เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 76 พวกเธอ...ต้มสุกแล้ว?

            พ่อของลั่วเสี่ยวซีได้ปลดการระงับบัตรเครดิตแล้วและได้สร้างเงื่อนไขที่ว่าในเวลาสองปีหากลั่วเสี่ยวซียังไม่มีผลงานที่น่าพอใจในวงการนางแบบเธอจะต้องกลับไปช่วยกิจการที่บ้าน

            ซึ่งลั่วเสี่ยวซียอมรับเงื่อนไขของพ่อได้หมดยกเว้นแต่เรื่องที่พ่อจะให้เธอเลิกตามจีบซูอี้เฉิง

            เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องมาดูตัวกับลูกชายคุณอาฉิน

            “พ่อคะนี่พ่อคิดว่าให้หนูไปดูตัวกับหนุ่มหล่อ แล้วหนูจะตัดใจจากซูอี้เฉิงได้งั้นเหรอ”ลั่วเสี่ยวซีคุยโทรศัพท์ขณะเดินเข้าร้านกาแฟ “ฝันหวานแล้วล่ะค่ะหนูเคยบอกพ่อแล้วใช่ไหม ว่านอกจากซูอี้เฉิงหนูไม่เอาใครทั้งนั้น!”

            เธอกดวางสายในขณะที่พนักงานเดินมาต้อนรับ

            “ยินดีต้อนรับค่ะไม่ทราบว่าจองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ”

            “ฉัน...”ลั่วเสี่ยวซีกวาดตามองไปรอบๆ ร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างสวยงามหรูหราทันใดนั้นก็เจอเข้ากับภาพของคนคุ้นตา

            ฉินเว่ย!

            คนติดดินอย่างเขาวันนี้กลับอยู่ในชุดสูทเต็มยศทำให้หล่อเหลาดูดีขึ้นมาผิดหูผิดตา

            ลั่วเสี่ยวซีเดินเข้าไปหาและนั่งลงตรงหน้าเขาอย่างไม่เกรงใจ

            “บังเอิญจังนะ”

            “มาแล้วเหรอ”ฉินเว่ยเรียกพนักงานให้นำเมนูมาให้ลั่วเสี่ยวซี “จะดื่มอะไรหน่อยไหม”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มพลางพลิกเปิดเมนูแต่ทันใดนั้น มือเธอก็ชะงักค้าง

            ลูกชายคุณอาฉิน...ฉินเว่ย

            ฉินเว่ยดูไม่แปลกใจสักนิดที่เจอเธอแถมยังพูดกับเธอว่า ‘มาแล้วเหรอ’

            เธอเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกใจจนเริ่มพูดติดๆขัดๆ

            “นะ นาย...ฉินเว่ย นะนายคือลูกชายสุดเพอร์เฟ็คในตำนานที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศของคุณอาฉินงั้นเหรอ?”

            ฉินเว่ยยิ้ม “ไงเธอยังไม่รู้อีกเหรอว่าคู่ดูตัวของเธอก็คือฉัน”

            ลั่วเสี่ยวซีส่ายหน้าอย่างอึ้งๆ“ไม่รู้ แต่ว่านะ ถ้าเป็นนายก็ค่อยง่ายหน่อย”

            “หมายความว่าไง?” ฉินเว่ยพูดพลางจิบเอสเพรสโซ่

            “แหม ก็พ่อฉันน่ะสิอยากให้ฉันจับนายให้อยู่หมัด อีกหน่อยนายจะได้มาช่วยดูแลกิจการตระกูลลั่วเขาจะได้สบายใจสักที” ลั่วเสี่ยวซีสลัดกระเป๋าออกจากตัวและฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์

            “แต่นายก็รู้นี่นอกจากซูอี้เฉิงแล้ว ฉันไม่ต้องการใครอีก”

            “ก่อนมาที่นี่ฉันยังกังวลอยู่เลยว่า เกิดอีกฝ่ายหลงเสน่ห์ฉันขึ้นมา แล้วไปบอกพ่อว่าชอบฉันพ่อคงบังคับให้ฉันแต่งงานแน่ๆ แต่ถ้าเป็นนาย ฉันก็วางใจเพราะคงไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแน่นอน”

