เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 84 ขึ้นศาลสหพันธรัฐ

    พอเสี่ยวเทียนรู้ว่าอาจารย์จะจัดการเอง ก็รู้สึกดียิ่งนัก ปล่อยให้ร่างอาจารย์รวมร่างกับตนไปในทันที แล้วร่างของเสี่ยวเทียนก็กลายเป็นแสงสีทอง ส่องแสงสว่างกระจ่างไปทั่ว ลอยขึ้นไปบนฟ้า แสงที่ส่องออกมาจากร่างกายนั้น พอไปกระทบกับมนุษย์หิมะยักษ์ที่ กำลังจะทุบเข้าใส่ ร่างหิมะก็เริ่มละลายกลายเป็นน้ำ หมัดกลายเป็นไอค่อยระเหย  ไปไม่สามารถสร้างความลำบากใจให้กับ ร่างของเสี่ยวเทียนแม้แต่น้อย

    “ เจ้าเทพอสูรน้อย เจ้ารู้ไหมว่าทำไม ถึงมีกฏสวรรค์ออกมาว่า ต้องสังหารทายาทของเทพเจ้ากับ อสูร เพราะว่า ทางแดนสวรรค์เชื่อว่า ทายาทที่เกิดมาจะมีจิตมารอสูรเหนือกว่าจิตเทพเจ้ากันทุกคน แต่จะได้พลังเทพเจ้าเหนือกว่าพลังของอสูร ซึ่งพลังเทพเจ้านี้จะถูกใช้โดยจิตอสูร ซึ่งจะทำให้มันมีพลังที่แข็งแกร่ง และน่ากลัวมากกว่า พลังเทพเจ้าทั่วไป ดังนั้น พวกนักรบสวรรค์ถึงกลัว  จึงต้องรีบส่งคนมาสังหารพวกลูกผสมอย่างเจ้ายังไงเล่า”

    “ เจ้ารู้เรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร” จักรพรรดิอสูรหิมะตกใจที่เสี่ยวเทียนล่วงรู้เรื่องแบบนี้ด้วย

    “ ข้าจำไม่ได้ แต่ข้ารู้ก็แล้วกัน  โลกใบนี้ไม่ใช่ที่อยู่ ของเจ้าอีกต่อไปแล้ว”

    เสี่ยวเทียนยกมือขึ้น แล้วร่างพระยูไลก็ปรากฏขึ้นจากทางด้านหลัง

    จักรพรรดิอสูรหิมะ ก็แปลงร่างกายเป็นมังกรหิมะตัวใหญ่ ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า อ้าปากคำรามแล้ว พุ่งตัวเข้ามาตั้งใจกลืนกิน เสี่ยวเทียน แต่ไม่ทันได้เข้าถึง ฝ่ามือยูไลที่ใหญ่โต พุ่งเข้ามาอย่างแรง เปรี้ยง เปรี้ยง !!

    ร่างมังกรหิมะทั้งหมด ถูกกระแทกทำลายสลายไป แต่ มันก็กลับมารวมตัวกันใหม่

    เหมือนกับว่า ไม่มีอะไรทำลายร่างหิมะมันได้ พุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนอีกครั้ง

    แต่ครั้งนี้มีบทสวดออกมา จากปากเสี่ยวเทียน ลอยออกไปทั่วอากาศ แล้วมีแสงสีทองส่งอออกมาจากร่างของเสี่ยวเทียนอีก ร่างมังกรหิมะ พอถูกตัวหนังสือบทสวดที่ออกมาจากปากเสี่ยวเทียน ไอหิมะก็สลายลงไป ทีละนิด ยิ่งพอถูกแสงสีทองที่ส่องออกมา หิมะก็เริ่มละลาย แล้วพอฝ่ามือยักษ์ที่ปล่อยออกมาอีก โดยมีแสงสวัสดิกะอยู่กลางฝ่ามือ พอกระแทกลงมาอีกครั้ง เปรี้ยง !!

