(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 90 หนักกายไม่เท่ากับหนักใจ

    ตอนที่ 90 หนักกายไม่เท่ากับหนักใจ



    ‘ชี่!’

    หลังจากที่โทมัสได้คีบเอาเนื้อสไลด์หมัก วางลงไปบนเตาหมูกระทะ เสียงพิฆาตอันทรงพลังก็สะกดสายตาของทุกคนให้หันขวับมาเป็นตาเดียว ทุกคนต่างมองเนื้อที่กำลังย่างด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะเหลือบไปเห็นไลท์ กำลังยิ้มให้กับทุกคนๆ

    ประหนึ่งเชื้อเชิญในทำนองที่ว่า ‘ถ้าหากอยากจะกิน ก็ย่างเอาเองเลย’ อะไรประมาณนี้



    พ่อครัวหนุ่ม ลุกและขยับที่นั่งของตนเพื่อให้เด็กๆ และสองตายาย ได้มีพื้นที่ในการย่างเนื้อเพิ่มมากขึ้น ส่วนตนเองถอยออกมา ยืนกอดอก พลางมองดูการปิ้ง ย่างของทุกคนด้วยความถวิลหาและคิดถึงบรรยากาศเช่นนี้


    ‘บรรยากาศที่กลุ่มเพื่อนช่วยกันย่างหมูกระทะ’ ‘บรรยากาศที่มักจะมีเพื่อนตูดหมึก 1-2 คน คอยยื้อแย่งเนื้อที่คนอื่นย่างไว้เอามากิน...หน้าตาเฉย’



    “ผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้เห็นบรรยากาศแบบนี้?!”


    ไลท์พูดกับตัวเองในใจ ด้วยความคิดถึงกลุ่มเพื่อนๆ ในอดีตของเขา

    และยิ่งเด่นชัดมากที่สุด ก็คงเป็นเพื่อนๆ ในกลุ่มวัยเรียน ที่วันวานในอดีตนั้นต่างเคยสนุกและหัวเราะกันอย่างสุดขีด แต่ด้วยวันเวลาที่มีแต่เดินไปข้างหน้า กลุ่มเพื่อนที่เคยกอดคอกินหมูกระทะด้วยกันในวันนั้น...ปัจจุบันนี้ จะเหลือสักกี่คนกันเชียว?



    ฉะนั้นการได้มาเห็นภาพเช่นนี้ บังเกิดขึ้นในโลก The Gloria อีกครั้ง มันทำให้ไลท์รู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก...อย่างน้อยๆ ถึงเขาจะไม่ได้สัมผัสและผ่านความรู้สึกแห่งความสุขจากกลุ่มเพื่อนในโลกเก่าของเขาอีกแล้ว

    แต่ต่อจากนี้ไป เขาจะเป็นคนสร้างประสบการณ์อันงดงามนี้ให้กับผู้คนในโลก The Gloria ด้วยตัวของเขาเอง



    ‘เอิ่ก...ฟู่!’ เสียงเรอ ของคนที่นั่งกินอยู่รอบๆ เตา หมูกระทะ ได้ดังขึ้น เพื่อบ่งบอกถึงความอิ่มแน่นที่แทบจะขยับตัวไม่ได้

    เนื้อ หมู ไก่ สไลด์ที่ไลท์ได้เอาออกมา ล้วนว่างเปล่าจนเหลือแต่ถาด แม้แต่ผักที่เป็นเครื่องเคียงก็ยังเหลือเพียงแค่ก้าน ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

    ส่วนมันหมูที่เป็นน้ำมันคอยหล่อเลี้ยงให้กับเตาหมูกระทะ ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ค่อยกินกัน ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกัน



    “รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?” ไลท์เอ่ยถาม หลังจากเห็นทุกคนเริ่มวางมือจากเตาหมูกระทะกันบ้างแล้ว

