เกิดใหม่ในเรื่องแนวยูริ

    ตอนที่หนึ่งร้อยสิบเก้า Those who without Sin

    ตอนที่หนึ่งร้อยสิบเก้า Those who without Sin

    ด้วยเหตุผลบางประการแฟมินิสม์มีแนวความคิดเรื่องของการ“สั่งสอนผู้ชายไม่ให้ข่มขืน”

    ราวกับว่าเป็นของใหม่ควรประหลาดใจ

    ทั้งที่ตามหลักฐานทางคัมภีร์ไบเบิ้ลต่างๆการสอนผู้ชายไม่ให้ข่มขืนนั้นมีมาหลายพันปีแล้ว

    และเข้มงวดกว่าการ “ไม่ข่มขืน” คือการมีเพศสัมพันธ์กันก่อนแต่งงานที่เข้มงวดกว่าการ

     “สอนผู้ชายไม่ให้ข่มขืน”

    อีกด้วยซ้ำ

    เพราะไม่ใช่เพียงคำนึงถึงแค่ความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นแต่คำนึงถึงความยินยอมพร้อมใจของพระเจ้าด้วย

    มันคือ Divine’s Law คนที่ทำผิด ไม่ได้แค่ทำผิดต่อฝ่ายตรงข้ามเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นในตอนที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานหรือการมีแบบไม่เหมาะสมแต่คือการทำผิดต่อพระเจ้าด้วยตามหลักฐานที่ปรากฎในพระคัมภีร์

    Hebrews 13:4

    Let marriage be held in honor amongall, and let the marriage bed be undefiled, for God will judge the sexuallyimmoral and adulterous.

    ฮีบรู13:4

    การสมรสเป็นที่นับถือแก่คนทั้งปวงและที่นอนก็ปราศจากมลทิน แต่คนที่ล่วงประเวณีและคนเล่นชู้นั้นพระเจ้าจะทรงพิพากษาโทษเขา

    ว่าขอเพียงแฟมินิสม์ระวางทิฐิสักนิดก็จะสามารถเข้ากับพวกนับถือศาสนาได้อย่างดีมากเพราะต้องการแบบเดียวกันคือสังคมยูโทเปียที่จะเกิดขึ้นได้หากคนเราทำตามกฎเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

    ทำให้ผมคิดว่าในจักรวาลนี้แม้จะมีนักเวทย์สาวที่แขวนกางเขนที่คอหรือซิสเตอร์นักรบปราบปีศาจ เอ็กเซอซิสม์หรือแม้แต่นรกชั้นต่างๆที่มีลูซิเฟอร์ถูกล่ามโซ่อยู่ชั้นสุดท้าย

    แต่ผมอาจจะรู้สึกไปเองว่าพวกเขาไม่น่าจะใช่คริสเตียนที่เคร่งครัดสักเท่าไร

    แม้กลุ่ม Bible Research ค้นคว้าไบเบิ้ลหรือที่โดนแซวว่า BibleHumper พวกคลั่งศาสนาจะบอกว่ากว่าครึ่งเคยมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน

    แต่นั่นก็คือความผิดพลาดของมนุษย์ และนี่คือกฎของพระเจ้าที่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนเท่านั้นที่จะมาตกลงอะไรกันได้เอง

    และเรื่องของการกระทำผิดศีลธรรมนั้นมีการตีความอย่างกว้างว่าไม่ใช่แค่เรื่องของการคบชู้adulterous เท่านั้นแต่รวมไปถึงsexual immoral เพศสัมพันธ์ที่ปราศจากศีลธรรมด้วย

    ว่าเป็นประโยคที่เขียนไว้อย่างชัดแจ้งไม่มีช่องให้ตีความเป็นอื่นได้

    แต่อนิจจาแนวความคิดปัจจุบันไมได้มีความคิดเช่นนั้นแล้ว

    แต่โอตะเองก็คำนวณผิดเช่นกัน

    อาสึกะกลับไม่ได้ขัดขืนอะไรตอนที่เขากำลังจะไปสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์และบัญชีธนาคารของเธอ

    แต่เธอกลับหน้าแดงและซบกับหน้าอกของผมแบบเหนื่อยอ่อน

    นี่คือสาเหตุที่แฟมินิสม์รังเกียจผู้ชายช่างตื้อเพราะพวกเธอเชื่อมั่นในหลักสถิติว่า ตราบใดที่ยังหน้าด้าน แม้จะมีโอกาสหนึ่งในล้านมันก็ต้องสำเร็จเข้าสักวัน

    หลักการของแฟมินิสม์ No mean No “ไม่แปลว่าไม่” จึงมีไว้เพื่อตัดโอกาสความเป็นไปได้ทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นจากการใช้แนวคิดแบบพระเอกโชวเน็นเรื่องความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น

    ไม่ให้มีโอกาสกระทำสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียวนั่นเอง

    นับเป็นแนวคิดที่มีประสิทธิภาพและได้ผลอย่างยิ่ง

    น่าเสียดายมันใช้ต่อหน้าประวัติศาสตร์ห้าพันปีของอินเดียที่ผมสืบทอดต่อมาจากราเกซไม่ได้ผล

    ทำให้อีกฝ่ายเหนื่อยอ่อนไปเองก็คือกลยุทธหนึ่งเช่นกัน

    “กดตอบรับหน่อย”

    อาสึกะยื่นมือไปสัมผัสหน้าจอมือถืออย่างไม่คิดอะไร

    สัญลักษณ์ของเกมส์ราชันย์ก็ปรากฏตรงมือของเธอและผมให้เธอกดปุ่มตอบรับเข้ากับทีมผม

    ทำให้ผมได้เพชรมากขึ้นในการนำสมาชิกใหม่และรับสมาชิกในกลุ่มเพิ่มขึ้นมาด้วย

    อาสึกะเข้ามาในกลุ่มแล้ว

    นับเป็นการคำนวณผิดพลาดของโอตะที่คิดว่าเธอจะขัดขืนเมื่อพยายามแตะต้องเงินเก็บของเธอ

    ว่านี่คือสาวม.ปลายแดนอาทิตย์อุทัย

    ไม่ใช่สาวอายุสามสิบปีไม่ได้แต่งงานชาวสวนแม่ลูกสามที่จะปกป้องเงินในบัญชีธนาคารของตนเองอย่างเท่าชีวิต

    “นี่มันอะไรหรือ?”

    อาสึกะถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นผมโหลดแอป“เกมส์แห่งราชันย์”เข้ามาในมือถือของเธอเรียบร้อย