    คราวนี้ มังกรหิมะกระเด็นออกไปกลายเป็น ชายหนุ่มเหมือนเดิม ลงไปกองกับพื้นกระอักเลือดไปในทันทีจักรพรรดินีอสูรกับองค์ชายเข้ามาดู อาการทันที  ในขณะที่ฝ่ามือยูไลยักษ์กำลังตกจากฟ้าลงมากระหน่ำใส่อีกครั้ง  จักรพรรดินีกลับองค์ชายเข้ามาขวางเอาไว้ อาจารย์ลู่เอินเลยหยุดฝ่ามือยูไลเอาไว้กลางอากาศทันที 

    จากนั้นฝ่ามือยูไลก็สลายหายไป

    อาจารย์ลู่เอินถึงกับถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยว่า

    “ เห็นแก่ความรักและความกตัญญูของ ภรรยาและบุตรของเจ้า ครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป ต่อไปนี้เป็นต้นไป อย่ารุกรานพวกมนุษย์อีก หากวันใดข้ารู้ว่าเจ้า ทำร้ายมนุษย์เมื่อไร ข้าจะกลับมาจัดการล้างเผ่าพันธุ์อสูรของพวกเจ้าให้หมดไปทันที  นำประตูมิติของเจ้ามาให้ข้า แล้วพวกเจ้าก็ไปได้แล้ว !”  อาจารย์ลู่เอินลืมประตูมิติไปแล้ว แต่เสี่ยวเทียนไม่ลืม เลยกระซิบบอก

    “ ขอบคุณท่านเซียน ข้าให้คำมั่นว่า เผ่าพันธุ์อสูรจะไม่รุกรานมนุษย์อีก ”  จักรพรรดิอสูรหิมะประสานมือกล่าวขอบคุณ อาจารย์ลู่เอิน เพราะเขารู้สึกได้ถึงตัวตนอีกร่างหนึ่ง ที่อยู่กับเสี่ยวเทียน  ส่วนองค์ชายอสูร ก็นำประตูมิติออกมาให้เสี่ยวเทียน  จากนั้นก็หอบสังขารที่บาดเจ็บสาหัสจากไป ในทันที

    เฉินคุนเป็นการต่อสู้ฉากนี้ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ว่าบุตรชายของตนจะกล้าแกร่งขนาดนี้

    “ นี่ลูกทำได้อย่างไร ?”

    “ ลูกไม่ได้ทำ ท่านอาจารย์เป็นคนทำ”  เสี่ยวเทียนเอ่ยบอกตามตรง

    ทำให้ เฉินคุนเลยนึกขึ้นมาได้ ว่า เสี่ยวเทียนมีเทพเซียนคอยคุ้มครองอยู่

    “ ขอบคุณท่านเซียน” เฉินคุนเลยประสานมือขอบคุณเช่นกัน

    จากนั้นเสี่ยวเทียนก็พาทั้งหมดกลับเข้าไปในมิติฟ้าครามเหมือนเดิม พอเข้าไปเห็นอิ๋งอิ๋ง กำลังเล่นน้ำในสระเทพเจ้า โดยมีเจ้าไป๋น้อย ว่ายน้ำอยู่รอบๆ โดยมีน้าจื่อเอียนต้องคอยประคอง อิ๋งอิ๋ง เกรงว่าจะจมน้ำไป แต่น่าแปลก อิ๋งอิ๋งลงเล่นน้ำเป็นครั้งแรก กลับว่ายน้ำเป็นแล้ว ทำให้นางว่ายน้ำเล่นไม่หยุด พอเห็นเสี่ยวเทียนมา ก็ได้แต่โบกมือเรียกทักทาย

    “ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่”  แล้วไม่สนใจ กลับไปเล่นกับ ไป๋น้อยต่อ

    เสี่ยวเทียนได้แต่ยิ้มอย่างเดียว สงสัย คงต้องให้ไป๋น้อยอยู่เป็นเพื่อนเล่น อิ๋งอิ๋งไปสักพักเสียแล้ว

    เสี่ยวเทียนอยู่ที่เมืองชายแดนอีกสามวัน ก็กลับเมืองหลวงเขตที่สิบทันที

    พอกลับมาถึงบ้าน เสี่ยวเทียนต้องให้ไป๋น้อย อยู่กับอิ๋งอิ๋ง ตลอดเวลาไม่ได้ห่างแม้กระทั่งยามนอน ต้องไปนอนด้วยกันถึงจะหลับ แล้วทุกวันเสี่ยวเทียนต้องไปเปิดมิติฟ้าครามให้ อิ๋งอิ๋ง เข้าไปเล่นน้ำ สระเทพเจ้า ซึ่งบัดนี้วาวา กลับสนิทสนม กับอิ๋งอิ๋ง มากว่าเขาเสียอีก แม้ยามค่ำคื่นช่วงนี้ เสี่ยวเทียนยังถูกไล่ให้ไปนอนนอกห้อง เพราะอิ๋งอิ๋ง มาขอนอนกับวาวาด้วย !

