โรงพยาบาลH
หน้าห้องผู้ป่วย 908
หลังจากที่ยืนคิดทบทวนตัดสินใจอยู่นาน ชายคนหนึ่งก็ยื่นมือไปบิดลูกบิด เปิดประตูออกช้าๆ แล้วเดินก้าวเข้าไปในห้อง
ก้าวลึกเข้าไปเรื่อยๆ
จนใกล้มากพอที่จะเห็นร่างของชายคนหนึ่ง ที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยางนอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย
เขาเดินวนเข้ามาหยุดอยู่ข้างๆเตียง แล้วยื่นมือข้างหนึ่งออกมา ราวกับว่า้าจะจับลูบลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยาแนั้น
ไม่นานภาพที่เห็นตรงหน้าก็เริ่มพร่ามัว เพราะรอบๆดวงตาคู่นั้นมันเริ่มปริ่มไปด้วยน้ำ มือที่เคยพยายามจะยื่นออกไปก็เริ่มสั่น
อีกนิดเดียว!
อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น
เขาก็จะได้ัักับใบหน้าที่เคยขาวเนียนไร้รอยแผล
แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะหยุดทุกอย่าง เขาดึงมือกลับมา ค่อยๆปาดน้ำตาที่ไหลนองหน้าตัวเองอยู่ แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางไว้ที่ข้างหมอน
เขาเอ่ยบางอย่างออกมาแค่สั้นๆ ประโยคเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็หันหลังเดินออกจากห้องไป แล้วก็ไม่ได้กลับเข้ามาในห้องนี้อีกเลย
"ไอ้อาร์กูขอโทษ"
#เช้าวันรุ่งขึ้น
"ไอ้อาร์ฟื้นแล้วหรอเป็ไงบ้างวะมึง"
"เป็ไงบ้างมึงกว่าจะฟื้นได้ ไปอดหลับอดนอนมาจากไหน"
"มึงก็ยังจะมีอารมณ์แซวมันอีกนะเพื่อนเจ็บอยู่นะเว้ย" เกวและเจเดนท์ เดินเข้ามาในห้องผู้ป่วยพร้อมกับของเยี่ยมที่หิ้วพะลุงพะลังติดไม้ติดมือมาด้วย
"ช่วยกูหน่อยดิ" อาร์ที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาได้ไม่นาน พยายามเท้าแขนดันตัวลุกขึ้นนั่ง
"เบาๆค่อยๆขยับมึง" เจเดนท์สอดมือเข้ามาประคอง ด้านหลัง แล้วดึงหมอนขึ้นมาตั้งรองหลังไว้
"พรึ๊บ" อาร์ขยับแขนที่เท้ายันตัวเองไปโดนอะไรบางอย่าง มันเป็กระดาษแผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่ง
"ดูทีวีป่ะมึงเดี๋ยวกูเปิดให้" เกวถือวิสาสะเดินไปหยิบรีโมทเปิดทีวีในห้องผู้ป่วย เพื่อให้บรรยากาศดูครึกครื้นขึ้น แล้วเดินไปรูดผ้าม่านที่หน้าต่างออกให้แสงสว่างลอดเข้ามา
"ขอเสียงปรบมือดังๆต้อนรับวงCRUXค่ะ" เสียงพิธีกรในทีวีประกาศแนะนำชื่อวงดนตรีที่ทุกคนในห้องนี้รู้จักกันดี กำลังจะขึ้นเวทีเดบิวต์เปิดตัววันนี้เป็ครั้งแรก
