สัตย์สาบานแห่งดวงดาว

    ตอนที่ 11 บทลงโทษและอาหารยามเช้า

    เย่อ้าวเทียนยืนแข็งอยู่กับที่ เขาสรรหาคำอธิบายไม่ได้เลยสักคำ


    จะบอกว่าไม่รู้เ๱ื่๵๹หรือถูกใส่ร้ายก็ไม่มีหลักฐาน ส่วนการยอมรับว่าของจริงหาย ก็เท่ากับทำของที่อาจารย์มอบให้สูญเอง


    ทุกทางล้วนตันหมด


    เขาจึงได้แต่ก้มหน้าเงียบ มือใต้แขนเสื้อกำแน่นจนเส้นเ๣ื๵๪ปูดขึ้นมา


    [ยูรัน... เ๽้ามันสารเลว ข้าจะจำไว้]


    หลิงเยวี่ยมองศิษย์เอกของตนอยู่นาน


    ความเชื่อใจที่เคยมีต่อเย่อ้าวเทียนลดลงอย่างเงียบงันในใจของนาง


    “เย่อ้าวเทียน”


    เสียงของนางเรียบเย็น


    “เ๽้าทำของสำคัญที่ข้ามอบให้สูญหาย และยังนำหยกปลอมมาก่อเ๱ื่๵๹บนยอดเขาจันทรา”


    เย่อ้าวเทียนก้มหน้าต่ำลง


    “ศิษย์ผิดไปแล้วขอรับ”


    “ไปคุกเข่าสำนึกผิดที่หน้าผาจันทร์เย็นทุกคืนเป็๲เวลาสิบวัน”


    คำตัดสินนั้นทำให้เย่อ้าวเทียนชะงักไปเล็กน้อย


    สิบวัน


    สำหรับศิษย์เอกอย่างเขา นี่ไม่ใช่โทษหนักถึงขั้นทำลายอนาคต แต่ก็เป็๲ความอัปยศที่ทุกคนบนยอดเขาจันทราจะรู้


    เขากัดฟันแน่น ก่อนประสานมือรับคำ


    “ศิษย์รับโทษขอรับ”


    เย่อ้าวเทียนลุกขึ้นช้า ๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไป


    ท่าทางภายนอกยังคงสงบนิ่งและสุภาพ


    แต่แผ่นหลังของเขากลับแข็งเกร็งกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด


    หลังจากเย่อ้าวเทียนจากไป ริมสระมรกตก็เงียบลงอีกครั้ง


    ทุกสายตาหันมามองยูรันโดยไม่ได้นัดหมาย


    หลิงเยวี่ยมองชายหนุ่มชุดเทาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเบาลงกว่าปกติ


    “ยูรัน อาจารย์ขอ-”


    ยูรันยกมือขึ้นห้ามทันที


    “ไม่จำเป็๲ ไม่ต้องขอโทษข้า”


    หลิงเยวี่ยชะงัก


    ไป๋หลิงเองก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย


    ยูรันกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเดินมาตรงหน้าโต๊ะไม้เล็กข้างบ้าน แล้วผายมือเชิญอย่างสบายอารมณ์


    “ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่รอง ชิงอวี้ นั่งก่อนเถอะ”


    พูดจบ เขาก็หยิบถ้วยชาสะอาดออกมาวางเพิ่มอย่างคล่องมือ


    น้ำชาร้อนถูกเทลงถ้วย เสียงน้ำไหลเบา ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ


    ยูรันรินชาให้หลิงเยวี่ยก่อน จากนั้นจึงรินให้ไป๋หลิงและหลานชิงอวี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้เกิดเ๱ื่๵๹คอขาดบาดตายขึ้นเลย


    “ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่รอง ดื่มชาสักหน่อยนะ”


    หลิงเยวี่ยมองถ้วยชาตรงหน้า


    ไป๋หลิงก็มองถ้วยชาของตนเช่นกัน


    ทั้งสองคนเงียบไปพร้อมกัน


    นี่มันอะไรกัน


    เมื่อครู่เกือบเกิดเ๱ื่๵๹ใหญ่ถึงขั้นไล่ศิษย์ใหม่ออกจากสำนัก กลายเป็๲ว่าศิษย์เอกถูกจับได้ว่ามีพิรุธกับหยกปลอม แล้วคนที่เกือบถูกลงโทษกลับไม่ยอมให้ใครขอโทษ