    “ ฮึ่ม เด็กน้อยนี่? ทำไมไม่ไปนอนห้องตัวเองนะ” เสี่ยวเทียนต้องบ่นอย่างนี้อยู่หลายคืนเลยทีเดียว

    ดินแดนทวีปเหนือ ที่ตั้ง ศูนย์กลางของสหพันธรัฐทวีปเหนือทั้งหมด

    ในห้องประชุมวุฒิสภาระดับสูง มีผู้ประชุมอยู่ ยี่สิบคน

    “ เรียนท่านจ้าวสหพันธรัฐ เฉินคุนให้ท้ายบุตรชาย สังหารวุฒิสภาสูง และองค์รักษ์จนตายจนหมด เรื่องนี้ สภาสหพันธรัฐยอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด”  วุฒิสภาคนหนึ่งเอ่ยนำขึ้น

    “ เขาเสนอเงื่อนไข จ่ายภาษีให้สหพันธรัฐเพื่มเป็น 30 % เพื่อจบปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งความจริงแล้ว วุฒิสภาหยางซู่ ก็ไม่ควรให้ท้าย ผู้ตรวจการคนของเขาขนาดนี้ แล้วอีกทั้ง ยังคิดสังหารเฉินคุนก่อน หวังจะได้ภรรยา และสมบัติตระกูลจวงมาเป็นของตนเอง ช่างน่าไม่อายจริง ๆ” วุฒิสภาอีกคนก็เสนอขึ้นมาอีก

    “ จะได้อย่างไร นั่นก็แค่ข่าวที่ปล่อยออกมาจาก เฉินคุนฝ่ายเดียว ผู้ตรวจการบอกว่า เขาแค่จะนำเงินไปจ่ายให้กับ คนที่ปราบอสูร ไม่กี่ล้านเหรียญเท่านั้น แต่กลับโดนบุตรชายเฉินคุนทำร้ายร่างกาย ท่านวุฒิสภาหยางซู่ ไปเพื่อไกล่เกลี่ย กลับถูกวาจาโอหัง ของเจ้าเฉินเสี่ยวเทียนต่อว่า เลยต่อสู้กัน ผลปรากฏว่า มันแอบใช้วิชามาร ทำให้ท่านวุฒิสภาหยางซู่ ต้องพลาดท่าเสียทีมันจนตาย”

    วุฒิสภาอีกคนก็รายงานตามที่ ผู้ตรวจการ ทำหนังสือรายงานมา

    “ ท่านหยางซู่ มีเกราะโกเมนจากดาวมาร์ ไม่มีทางพลาดท่า ให้ใครใช้วิชามารได้ง่าย ๆ หรอก แต่ผลการชันสูตร เกราะโกเมนแตกละเอียด หัวใจถูกต่อยออกมาจนกระเด็นออกมา แสดงว่า เป็นใช้หมัดฝ่ามือสู้กัน ไม่ได้ใช้อาวุธ หรือวิชามารใดใดอย่างแน่นอน” วุฒิสภาอีกคนกล่าวรายงาน จนกระทั้งเสียงที่ทุ่มถึยงกัน มีจำนวนครึ่งต่อครึ่ง  จ้าวสหพันธรัฐเลยตบโต๊ะ เปรี้ยง ! ให้ทุกคนหยุด

    “ ไม่ว่าจะมีสาเหตุเกิดมาจากอะไร ผลที่ได้คือ วุฒิสภาระดับสูงของเรา ต้องตายไปหนึ่งคน  ทหารองค์รักษ์อีก 40 คน ทุกคนตายเรียบไม่มีเหลือ บทลงโทษของเราคือ ตายตกตามกัน แต่ เฉินคุนมอบเงินภาษีเพิ่มให้ 30 % เป็นการให้จบเรื่องนี้