กล้องตัดภาพไปที่มือกลอง มือเบสและมือกีต้าร์ไล่ไปทีละคน จนมาถึงนักร้องนำที่ยืนอยู่กลางเวที
"อ้าวแล้วพี่ตุลย์ล่ะ พี่ตุลย์ไปไหน ทำไมนักร้องนำถึงไม่ใช่พี่ตุลย์" อาร์รีบหันไปถามเกวและเจเดนท์ทันทีที่เห็นว่าตำแหน่งนักร้องนำที่ควรจะเป็ตุลย์ คนที่ตัวเองรักกลับกลายเป็คนอื่นแทน
"คือ....." เพื่อนสองคนมองหน้ากันทำท่าอ้ำอึ้งไม่กล้าตอบ
"พี่ตุลย์เจ็บหรอ เขาเป็อะไรหรือเปล่า หรือว่าอยู่โรงพยาบาล อยู่ที่นี่หรือเปล่า" อาร์รีบหันไปคว้าตัวเพื่อนมาเค้นถามคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้
"ไอ้อาร์ มึงใจเย็นๆก่อน" เจเดนท์จับตัวอาร์ที่อาการยังไม่สู้ดี ตามตัวเต็มไปด้วยาแ กลับมานั่งพิงบนเตียงให้ใจเย็นลง
"คือ...พี่เขาขอยกเลิกสัญญา เขาสละสิทธิ์ตำแหน่งนักร้องนำไปแล้ว" เกวพูดตอบอย่างกล้าๆกลัวๆ ว่าคนเจ็บจะโวยวายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้ความจริง
อาร์ได้ยินแบบนั้นก็รีบหยิบแผ่นกระดาษเล็กๆที่กำแน่นอยู่ในมือขึ้นมาเปิดอ่าน
"อาร์กูขอโทษ ถ้ามึงรักกูจริง มึงปล่อยกูไปเถอะนะ"
"ตอนนี้พี่ตุลย์อยู่ไหน ไอ้เกวไอ้เจบอกกูมา ตอนนี้พี่ตุลย์อยู่ที่ไหน" อาร์หันมาขึ้นเสียงคาดคั้นถามจากเพื่อนทั้งสองแต่ก็ไม่ได้คำตอบ ทั้งสองคนเอาแต่นิ่งเงียบๆไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา
"ไอ้อาร์มึงจะไปไหนมึงเจ็บอยู่นะเว้ย" เจเดนท์พยายามรั้งตัวอาร์ที่กระชากสายน้ำเกลือออกจากแขนอย่างไม่ใยดีกับความเจ็บ แล้วกำลังจะเดินออกไปจากห้องผู้ป่วย
"ปล่อยกู" อาร์สลัดแขนเจเดนท์แล้วคว้าเอาเสื้อคลุมตัวหนึ่งเดินออกไป เขานั่งรถแท็กซี่ตรงไปที่บ้านของตุลย์ทันที
เสียงกดออด~~~
"มาหาใครครับ" เด็กชายตัวเล็กๆคนหนึ่งเดินออกมาเปิดประตูบ้านแล้วเอ่ยถามผู้มาเยือน
"พี่ตุลย์อยู่ไหมครับ" อาร์เอ่ยถามออกไป ในขณะที่เด็กชายก็มองเขาไล่ั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้างงๆ เพราะว่าผู้ชายที่มาเยือนร่างกายเต็มไปด้วยแผล แถมยังอยู่ในชุดของโรงพยาบาล
"มาหาใครคะ" หญิงสาววัยกลางคนเดินออกมาจากบ้าน แล้วถามย้ำอีกครั้ง
"พี่ตุลย์ ผมมาหาพี่ตุลย์ครับ พี่เขาอยู่ไหม" อาร์เอ่ยถามอย่างมีความหวัง หญิงคนนั้นจ้องมองไปที่แววตาสั่นเครือ ลมหายใจที่แ่เบา มือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นเท้ายันตัวเองไว้กับประตูบ้านเหมือนคนจะหมดแรง
