จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 34 ข้อตกลง

    ตอนที่ 34 

    ข้อตกลง

    เช้าวันถัดมาหลังจากที่หวังเซียนได้นั่งสนทนาเกี่ยวกับเรื่องของคุณหนูรองของสกุลโม่เขาก็ได้รับคำไหว้วานจากหลิงเฉินให้ไปสนทนาเกี่ยวกับบทสนทนาในเช้าวันถัดมา 

    จวนสกุลโม่ 

    ยามสายของวันหลังจากที่หวังเซียนทำธุระทุกอย่างของตนเองจนเสร็จหมดแล้วเขาก็ได้รีบมุ่งหน้าตรงไปยังจวนสกุลโม่ทันที 

    เมื่อไปถึงหน้าจวนขนาดใหญ่ที่มีประตูบานใหญ่สีแดงปิดเอาไว้อย่างแน่นหนาหวังเซียนก็ได้หยุดเท้าของตนเองลง

    ยามเฝ้าประตูทั้งสองคนที่ยืนเฝ้าประตูหน้าของจวนอยู่เดินเข้ามาทักทายหวังเซียน 

    “ เจ้ามาแล้วรึหวังเซียนคุณชายใหญ่รอเจ้าอยู่ตั้งแต่เช้าแล้ว แล้วไหนล่ะท่านหมอเทวดาคนนั้น ” ผู้เฝ้าประตูถามอย่างเป็นมิตร ภายในเมืองชิงลู่แห่งนี้ผู้คนส่วนใหญ่สนิทสนมกันราวกับเป็นญาติสนิทมิตรสหายบทสนทนาของพวกเขาทั้งสองจึงเป็นเช่นนี้

    “ ท่านหมอเทวดาผู้นั้นได้บอกให้ข้ามาสนทนากับท่านเจ้าเมืองก่อน ” 

    “ ดีๆ รีบเข้าไปเถอะตอนนี้คนข้างในกำลังรอเจ้าอยู่พอดีเลย ” 

    ยามสองคนนั้นได้เดินไปเปิดประตูทางเข้าจวนให้ หวังเซียนเดินเข้าไปอย่างรีบเร่งแต่ก็คงท่าทางสุภาพของตนเองอยู่ตลอดเวลา ที่แห่งนี้คือจวนของท่านเจ้าเมืองผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดภายในเมืองชิงลู่แห่งนี้ถ้าเขาทำกิริยามารยาทแย่คงจะไม่พ้นโดนลงโทษแน่

    เดินเข้าไปด้านหน้าคุณชายใหญ่โม่เยี่ยนก็ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าที่สงบนิ่งอยู่ตลอดเวลาของบุรุษชุดขาวผู้นี้กลับแปรเปลี่ยนไปจนแสดงความร้อนรนออกมาอย่างเห็นได้ชัดผิดจากครั้งแรกที่เจอกับหลิงเฉินราวกับคนละคน 

    โม่เยี่ยนเมื่อเขาเห็นว่าหวังเซียนเดินเข้ามาจากประตูด้านหน้า เขาที่ดักรออยู่ตั้งแต่เช้าก็รีบพุ่งกายเข้ามาหาทันที 

    “ ท่านหวังเซียนขอรับท่านหมอผู้นั้นละขอรับ ” คุณชายใหญ่เปล่งเสียงอย่างร้อนรนแต่ถ้อยคำของเขาก็ยังเต็มไปด้วยมารยาท 

    ตระกูลโม่เป็นตระกูลที่ทั้งเมืองชิงลู่แห่งนี้รู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขาไม่ถือตัวเลยสักนิดสนิทสนมกับชาวเมืองเหมือนกับญาติสนิท เพราะเช่นนั้นผู้คนภายในเมืองจึงนับหน้าถือตาและให้เกียรติพวกเขาอย่างสูงสุด

    “ ใจเย็นก่อนขอรับคุณชายใหญ่ท่านหมอผู้นั้นเพียงให้ข้ามาเจรจาข้อตกลงก่อนก็เท่านั้น ” 

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นโม่เยี่ยนก็สงบใจของตนเองแล้วตั้งสติกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แม้ว่าใบหน้านั้นจะแสดงความผิดหวังอยู่เล็กน้อยที่ท่านหมอเทวดาผู้นั้นมิได้มาด้วยแต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไร้ความหวัง “ เชิญท่านหวังเซียนด้านในขอรับ... ”

    คุณชายใหญ่แห่งสกุลโม่ได้พาเขาเข้าไปนั่งสนทนาที่ห้องโถงพร้อมทั้งนำน้ำชามาต้อนรับอย่างไม่ขาดตก บุรุษวัยกลางคนหนึ่งบุรุษวัยฉกรรจ์อีกหนึ่งนั่งสนทนากันอยู่ภายในห้องโถง โดยมีฮูหยินของท่านเจ้าเมืองโม่มานั่งฟังด้วย นางเป็นมารดาของคุณชายใหญ่และคุณหนูรอง จะขอมานั่งฟังด้วยเพราะว่าเป็นห่วงบุตรสาวก็มีแปลกอันใด