    เพียงพอให้บรรเทาโทษตายได้้ แต่โทษเป็นนั้นต้องมี มิเช่นนั้น สหพันธรัฐของเราจะเอาหน้าที่ไหนไปคุยกับญาติของ หยางซู่ที่ตาย และกับวุฒิสภาท่านอื่น ๆ ส่งสาส์นไปบอกผู้ว่าการเขตให้ส่งตัว เฉินเสี่ยวเทียนมาให้ศาลของสหพันธรัฐตัดสินโทษ ภายใน เจ็ดวัน มิเช่นนั้น ทางสหพันธรัฐจะส่งตุลาการมือปราบ ไปจับกลับมาเอง”  จ้าวสหพันธ์รัฐ ประกาศเสียงเข้ม

    คฤหาสน์ตระกูลจวง

    เฉินคุนอ่านสาส์นจาก สหพันธรัฐที่ส่งมาแล้วยื่นให้เสี่ยวเทียน

    “ ท่านพ่อ เรื่องนี้ลูกจะเดินทางไป ที่สหพันธรัฐ เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดนี้เอง”

    “ เจ้าไปก็เท่ากับเดินเข้าปากเสือ พวกมันเป็นพวกขิงแก่ เขี้ยวลากดินกันทั้งนั้น

    ขืนไปคนเดียว เจ้าได้ไปแล้ว ไปลับแน่” เฉินคุนถอนหายใจ  อย่างหนักหน่วง

    “ ท่านพ่อ อย่าลืมว่า ข้าเองไม่ใช่แค่ตัวคนเดียว มีอาจารย์ของข้าไปด้วย อย่าเป็นห่วงเลย ข้ารับมั่นใจว่า เรื่องนี้อาจารย์ของข้าต้องช่วยเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

    เสร็จเรื่องนี้แล้ว ท่านพ่อจะได้ไปหาท่านแม่กับข้าได้เสียที” เสี่ยวเทียน อยากกลับไปหาท่านแม่ เพื่อแจ้งข่าวเรื่องท่านพ่อ

    “ จ้าวสหพันธรัฐ นั้นหากเขาไปแน่จริงไม่ก้าวขึ้นมาเป็น หนึ่งในสามของผู้ยิ่งใหญ่โลกเก่าใบนี้ แล้วยังมี ตุลาการมือปราบอีก พวกนี้มันไม่ธรรมดา ในวุฒิสภาล้วนแต่มียอดยุทธ์อีกมากมาย อีกทั้งพวกมันก็มีของวิเศษจากดาวดวงอื่นๆ อีกไม่น้อย

    เจ้ากับอาจารย์ ต้องระวังให้ดี ไม่นึกเลยว่าพวกมันรับปากและรับเงินไปแล้ว ยังไม่ยอมจบเรื่องนี้อีก” เฉินคุนรู้ว่าเสี่ยวเทียนมี ท่านเซียนคุ้มครอง แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไปไม่ได้ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พลังของเขา ถ้าเทียบกับ อาจารย์ของเสี่ยวเทียนแล้ว ต่างกันฟ้ากับเหว  ก็ได้แต่หวังว่า อาจารย์ของเสี่ยวเทียน จะช่วยพาเสี่ยวเทียนกลับมาได้อย่างปกติ

    “ เสี่ยวเทียนจึงต้องเตรียมตัว ไปที่ ศูนย์กลางของสหพันธรัฐทวีปเหนือ

    พอเดินมาทีพัก ก็พบว่า อิ๋งอิ๋ง กำลังวิ่งเล่นไล่จับ กับ เจ้าไป๋น้อยอยู่อย่างสนุกสนานตัวมอมแมมไปหมด ไป๋น้อยเห็นเสี่ยวเทียนมา 

    ก็ส่งเสียงเรียกเสี่ยวเทียนว่า

    “พี่ใหญ่” แล้วก็พุ่งกระโดดเข้าที่หน้าอกเสี่ยวเทียนทันที

    อิ๋งอิ๋ง ก็ไม่ยอมน้อยหน้าร้องเรียกตามไป๋น้อย

    “ พี่ใหญ่” แล้วกระโดดกอดเสี่ยวเทียนเช่นกัน เสี่ยวเทียนต้องรับทั้งคู่ในเวลาไล่เลี่ยกัน จนน้าจื่อเอียนต้องเข้ามาว่าอิ๋งอิ๋ง เล่นแบบนี้กับเสี่ยวเทียนได้อย่างไร

    “ ไม่เป็นไร อิ๋งอิ๋ง พี่ใหญ่จะไป ต้องธุระหลายวัน คงต้องพาไป๋น้อยไปด้วย”

    “ พี่ใหญ่พา อิ๋งอิ๋งไปด้วยได่ไหม?”

