ฝ่ายบุรุษเห็นท่าทาง เด็กหนุ่มก็นึกหมั่นไส้ จนเบ้ปาก เ้าเด็กเหลือขอนี้น่ะรึ ที่ข้าคนนี้จะต้องรับเป็ลูกศิษย์์ช่างไม่มีตาซะจริงๆ
เฒ่ามืด กัดฟันกรอดๆให้นึกเสียใจขึ้นมาแล้วซิ เข้าตำราให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัวซะแล้ว
ถึงจะไม่เห็นสีหน้าฝ่ายบุรุษ แต่ก็พอจะนึกออกว่ากำลังหัวเราะเยาะเย้ยมันอยู่แน่นอน
หนอยเล่นอย่างนี้ใช่หรือไม่ ดีล่ะ ข้าจะเล่นบ้าง พอคิดได้เฒ่ามืดก็มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดังผู้ชราใจดี
“มิมีปัญหา ข้าจะมอบเพลิงทมิฬะ ให้ก็ได้ แต่ทว่าเ้าก็ต้องมอบ เพลิงเทพาออกมาด้วยเช่นกัน”
“ใช่ๆ...ผมเอาอันนี้แหละท่านจะรับข้าเป็ลูกศิษย์ ก็ต้องมีของขวัญรับหน้าด้วยช่ายป่ะ”
อา...ของดีมาอีกแล้วครับท่าน ขัดแข้งขัดขากันเข้าไปเดี๋ยวชาวประมงจะกวาดเอง เด็กหนุ่มยิ่งคิดก็ยิ่งยินดี
คราวนี้ฝ่ายบุรุษ มีสีหน้าย่ำแย่เหมือนเฒ่ามืดบ้างอยากจะร้องไห้ แต่ก็ไม่มีน้ำตา ชักฝืนใส่เท้าตัวเองจริงๆ
ฝ่ายบุรุษลองหยั่งเชิงถามดู
“เฒ่ามืดเ้าหลอมรวมเพลิงทมิฬะ แล้วหรือไม่”
เฒ่ามืด ชะงักส่ายหน้ากล่าว
“ข้าพยายามหลอมรวมมาเป็เวลาหลายพันปีแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จซักที”
ฝ่ายบุรุษ พอได้ฟัง ก็กระหยิ่มยินดีในคราเคราะห์ของผู้อื่นอดไม่ได้ต้องหัวร่อออกมา
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่าถ้าเช่นกัน เ้าก็มอบเพลิงทมิฬะออกมาเถอะ”
เฒ่ามืด โมโหจนหน้าแดง ตวาดกล้บไป
“แล้วเพลิงเทพาของเ้าเล่า”
“เสียใจ...เสียใจเพลิงเทพา ของข้าหลอมรวมมาตั้งนานแล้ว”
ฝ่ายบุรุษ แบมือทั้งสองข้าง ช่วยไม่ได้เ้ามันไร้สามารถเอง จะโทษใครกันล่ะ
“เ้า...”
เฒ่ามืด อยากกลั้นหายใจตายจริงๆ์ช่างไม่ยุติธรรมกับข้า ผู้อื่นอายุน้อยกว่าแท้แต่ข้านี่เรียกว่าระดับเทพเชียวน่ะ
“ไม่...ข้าไม่เชื่อเ้าจงออกมาแสดงออกมาให้ข้าดูทีเดียว”
ฝ่ายบุรุษ อยากจะออกไปแสดงตั้งนานแล้วแต่รอเวลาเหมาะๆ ซ้ำเติมให้จมดินเลย
ยามนั้น ข้างกายเด็กหนุ่มปรากฏมวลพลังแสงสีทองอร่ามก่อตัวรูปร่างเป็คนผู้หนึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีมิติรูปร่างชัดเจน จนเห็นเป็รูปหน้าได้ แต่ก็พอจะมองออกว่าเป็บุรุษผู้หนึ่ง
เฒ่ามืด จ้องมอง เปลวเพลิงสีขาว บนฝ่ามือของฝ่ายบุรุษ ที่กำลังลุกโชนอยู่ไม่มีแม้แต่ความร้อนแผ่ออกมา แต่สามารถเผาไหม้ทุกสรรพสิ่งจนไม่เหลือร่องรอย
อา...เป็เพลิงเทพา ของแท้ เฒ่ามืดรู้สึกหดหู่ ก้มหน้าคอตก คล้ายแก่ชราลงหลายร้อยปี พ่ายแพ้แล้ว
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่าเ้าก็มีวันนี้”
ฝ่ายบุรุษ ชี้หน้าหัวร่อชอบใจไม่ไว้หน้าเฒ่ามืดเลยซักนิด
เฒ่ามืด อับอายจนกลายเป็โทสะ แพ้แล้วพาลจึงตวาดไป
“แล้วอย่างไรหลอมรวมแล้วอย่างไร ถึงยังไงเ้าก็ต้องมอบออกมาเช่นกัน”
