ตอนที่35 เอาของขวัญไปให้ท่านยาย
กู่เหนียง
กู่เหลียนเหมยฟางเซียนเทียนก็หวังจะเอาของขวัญไปให้ท่านยายแล้วเขาก็เดินช้าๆอย่างไม่รีบร้อนพลางมองสำรวจสอดส่องความงามล้ำของศิลปะต่างโลกยุคโบราณนี้
ไม้ประดับตกแต่งถูกจัดเอาไว้อย่างดีและงดงามชวนคำนึงถึงผู้จัดแต่งขึ้นมาว่าปราณีตและงดงามถึงเพียงใดมันสมกับเป็นที่อยู่อันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าสตรีงามหยาดเยิ้มเป็นที่หมายปองของเหล่าบุรุษทั่วล้า
แต่ทว่าจะมีผู้ใดสักกี่คนกันเล่าถึงจะได้มาเดินเต็ดเตร่เชยชมความงามล้ำของศิลปะอันหาได้อยากยิ่งเช่นนี้
"ดอกชวนสวรรค์ประดับไว้คู่กับแจกันลายเมฆา"
"เพ่งพินิจก็เห็นดอกชวนฝันซ่อนเร้นอยู่เหนือกุหลาบงาม"
"ช่างเข้าใจคิดยอดเยี่ยมจริงๆ"ฟางเซียนเทียนรู้จักสิ่งต่างๆผ่านระบบที่คอยช่วยเหลือเขาและเขาก็รู้จักชื่อดอกไม้ทุกชนิดที่เห็นซึ่งแต่ละดอกนั้นถูกจัดเรียงซ่อนเร้นเอาไว้อย่างมีความหมาย
ลายเรือนนั้นก็มีการแกะสลักเอาไว้ดุจดั่งกับงานศิลปะจากสวรรค์มันช่างเป็นสมบัติล้ำค่าสำหรับสายติสศิลปะเห็นอย่างนี้ฟางเซียนเทียนเองก็มีความติสเรื่องศิลปะอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ดั่งที่เขาเคยทำศิลปะอันปราณีตต่างๆที่ผ่านมาถึงแม้ว่ามันจะเป็นศิลปะที่ดูลามกแต่ทว่ามันก็แค่ความคิดของคนทั่วไปที่ว่ามันลามกไม่ดีต่างๆนาๆแต่แท้จริงแล้วมันก็แค่ฉากบังหน้าที่ปิดบังไปตามธรรมเนียมของสังคมก็เพียงเท่านั้นเอง
ในจิตใจส่วนลึกมนุษย์นั้นทุกคนล้วนรู้ดีว่าชมชอบหรือไม่ชมชอบและมันไม่ได้เป็นเรื่องผิดที่จะคิดอย่างไรนั่นเอง
ที่ใต้เท้าที่เหยียบย่างนั่นเองก็มีแผ่นกระเบื้องที่เป็นหินจากภูเขาอัสนีซึ่งถูกแกะสลักเป็นลายนกอัสนีตัวหนึ่งกำลังอวดโฉมของตนอย่างสง่าผ่าเผยสำนึกจากแผ่นกระเบื้องนั้นก็ไม่ได้เรียบเฉย
มันมีกลิ่นอายพลังแฝงของอัสนีแผ่ออกมาอยู่ตลอดเวลาทำให้เวลาเหยียบย่างรู้สึกเสียวยิบที่ฝ่าเท้าแต่ผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
"โอ้หินนี่มัน....อืม..."ฟางเซียนเทียนราวกับนึกครุ่นคิดอะไรสักอย่างเมื่อเขามองเห็นแผ่นกระเบื้องหินอัสนีใต้เท้านี้
กัก! กัก!
เปราะ!
ฟางเซียนเทียนทำสิ่งที่ใครๆไม่คาดคิดเขาแงะกระเบื้องหินอัสนีออกมาอย่างซุกซนและทุบทำลายมันจนกลายเป็นชิ้นส่วนเล็กๆหลายสิบชิ้นแล้วเก็บเข้าแหวนมิติไป
กึก!
"ข้าซ่อมคืนให้แล้วไม่ว่ากันนะ ฮ่าฮ่า"ฟางเซียนเทียนเอาหินบางอย่างที่ใกล้เคียงกันออกมาจากแหวนมิติที่อยู่ในช่องเก็บของของระบบอีกทีหนึ่งเขาหลอมรวมก้อนหินจนกลายเป็นแผ่นกระเบื้องและมีลวดลายเหมือนอันเดิมจากนั้นก็ใส่กลับไปในช่องกระเบื้องที่ขาดหาย
"เฮ้อนี่ข้าต้องกลับไปห้องอีกหรือนี่...ช่างเถอะเพื่อท่านยายแล้วเดินไปมาแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก"ฟางเซียนเทียนนึกไอเดียใหม่ออกเขาก็รีบกลับไปห้องของตนเองทันทีและเอาดิลโด้ที่ทำเสร็จแล้วออกมาใหม่
"ถ้าข้าหลอมหลวมมันเข้าด้วยกันต้องได้คุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ...หึหึ"ฟางเซียนเทียนจุดไฟหลอมดิลโด้ใหม่อีกครั้งและทันใดนั้นเขาก็เอาหินจากภูเขาอัสนีออกมาหลอมเข้าด้วยกัน
ฟืด! ฟืด!
