"ตอนมาไม่ได้บอกให้มาแต่งงานนี่นา แค่บอกว่าช่วยชีวิตให้คนคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ" จ้าวเหม่ยอิงหงุดหงิด อย่างนี้มันหลอกกันนี่หว่า
"การช่วยชีวิตคนคนนั้นคือคุณต้องแต่งงานกับไป๋หลง นี่คือภารกิจแรกเพื่อให้ภารกิจหลักสำเร็จ และถ้าคุณทำได้ ระบบจะสามารถอัพเกรด และคุณสามารถเข้าร้านค้าได้ครับ" อดัมส์ตอบ
"ก่อนจับผู้ชายแต่งงานฉันขอฉีกหน้ากากไอ้สวะนี่กับยัยดอกบัวขาวนั่นก่อนได้มั้ย" จ้าวเหม่ยอิงต่อรอง
"คุณสามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมๆ กันได้ครับ"อดัมส์
"แล้วหนังสือหมั้นล่ะ"จ้าวเหม่ยอิงถาม
"กำลังถูกส่งมาครับ โดยคุณพ่อของคุณ ท่านโกรธที่ถูกเขาทำอย่างนี้แต่ก็ดีใจที่คุณไม่ต้องแต่งงานกับคนเห็นแก่ตัว นี่ขนาดยังไม่เกิดเื่ก็รีบตัดความสัมพันธ์เลย แสดงว่าเขาคงมีเป้าหมายใหม่แล้ว" อดัมส์คำนวณความน่าจะเป็ของสถานการณ์
‘ก็น่าจะนะ รูปหล่อขนาดนี้’ จ้าวเหม่ยอิงพินิจพิเคราะห์หน้าตาของฉินห้าย แล้วสายตาเธอก็ปะทะกับสายตาคู่ที่มองเธอมา
ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นเคยกับตาคู่นี้ ผู้ชายคนนี้มีผ้าพันแผลอยู่ครึ่งหน้า
"เธอบอกพวกเขาทีว่าฉันทำอะไรเธอหรือเปล่า" ไป๋หลง
"คุณคือคนที่ช่วยฉันขึ้นมาจากน้ำใช้มั้ยคะ" เธอจำได้ว่าตอนที่ขึ้นมาผ้าพันแผลของเขาหลุดออกมา
ตอนแรกเธอนึกว่าเธอตายไปแล้วเพราะนึกว่าเขาเป็ผีจึงสลบไปอีกรอบ ผ้าที่พันไว้คงจะปิดแผลบนใบหน้าของเขา
"ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้"จ้าวเหม่ยอิงขอบคุณอย่างสุภาพ
"ผมไปได้แล้วใช่มั้ย"ไป๋หลงพูดเสร็จก็เดินออกมาเลย
"เดี๋ยวค่ะ ฉันยังไม่รู้ชื่อคุณเลย"จ้าวเหม่ยอิง
"เด็กหน้าตายนี่ชื่อไป๋หลงน่ะ"คุณหมอสวีตอบแทนเ้าตัวที่เดินดุ่มๆ ออกไปแล้ว
"เหม่ยอิง ผมขอโทษนะ" ฉินห้ายที่ถือโอกาสแสดงความห่วงใยเดินเข้ามาจับมือเธอในฐานะคู่หมั้น
ตอนนี้ถ้าเขาทิ้งเธอภาพพจน์ของเขาคงย่ำแย่ในสายตาผู้ใหญ่บ้าน เขารู้ว่าผู้ใหญ่บ้านเจียงกับเลขาซ่งนั้นเป็เพื่อนที่รักกันดั่งพี่น้อง
ถ้าคนคนนี้มองเขาไม่ดี อาจทำให้ประตูบ้านซ่งเปิดยากขึ้นสำหรับเขา
“เพี๊ยะ!”