ฝ่ายบุรุษ ถึงกับอึ่ง นี่ข้าฟังผิดไปหรือไม่เขาจึงแคะหูแล้วถามอีกครั้ง
“ใช่ เ้าต้องมอบออกมาเพราะนี้คือเงื่อนไขข้อที่ 3”
คราวนี่ฝ่ายบุรุษตะลึงงัน คล้ายทบทวนถึงเงื่อนไขในอดีตที่ยาวนานผ่านมา
บัดซบ ข้าลืมไปได้อย่างไรกัน ครานี้ฝ่ายบุรุษกัดฟันดังกรอดๆ บ้าง
เฒ่ามืด เห็นดังนั้น ลืมความทุกข์ใจทันที หัวร่อเสียงดังบ้าง
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่าข้าสบายใจแล้วล่ะ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า”
เฒ่ามืด หัวร่อจนพอใจจึงกล่าว
“เ้าส่งมอบเพลิงเทพาที่มือขวาของเด็กน้อยส่วนข้าจะส่งเพลิงทมิฬะไปที่มือซ้ายของมันเอง”
เฒ่ามืดหันหน้าไปแค่นเสียงกับเด็กหนุ่ม ที่ตอนนี้กำลังยิ้มระรื่น หน้าตากวนเบื้องล่าง
“เฮอะ...ให้เด็กน้อย เ้าได้เปรียบไม่น้อยครานี้นับว่าขูดเืขูดเนื้อข้าทีเดียว”
“แต่ไหนๆ ก็ประพฤติตนเป็คนดีแล้ว ข้าก็จะทำดีให้ถึงที่สุดรับไปคำภีร์ทมิฬคู่เพลิงทมิฬะ ข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเ้าจะรับไว้ได้หรือไม่”
เฒ่ามืด ฉวยโอกาศไม่ทันตั้งตัว ยิงลำแสงทมิฬไปที่หน้าผากของหลงเอ๋อ ทะลวงเข้าสู่ โลกความรู้ภายใน
ตูม...
ตูม...
ดังเสียงฟ้าฟาด หลงเอ๋อ ไม่ทันตั้งตัวศรีษระมึนงง สมองอืออึง มวลความรู้ต่างๆ ะเิออกหลั่งไหลเข้าสู่โลกความรู้ภายใน มากมายมหาศาลมีทุกสิ่งทุกอย่าง จัดเรียงเป็ลำดับชั้นต่างๆ
ฝ่ายบุรุษ ก็ลงดาบด้วยเช่นกัน ยิงลำแสงสีขาวไปที่หน้าผากของหลงเอ๋อ ทะลวงเข้าสู่โลกความรู้ภายใน ตามหลัง เฒ่ามืดไปติดๆ
ตูม...
ตูม...
หลงเอ๋อ ถึงกับเซ จนเกือบล้มทั้งยืนนึกโมโหทั้ง 2 ฝ่าย ที่จู่โจมไม่บอกกล่าว แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้แสดงออกแล้วเพราะมวลความรู้ต่าง ของทั้ง 2 ฝ่าย ผสมปนเปจนกลายเป็จักรวาลความรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ข้อความเรียงตัวทอดยาวสลับซับซ้อนดังทางช้างเฝือก
โลกความรู้ภายในของ หลงเอ๋อเปล่งแสงสีทองกระพริบจนแสบตา จัดเรียงมวลความรู้เสียใหม่ หลอมรวมกลายเป็คัมภีร์โปร่งแสงที่สมบูรณ์เล่มหนึ่ง ล่องลอยอยู่ในโลกความรู้
เพียงแค่คิด คัมภีร์โปร่งแสงก็จะแสดงข้อมูลให้หลงเอ๋อได้รู้โดยทันที
หลงเอ๋อ ใช้เวลาปรับสภาพโลกความรู้ภายในนาน1 ชั่วยาม ร่างกายที่เปล่งแสงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก็กลับสู่ภาวะปกติ
หลงเอ๋อ ลืมตาตื่นแวบแรกในดวงตาจะมองเห็นอักขระรูนบรรกาล ประทับอยู่บนคัมภีร์โปร่งแสง
ซึ่งเป็ของ หลงเอ๋อ เพียงผู้เดียว จะไม่มีผู้ใดใครอื่นจะสามารถเปิดอ่านคัมภีร์โปร่งแสงนี้ได้อีกไม่ว่าจะใช้วิธีการใดๆ ก็ตาม
ฝ่ายบุรุษ กับ เฒ่ามืดจ้องมองจนงงงันกับปรากฏการณ์ ที่เกิดกับหลงเอ๋อ เช่นกัน
ฝ่ายบุรุษ รำพึงเสียงเบา
“กลับกลายเป็ว่าคัมภีร์ถูกแบ่งออกเป็ 2 เล่ม แต่แรกแล้ว...”
