+189!”
……
ขณะที่มอนเตอร์ตามติดผมแน่นเกินไปนั้น ผมจึงเปิดใช้งานสกิลควบเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่เข้าไปทันทีและความเร็วในการโจมตีเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน ผมจึงหาจังหวะเหมาะๆ ใช้กระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารเข้าไปอีกครั้ง ตามด้วยแทงต่อเนื่องเข้าไปอีกรอบ กระตุ้นพายุสงครามขึ้นอีก 2 ครั้งติดต่อกัน อัตราการกระตุ้นของพายุสงครามนี้สูงใช้ได้ทีเดียว ไม่ใช่แบบ 10% อะไรนั่นอีกต่อไป มันน่าจะเกี่ยวข้องกับค่าความโชคดี
ในชั่วพริบตา ภายใต้การลากและโจมตีใส่มอนฯ ฝูงมอนสเตอร์ทั้งหมดเหลือเลือดตกค้างไปทันที ขณะที่หลินเฉอกับหวังจินไห่เริ่มฆ่ามอนฯ จางเหว่ยเองก็ฆ่าพวกมันเข้ามาด้วยท่อนเหล็กที่ตีไปอย่างกระจุยกระจาย และผลลัพธ์คือหลังจากนั้นไม่ถึง 1 นาที มอนสเตอร์กว่า 10 ตัวจึงล้มพับลงไปทั้งหมด ขณะที่เหรียญเงินจำนวนหนึ่งกับอุปกรณ์ระดับทองแดง 2-3 ชิ้นก็ดรอปตามออกมาทันที
ขณะที่กำลังเคลียร์สนามรบและเก็บเหรียญเงินอยู่นั้น หวังจินไห่ก็อดขมวดคิ้วยุ่งและถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “บอส พี่ก็โหดเกินไปแล้วนะ ทำไมผมถึงรู้สึกว่าแค่พี่คนเดียวก็เก็บกวาดแผนที่ทั้งหมดนี้ได้ล่ะ พวกเราทั้งหมดทำพี่ลำบากแล้ว......”
“ไม่หรอก”
ผมที่ชี้ไปยังเลือดที่เหลือเพียง 20% บนหัวผมจึงพูดขึ้นทันทีว่า “ซีหราน ฮีลฉันหน่อย ดูสิ……คุณค่าทีมของซีหรานก็เกิดขึ้นแล้ว เธอสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บเลเวลได้ ส่วนพวกนาย……ก็ไร้ประโยชน์จริงๆนั่นแหละ”
หลินเฉอมีเส้นสีดำปูดขึ้นบนศีรษะและสบถออกมาทันทีว่า “ให้ตายเถอะ...”
ขณะที่ซูซีหรานยิ้มหน้าบาน ท่าทีที่น่ารักนั่นก็ตกอยู่ในสายตาจนผมรู้สึกว้าวุ่นใจไปหมด