จ้าวเหม่ยอิงฟาดไปที่หน้าของฉินห้าย หน็อยแน่ฉวยโอกาสตอนที่เธอกำลังอึ้งอยู่กับไป๋หลง
“คุณเป็ใครคะ ทำไมถึงจาบจ้วงในที่สาธารณะ ถึงแม้ว่าคุณจะบอกว่าเป็คู่หมั้น แต่คุณไม่มีสิทธิ์ทำบัดสีเช่นนี้ท่ามกลางผู้คน โดยเฉพาะต่อหน้าผู้าุโคุณควรสำรวมมากกว่านี้
จริยธรรมมารยาทคือสิ่งที่เราต้องพิทักษ์ไว้ และฉันต้องรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเอาไว้ ตอนนี้คุณกับฉันเหมือนคนแปลกหน้า
คุณบอกว่าถอนหมั้นฉันจนทำให้ฉันเกิดเื่ คุณมาปลอบใจแล้วคิดว่าความทรงจำฉันจะสามารถกลับมาได้อย่างนั้นหรือ" จ้าวเหม่ยอิงร้องโวยวาย
ให้คนเห็นว่าชายที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่มีความละอาย แม้อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ยังทำผิดศีลธรรม
ถือได้ว่าไม่เห็นหัวใคร และเธอก็ฟาดไปเต็มแรงเลยทีเดียวแต่ยัง ยังไม่สาแก่ใจ
ในความทรงจำของจ้าวเหม่ยอิง เธอนั้นทั้งรักทั้งเทิดทูนบูชา แต่ไอ้เลวนี่นอกจากจะหลอกลวงเธอแล้วยังทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าปิดปากเธออีก
เสียงตบหน้านั่นดังไม่น้อยไปกว่าเสียงต่อว่าของจ้าวเหม่ยอิง ทำให้ทั้งคลินิกนั้นเงียบกริบ เพราะสิ่งที่จ้าวเหม่ยอิงกล่าวออกมานั้นเป็หลักการที่ถูกต้อง
"เอาหล่ะ ตอนนี้เื่ก็คลี่คลายแล้ว ต่างคนต่างก็กลับไปที่พักของตัวเอง แล้วก็นาย เรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่เธอจะตกน้ำ
ความจำใน่นั้นของเธอหายไป ถึงแม้ว่านายอาจสามารถกระตุ้นความทรงจำของเธอแต่เพราะเรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถือว่านายเป็คู่กรณี และถ้านายได้ถอนหมั้นแล้ว
หากหนังสือสัญญาหมั้นคืนมาแล้วก็ถือว่านายกับเธอไม่เกี่ยวข้องกัน แต่หากว่าความทรงจำของเธอกลับมาและพบว่านายเป็คนทำร้ายเธอหรือทำผิดต่อเธอจะมีผลเื่ผิดประเวณีและผิดสัญญาเพราะนายกระทำตอนที่สถานะยังเป็คู่หมั้นอยู่"ผู้ใหญ่หันมาพูดกับฉินห้าย
การดักทางอย่างนี้ทำให้ฉินห้ายกังวล แต่แน่ล่ะการแสดงออกของเขาย่อมต้องเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ
"แน่นอนครับผู้ใหญ่บ้าน ผมเข้าใจดี และหากผมทำร้ายเธอจริงผมยอมรับโทษแต่ต้องมีหลักฐานชัดเจนไม่ใช่การใส่ร้ายกัน" ฉินห้ายยืนยันและกันตัวเองโดยอ้างเื่หลักฐาน
‘พูดเองนะ'จ้าวเหม่ยอิงคิดในใจ
"ผู้ใหญ่บ้านคะ ฉันขอให้มีการบันทึกเหตุการณ์ของวันนี้ไว้เป็ลายลักษณ์อักษรได้มั้ยคะ
เผื่อว่าวันไหนความจำของฉันกลับมาฉันสามารถมีหลักฐานว่าถูกทำร้ายได้" จ้าวเหม่ยอิงขอร้อง ทำอะไรให้รัดกุมก่อนดีกว่า
"ได้สิ ต้องทำอยู่แล้ว หมอสวีช่วยบันทึกสภาพร่างกายของจ้าวเหม่ยอิงด้วยนะ" ผู้ใหญ่บ้านเจียงช่างรอบคอบ
ที่จริงเขาเป็ทหารปลดประจำการ เคยอยู่หน่วยสืบสวน เื่วันนี้มีหรือที่คนมีประสบการณ์อย่างเขาจะมองไม่เห็นความไม่ชอบมาพากล
โดยเฉพาะ เื่ของเพื่อนสาวคนสนิทอีกคน อีกทั้งเขายังมองออกด้วยว่าจ้าวเหม่ยอิงไม่ได้ความจำเสื่อม แต่ที่เธอไม่พูดออกมาตอนนี้เพราะเธอไม่มีหลักฐาน ดังนั้นเขาจึงแกล้งตามน้ำไปก่อน
"เห้อ วัยรุ่นสมัยนี้"