ตอนที่ 9 จิ้งจอกมายา
"เอ้ รีบล้อมจับมันไว้เร็ว"
"อย่าปล่อยให้หนีไปได้เด็ดขาด"
"เสียงอะไรกัน"
เอี้ยก้วยที่ได้ยินเสียงกลุ่มคนดังขึ้นมา จึงรีบวิ่งไปดูตามต้นเสียง หลังจากมาถึงเอี้ยก้วยก็พบกลุ่มเด็กอายุประมาณ 13-15 ปี ทั้งหมด 5 คนกำลังล้อมจับสัตว์อสูรตนนึงกันอยู่
"รึว่าจะเป็ลูกจิ้งจอกมายาที่จัดอยู่ในสัตว์อสูรทองแดงระดับ 7"
เอี้ยก้วยลอบสังเกตการณ์อยู่ด้านหลังต้นไม้ จึงเห็นจิ้งจอกมายาที่กำลังโดนล้อมจากทุกด้านของเด็กทั้งห้าคน
"ไม่เลว แม้จิ้งจอกมายาจะมีพลังโจมตีต่ำกว่าเสือลมกรด แต่มันก็สามารถสร้างภาพมายา เพื่อปั่นป่วนและหลอกลวงคู่ต่อสู้ได้เป็อย่างดี"
หลังจากเอี้ยก้วยระลึกถึงความสามารถของจิ้งจอกมายาเสร็จสิ้น จึงตัดสินใจจับจิ้งจอกมายามาเป็ของตน
"ส่วนกลุ่มเด็กพวกนั้นน่าจะเป็ผู้ฝึกหัดอสูรขั้นที่ 5 สินะ ไม่สิมีคนนึงเป็ผู้ฝึกหัดอสูรขั้นที่ 6 ดูจะชุดที่สวมใส่ จากความทรงจำของเ้าหนูคนนี้ น่าจะเป็ชุดสำนักทมิฬ แล้วหน้าตาแบบนั้น"
"หึหึหึ ไม่นึกว่าวันเวลาแห่งการแก้แค้นจะมาถึงเร็วแบบนี้ เ้าพวกนี้คือคนที่รุมทำร้ายเ้าหนูเมื่อตอนนั้นเอง"
"ไม่นึกเลยว่าข้าจะได้ช่วยแก้แค้นแทนเ้าหนูคนนี้และยังมีจิ้งจอกมายาเป็ของแถมติดมาด้วยแบบนี้"
"ตอนนี้ข้าคงต้องปล่อยให้พวกนั้น ต่อสู้กับจิ้งจอกมายาไปก่อนแล้วค่อยโผล่ออกไปตอนที่พวกนั้นใช้พลังไปหลายส่วนเพื่อจับจิ้งจอกมายาคงจะดี"
แม้จิ้งจอกมายาตัวนี้จะเป็สัตว์อสูรทองแดงระดับ 7 แต่ด้วยจำนวนที่เยอะของเหล่าศิษย์ทั้งห้าคน น่าจะไม่ใช่เื่ยากที่จะจับจิ้งจอกมายามาได้ แต่ต้องแลกกับการเสียพลังไปหลายส่วน
เวลาล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆ
ตอนนี้กลุ่มเด็กชายทั้งห้าที่ไล่ต้อนจิ้งจอกมายาจนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขึ้นมาแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าเด็กชายทั้งห้าใกล้จะประสบความสำเร็จในการจับจิ้งจอกมายาเต็มที่ในไม่กี่อึดใจนี้
"สมกับเป็จิ้งจอกมายาจริงๆ ปั่นป่วนพวกนั้นได้นานพอดู แต่ก็ไม่อาจสลัดหลุดจากการล้อมของเ้าพวกนั้นได้ แต่ยังไงก็ต้องขอบใจเ้าจิ้งจอกมายาที่ช่วยให้พวกนั้นอ่อนแรงลงมาก"
เอี้ยก้วยที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ก็คิดว่าถึงเวลาอันสมควรแล้วในการเผยตัวแล้วเข้าไปฉกฉวยผลประโยชน์จากเด็กทั้งห้าคนนี้แล้ว
"สำเร็จแล้ว ศิษย์พี่"
"ในที่สุด พวกเราก็จับจิ้งจอกมายาได้สักที"