    หวังเซียนได้หันมองซ้ายขวาก่อนจะหันไปถามคุณชายใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงหน้า “ ขอโทษนะขอรับท่านเจ้าเมืองอยู่ไหนหรือขอรับ ” ตั้งแต่เขาเข้ามาภายในจวนก็ยังมิเห็นเจ้าเมืองโม่เลย 

    “ ท่านพ่อมีงานมากมายจะต้องสะสางขอรับ ท่านก็เป็นห่วงน้องหญิงอยู่เหมือนกันแต่ว่าส่วนรวมต้องมาก่อนครอบครัว ” โม่เยี่ยนตอบ 

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังเซียนที่เป็นชาวเมืองคนนึงของเมืองชิงลู่แห่งนี้ก็ให้ซาบซึ้งใจนักที่มีเจ้าเมืองที่เป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเช่นนี้

    “ แล้วเรื่องของท่านหมอผู้นั้นละขอรับ ” โม่เยี่ยนเริ่มแสดงความร้อนรนออกมาอีกครั้งหนึ่ง

    “ ขอรับท่านหมอผู้นั้นเขาบอกว่าเขาขอไม่เปิดเผยตัวและจะยอมรักษาให้อย่างลับๆ ” 

    เมื่อได้ฟังคุณชายใหญ่ก็ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ถ้าหมอเทวดาผู้นั้นไม่เปิดตัวแล้วเขาจะรักษาน้องรองได้เยี่ยงไรกัน คำถามนั้นอยู่ภายในใจของโม่เยี่ยน

    “ ข้าไม่เข้าใจคำพูดขอรับท่านหวังเซียน ”

    “ เขาบอกกับข้ามาว่าเขาเป็นคนที่อยากอยู่อย่างสงบที่เมืองชิงลู่แห่งนี่เท่านั้น เพราะเช่นนั้นเขาจะไม่ขอเปิดเผยตัวขอรับ แต่กระนั้นเขาก็บอกกับข้ามาว่าอาการของคุณหนูรองนั้นไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ อีก 7 วันภายในยามกลางคืน ขอให้คุณชายใหญ่เปิดประตูเรือนของคุณหนูรองเอาไว้แล้วเขาจะมาอย่างเงียบๆและไปอย่างเงียบๆ ”

    “ ถ้าเขาสามารถรักษาคุณหนูรองได้เขาขอรางวัลเพียงแค่ 3 อย่างเท่านั้น อย่างแรกคือไข่มุกบริสุทธิ์จำนวน 100 เม็ดอย่างที่สองคือเงินอีก 5 พันตำลึง อย่างที่ 3 คือ เขาอยากจะขอยืม ‘ทวนวายุอัคคี’ ของสกุลโม่สักวันหนึ่งขอรับ ”

    เมื่อได้ฟังเช่นนั้นแล้วโม่เยี่ยนก็ถึงกับคิดหนัก เรื่องเงินและเรื่องไข่มุกมันไม่ใช่ปัญหาแต่เรื่องจะขอยืมทวนวายุอัคคีที่เป็นอาวุธวิญญาณของสกุลโม่มันอยู่นอกเหนือการตัดสินใจของเขา

    อาวุธวิญญาณที่ชื่อว่าทวนวายุอัคคีเป็นอาวุธวิญญาณที่จะสืบทอดให้ผู้นำสกุลโม่เป็นคนดูแลต่อแต่ละรุ่น ตอนนี้ผู้ที่มีสิทธิ์ในอาวุธชิ้นนั้นคือบิดาของเขามิใช่เขาเรื่องนี้จึงต้องรอถามจากบิดาก่อน

    แต่ที่สำคัญที่สุดคือเงื่อนไขในการรักษา เขาไม่รู้เลยว่าหมอเทวดาผู้นั้นจะเป็นคนดีหรือคนชั่วถ้าเขาเกิดเข้ามาภายในห้องของน้องลองของเขาแล้วทำเรื่องบัดสีขึ้นมาจะทำเช่นไร ถ้าอย่างนั้นสกุลโม่ไม่ต้องอับอายไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานรึ

    “ ท่านหวังเซียนข้าว่าวิธีการรักษาของท่านหมอผู้นี้มัน... ” 

    โม่เยี่ยนเต็มไปด้วยความลำบากใจแน่นอนว่าหวังเซียนก็รู้ดีผู้ใดเล่าจะให้บุรุษเข้าห้องหญิงงามในยามค่ำคืนเช่นนั้นโดยมิมีใครเฝ้ามอง

    “ คุณชายใหญ่โปรดวางใจเถอะขอรับข้าน้อยรับประกันด้วยหัวของข้า ท่านหมอผู้นั้นเป็นคนจิตใจดีและมีคุณธรรมมากพอที่จะไม่ทำเรื่องบัดสีกับคุณหนูรอง ”

    เมื่อได้ฟังเช่นนั้นโม่เยี่ยนก็ให้ตกใจยิ่งนักเขาไม่คิดว่าท่านหวังผู้นี้จะกล้ายืนยันด้วยหัวของตนเอง 

    “ เรื่องนี้ข้าขอปรึกษาท่านพ่อก่อนนะขอรับแล้วพรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปส่งข่าวที่บ้านของท่าน ” คุณชายใหญ่กล่าวอย่างมีมารยาท

    “ ขอรับ!!! ”

    จบตอน