"ตุลย์ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วกลับไปซะเถอะจ้ะ" พอพูดจบเขาก็ปิดประตูบ้านแล้วดึงเอาเด็กชายตัวบางเดินกลับเข้าไปข้างใน
ส่วนอาร์ที่ร่างกายอ่อนแรงอยู่แล้วก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นหน้าประตูนั้นพักใหญ่ ในสภาพน้ำตานองหน้า
#หลายวันต่อมา
"ไงมึง เป็ไงบ้างวะ ได้ข่าวอะไรบ้าง" พี่แอลพี่ชายคนเดียวของอาร์ เดินเข้ามาโอบไหล่ถามน้องที่นั่งทำหน้าซึมเงียบนิ่งอยู่ริมสระน้ำ ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเป็เวลาหลายชั่วโมงแล้ว
"อือ" ไม่มีคำตอบออกมาจากคนเป็น้อง แต่มันยิ่งทำให้คนเป็พี่สงสารขึ้นมาจับใจมากขึ้น เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือ น้องชายของตัวเองที่สภาพทรุดโทรม น้ำตาเริ่มไหลลงมาเรื่อยๆไม่หยุด เป็สภาพย่ำแย่ขนาดที่คนเป็พี่ไม่เคยเห็นน้องตัวเองเป็มาก่อนเลย ตลอดเวลาที่โตมาด้วยกัน
หลายวันที่ผ่านมา อาร์พยายามไปหาเพื่อนของตุลย์ทุกคนที่รู้จัก ไปตามหาตุลย์ทุกที่ที่เคยไป แล้วก็ยังวนกลับไปพยายามถามกับคนที่บ้านของตุลย์อีกซ้ำๆว่าตุลย์ไปไหน
แต่สิ่งที่เขาได้มาสุดท้ายก็มีแค่ตุลย์สละสิทธิ์การเป็ศิลปินแล้วเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา แต่ก็ไม่ได้มีรายละเอียดมากไปกว่านั้น พอที่จะบอกว่ามหาลัยไหนหรือพักอยู่เมืองใด
เขาพยายามแม้แต่จะโทรไปถามสายการบินต่างๆว่าตุลย์บินไปลงที่ไหนแต่นั่นมันก็ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่า เขาไม่รู้แม้แต่ ชื่อจริงนามสกุลจริงของตุลย์คนที่เขารักด้วยซ้ำ เพราะชื่อในเฟสก็เขียนไว้แค่ว่า Tul Tullur
#3 เดือนที่แล้ว
#R
เช้ามาก เช้าเหี้ยๆ!
ผมโดนเพื่อนโทรปลุกให้ไปถ่ายแบบ แต่ไม่ใช่ผมหรอกครับที่ต้องถ่าย เป็ไอ้ฮาร์ปเพื่อนสนิทของผมเอง
แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน? ปัญหามันมีอยู่ว่าผมต้องเป็คนขับรถไปรับมันที่บ้านไปถ่ายงานตอน 9โมง ต้องตื่นเช้ากว่าตอนไปเรียนอีก ง่วงสัสๆ
"ปึ้ง"
"ไอ้ฮาร์ปปิดประตูรถเบาๆดิวะ เดี๋ยวประตูรถกูก็หลุดติดมือมึงออกมาพอดี"
อุตส่าแหกตาตื่นไปรับมันมา พอลงรถได้แม่งก็ปิดประตูซะแรง มันก็รู้ว่าผมรักลูกชายสุดหล่อของผมมากขนาดไหน นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิท มันไม่มีบุญตูดได้นั่งรถผมหรอก
