ตอนที่ 31 พอมีฝีมือ
"เจ้าได้ยินข้าไหม"
"พวกนั้นต่างอยู่ระดับปราณยอดมนุษย์ขั้นกลาง (ขั้น 4-6) กันหมดทุกคนเลย"
น่าหลัน ย้ำเตือนอีกครั้ง เมื่อเห็นเต้าหมิงไม่สนใจฟังคำเตือนตนแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นกับเกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้นมาต่อหน้าต่อตาน่าหลัน
เมื่อเต้าหมิงจัดการซัดพวกหมาหมู่ทั้งห้าจนหมอบลงกับพื้นในพริบตาเดียว
"ง่ายดายจริง"
เมื่อเต้าหมิงจัดการพวกหมาหมู่เสร็จ ก็ไม่ลืมที่จะเก็บค่าเสียเวลาสำหรับตนเอง
น่าหลัน ยืนอึ้งตาเบิกโพลง ไม่คาดคิดว่าเต้าหมิงคนเดียวเอาชนะศิษย์สายในระดับลมปราณยอดมนุษย์ขั้นกลางทั้งห้าคนลงได้แบบนี้ แล้วยังใช้เวลาพริบตาเดียวอีกด้วย
???
สายตามองเต้าหมิงอย่างงงวย ว่าอีกฝ่ายกำลังทำไรอยู่กัน เมื่อเห็นสองมือล้วงกระเป๋าเสื้อผ้าของศัตรูขึ้นมา ราวกับต้องการค้นหาอะไรบางอย่างอยู่
"ฮึ่ม" เสียงไม่พอใจดังออกมาจากปากเต้าหมิง
"เป็นไร?" น่าหลัน ได้ยินเสียงไม่พอใจบางอย่างของเต้าหมิง จึงถามด้วยความสงสัย
"เป็นศิษย์พรรคจันทรคราส แต่มีของแค่นี้"
เต้าหมิง มองดูสิ่งของต่างๆตรงหน้า ช่างน้อยนิดเสียเลยเกิน ไม่คุ้มอย่างแรงกับการเสียเวลา
"เจ้าล้วงเอาของมีค่าจากพวกมัน!!!"
น่าหลัน ไม่คิดเลยว่า เต้าหมิงจะกระทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้
"แก..."
"กล้าเอาเท้ามาถีบหน้าข้า"
จู่ๆ เสียงใครบางคนดังออกมา
น่าหลันรีบหันไปมองดูก็พบว่าเป็น เหยียนอี้ ที่ถูกเล่นงานคนแรกสุด กับสามารถลุกขึ้นมาได้
"เป็นไงบ้าง กับรอยฝ่าเท้าข้าที่ประทับหน้าเจ้า"
รอยฝ่าเท้าปรากฏบนหน้าเหยียนอี้ เต้าหมิง มองอย่างชื่นชมในผลงานตัวเอง
กรอด
"ฮึ่ม" เหยียนอี้ ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที จากนั้นเริ่มมองสำรวจรอบตัวเองอย่างรวดเร็ว ก็พบว่าทุกคนถูกเล่นงานหมดแล้ว
"ไม่เลว เล่นงานทุกคนจนหมด"
"มิน่า เจ้าถึงกล้าหลอกลวงทุกคนได้"
สายตามองเห็นศิษย์พรรคที่ตนเองพามาเล่นงานแก้แค้นเต้าหมิง แต่ตอนนี้นอนกองกับพื้นเรียบร้อย
ทำให้เข้าใจแล้วว่า เต้าหมิงมีฝีมืออยู่บ้าง จึงกล้าหลอกลวงพวกตน ทั้งมอบทองคำปลอมให้ศิษย์พี่เพ่ย และกล้าแต่งเรื่องมาหลอกคนอื่นได้อีก
"ข้าก็เข้าใจแล้วว่า เจ้าคงเป็นพวกทนมือทนเท้าเหมือนกัน" เต้าหมิง ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลุกมาได้เช่นนี้ แม้ว่าตอนจู่โจมใส่เหยียนอี้ ตนเองจะใช้แค่ลูกถีบเพรียวๆเล่นงานก็ตาม
ซึ่งเต้าหมิงเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายพอมีฝีมืออยู่บ้าง
"อย่าคิดว่าข้าจะเหมือนกับคนอื่น!!!"
ฟู่ม
ทันใดนั้นปราณยอดมนุษย์ขั้นแปด แผ่ออกมาจากร่างเหยียนอี้อย่างรุนแรง
"ฮ่าๆๆ ตกใจละสิ"
"คงไม่คิดว่าข้าจะมีปราณยอดมนุษย์ขั้นสูง (ขั้น 7-9) ใช่ไหม!!!"
ตอนนี้ปราณถูกปลดปล่อยมาแล้ว
ทำให้เหยียนอี้สะใจออกมา เพราะตนเองมีปราณสูงกว่าศิษย์พรรคที่นอนกองกับพื้นทุกคน
"ห๋าว" เต้าหมิง บิดขี้เกียจขับไล่อาการง่วนนอนออกไป โดยไม่สนใจเรื่องลมปราณของศัตรูเลย
"เต้าหมิง!!!" น่าหลัน อึ้งอีกครั้ง เมื่อเห็นการกระทำไม่แยแสกับศัตรูตรงหน้า
"อย่าอยู่เลย" หมัดตรงเข้าหาเต้าหมิงด้วยความเร็วสูง
ตูม
เต้าหมิง ยื่นมือออกไปรับอย่างไม่ใส่ใจ
"มันรับได้!!!" เหยียนอี้ ไม่คิดว่าเต้าหมิงจะรับหมัดได้ง่ายแบบนี้
จากนั้นทำการสวนกลับอย่างรวดเร็ว
ตูม
หมัดเต้าหมิง ถูกใบหน้าอีกฝ่ายเต็มๆ แต่ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่อีกฝ่ายได้
"ด้วยกระดูกทองคำของข้า แม้จะรับหมัดของศัตรูที่มีลมปราณยอดมนุษย์ขั้นสูงได้ แต่ยังไม่เพียงพอต่อการโค่นอีกฝ่ายสินะ" เต้าหมิง วิเคราะห์ในฉับพลัน
"หึหึ นี้คือพลังหมัดของแก?" เสียงเยาะเย้ยดังออกมา
ตูม ตูม
จากนั้น เหยียนอี้ ซัดเป็นชุดสวนใส่อีกฝ่าย
"นี้คือ พลังหมัดของแก?" คำพูดย้อนกลับใส่อีกฝ่ายทันที
"แก...กล้าล้อเลียนข้า!!!"
เหยียนอี้ ไม่คิดว่าร่างกายเต้าหมิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้
หมัดของเหยียนอี้สามารถบดขยี้ก้อนหินขนาดเท่าตัวคนได้มาแล้ว แต่กับไม่สามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้
"ร่างกายมันเป็นเหล็กรึไงฟ่ะ" หมัดรัวใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์
หมับ
ทันใดนั้น มือเต้าหมิงคว้าจับแขนอีกฝ่าย
"จะทำไร?" เหยียนอี้ ทำสีหน้าสงสัย แต่ทันใดนั้นรู้สึกว่ามีพลังกำลังบีบแขนตนเองเอาไว้อยู่
"คิดจะบีบแขนข้ารึ!!!" เหยียนอี้ ที่จะเยาะเย้ยกลับไป จู่ๆได้ยินเสียงกระดูกหักดัง "กร็อบ"
"อ๊าก" เหยียนอี้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
กระดูกแขนเหยียนอี้ถูกหักลงเรียบร้อย
"ข้าต้องออกแรงทั้งหมดสินะ"
เต้าหมิง ต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายในตอนนี้กับการต่อสู้ของจริงดู จึงนับเป็นโอกาสเหมาะในการที่คนเหล่านี้มาเป็นหนูทดลองของตนเอง
หมับ
เต้าหมิง กำมือของตนแน่น จัดการใช้หมัดซัดอีกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง
ตูม ตูม
หมัดรัวเต็มกำลังของเต้าหมิงเล่นงานใส่เหยียนอี้อย่างไม่พลาดเป้า สุดท้ายเหยียนอี้ก็ล้มลงกับพื้น ร่างกาย ใบหน้าล้วนเต็มไปด้วยรอยหมัดของเต้าหมิงที่เล่นงานตนเองจนทั่วร่างมีรอยยุบลงไป
"ข้าต้องใช้พละกำลังทั้งหมด ถึงจะโค่นอีกฝ่ายได้" เต้าหมิง ทำการทดสอบผลลัพธ์ของ กระดูกทองคำ กับการต่อสู้ของจริงเสร็จเรียบร้อย
น่าหลัน ยังคงอึ้งกับความแข็งแกร่งของเต้าหมิงอย่างมาก ไม่คิดว่าเต้าหมิงสามารถจัดการศัตรูทั้งหกคนได้ด้วยเพียงตัวคนเดียว แถมยังไม่ใช่ลมปราณออกมาอีกด้วย
"เรียบร้อย" เต้าหมิง กอบโกยทรัพย์ในตัวของอีกฝ่ายจนหมด ทำให้เต้าหมิงมีของมีค่ามากยิ่งขึ้น
"มีอะไร?"
หลังจากน่าหลันมองดูการกระทำของเต้าหมิงที่ค้นหาทรัพย์สินในร่างอีกฝ่ายเสร็จ ก็เห็นสายตาเต้าหมิงหันมามองตนขึ้นมากะทันหันจนตกใจ
เต้าหมิง เดินเข้าหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ จนน่าหลันสงสัยว่าเต้าหมิงคิดจะทำไรกันแน่
"เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ"
จากนั้นไม่นาน เต้าหมิงก็อธิบายเรื่องราวทุกอย่างที่ยังคุยกันไม่เสร็จในบ้านไม้ลี่ฮว๋าออกมา
"ถึงขนาดออกมาตามหาข้าเลย?" น่าหลัน ไม่คิดเลยว่า เต้าหมิงจะออกมาตามตนถึงที่นี้
"อาจารย์เจ้า เป็นคนบอกให้ข้าออกมาตามหาเจ้าเพื่ออธิบายน่ะ" คำพูดเรียบง่ายตอบออกมา
"..." น่าหลัน ยืนนิ่งสักพัก ในใจคิดว่า "หากอาจารย์ของตนไม่บอก อีกฝ่ายก็ไม่คิดจะออกตามมาอธิบายใช่ไหม?" จนพอได้ยินประโยคหลังก็พอรับให้อภัยได้หน่อย
"ที่จริงข้าก็กะว่าจะรอเจ้ากลับมาก่อน จึงค่อยอธิบายอยู่แล้วน่ะ" คำพูดเสริมออกมาจากปากเต้าหมิง ทำให้น่าหลันอารมณ์ดีกลับมา
อย่างน้อยเต้าหมิงยังต้องการปรับความเข้าใจกับตนอยู่ดี