    ทั้งนี้เขาไม่ได้ถามถึงรสชาติของมันว่าอร่อยแค่ไหนเพราะจากผลลัพธ์ที่เนื้อหมดเกลี้ยง ย่อมการันตีถึงรสชาติได้หมดแล้ว...หากแต่คำถามที่เขาถาม คือทุกคนรู้สึกกันเช่นไรต่างหาก



    “สนุกดีครับ...ไม่ยักจะรู้ว่าการกินอาหาร จะให้ความรู้สึกที่สนุกแบบนี้ได้” ทุกคนต่างพูดกันเป็นเสียวเดียวว่า พวกเขารู้สึกสนุกกับหมูกระทะ มื้อพิเศษนี้จริงๆ


    แม้จะมีบางครั้งที่ถูกคนยื้อแย่ง ชิงเอาเนื้อที่จองเอาไว้ไป แต่เมื่อมีโอกาสได้แย่งเนื้อคืนจากคนอื่นบ้าง มันก็พอที่จะหักล้างกันได้

    “นี้คือสิ่งที่เชฟไลท์ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรกใช่ไหมครับ สำหรับเมนูหมูกระทะ” ครั้งนี้เป็นฝ่ายโทมัส ที่ถามกลับมาบ้าง ซึ่งเด็กๆ ที่ร้านทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคคำถามนี้เหมือนๆ กัน



    เมนูหมูกระทะ ที่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง...ทว่ากลับไม่ได้มีแค่ความอร่อยเท่านั้น หากแต่ยังให้ความสนุกสนานกันภายในกลุ่มที่ไม่มีเมนูไหนในโลกสามารถทำได้



    งึก~งึก ไลท์ไม่ได้ตอบอะไรเขาแค่พยักหน้าและยิ้มให้กับทุกคน ก่อนจะเข้ามาช่วยทุกคนเก็บข้าวของเพื่อเตรียมมื้ออาหารในช่วงเย็นเพื่อเตรียมเปิดขาย



    ซึ่งในระหว่างที่กำลังเก็บเตาและทำความสะอาดกันอยู่นั่นเอง ทางด้านของคาห์นก็เหมือนจะเข้ามาพูดคุยกับไลท์ บอกเล่าถึงความรู้สึกที่ได้กินหมูกระทะให้กับไลท์ได้รับฟัง



    “เรื่องที่ผมได้พูดขอร้องกับกับท่านไลท์ ท่านไลท์ยังจำได้ไหมครับ?”

    “จำได้ครับ” อย่างที่บอกไปว่าไลท์นั้นไม่ได้ถือโทษโกรธหัวหน้าหน่วยที่พูดจาไม่ดีกับเขาเลย เพราะไลท์นั้นรับรู้ถึงเหตุผลของอีกฝ่าย ที่อยากจะให้วิสเคานต์นิคที่เป็นถึงขุนนางของราชวงศ์ได้รับการต้อนรับที่สมเกียรติและสมฐานะ เท่าที่หัวหน้าหน่วยจะจัดเตรียมได้



    ทว่า...ตัวของไลท์เองก็มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเช่นเดียวกัน โดยไลท์ไม่อยากจะปิดร้านและกระทบกับลูกค้าจำนวนมากที่ต้องต่อแถวรอกินอาหาร เพื่อคนเพียงไม่กี่คน ยิ่งไปกว่านั้นแม้จะยากดีมีจน เป็นขุนนางหรือชาวบ้านสามัญ

    ไลท์ก็มองว่า ทุกคนๆ นั้นมีความเท่าเทียมกัน ไฉนเลยที่เขาจะต้องเลือกปฏิบัติเพื่ออีกฝ่ายที่เป็นขุนนาง

    เพราะหากขุนนางที่มีใจเอื้อเฟื้อเพื่อแพร่และใส่ใจต่อประชาชนชาวบ้านจริงๆ เรื่องสิทธิ์พิเศษคงจะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่ๆ