"ฮ่าๆๆ แน่นอนอยู่แล้ว พวกเ้ามีข้ามาด้วยทั้งคนมีหรือจะจับมันไม่ได้น่ะ"
เหล่าเด็กผู้ฝึกหัดอสูรขั้น 5 ต่างพากันยกย่องชมเชยเด็กผู้ฝึกหัดอสูรขั้น 6 ซึ่งทำตัวเป็หัวหน้ากลุ่มของทั้งหมด
"ข้าก็ต้องขอบใจพวกเ้าด้วยเช่นกัน ที่อุตสาห์รุมจับจิ้งจอกมายาให้กับข้าจนเหน็ดเหนื่อยกันมากขนาดนี้"
"นั้นใครน่ะ ออกมาเดี้ยวนี้"
ทันทีที่เอี้ยก้วยพูดออกมาก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้ที่ซ่อนตัวอยู่ด้วยท่าทางองอาจ
"แกมัน"
"เ้านั้นคือเด็กเมื่อตอนนั้นนี้หน่า"
"มันยังไม่ตายอีกงั้นหรอ"
เหล่ากลุ่มเด็กเกเรที่เคยทำร้ายเด็กหนุ่มเอี้ยก้วยต่างใกันถ้วนหน้า ทั้งหมดไม่เคยมีใครคาดคิดเลยว่าคนที่น่าจะตายไปแล้วมายืนตรงนี้ได้ยังไง ตอนนี้พวกมันรู้สึกมองเห็นผีปรากฏตัวใน่เวลากลางวันแสกๆ
"แปลกใจสินะที่ข้ายังไม่ตาย ไหนเมื่อข้ายังไม่ตายก็ต้องเป็พวกเ้าที่ต้องตายแทนข้าแล้วละ"
เอี้ยก้วยพูดเป้าหมายที่ตัวเอง้าออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม
"ฮ่าๆๆ นึกว่าจะพูดอะไร ที่แท้ก็จะมาเล่นตลกให้ดูละสิ อย่างแกที่ไม่ได้เป็แม้ผู้ฝึกหัดอสูรจะฆ่าพวกเราได้"
หัวหน้ากลุ่มหัวเราะเยาะตอบกลับเสียงดังเป็คนแรก แม้ตนยังไม่เข้าใจว่าเอี้ยก้วยรอดมาได้ไงก็ตาม แต่ตนเป็หัวหน้าจึงต้องเก็บอาการเอาไว้ก่อน
"ข้าก็เพิ่งเคยได้ยินเื่ตลกแบบนี้เป็ครั้งแรกแหละ"
"จริงด้วย อย่างเ้านี้นะคิดมาฆ่าพวกเรา ช่างฝันเฟื่องเหลือเกิน"
เหล่าเด็กทั้งห้าต่างหัวเราะชอบใจกันอย่างสนุกสนาน หลังจากได้ยินสิ่งที่เอี้ยก้วยกล่าวขึ้นมา
เฟี้ยว
เอี้ยก้วยไม่เสียเวลาต่อล้อต่อเถียงอีกต่อไป จัดการผสานร่างเข้ากับเสือลมกรด แล้วพุ่งเข้าใส่เด็กคนนึงทันที
สวบ
ด้วยกรงเล็กอันแหลมคมกับความเร็วของเสือลมกรดจัดการแทงเข้าไปที่หัวใจเด็กคนนึงให้เสียชีวิตตายคาที่โดยไม่ทันตั้งตัวได้ในพริบตาเดียว
อีกสี่คนที่เหลือต่างเห็นเพื่อนพ้องตัวเองที่มาด้วยกันถูกฆ่าตายอย่างกะทันหันต่างใและขวัญกระเจิง
"หว่า มันฆ่าพี่น้องเราแล้ว"
"บ้าน่า เมื่อครั้งก่อน มันยังไม่ได้เป็ผู้ฝึกหัดอสูรเลยด้วยซ้ำ"
"ทำไมตอนนี้มันถึงกลายเป็ผู้ฝึกหัดอสูรได้กัน"
"นั้นร่างสัตว์อสูรเสือลมกรดนี้หน่า"
"มันมีร่างสัตว์อสูรระดับเงินได้ไง"
เหล่าเด็กที่เหลือต่างตกตะลึงและกรีดร้อง บางคนที่พอรู้เื่เกี่ยวกับสัตว์อสูรอยู่บ้างก็จำร่างรูปแบบสัตว์อสูรเสือลมกรดที่เป็สัตว์เงินระดับ 1 ได้ทันที