            “ถ้าหากฉันบอกเธอว่าฉันไม่ปฏิเสธที่จะแต่งงานกับเธอล่ะ”นิ้วมือเรียวยาวของฉินเว่ยจับแก้วกาแฟอย่างสบายอารมณ์ “เสี่ยวซีเธอกับซูอี้เฉิงไม่มีทางเป็นไปได้ ฉันว่าพวกเราก็เหมาะสมกันอยู่นะ เธอรู้จักฉันดีส่วนฉันก็ไม่รังเกียจเธอ ถ้าแต่งงานกันก็ส่งผลดีกับกิจการทางบ้านของเราทั้งคู่เมื่อพ่อเธอเกษียณ ฉันก็ช่วยบริหารธุรกิจเครือลั่วเธอก็สามารถใช้ชีวิตตามอำเภอใจได้เหมือนเดิม มันไม่ดีตรงไหน?”

            เป็นครั้งแรกที่ลั่วเสี่ยวซีเห็นฉินเว่ยจริงจังขนาดนี้เขาดูต่างจากเวลาขับรถสปอร์ตจีบสาวอกตู้มลิบลับราวกับคนแปลกหน้า

            เธอโบกไม้โบกมือหน้าฉินเว่ย“นี่นายใช่เจ้าชายท่องราตรีฉินเว่ยตัวจริงหรือเปล่าเนี่ยเพื่อธุรกิจของที่บ้านแล้วถึงกับยอมแต่งงานมันไม่ใช่นิสัยของคนรักอิสระแบบนายเลยนี่”

            ฉินเว่ยยิ้มเยาะตัวเองเบาๆ“เสี่ยวซี คนที่เกิดมาในครอบครัวแบบพวกเราก็ต้องแต่งงานทางธุรกิจกันทั้งนั้นพวกเราจะเลือกกินเลือกใช้อะไรก็ได้ สามารถเพลิดเพลินกับของฟุ่มเฟือยได้ทุกอย่างแต่เรื่องของคู่ครองพวกเราถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องแต่งงานกับอีกฝ่ายที่ให้ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน”

            “งั้นนายไปหาลูกสาวเศรษฐีบ้านอื่นก็ได้ไม่ใช่เหรอ”ลั่วเสี่ยวซีกล่าว “ตระกูลอื่นที่มีอำนาจมากกว่าบ้านฉันมีอยู่เต็มเมือง A ไปหมดทำไมนายถึงมาเลือกฉัน?”

            ฉินเว่ยเคาะนิ้วลงบนโต๊ะอย่างใช้ความคิด“เสี่ยวซี จะให้ฉันพูดยังไงดี...ฉันไม่ชอบสาวๆ พวกนั้นแต่ละคนเหมือนถูกเซตมาแล้วว่าต้องดูอ่อนโยนใจกว้าง พูดจานุ่มนวล ฉันรับไม่ได้อ่ะ”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มหวานพลางยกมือกุมแก้มทั้งสองข้าง

            “งั้นนายชอบฉันเหรอ?”

            “ชอบสิ”ฉินเว่ยสบตากับลั่วเสี่ยวซี “หน้าตาดีไร้ที่ติ รูปร่างก็สุดยอดฉันชอบขาเรียวยาวของเธอมากที่สุด ไหนจะนิสัยเปิดเผยเป็นกันเอง แล้วทำไมฉันจะไม่ชอบเธอล่ะแต่ว่านะ ฉันชอบบริษัทของพ่อเธอมากกว่า”

            “ให้ตายเถอะ”ลั่วเสี่ยวซีสบถและเตะฉินเว่ยไปหนึ่งที

            เธอกับฉินเว่ยสนิทกันมากจึงรู้ดีว่าต้นประโยคที่เขาพูดมาก็แค่ล้อเล่น แต่ท้ายประโยคนี่สิพูดจริง

            เธออธิบายสีหน้าจริงจัง“ฉินเว่ย ฉันไม่สามารถปล่อยมือจากซูอี้เฉิงได้จริงๆนอกเสียจากเขาจะแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว”

            “แต่ถึงยังไงฉันก็อยากให้เธอลองคิดเรื่องการแต่งงานของเราดูดีๆ”ฉินเว่ยวิเคราะห์เหตุผลให้ลั่วเสี่ยวซีฟังเป็นข้อๆ

            “หนึ่งเธอกับซูอี้เฉิงมันเป็นไม่ได้ แต่ถ้าเธอแต่งงานกับฉัน เธอจะได้ตัดใจเสียทีไม่งั้นตอนที่ซูอี้เฉิงแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น เธอนี่นับว่าแพ้หมดรูปเลยนะ สองฉันมีความสามารถมากพอที่จะช่วยบริหารงานของตระกูลลั่ว อีกหน่อยเธอในฐานะคุณนายฉินอยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะโดนบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบเพราะมีฉันคอยให้ท้ายเธออยู่แล้ว สาม ฉันหล่อขนาดนี้ เธอจะไม่รับฉันไว้พิจารณาจริงๆเหรอ?”

            พรืด...ลั่วเสี่ยวซีหัวเราะจนตัวสั่นไปหมดเธอมองฉินเว่ยสีหน้าจริงจัง

            “ทำไงดีล่ะฉินเว่ยนายหล่อก็หล่อ แถมเงื่อนไขที่ร่ายมาก็ช่างเย้ายวนใจ แต่ว่านะฉันไม่ได้รู้สึกใจเต้นสักนิด”

            “ใจแข็งชะมัด”ฉินเว่ยถอนหายใจ “ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็...สงสัยฉันคงต้องลองจีบเธอดูสักตั้ง”

            “หา?” ลั่วเสี่ยวซีตาโตอย่างตกใจเมื่อตั้งสติได้จึงเริ่มต่อว่าเขา

            “ฉินเว่ยนายกลับคำพูดนี่พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป!”

            “ไม่เคยได้ยินคนเขาพูดกันหรือไงว่าไม่มีมิตรภาพที่แท้จริงระหว่างชายกับหญิงนอกเสียจากอีกฝ่ายจะแกล้งโง่หรือไม่ก็ไม่ยอมสารภาพความจริง แต่ฉันไม่ใช่คนพวกนั้นฉันพูดจริงทำจริง ไม่งั้นเสียชื่อคาสโนว่าอย่างฉันหมด”

            “...”ลั่วเสี่ยวซีถึงกับพูดไม่ออก

            จนกระทั่งออกมาจากร้านกาแฟลั่วเสี่ยวซีก็ยังคงสับสนมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น

            เธอขับรถมุ่งหน้าไปยัง Dingya Mountain Villa ทันทีโดยไม่สนใจว่าซูเจี่ยนอันจะอยู่บ้านหรือไม่ เมื่อเธอไปถึงซูเจี่ยนอันก็เพิ่งอบคัพเค้กเสร็จพอดี

            “ขอกินเค้กสงบจิตสงบใจก่อนนะ”เธอกลืนเค้กพลางดึงซูเจี่ยนอันให้นั่งลง “บอสใหญ่บ้านเธอล่ะ?”

            “หลับอยู่”ซูเจี่ยนอันชี้นิ้วไปด้านบน “ถามถึงเขาทำไม”

            ลั่วเสี่ยวซีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ซูเจี่ยนอันฟังเธอเน้นย้ำเรื่องที่ฉินเว่ยบอกว่าจะตามจีบเธอ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอช็อกที่สุด!

            ซูเจี่ยนอันเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของลั่วเสี่ยวซีแล้วอดยิ้มไม่ได้

            “ผู้ชายที่มาจีบเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมานับๆ แล้วเป็นพันคนได้มั้งแล้วทำไมคราวนี้ดันทำท่าอย่างกับเพิ่งเคยโดนผู้ชายจีบครั้งแรกอย่างงั้นแหละ”

            “ฉันก็แค่คิดมาโดยตลอดว่าความสัมพันธ์ของฉันกับฉินเว่ยเป็นแค่เพื่อนซี้กัน” ลั่วเสี่ยวซีส่ายหน้า“เขาไม่ควรมาชอบฉัน ยิ่งไม่ควรมาจีบฉัน พวกเราควรเป็นแค่เพื่อนสนิท”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มเธอเดินไปหยิบไอศกรีมออกมาจากตู้เย็น “เสี่ยวซี เธอจะโลกสวยไปแล้ว สงสัยเพราะเธอใช้ชีวิตได้ตามอำเภอใจเลยเป็นแบบนี้นี่เธอคิดว่าที่ฉินเว่ยช่วยปกป้องเธอในผับ ไปไหนมาไหนกับเธอตลอดและไม่เคยทำอะไรเกินเลยกับเธอ ก็เพราะคิดว่าเธอเป็นแค่เพื่อนงั้นเหรอเธอลืมไปแล้วหรือไงว่าตอนแรกที่เขาเข้าหาเธอ จุดประสงค์ของเขาคืออะไร”

            ตอนอยู่ในผับฉินเว่ยเข้าหาเธอเพราะต้องการแค่ Onenight stand

            “เพราะรู้ว่าเธอชอบพี่ชายฉันเขาเลยได้แต่คงสถานะเพื่อนเอาไว้เพื่อจะได้อยู่ข้างๆ เธอแต่ตอนนี้เมื่อเขาเห็นผลประโยชน์ที่จะได้หากแต่งงานกับเธอ เขาเลยฉีกเส้นกั้นบางๆ อันนั้นทิ้งซะซึ่งก็ไม่แปลก” ซูเจี่ยนอันอธิบาย “เพราะฉะนั้น เธอไม่ต้องตกใจไป”

            ลั่วเสี่ยวซีพยักหน้าพลางส่งยิ้มให้ซูเจี่ยนอัน

            “สมแล้วที่เป็นผู้มีประสบการณ์เฮ้อ การได้แต่งงานกับคนที่ชอบรู้สึกยังไง?”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้งเธอรีบเข้าไปปิดปากลั่วเสี่ยวซีไว้

            “เจียงเส้าข่ายบอกเธอแล้วเหรอ”

            ลั่วเสี่ยวซีพยักหน้าพลางส่งเสียงประท้วง ซูเจี่ยนอันเอามือออกจากปากเพื่อน จากนั้นจึงพูดเตือน

            “ลู่เป๋าเหยียนก็อยู่บ้านเธออย่าพูดอะไรมั่วซั่ว”

            ลั่วเสี่ยวซีพยักหน้าอีกครั้งจากนั้นจึงส่งสายตาดูถูกให้เพื่อนตัวเอง

            “เธอนี่ไม่ใจเลยเรื่องใหญ่ขนาดนี้ดันไม่บอกฉันสักคำ”

            “ก็เพราะฉันกลัวเธอจะเอาไปป่าวประกาศจนลู่เป๋าเหยียนรู้ความจริงเข้าน่ะสิ” ซูเจี่ยนอันตอบอย่างกลุ้มใจ“การแอบชอบเขามาเป็นสิบปี ไม่ใช่เรื่องน่าอวดเลยสักนิด”

            “เอ๋ พูดแบบนี้เธอตกหลุมรักลู่เป๋าเหยียนตั้งแต่แรกพบเลยงั้นเหรอ” ลั่วเสี่ยวซีนับนิ้ว “ตั้งแต่สิบขวบจนถึงตอนนี้สิบสี่ปี...เอิ่มซูเจี่ยนอันนี่เธอมีสิทธิ์อะไรมาหัวเราะเยาะฉันเรื่องที่ตามจีบพี่ชายเธอมาตั้งนานเนี่ยเรื่องของเธอนานกว่าฉันเสียอีกนะ!”

            “นานกว่าเธอแค่ไม่กี่ปีเองพอๆ กันนั่นแหละ!”

            ลั่วเสี่ยวซีหยุดคิด“ก็จริง” จากนั้นจึงตักไอศกรีมเข้าปาก ทันใดนั้นเธอก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้และมองไปที่ถ้วยไปศรีม

            “เป็นไอศรีมโฮมเมดของ Abel จริงด้วย!เธอได้มันมายังไง สุดยอด!”

            “ไม่ใช่ฉัน”ซูเจี่ยนอันตอบ “ลู่เป๋าเหยียนเชิญเชฟมาทำให้ที่นี่”

            “เชิญ Abel จากอเมริกามาที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ”ลั่วเสี่ยวซีจ้องซูเจี่ยนอันอย่างพิจารณา

            “ระหว่างพวกเธอต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ!”

            ซูเจี่ยนอันแย้มยิ้ม“ถ้ามีแล้วจะทำไม? อยู่บ้านเดียวกันทุกวันแบบนี้ไม่มีสิแปลก”

            คำพูดนี้ช่างพาให้คนฟังคิดไปไหลลั่วเสี่ยวซีกระเถิบเข้าใกล้เพื่อนของตนอย่างมีนัย

            “พวกเธอ...ทำแบบนั้นกันเรียบร้อยแล้ว? ต้มสุกแล้วสินะ?”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งคิดอยู่นานแล้วจึงตอบอย่างหนักแน่นว่า

            “น้ำใกล้จะเดือดแล้วล่ะ”

            ลั่วเสี่ยวซีรู้จักเพื่อนคนนี้ดีได้ยินดังนั้นก็เข้าใจในทันที เธอยิ้มกว้างอย่างดีใจ

            “ซูเจี่ยนอันสู้ๆ!มัดใจลู่เป๋าเหยียนไว้ให้ได้นะคะ จะได้มาเป็นเถ้าแก่เนี้ยของฉันไปชั่วชีวิต!”

            ซูเจี่ยนอันยกชานมที่เพิ่งชงเสร็จขึ้นดื่ม

            เป็นเถ้าแก่เนี้ยของลั่วเสี่ยวซีงั้นเหรอก็น่าสนใจแฮะ

            ลู่เป๋าเหยียนนอนหลับยาวจนถึงสี่โมงกว่าจึงเดินลงมาข้างล่างลั่วเสี่ยวซีเองก็เพิ่งกลับไปส่วนซูเจี่ยนอันกำลังเก็บจานผลไม้และคัพเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชา

            “ลั่วเสี่ยวซีมาที่นี่?” เขาถาม

            เขาเป็นเดินมาเงียบๆและเอ่ยปากถามซูเจี่ยนอันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาซูเจี่ยนอันถึงกับสะดุ้งเธอส่งเศษขยะให้กับป้าหลิวและตอบเขา

            “อืมเพิ่งกลับไปเมื่อกี้”

            ลู่เป๋าเหยียนใช้มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าคงเพราะเพิ่งตื่นนอน เขาในยามนี้จึงดูสบายๆ ง่ายๆ กว่าทุกทีเมื่อได้ยินคำตอบแล้วจึงตั้งท่าจะเดินกลับ ซูเจี่ยนอันส่งเสียงเรียกเขาไว้

            “ฉันอบเค้กเอาไว้เดี๋ยวเอาให้นายกินนะ!”

            เขาไม่ชอบกินของหวานปกติจึงไม่ค่อยแตะของพวกนี้แต่เมื่อซูเจี่ยนอันพูดจบเธอก็วิ่งเข้าไปหยิบเค้กออกมาให้เขาจากในครัวทันที

            “ลองชิมดูสิ”รอยยิ้มของเธอหวานกว่าเค้กตรงหน้าเสียอีก

            ลู่เป๋าเหยียนรับเค้กมา“คนเราทำความดีมักหวังผลตอบแทน เธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันหรือเปล่า”

            นอกจากความรู้ในอาชีพตัวเองซูเจี่ยนอันไม่มีความสามารถพิเศษอย่างอื่นอีกเลย นอกจากการทำอาหารและอบขนมเธอลองชิมเค้กที่เพิ่งอบเสร็จในวันนี้ของตัวเองแล้วรสชาตินุ่มหอมอร่อยไม่แพ้เค้กตามโรงแรมห้าดาว

            เธอก็แค่อยากให้ชิมเท่านั้นเอง...ทำไมเขาถึงคิดว่าเธอทำไปเพราะหวังผลกันนะ?

            ไหนๆ เขาก็คิดแบบนี้แล้วงั้นเธออาศัยโอกาสนี้ขอร้องเขาสักเรื่องแล้วกัน

            “งั้นฉันพูดเลยนะที่จริงฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วย”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อย

            “ว่ามา”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730