    “ผมอยากให้ท่านวิสเคานต์นิคได้ลิ้มลองเมนูหมูกระทะของท่านไลท์จะได้หรือไม่...ส่วนเรื่องที่ขอให้ท่านไลท์ต้องปิดร้านเพื่อต้อนรับคณะเดินทาง ผมมาคิดๆ ดูแล้ว มันไม่สมควรจริงๆ ดังนั้นเอาเป็นว่าผมขอจ้องโต๊ะสัก 1-2โต๊ะก็พอครับ” หลังจากได้ลิ้มรส หมูกระทะเข้าไป คาห์นก็ไม่อาจที่จะยอมให้วิสเคานต์นิคที่ตนเองนับถือ นั้นพลาดโอกาสในการกินอาหารฝีมือของไลท์

    คาห์นเชื่อว่า อาหารของไลท์ นั้นจะสามารถทำให้วิสเคานต์นิคพึงพอใจได้แน่ๆ

    “ถ้าเป็นจองโต๊ะธรรมดา ก็เป็นอันตกลงครับ ส่วนเมนูหมูกระทะ ผมเองก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะเปิดขายครั้งแรกในเวันพรุ่งนี้อยู่พอดีครับ” ไลท์ตอบกลับ


    “งั้นตกลงตามนี้ครับ...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวลากลับไปแจ้งข่าวก่อน ไว้พบกันครับ” พูดจบคาห์นก็รีบร้อนจากไป ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้คาห์นคงไม่ได้กลับมาที่ร้านอาหารสามเวลา เพื่อมากินมื้อเย็นของวันนี้อีกแล้ว



    เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยวันนี้เป็นวันที่ไลท์ได้กลับมาขายข้าวเหนียวหมูปิ้งแทนที่โจ๊ก ที่จะขายสลับกันไปวันเว้นวัน

    โดยเหล่าลูกค้าขาประจำ ก็ยังคงมายืนรอตรงจุดที่ไลท์ตั้งเตากันตั้งแต่เช้าตรู่เหมือนเช่นเคยและก็เป็นดั่งเช่นทุกที

    ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ที่ทุกคนคุ้นเคยและนิยมชมชอบ ซื้อตุนไว้สำหรับเป็นอาหารฉุกเฉินในตอนออกไปสำรวจในป่าดาราฉาย ก็ยังคงขายดีเป็นเทน้ำเท่า



    เพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นหมู เนื้อ ไก่ ก็พลันหมดเกลี้ยงไปในที่สุด



    ไลท์ คุณตา คุณยายและเด็กๆ ต่างช่วยกันเก็บของด้วยความหน้าชื่นตาบาน ก่อนที่ในตอนนั้นเอง ที่หน้าร้านจะพลันมีรถขนของจากคู่สามีภรรยาร้านขายเนื้อในหมู่บ้านดาราฉาย ที่ได้เซ็นสัญญาซื้อขายกับไลท์

    จะเดินทางมาส่ง เนื้อและพืชผักสวนครัว ให้ตามปกติ



    “เนื้อในรอบก่อนที่ผมส่งมาให้ หมดแล้วเหรอครับ?!” ตัวสามี ที่ชื่อ ไรอัน ได้ร้องทักขึ้นมาเมื่อได้เปิดตู้แช่เย็นพลังเวทที่ตั้งอยู่ในด้านหลังครัว แล้วพบเจอกับเนื้อที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่กิโล

    “วันนี้ถ้าคุณไรอันกับจีน่า ไม่เอามาส่ง...ก็คงจะมีขายไม่พอแน่ๆ ครับ” ไลท์หัวเราะออกมาเล็กน้อย

    ด้วยความเร็วของเนื้อที่พร่องไปนี้ ต้องยอมรับเลยว่า มันรวดเร็วเสียยิ่งกว่าร้านอาหารในที่ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่หลายพัน หลายหมื่นครัวเรือนเสียอีก