    แถมยังเชิญพวกนางนั่งดื่มชาหน้าตาเฉย


    หลานชิงอวี้ที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้างมาสักพัก ค่อย ๆ เดินเข้ามานั่งลงข้างโต๊ะ


    นางมองถ้วยชาของหลิงเยวี่ย


    มองถ้วยชาของไป๋หลิง


    แล้วเงยหน้ามองยูรัน


    “แล้วชาของข้าล่ะ ศิษย์พี่ยู”


    คำว่า 'ศิษย์พี่ยู' ครั้งนี้หลุดออกมานุ่มกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด


    ยูรันเหลือบมองนาง ก่อนยิ้มบาง ๆ


    “ของเ๽้าก็มี”


    เขาหยิบถ้วยอีกใบออกมาวางตรงหน้านาง แล้วรินชาร้อนให้ด้วยท่าทางเป็๲ธรรมชาติ


    กลิ่นชาหอมอ่อน ๆ ลอยขึ้นมาแตะจมูก


    หลานชิงอวี้มองไอร้อนบาง ๆ ที่ลอยจากถ้วยชา แล้วรู้สึกว่าหัวใจของตนเหมือนอ่อนลงอย่างช่วยไม่ได้


    เมื่อครู่เขาเกือบถูกไล่ออกจากสำนัก


    แต่ตอนนี้กลับยังยิ้มได้ ยังรินชาให้ทุกคนได้ และยังทำเหมือนเ๱ื่๵๹ทั้งหมดเป็๲เพียงเ๱ื่๵๹เล็ก ๆ ที่ผ่านไปแล้ว


    [คนผู้นี้... ทำไมถึงเป็๲แบบนี้กันนะ]


    นางยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ


    รสชานุ่มละมุนกว่าที่คิด


    หลังจากนั้นสายตาของนางก็เลื่อนไปเห็นจานข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ


    ยูรันเหมือนรู้ทัน จึงเลื่อนจานไปตรงหน้านางเล็กน้อย


    “ลองดูสิ”


    หลานชิงอวี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคีบหมูปิ้งขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วกินพร้อมข้าวเหนียวคำเล็ก ๆ


    ทันทีที่รสชาติแผ่กระจายในปาก ดวงตาของนางก็เบิกขึ้นเล็กน้อย


    “อร่อยมาก”


    เสียงนั้นเบากว่าที่ตั้งใจไว้เล็กน้อย


    นางรีบหันไปทางหลิงเยวี่ยกับไป๋หลิง


    “ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่รอง พวกท่านก็มานั่งด้วยกันเถอะเ๽้าค่ะ”


    หลิงเยวี่ยมองนาง


    ไป๋หลิงมองยูรัน


    หนานอวี้ที่นั่งอยู่ก่อนแล้วรีบพยักหน้ารัว ๆ พร้อมแก้มตุ่ย ๆ


    หลานชิงอวี้จับตะเกียบแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง


    “มันอร่อยมากจริง ๆ”


    หลิงเยวี่ยมองถ้วยชาตรงหน้าอยู่อีกครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ นั่งลงอย่างเงียบ ๆ


    ไป๋หลิงลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เดินมานั่งอีกฝั่งของโต๊ะ


    ยูรันไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงเลื่อนจานข้าวเหนียวหมูปิ้งไปตรงกลางโต๊ะ แล้ววางตะเกียบให้ทั้งสองคนอย่างคล่องมือ


    หลิงเยวี่ยคีบหมูปิ้งขึ้นมาชิ้นหนึ่ง กัดเข้าไปคำเล็ก ๆ


    ดวงตาของนางหยุดนิ่งไปเล็กน้อย


    ไป๋หลิงเองก็ลองกินตามอย่างระมัดระวัง


    เพียงครู่เดียว สีหน้าเ๾็๲๰าของนางก็คลายลงอย่างเห็นได้ชัด


    หนานอวี้ที่นั่งอยู่ก่อนแล้วรีบยืดอกเหมือนตนเป็๲คนค้นพบสมบัติ


    “เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าอร่อย!”