เฒ่ามืด ครุ่นคิดในใจ
‘มิน่าเล่าคนผู้นั้นจึงบอกว่าพวกเราทั้ง 2 คน ไร้ซี่งวาสนา’
เด็กหนุ่มที่คิดว่าตนเองเพิ่งรอดตายจากสมองะเิหวุดหวิด กำลังจะต่อว่าทั้ง 2 ฝ่ายแต่เฒ่ามืดกลับสั่งเสียงดังซะก่อน
“เด็กน้อยลองใช้ฝ่ามือซ้ายรับเพลิงทมิฬะ และหลอมรวมให้ข้าดู”
เฒ่ามืด หยิบขวดหยกออกมา แล้วเปิดฝาออก กลุ่มเปลวเพลิงสีดำทมิฬ ลอยออกมา หลงเอ๋อ ใรีบยื่นฝ่ามือซ้ายออกไปรับไว้โดยไม่ทันคิด
“อ้าก...อ้าก...ร้อนๆร้อนจะตายอยู่แล้ว”
ได้ยินเสียงสะบัดฝ่ามือ
พรึบๆ...
พรึบๆ...
เพลิงไม่ย่อมดับ หลงเอ๋อหน้าซีดเผือดคิดว่าไฟไหม้ตายแน่แท้ มองดู เฒ่ามืดกลับยิ้มเหียมเกรียมไม่ยอมช่วย
ช่างใจร้ายใจดำจริงๆข้าผู้ที่ยังบริสุทธิ์อยู่ ยังไม่ทันที่จะััสาวงามกลับต้องมาตายอนาถเสียแล้ว
ขณะที่กำลังตัดพ้อต่อว่าอยู่นั้น
‘แต่...เอ๋ไม่เจ็บนี่น่า’
เด็กหนุ่ม มองดูไฟที่ลุกโชนอยู่บนฝ่ามือ อีกครั้งไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด หันมองดูเฒ่ามืด ที่จ้องมองมา
คิดว่าข้าจะอายรึ แค่นี้จิ๊บๆ ต่อให้ร้องดังไป 3 บ้าน 8 บ้านคนออกมาดูเยอะแยะข้ายังชิวๆ
เด็กหนุ่มหลอมรวมความทรงจำเข้ากับหลงเอ๋อตัวจริง ตอนปรับสภาพโลกความรู้ภายใน จนเผลอแทนตัวเองว่าข้าโดยไม่รู้ตัว
ต่อไปนี้จะเรียกเด็กหนุ่มว่า หลงเอ๋อ
หลงเอ๋อ ถามเฒ่ามืด ที่กำลังอึ่งอยู่
“เอาหล่ะ บอกข้ามาว่าต้องหลอมรวมเปลวเพลิงทมิฬะ อย่างไร”
เฒ่ามืด กับฝ่ายบุรุษที่มีสีหน้าเหมือนผีหลอกตอนกลางวัน
ตะกุกตะกักกล่าว
“เ้า...เ้า...เ้าหลอมรวมสำเร็จแล้ว”
“อะไร...ง่ายดายเพียงนี้เลย”
หลงเอ๋อ รู้สึกแปลกใจ ก็ไม่มีอะไรยากนี้น่าที่บอกว่าใช้เวลาเป็พันๆ ปีนี่ สงสัยคงเสียดายไม่อยากมอบเพลิงทมิฬะให้ข้ามากกว่าล่ะมั้ง
“ใช่...ใช่ง่ายดายเกินไปแล้วจริงๆ”
เฒ่ามืด น้ำตาไหล ผู้อื่นยกมือรับก็หลอมรวมทันทีทำไมข้าจึงไม่เป็อย่างนั้นบ้างเล่า
ฝ่ายบุรุษ ยังดีหน่อยหันไปยักคิ้วให้เฒ่ามืดจะบอกว่ายังมีมันอีกคนหนึ่ง แต่เสียใจด้วยที่เ้าเฒ่ามืดไม่สามารถ
เฒ่ามืด เห็นดังนั้นทำไมจะไม่รู้ว่าฝ่ายบุรุษ้าจะสื่อความหมายอะไร เฒ่ามืดคิดอยากจะกระโดนถีบขาคู่จริงๆ
ฝ่ายบุรุษรู้สึกพึงพอใจแล้ว จึงกล่าว
“เด็กน้อยกราบข้าเป็อาจารย์ซะ แล้วข้าจะมอบเพลิงเทพาให้เ้า”
หลงเอ๋อ ที่ได้คืบจะเอาวา จึงต่อรองบ้าง
“กราบท่านเป็อาจารย์ใช่ว่าจะไม่ได้แต่ท่านยังต้องมอบสิ่งยังชีพให้กับลูกศิษย์ตัวน้อยนี้เพื่อจะได้มีชีวิตต่อไปได้ด้วย”
ฝ่ายบุรุษงงงัน สิ่งยังชีพคือสิ่งใดแต่เฒ่ามืดกลับพอรู้บ้างแล้ว จึงคิดว่าฝ่ายบุรุษช่างโชคร้ายจริงๆ
“อะไรคือสิ่งยังชีพที่เ้า้า”
ฝ่ายบุรุษ อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ ทั้งที่รู้แน่ว่าไม่ใช่เื่ดี
หลงเอ๋อ ทำตาใสแจ๋ว กลอกตาไปมา
“ก็คือเงินอย่างไรล่ะท่านอาจารย์ที่เคารพ”
ฝ่ายบุรุษ ทั้งขบขัน ทั้งโมโหนี่ข้าต้องรับเด็กไร้ยางอายผู้นี่เป็ลูกศิษย์จริงๆ หรือนี้ยามนั้นจึงหันไปมองเฒ่ามืด
เฒ่ามืด กำลังผิวปากอารมณ์ดีมาก กระดิกเท้าสบายใจอยู่นั่น
ฝ่ายบุรุษรู้สึกจนใจ จึงกล่าว
“ก็ได้ ข้าจะมอบทรัพยากรให้เ้าตาม้าส่วนเ้าจะทำให้มันเป็เงินงอกเงยดั่งหวังหรือไม่ก็ต้องดูที่ความสามารถของเด็กน้อยเ้าแล้ว”
พูดจบ ฝ่ายบุรุษ อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ
“ฮึ...ช่างน่าขายหน้าจริงๆไม่มีศักดิ์ศรีเลยซักนิดเดียว”
หลงเอ๋อ ไม่สนใจเสียงนกเสียงกาเมื่อได้ตามประสงค์ก็อารมณ์ดี ยักคิ้วหลิวตาให้เฒ่ามืด
พร้อมกันนั้น หลงเอ๋อคุกเข่าลงโขกศีรษะ 9ครั้ง เสียงดังยิ่งนัก เพื่อแสดงให้เห็นว่าข้าจริงใจ กราบท่านเป็อาจารย์จริงๆ น่ะขอบอก
“โป๊ก...”
“โป๊ก…”
ฝ่ายบุรุษเห็นดังนั้น ถึงกับอึ้งกิมกี่ คิดในใจ นี่...เอาเข้าจริงๆสรุปว่าลูกศิษย์ ข้าสามารถหาซื้อได้ด้วยเงินง่ายดายยังกะซื้อกะหล่ำปลีตามตลาดสดซะอีก
เฒ่ามืด หัวร่อเสียงดังสนั่น
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ข้าอยู่มานานนับอสงขัยพบเจอเื่ราวไม่นับว่าน้อย แต่เด็กน้อยเ้ากลับทำให้ข้าผู้เฒ่าได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ แล้ว”
เมื่อรับการกราบกรานจนครบ ฝ่ายบุรุษยิ้มเจื่อนจึงกล่าว
“นี่คือ...เพลิงเทพาเ้าลองรับด้วยมือขวาดู”
ฝ่ายบุรุษ หงายฝ่ามือขึ้นปรากฏเปลวเพลิงสีขาวลอยออกมา
หลงเอ๋อ รีบยื่นฝ่ามือขวารับไว้ทันทีคล้ายกลัวของวิเศษจะวิ่งหายไป
ตอนนี้มองเห็นเปลวเพลิงสีขาวลุกโชนอยู่บนฝ่ามือขวาหลงเอ๋อยกฝ่ามือซ้ายขึ้นมาดูด้วย ตอนนี้ฝ่ามือซ้ายก็มีเพลิงทมิฬะ
“ยังคงหลอมรวมได้ง่ายดายดุจเดียวกัน”
เฮ้อ...เฒ่ามืด ส่ายหน้าถอนหายใจ ตอนนี้มันมีภูมิต้านทานความเศร้าเสียใจเพิ่มขึ้นมากจึงทำใจได้เร็วนัก