"เฮ้ยพวกมึงทางนี้ๆ" ไอ้เกวเพื่อนผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มยืนะโเรียกผมกับไอ้ฮาร์ปอยู่ตรงหน้าร้านกาแฟ
ดูมันแต่งตัวเข้าดิ ยังไงผมก็มองมันเป็ผู้หญิงไม่ได้หรอกครับ ปกติผมมีสาวๆเยอะนะสำหรับผมได้หมดอ่ะจะอกแบน อกโต อวบเต็มไม้เต็มมือหรือว่าผอมหุ่นดี แต่คนนี้ผมขอล่ะครับมองทีไรนึกว่ามันเป็ผู้ชายตลอด
"เร็วๆมาแต่งหน้าก่อนเลยมึง"
"กูแต่งด้วยดิ กูก็อยากลองสวยดูบ้าง" มันไม่ได้เรียกผมไปแต่งหรอกครับ เกวมันเรียกไอ้ฮาร์ป แต่ถ้าผมไม่ได้ก่อกวนพวกมัน กวนประสาทให้โดนด่ากลับมาซักครั้ง วันนี้ผมคงนอนไม่หลับ
"ไอ้สัส มึงอ่ะไปไกลๆส้นตีนกูเลย" พอใจแล้วนะครับ สบายใจแล้วผมก็เดินเข้าไปนั่งรอมันแต่งหน้าแต่งตัวกันอยู่ในร้านกาแฟ
"ทำไมแม่งแต่งกันนานจังว่ะ กูแดกเค้กหมดไปครึ่งร้านแระ" ผมนั่งบ่นกันไอ้เจตากล้อง หลังจากที่นั่งรอกันจนรากงอกเบื่อๆไม่มีไรทำ กินกาแฟก็แล้วกินเค้กก็แล้ว
"โหผู้ชายเหี้ยอะไรวะหน้าหวานชิบหาย" อยู่ดีๆผมก็หลุดพ่นคำพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ผมก็งงตัวเองเหมือนกัน
"มึงไข้ขึ้นป่ะเนี่ยกูได้ยินมึงพูดว่าผู้ชาย!" ไอ้เจมันนั่งอยู่ใกล้ๆเลยเอื่อมมือมาแตะหน้าผากผม เหมือนจะวัดไข้
"พูดว่าผู้ชายแล้วทำไมต้องไข้ขึ้นว่ะ กูพูดถึงผู้ชายไม่ได้ง่ะ" ผมรีบปัดมือไอ้เจออก แล้วเอามือขึ้นมาแตะหน้าผากตัวเองแทนเช็คดูอีกครั้ง หรือว่าใข้จะขึ้นจริงๆว่ะ?
ผมเห็นผู้ชาย 2 คนขับรถมาจอดต่อท้ายลูกชายผม แล้วก็กำลังเดินข้ามถนนตรงมาทางร้านกาแฟนี่แหละ คนที่ตัวสูงๆนั่นยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่คนข้างๆนี่ดิ มันมีผู้ชายที่หน้าหวานขนาดนี้ได้ยังไงวะ? ผมนึกในใจ
ผมหันไปมองคนๆนั้นสลับกับมองไอ้ฮาร์ปเพื่อนผมที่เพิ่งแต่งหน้าเสร็จ ผู้ชายคนนั้นหน้าสวยกว่าคนที่แต่งหน้าเรียบร้อยแล้วซะอีก แถมผิวก็ขาวจนปากนี่เป็สีชมพูเชียว ขาวชมพูกว่าผู้หญิงบางคนที่ผมเคยจูบมาด้วยซ้ำ
"สวัสดีครับพี่ชื่อทัชนะครับ นี่เพื่อนพี่ชื่อตุลย์" อ๋อที่แท้ก็เป็พวกที่จะมาถ่ายรูปด้วยกันวันนี้นี่เอง ชื่อตุลย์หรอหน้าก็หวานชื่อก็เพราะ...
เชี้ยซวยแล้วไง!!!
นี่ผมกำลังชมผู้ชายหรอ? มานึกดูอีกทีั้แ่ริมถนนฝั่งโน้นเดินมาจนยืนคุยกันฝั่งนี้ ตาผมยังวนเวียนอยู่แถวๆหน้าพี่เขาตลอด มันก็มีให้มองอยู่ไม่กี่อย่างมองวนอยู่ที่คิ้วกับตาโตๆ แล้วก็ริมฝีปากสีชมพูที่ดูบอบบางนั่นแหละ
เฮ้ย ไอ้เหี้ยอาร์เป็อะไรไปแล้ววะเนี่ย...