เสียงของไฟหลอมที่หมุนวนราวกับน้ำวนอยู่บนอากาศแผ่กลิ่นอายความร้อนมหาศาลออกมาแต่ทว่าฟางเซียนเทียนก็หาได้หยุดมือเขาควบคุมไฟให้เผาทำลายส่วนที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ออกไปจนสิ้นสลาย
กระบวนการนี้หากนักหลอมอาวุธหลอมศาสตรามาพบเห็นพวกเขาต้องตกตะลึงเป็นอย่างยิ่งเพราะมันช่างราวกับเทพเซียนหลอมอาวุธหลอมศาสตราที่ขจัดสิ่งปนเปื้อนออกไปได้อย่างง่ายดาย
"ขึ้นรูป!"ฟางเซียนเทียนเอ่ยออกมาและทันใดนั้นดิลโด้และหินอัสนีที่หลอมละลายเป็นของเหลวก็เริ่มจับตัวควบรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นแท่งดิลโด้อันใหม่ที่มีขนาดความยาวและใหญ่เท่าเดิมแต่ทว่ากลับแผ่รัสมีแพรวพราวออกมามากราวกับสมบัติอันล้ำค่า!
ติ้ง!
[ ยินดีด้วยท่านหลอมอาวุธสำเร็จ ]
[ ได้รับดิลโด้อัสนีสวรรค์ทะลวงสวาท]
[ คำอธิบาย : เป็นอาวุธที่เหล่าสตรีเพศทั้งหวาดผวาและชมชอบไม่มีวันแตกสลายมีพลังอัสนีสถิตอยู่ ]
"เสินเมอ(อะไร)...นะ...นี่...เอาจริงดิ!?"ฟางเซียนเทียนตกตะลึงเมื่อเห็นแท่งดิลโด้สีทองคำแพรวพราวยาว60เซนติเมตรที่ตนเองหลอมคุณสมบัติมันช่างโอเวอร์ช่วนตกตะลึงยิ่งนักเพราะปกติแล้วของธรรมดาๆระบบมันจะไม่แจ้งเตือน
"ข้าเป็นเทพหลอมศาสตรากลับชาติมาเกิดหรือยังไงกัน? ทำไมถึงได้สร้างอะไรแบบนี้ออกมาได้...ข้านี่มันสุดยอดจริงๆ"ฟางเซียนเทียนเก๊กหล่อไปทีอย่างอารมณ์ดีชีวิตใหม่นี้เขาทำอะไรก็ดีไปหมดจริงๆ
ไม่ว่าจะนมหรือหอยเขาก็ได้ตามต้องการไม่เคยขาดแสดงว่าบุญบารมีของเขามีมากไม่น้อยไม่เสียทีที่เขาเป็นคนดี(เอาจริงดิแกเนี่ยนะคนดี55+)
"ช่างเถอะๆ...รีบเอาไปให้ท่านยายดีกว่าจะได้ไปเกี้ยวสาวต่อ"ฟางเซียนเทียนว่าจบก็เอาดิลโด้ที่แม้แต่เหล่าเทพธิดานางเซียนบนสววรค์ก็อยากจะได้ครอบครองมาห่อในผ้าไหมหรูเช่นเคยและถือมันเดินเหินออกไปจากห้องของตนเองอย่างไม่รีบร้อนเท่าใดนักเพราะเขาต้องวางท่านิดๆเผื่อมีสาวๆผ่านทางมาพบ...
...
ในขณะเดียวกันเรือนของกู่เหลียนเหมยหรือท่านยายของฟางเซียนเทียน...
กู่ชิงอิงนั้นเป็นบุตรสาวคนเล็กของกู่เหลียนเหมยซึ่งไม่ค่อยจะมาพบป่ะกับกู่เหลียนเหมยเท่าไหร่นักนางมีสถานะเป็นน้าสาวของฟางเซียนเทียนนางชอบที่จะฝึกวิชายุทธ์บ่มเพาะพลังอยู่ที่เรือนตนเองเป็นกิจวัตรประจำวัน
นางนั้นมีใบหน้าคล้ายคลึงทั้งกู่เหนียงและกู่เหลียนเหมยเช่นกันแต่ทว่าดูสดใสกว่ามากราวกับสตรีผู้บริสุทธิ์หน้าอกกลมโตของนางนั้นเล็กกว่ากู่เหนียงเล็กน้อยแต่ก็ยังใหญ่ล้นมือน่าขย้ำบีบเค้นไม่แพ้ผู้ใด...
นางมาในอาภรณ์สีเขียวอ่อนพร้อมผ้าคลุมสีขาวบางๆที่ใส่เอาไว้เพื่อตกแต่งให้ดูดีมากยิ่งขึ้นยามที่นางเคลื่อนกายผ้าคลุมก็สะบัดพริ้วอย่างงดงามตามมวยผมที่ดูนุ่มลื่น
กู่ชิงอิงนั้นนางมีบุคคลิกที่ขี้อายอยู่ค่อนข้างมากจนป่านนี้นางก็ยังไม่ได้มีสามีเลยด้วยซ้ำไปเรียกได้ว่านางคือสาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่งที่ไม่มีผู้ใดควบคุมได้เพราะพลังฝึกตนก็ไม่ได้น้อยนิดอยู่ในขั้นปราณทอง9ในปีนี้
เรียกได้ว่านางคืออัจฉริยะที่มีพรแสวง! แต่ทว่านางก็ไม่ได้เปิดเผยให้คนภายนอกรับรู้ว่านางทรงพลังถึงเพียงนี้เนื่องด้วยนางไม่เห็นประโยชน์อันใดทั้งยังเป็นตัวนางเองที่ขี้อายไม่อยากเป็นจุดสนใจของผู้คน
ความจริงแล้วที่นางมาเรือนของมารดาในครานี้เป็นเพราะว่านางรู้ว่ากู่เหนียงมาเยี่ยมเยือนมารดาและด้วยเหตุนี้นางก็รู้ว่าทั้งสองมาทำอันใดกัน...นางเคยมาพบเห็นเรื่องของทั้งสองพี่สาวและมารดาของนางอยู่ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนและมารดาก็ไม่ได้ปิดบังนางเคยชวนนางไปสั่งสอนแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวัยเยาว์แต่ทว่านางก็เขินอายจนวิ่งหนีออกไปไม่อาจสู้หน้ามารดาได้
ทำให้นางชอบมาแอบดูมารดาและพี่สาวเล่นเสียวกันทุกๆครั้งที่กู่เหนียงมาแต่ทว่านางก็ขี้อายจึงไม่กล้าเข้าไปร่วมวงด้วยนางจึงได้แต่บดเม็ดหอยเม็ดแตดของตนเองผ่านร่องประตูที่เปิดแง้มน้อยๆเพื่อดูอยู่คนเดียวเท่านั้น
ครั้งนี้ก็เช่นกันนางก็มาเพื่อกิจกามที่จะมาแอบดูโดยเฉพาะ...
กู่ชิงอิงแง้มประตูห้องของมารดาน้อยๆอย่างแผ่วเบาไม่ให้ทั้งสองคนจับสัมผัสได้และลบร่องรอยกลิ่นอายของตนเองลงจนแทบจะหายไปถ้าเกิดไม่มีใครที่มีสำนึกรู้แจ้งยอดเยี่ยมเพียงพอไม่มีทางมองเห็นนางอย่างแน่แท้
วิชาของนางนั้นก็นับได้ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
แจ๊ะๆ แจ๊ะๆ!
ภายในครรลองสายตาของกู่ชิงอิงนางมองเห็นร่างของมารดาและพี่สาวของนางกำลังนั่งบนแคร่หรูและอ้าข้ากว้างเผยร่องหอยรักอ้าออกอย่างร่านสวาท
มันเป็นท่านั่งที่ดูไม่งามนักกับสุภาพสตรีแต่ทว่าเป็นท่านั่งที่เร่าร้อนชวนขย่มเย็ดยิ่งนักสำหรับบุรุษเพศ!
"อืม...มารดา...ท่านพี่...ช่างนั่งด้วยท่าที่มิงามนัก...ช่างร่านเสียจริงๆ"กู่ชิงอิงมองดูด้วยดวงตาที่เป็นประกายและเอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาพร้อมกับเม้มปากลงประกบกันลมหายใจก็เริ่มถี่ขึ้นอย่างไม่อาจห้ามปาม
อารมณ์เหงี่ยนหง่านของนางเริ่มประทุออกมาแล้วนั่นเองด้วยการมองท่าทางที่เร่าร้อนของมารดาและพี่สาวของนางที่งดงามล่มเมืองในตอนนี้เพราะกลิ่นอายแห่งสตรีเพศแผ่กระจายออกมาอย่างมากล้นกว่ายามปกติ...
และยิ่งยามมองเห็นน้ำกามเยิ้มที่ล้นออกมาจากรูหอยรักของมารดาและพี่สาวแล้วมันก็ทำให้ร่อยหอยรักของนางเองเริ่มเปียกชื้นมีน้ำกามปริ่มออกมาเช่นกัน
จบ...โปรดติดตามตอนต่อไป...