    “ ไม่ได้ ที่นั่นมีอันตราย อิ๋งอิ๋งไปไม่ได้หรอก” เสี่ยวเทียนเริ่มคุยกับ อิ๋งอิ๋งได้อย่างสนิทสนมขึ้นแล้ว

    “ ถ้าเช่นนั้น ไป๋น้อยจะไปได้ยังไง ถ้าที่นั่นมีอันตราย”  อิ๋งอิ๋งย้อนถาม

    เสี่ยวเทียนก็ได้แต่มองหน้า ไป๋น้อย ที่ผ่านมาเสี่ยวเทียนก็ไม่เคยให้ห่างจากไป๋น้อยเลย   จึงแค่พูดไปตามความเคยชิน

    “ ถ้าเช่นนั้น ไป๋น้อย อยู่กับอิ๋งอิ๋งไปก่อน รอข้ากลับมาแล้วเราค่อยกลับบ้านพร้อมกัน”  อิ๋งอิ๋งดีใจที่ได้อยู่กับไป๋น้อย  ส่วนไป๋น้อยก็ได่แต่พยักหน้า ทำตามที่เสี่ยวเทียนสั่งทุกอย่าง

    เสี่ยวเทียน นั่งยานเคลื่อนย้าย ของเขตปกครองที่สิบ ไม่นานก็ วาร์ปมาถึงที่ศูนย์กลาง สหพันธรัฐ ทวีปเหนือ  ภายในเมืองดูรูปลักษณ์แปลกตา สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่เป็น วัตถุประเภพกระจก คริสตัล โลหะมันวาว เสียส่วนใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ทำจากไม้ไม่ค่อยมีให้เห็น ครั้งนี้พี่อูซู ได้ย้ายกลับมาประจำที่เขตปกครองที่สิบ จึงเป็นคนพาเสี่ยวเทียนมาส่งที่ สหพันธรัฐ

    “ น้องเสี่ยวเทียน คนพวกนี้ ส่วนใหญ่หน้าไหว้หลังหลอก แทบทั้งนั้น ยังไงต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ด้วยนะ”  อูซูเริ่มเตือน

    “ ไม่ต้องห่วง”  เสี่ยวเทียนพยายามไม่ประมาทเช่นกัน

    พอมาถึงตึกของสหพันธรัฐ  พี่อูซู ก็แจ้งกลับ ทหารประจำหน้าป้อมหน้าประตู

    ว่าเฉินเสี่ยวเทียนมาแล้ว  ก็มีกองกำลังแต่งตัวแปลก ใส่ชุดเกราะสีน้ำเงิน พุ่งออกมาคอยรับเสี่ยวเทียนเกือบ ห้าสิบนาย มีหัวหน้าคนหนึ่งเดินออกมาทันที

    “ เจ้าหรือ เฉินเสี่ยวเทียน”

    “ ใช่แล้ว”

    “  ใส่กุญแจมือ” ผู้คุมบอกกับ ลูกน้องทันที เสี่ยวเทียนยื่มแขนให้ โดยไม่ได้พูดอะไร

    “ นี่คือลูกของท่านผู้ว่าเฉินคุน ไม่เห็นต้องใส่กุญแจมือเลย”  อูซูรีบเอ่ยกับหัวหน้าทหารผู้นี้ทันที

    “ นี่คือระเบียบ ผู้ต้องหาฆ่าคนตายทุกคน ต้องถูกล็อคด้วยกุญแจโซ่ตรวนศักดิ์สิทธิ์ทุกคน ก่อนเข้าไป ในห้องพิจารณาคดี”

    “ ไม่เป็นไร ทำตามหน้าที่ไปเถอะ” แล้วกุญแจโซ่ตรวนศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำด้วยเหล็กสีเงินมีอักขระยันต์มากมาย ก็มาล็อคมือทั้งสองข้างของเสี่ยวเทียน แล้วดึงโซ่สีเงินยวงไปล็อคที่ข้อเท้าอีก เสี่ยวเทียนไม่ใส่ใจ เดินตามเข้าไปในที่ ห้องพิจารณาคดีของสหพันธรัฐทันที  โดยมีอูซูกับลูกน้องอีกสี่คน ตามเข้าไปฟังการพิจารณาคดีด้วย