ผมก็ยังไม่รู้หรอกนะว่าจะอะไรยังไงอ่ะ รู้แค่ว่าต้องเสนอหน้าเข้าไปแนะนำตัวกับเขาซะหน่อย
"สวัสดีครับผมอาร์ เป็เพื่อนฮาร์ปครับ" ผมเดินเข้าไปทักพี่สองคนนั้น แต่สงสัยผมคงจ้องพี่เขามากเกินไปมั้งเห็นพี่เขาก้าวถอยหลังไปได้สักครึ่งก้าว แล้วก็เบนสายตาจากผมไปมองอย่างอื่นในร้านแทน
(ทนเสน่ห์ผมไม่ไหวอ่ะดิขนาดเวลาผมอาบน้ำส่องกระจกเห็นตัวเองผมยังทนเสน่ห์ของตัวเองไม่ไหวเลย)
"มานั่งรอตรงนี้ก็ได้นะครับ" ผมส่งเสียงเรียกพี่เขาที่กำลังยืนหันซ้ายหันขวามองโต๊ะที่ว่าง มันต้องรอนานพอสมควรล่ะครับ กว่าพวกนั้นกว่าจะถ่ายรูปกันเสร็จ ่นี้ผมก็จะหาจังหวะงาบพี่เค้าให้ได้
"งั้น...ขอนั่งด้วยคนนะ" พี่เขาก็ทำท่าทางลังเลอยู่แป๊บนึงแล้วก็เดินมานั่งอยู่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับที่ผมนั่งอยู่พอดี เสียงที่พี่เขาพูดออกมามันก็หวานเข้ากับหน้าพี่เขานั่นแหละ
"ดื่มอะไรดีครับ" ปกติผมก็เป็ฝ่ายเทคแคร์สาวตลอดก็เลยว่าจะทำตัวเป็สุภาพบุรุษซื้อน้ำเลี้ยงพี่เขาซะหน่อย
"ผมไม่ดื่มกาแฟขอแค่ไม่ใช่กาแฟอย่างอื่นก็ได้หมด" ได้กลิ่นคาวลูกคุณหนูเอาแต่ใจเหมือนในละครลอยมาแต่ไกล
"งั้นเป็น้ำส้มได้ใช่ไหมครับ" ผมก็ถามไปงั้นแหละครับผู้ชายที่ไหนเขาจะไปดื่มน้ำส้มกัน
"คับ"
ห๊ะ! เอาจริงดิ หน้าหวานยังไม่พอนี่ยังกินน้ำส้มอีกหรอ โหน่าเอ็นดูแท้ ก็นั่นแหละครับผมก็เลยต้องกลั้นยิ้มไว้แทบตาย แล้วเดินไปสั่งน้ำส้มมาให้พี่เขา
"นี่ครับน้ำส้ม" ผมเดินเอาน้ำส้มมาให้แถมด้วยเค้กส้มอีกชิ้นนึง พี่เขาก็หันมามองผมแว๊ปนึง แล้วก็หันไปสนใจเค้กส้มแทน (มันน่าสนใจมากกว่าผมสินะไอ้ขนมชิ้นเล็กๆนั่น)
"อืม ขอบใจ" ไม่รู้พี่เขาจะรู้หรือเปล่าว่าตลอดเวลาที่นั่งรอกันอยู่ผมแทะเลมเขาด้วยสายตาตลอด รู้สึกเหมือนตัวเองเป็พวกโรคจิต
ผมพยายามชวนพี่เขาคุยนะ แต่มันก็เป็การชวนคุยแบบที่ผมเป็คนถามฝ่ายเดียว แล้วพี่เขาก็ตอบกลับมาแค่สั้นๆ แต่แค่นั้น มันก็ทำให้ผมเป็บ้าเป็บอนั่งยิ้มอยู่คนเดียว
พี่เขาดูเป็คนคุยยาก แต่ผมก็ยังไม่ละความพยายาม
"ชอบกินเค้กหรอครับ ผมรู้จักร้านนึงแถวๆมอเค้กชาเขียวที่นั่นอร่อยมากเลยนะ" ผมไม่เคยกินหรอกครับเค้กชาเขียวร้านแถวๆมออะไรนั่น ผมไม่ใช่คนชอบกินของหวาน เวลาจีบสาวก็ถนัดพาเข้าแต่โรงแรมมากกว่า จะไปนั่งร้านเค้กให้เสียเวลาทำไม