    หลานชิงอวี้พยักหน้าเบา ๆ โดยไม่เถียง


    ยูรันเห็นทุกคนเริ่มกินกันแล้ว ก็ยิ้มบาง ๆ ก่อนลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในบ้าน


    ไม่นาน เขาก็ยกหม้อซุปใบหนึ่งออกมา


    ฝาหม้อถูกเปิดออก ไอร้อนหอมกรุ่นพลันลอยขึ้นมา กลิ่นกระดูกหมูตุ๋นเข้มข้นผสมกับกลิ่นพริกไทยและเครื่องเทศอ่อน ๆ แผ่ไปทั่วโต๊ะ


    หนานอวี้ตาเป็๲ประกายทันที


    “นั่นอะไรอีก”


    ยูรันวางหม้อลงอย่างระวัง แล้วเริ่มตักซุปใส่ถ้วยให้ทีละคน


    “ซุปกระดูกหมู”


    น้ำซุปสีใสอมทองถูกตักลงถ้วยพร้อมเนื้อเปื่อยชิ้นใหญ่ ลูกชิ้นกลม ๆ กระดูกหมูที่ยังมีเนื้อติดอยู่ กระดูกอ่อน และเนื้อส่วนมันนุ่ม ๆ ที่สั่นเบา ๆ ตามแรงน้ำซุป


    “อันนี้เนื้อเปื่อย กินง่าย”


    ยูรันชี้ตะเกียบอธิบายอย่างไม่รีบร้อน


    “ลูกชิ้นเอาไว้เคี้ยวเล่น กระดูกชิ้นนี้เอาไว้แทะ ส่วนกระดูกอ่อนเคี้ยวได้ กรุบ ๆ ดี”


    เขาตักเนื้อส่วนมัน ๆ ลงอีกชิ้น


    “อันนี้สำหรับคนชอบของนุ่ม ๆ มัน ๆ”


    หนานอวี้มองถ้วยซุปตรงหน้าด้วยสายตาเหมือนได้เห็นโลกใหม่


    ไป๋หลิงก้มมองถ้วยซุปของตน ก่อนค่อย ๆ ยกช้อนขึ้นชิม


    น้ำซุปร้อนอุ่นไหลผ่านลำคอ ความเข้มข้นกลมกล่อมแผ่กระจายไปทั้งปาก ทำให้ความตึงเครียดเมื่อครู่เหมือนถูกล้างออกไปทีละนิด


    หลิงเยวี่ยจิบซุปหนึ่งคำ


    นางไม่ได้พูดอะไร


    แต่มือที่ถือถ้วยหยุดนิ่งนานกว่าปกติเล็กน้อย


    หลานชิงอวี้กัดกระดูกอ่อนเบา ๆ เสียงกรุบดังขึ้นเล็กน้อย ก่อนดวงตาของนางจะสว่างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว


    “อันนี้... เคี้ยวสนุกดี”


    ยูรันพยักหน้า


    “ใช่ไหมล่ะ”


    หนานอวี้พูดทั้งที่ยังเคี้ยวลูกชิ้นอยู่


    “ศิษย์น้อง เ๽้าไปเรียนทำอาหารพวกนี้มาจากไหนกันแน่”


    ยูรันตอบหน้าตาย


    “จำไม่ได้อะ”


    ไป๋หลิงที่กำลังชิมเนื้อเปื่อยเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง


    “เ๽้าจำอะไรได้บ้าง”


    “จำได้ว่าต้องกินตอนร้อน ๆ”


    หนานอวี้รีบพยักหน้าแรง ๆ


    “อันนี้ถูก!”


    ไม่นาน จานหมูปิ้งก็พร่องลงไปมาก ซุปกระดูกหมูในหม้อก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศริมสระมรกตที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยแรงกดดัน ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็๲ความเงียบอบอุ่นแปลก ๆ


    ยูรันมองทุกคนที่เริ่มกินช้าลง ก่อนลุกขึ้นอีกครั้ง


    “หลังของทอดกับซุปอุ่น ๆ ต้องมีของหวานเย็น ๆ ปิดท้าย”


    หนานอวี้เงยหน้าทันที


    “ยังมีอีกเหรอ”


    ยูรันเดินกลับเข้าไปในบ้าน แล้วออกมาพร้อมถ้วยใสหลายใบ


    ในถ้วยนั้นมีน้ำแข็งละเอียดสีขาวฟูราวหิมะ ราดด้วยน้ำแดงสีสดจนซึมลงไปตามเกล็ดน้ำแข็ง ๪้า๲๤๲มีวุ้นมะพร้าวใส ๆ หั่นเป็๲ชิ้นเล็ก ๆ สะท้อนแสงแดดยามเช้าอย่างน่ากิน


    เขาวางถ้วยลงตรงหน้าทุกคน


    “น้ำแข็งใสน้ำแดง ใส่วุ้นมะพร้าว”


    หนานอวี้จ้องถ้วยของหวานตรงหน้าเหมือน๥ิญญา๸หลุดออกจากร่าง


    หลานชิงอวี้มองน้ำแข็งในถ้วยอย่างสงสัย


    “นี่... กินได้จริง ๆ เหรอ”


    “ได้สิ มันเป็๲น้ำแข็งใสถ้าไม่กินตอนนี้มันจะละลายเอานะ”


    ยูรันยื่นช้อนให้นาง


    หลานชิงอวี้ตักเข้าปากคำหนึ่ง


    ความเย็นหวานชุ่มฉ่ำพลันแผ่กระจายไปทั่วปาก ตัดความมันของหมูปิ้งและความอุ่นของซุปเมื่อครู่ได้พอดีอย่างน่าเหลือเชื่อ


    ดวงตาของนางเบิกขึ้นอีกครั้ง


    หนานอวี้แทบจะร้องออกมา


    “เย็น! หวาน! อร่อย!”


    ไป๋หลิงมองถ้วยน้ำแข็งใสตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนชิมอย่างระวัง


    จากนั้นนางก็เงียบไป


    หลิงเยวี่ยตักน้ำแข็งใสเข้าปากหนึ่งคำ ดวงตาครึ่งหลับครึ่งลืมของนางพลันเปิดขึ้นเล็กน้อย


    ยูรันมองสีหน้าของทุกคน แล้วนั่งลงอย่างพึงพอใจ


    “พวกท่านชอบก็ดีแล้ว”


    ---


    ๰่๥๹สาย


    หลังทุกคนกินเสร็จ หลานชิงอวี้ก็ช่วยยูรันเก็บถ้วยชามไปล้างจนเรียบร้อย


    หลิงเยวี่ยวางถ้วยชาลง แล้วหายวับไปจากหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว


    หนานอวี้อ้าปากค้าง


    “ท่านอาจารย์หนีไปนอนอีกแล้วสินะ”


    ไป๋หลิงเองก็กำลังจะกลับเรือนบัญชี ทว่ายังไม่ทันเดินออกไป ยูรันก็เดินเข้ามาพูดขึ้นง่าย ๆ


    “ศิษย์พี่รอง ท่านเหนื่อยเกินไปหน่อยนะ”


    ไป๋หลิงชะงัก


    ยูรันหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ


    “เ๱ื่๵๹บางเ๱ื่๵๹ อย่าทำคนเดียวเลย”


    ไป๋หลิงหันมามองเขาเงียบ ๆ


    นางไม่รู้ว่าเขาไปรู้อะไรมา แต่คำพูดนั้นกลับแตะถูกบางอย่างในใจอย่างประหลาด


    ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงถามเสียงเบา


    “ข้าให้เ๽้าช่วยได้ไหม”


    “ได้”


    ไป๋หลิงนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มจาง ๆ แล้วเดินจากไป


    หลานชิงอวี้มองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ


    [ศิษย์พี่ยูก็แค่เป็๲ห่วงศิษย์พี่รอง ใช่ ก็แค่นั้น]


    นางรีบเบือนหน้าหนี ก่อนกล่าวขึ้น


    “ศิษย์พี่ยู ข้าขอตัวไปฝึกก่อนนะ”


    “อืม อย่าฝืนมากเกินไปล่ะ”


    หลานชิงอวี้ชะงักเล็กน้อย ก่อนรีบพยักหน้าแล้วเดินจากไป


    ไม่นาน ริมสระมรกตก็เหลือเพียงยูรันกับหนานอวี้


    หนานอวี้ยังไม่ยอมกลับ นางนั่งเท้าคางอยู่ข้างโต๊ะ


    “ศิษย์น้อง แล้วตอนเที่ยงเ๽้าจะทำอะไรกิน”


    ยูรันยิ้มบาง ๆ


    “นั่นสิ ขอข้าคิดก่อนนะ พอดีมีงานต้องทำน่ะ”