    ด้านในผู้พิพากษาคดี กำลังนั่งอ่านโน๊ต ที่เขียนมาให้ว่า ให้ละเว้นโทษตาย ให้โทษเป็นก็พอ พร้อมอธิบายว่า  มีการตกลงกับ เขตสิบไว้เรียบร้อยแล้ว

    “ เฮอะ ! นี่วุฒิสภาสหพันธรัฐ กล้าล่วงล้ำอำนาจตุลาการ ของสหพันธรัฐเชียวรึ ฆ่าคนตาย ก็ต้องได้รับโทษตายตกตามกันไป แล้วจะละเว้นชีวิต เพราะผลประโยชน์อย่างนั้นหรือ” ผู้พิพากษาขยำ เศษกระดาษทิ้งไปในถังขยะในทันที

    “ ท่านอาเหยียนซู่ ครั้งนี้ ข้าจะแก้แค้นแทนท่านเอง” ที่แท้ผู้พิพากษากลับเป็นญาติของ วุฒิสภาหยางซู่นี่เอง แล้ว ศาลตุลาการแห่งสหพันธรัฐ  กลับอนุญาตให้ญาติผู้เสียหายมาเป็นผู้พิพากษาคดีนี้ได้อย่างไรกันเนี่ย !  เสี่ยวเทียนแย่แน่คราวนี้

    พอเข้ามาถึงในห้องขังศาล เสี่ยวเทียนไม่ทันได้นั่งลง ก็ถูกพาเข้าห้องพิจารณาคดีทันที

    ในขณะที่ ทนายความประจำตัวของเสี่ยวเทียน ยังต้องเดินไปกับเสี่ยวเทียน เพื่อแนะนำตัว แล้วถามเรื่องราวอย่างย่อๆ

    พอไปถึงในที่ห้องพิจารณาคดี ก็มีวุฒิสภาพหลายคนมาคอยอยู่ก่อนหลายคน และมีคนหน้าตาแปลก มาฟังอยู่ด้วยหลายคน ซึ่งคนพวกนี้มาจากเขตทวีปกลาง และ บางคนก็เป็นคนของ หมาป่าโลกันต์ที่ส่งมาสังเกตการณ์ โดยมีอัยการเตรียมพร้อมรออยู่แล้วเช่นกัน พอทุกคนไปถึง ผู้พิพากษาก็เดินออกมานั่งที่บัลลังก์ แล้วเริ่มพยักหน้าให้ ทุกคนรายงานชื่อ ของแต่ละคน พร้อมสาบานจะพูดแต่เรื่องจริงเท่านั้น  หลังผ่านการสาบาน อัยการก็บรรยายคำฟ้องออกมาทันที

    “ ข้าแต่ศาลที่เคารพ เมื่อสิบวันก่อน  ท่านวุฒิสภาไปปฎิบัติงาน ที่เมืองชายแดน แล้วพบว่า จำเลยได้ทำร้ายผู้ตรวจการ จางซื่อชิง จนได้รับบาดเจ็บ ท่านวุฒิสภาเลยเข้าไปเจรจาหาข้อยุติ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดผัน เฉินเสี่ยวเทียนกลับไม่พอใจ ถึงกับ วางอุบายใช้วิชามาร ลอบทำร้ายท่านวุฒิสภาหยางลู่กับ องครักษ์อีก 40 คนเสียชีวิตทั้งหมด  แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่โหดเหี้ยม ผิดมนุษย์ ด้วยมีหลักฐาน และพยานอย่างครบถ้วน จึงขอให้ท่านผู้พิพากษาโปรดพิจารณามีคำสั่งลงโทษจำเลยขั้นสูงที่สุดด้วยขอรับ”  อัยการเขตที่ 1  บรรยายคำฟ้องสั้นๆ

    แต่ก็สามารทำให้เสี่ยวเทียนถูกประหารได้เลย  เสี่ยวเทียนยังไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มเล็กน้อย

    “ ฝ่ายจำเลยมีความคิดเห็นแย้งไหม?” ผู้พิพากษาเอ่ยออกมาด้วยดวงตาที่ทอแววอัมหิต

    “ มีขอรับ”  ทนายความฝ่ายเสี่ยวเทียนรีบเดินออกมา…

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน