ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปด Devil’s bargain 8
หากเราเคยสังเกตหนังนิยายไซไฟตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเราจะเจอสถานการณ์ในหนังที่
น้ำมันหมดโลก
ที่ทำให้คนทั้งโลกทำตัวแบบแม็ดแม็กซ์ใส่เสื้อหนังกับทำผมทรงโมฮอว์กวิ่งรถกลางทะเลทราย(ที่ใช้น้ำมัน)เพื่อแย่งชิงน้ำมันกัน
พยายามทำให้น้ำมันเป็นทรัพยากร resource หายากและมีราคาสร้างภาพยนตร์และสื่อต่างข่มขู่ให้คนกลัวว่าน้ำมันจะหมดโลก ผู้คนจะใส่เสื้อหนังและผมทรงโมฮอว์ก
แต่หลังจากที่ประเทศจีนเริ่มผลิตแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทางเลือกต่างๆได้มากขึ้นแทนน้ำมัน
แม้กระทั่งเรื่องแม็ดแม็กซ์ในภาคใหม่ก็ทำให้ดินแดนของมารดาสตรีนั้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผู้คนอยู่กันอย่างสงบสุขไม่เห็นต้องพึ่งน้ำมันหรือผมทรงโมฮอว์ก
แต่กลับโดนด่าว่าวิจารณ์ต่างๆนานา
เพราะอเมริกันชนนั้นรับไม่ด๊ายยย
ที่จะเห็นคนอื่นใช้อะไรแทนน้ำมัน
แนวความคิดในปัจจุบันจึงเป็นแนวคิดว่า
น้ำมันมีไม่จำกัดลิตรละไม่ถึงห้าสิบเซ็นเองใช้ใช้ไปเหอะ
พวกเขาเริ่มรู้ตัวว่าการสร้างภาพมาตลอดหลายสิบปีว่าน้ำมันนั้นหายากและมีคุณค่าดันเผลอทำให้ประชาชนทั้งโลกเชื่ออย่างนั้นจริงๆเลยคิดพลังงานทดแทนมามากขึ้น
พอมีพลังงานทดแทนมาจริงๆว่ากระท่อมในแอฟริกาก็สามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ติดเครื่องปรับอากาศที่ทำจากจีนได้ก็เริ่มมีการตื่นตระหนกกันขึ้นมา
กลายมาเป็นแนวคิดว่าน้ำมันไม่มีวันหมดโลกขึ้นมาทันใด
มีการเผยแพร่แนวคิด
น้ำมันเหมือนกับโลหิตของโลกใช้ไปมันก็มีมาขึ้นใหม่ใช้ใช้ไปเถอะ
ว่าสิ่งที่เป็นข้อจำกัดการผลิตพลังงานแบบไม่จำกัดในทางทฤษฎีเป็นเรื่องของการเมืองมากกว่าข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี
ว่าด้วยเหตุผลบางประการรัฐต้องการให้ประชาชนพึ่งพาตนเองในด้านไฟฟ้าและน้ำประปาเช่นกัน
หากประชาชนสามารถผลิตสิ่งต่างๆเหล่านี้เองได้รัฐจะคิดว่าตนเองสูญเสียอำนาจไป
อ้างว่าประชาชนพึ่งพาแต่รัฐไม่ยอมพึ่งตนเองบ่นด่าว่าประชาชนโง่เง่าต่างๆนานา
พอประชาชนต้องการพึ่งพาตนเองขึ้นมาจริงๆจะต่อระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือขุดระบบน้ำขึ้นมาใช้เอง
รัฐกลับมาห้ามด้วยกฎหมายข้อจำกัดต่างๆ
มันได้เฉลยแล้วว่ารัฐที่ด่านั้นไม่ได้มีความจริงใจในการด่า
เพราะเป็นผู้ที่จงใจทำให้เกิดสถานการณ์เช่นว่านั้นเอง
Learned helplessness
ทำให้เรียนรู้การช่วยเหลือตนเองไม่ได้
ทำให้คิดว่าตนเองไม่มีพลังอะไรที่จะแก้ไขปัญหา
ท่านซางเอียงคงน้ำตาไหลด้วยความดีใจที่ได้มองเห็นคนในปัจจุบันและในอนาคตเช่นนี้อ่อนแอไร้ค่าไร้ความหมายและรัฐเข้มแข็งมีอำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดินเช่นนี้
หวู้ม
หวู้ม
หวู้ม
โรงงานไฟฟ้าแปรธาตุได้รับการป้อนกากของเสียต่างๆไป
แวบ
ทันใดนั้นไฟฟ้าก็สว่างไปทั่วนครใต้ดินกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร
สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนในรัศมีร้อยกิโลเมตรที่เบียวไซเบอร์พังก์ใส่แว่นตามองในความมืดและอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆนานาแต่ดันไม่รู้จักการสร้างพลังงานและการติดหลอดไฟธรรมดา
ให้มีแสงสว่างมองเห็นหน้าพวกตนเองที่ใส่เสื้อผ้าขาดๆและติดแขนกลให้ตนเองได้