"หรอร้านอยู่แถวไหนอ่ะ ชื่อร้านอะไรหรอ" เชี้ย...นั่งมาตั้งนานเป็ครั้งแรกที่พี่เขาหันมามองหน้าผมตรงๆนานมาก เหมือนจะรอฟังคำตอบว่าร้านนั้นอยู่แถวไหน
ชิบหายแระ! สติกระเจิดกระเจิง ไอ้ร้านเค้กตรงนั้นมันชื่อร้านอะไรวะเนี่ย? ผมต้องหันหลบสายตากลมโตของพี่เขาเพราะอะไรก็ไม่รู้ มันเป็ไปเองอัตโนมัติ
"ผมจำชื่อร้านไม่ได้อ่ะพี่ เดี๋ยวผมไปถามเพื่อนให้นะ" เชื่อเค้าเลย นี่เป็ผู้ชายคนแรกที่ทำให้ผมรู้สึกอยู่ไม่ติดที่ อาการมันน่าจะประมาณคนเขิล รู้แต่ว่าต้องทำอะไรสักอย่างแบบพวกเสยผม หรือไม่ก็หาอะไรทำแก้เขิน
ผมเดินไปหาให้ไอ้เกวกับไอ้เจ เดินไปเฉยๆอย่างนั้นแหละครับไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปทำห่าอะไร
"ไอ้เกว ร้านกาแฟหลังมอเราชื่อร้านอะไรวะ" ผมถามมันมือก็กดดูรูปไปมั่วๆ
"อะไรของมึงวะไอ้อาร์ เดี๋ยวคืนนี้ก็นอนไม่หลับหรอก กูเห็นมึงแดกกาแฟไปตั้งสองสามแก้วแระ" ที่มันว่ามาก็ถูก แต่ก็ไม่ได้จะกินเองไหมล่ะ
"กูไม่ได้จะไปกินกาแฟ กูจะไปกินเค้ก" เอ้าผมนี่ก็โง่นะที่ตอบมันไปแบบนั้น มันคิดอะไรไม่ทันจริงๆครับนาทีนี้
"เค้ก? เค้กเนี่ยนะและไอ้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะนั่นแถวบ้านมึงเรียกว่าอะไรวะ" เห้อผมละอยากจะะโงับหน้าพวกมันซะตอนนี้ ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะเสียฟอร์ม
"เออกูไม่แดกแม่งแระ" ผมไม่น่าหลงผิดไปคิดว่าไอ้เกวกับไอ้เจจะช่วยอะไรผมได้เลย สุดท้ายผมก็ต้องแอบเนียนไปเข้าห้องน้ำแล้วนั่งเสิตหาในเน็ตเอาเอง
"เอ้าพี่เขาไปไหนแล้วอ่ะ" พอเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมก็เห็นแต่เพื่อนๆกำลังเตรียมเก็บของกันอยู่ พี่สองคนนั้น หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
"อ้าวก็กลับบ้านมั้ยล่ะมึง ถ่ายเสร็จแล้วมึงจะให้พี่เขาอยู่หา์วิมานอะไร"
์? นั่นดิผมเองก็รู้สึกเหมือนเพิ่งตกลงมาจาก์ ร่วงลงไปลึกจนถึงขุมนรกที่ทั้งร้อนทั้งโดนยมบาลที่หน้าตาคล้ายเพื่อนผมกำลังเอาหอกทิ่มแทงซ้ำเติมผมอยู่ เห้อ
#คอนโดR
1.30น.
"เชี้ยยยยยยย..."
"นอนไม่หลับจริงๆด้วย แม่งเอ้ยยยยยย"