    ขืนยังเป็นในลักษณะนี้ มีหวังร้านขายเนื้อของไรอันและจีน่า คงไม่อาจส่งขายเนื้อสัตว์ให้กับลูกค้าที่มาซื้อหน้าร้านได้อีกต่อไปแล้ว

    แม้จะมองว่าเป็นผลดีกับคู่สามีภรรยา แต่ทางด้านของไลท์ก็แอบรู้สึกผิดกับคนในหมู่บ้านอยู่ไม่น้อย ที่พวกเขาอาจจะพลาดเนื้อดีๆ จากร้านสามีภรรยาคู่นี้



    “งั้นเดี๋ยววันนี้ ผมคงต้องเดินทางออกไปนอกเมืองเพื่อไปบอกกับน้องชายให้ขุนเลี้ยง พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ให้มากกว่านี้แล้วละครับ” ไรอันพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

    ซึ่งภายใต้ใบหน้าที่ดูจริงจังของไรอัน ก็ดูเหมือนจะปกปิดรอยยิ้มแห่งความสุขที่เกิดขึ้นเอาไว้ไม่อยู่เช่นกัน



    ถึงเนื้อสัตว์จะมีความหนักอยู่หลายกิโล แต่ทางด้านของไรอันก็ยังคงยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังแบกอยู่บนบ่า ไม่ได้หนักหนาเลย หากต้องเทียบกับในอดีตที่ร้านของเขากับภรรยานั้น แทบจะขายเนื้อสัตว์ไม่ได้

    ‘หนักกายยังไม่เท่ากับหนักใจ’



    “คุณไรอันครับ จะมีสะดวกหรือเปล่า ถ้าหากผมจะขอติดตามไปดูฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของน้องชายคุณด้วย” ในฐานะที่ไลท์เป็นพ่อครัว สิ่งที่เขาได้รับการสั่งสอนมาตลอดก็คือ พ่อครัวที่ดี นอกจากต้องเลือกวัตถุดิบให้เป็นแล้ว...พ่อครัวยังต้องรู้ถึงที่มาของเนื้อสัตว์อีกด้วย

    ฉะนั้นในเมื่อวันนี้ เป็นวันที่เขาได้ตกลงจะจัดเลี้ยงให้กับวิสเคานต์นิค ตามคำขอร้องของท่านคาห์น



    ไลท์จึงถือโอกาสนี้ เดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของสองสามีภรรยาและน้องชายที่ชื่อว่าไรเซนไปด้วยเสียเลย

    อย่างน้อย หากวิสเคานต์นิค เอ่ยถามว่าเนื้อที่กินนั้นมาจากไหน เขาจะได้ตอบมันถูก...หรือดีไม่ดีจะได้ไม่เกิดเรื่องตามมาภายหลัง



    “เอ๊ะ?! ท่านไลท์อยากจะไปจริงๆ เหรอครับ มันค่อนข้างเหม็นมูลสัตว์อยู่สักหน่อยนะครับ” ไรอันไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธ เขาแค่ร้องบอกออกมาด้วยความเป็นห่วงและความสงสัย ที่ส่วนใหญ่แล้ว ไม่ค่อยมีคนอภิรมย์อยากจะไปดูฟาร์มเลี้ยงสัตว์กันเสียเท่าไหร่



    ฟาร์มขุนเนื้อสัตว์ นั้นไม่เหมือนกับฟาร์มเลี้ยงม้า หรือฟาร์มที่เอาไว้ใช้เลี้ยงสัตว์อสูร ด้วยจำนวนของสัตว์ที่ขุนเลี้ยงไว้มีมากมาย การจะดูแลความสะอาดนั้นเป็นเรื่องยาก ต่อให้ไรเซนผู้เป็นน้องชายของสองสามีภรรยาจะดูแลดีแค่ไหน

    แต่ก็ต้องยอมรับในเรื่องของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่ส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วทั้งฟาร์มนี้อยู่ดี



    นี้จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ ไรอันและจีน่า ค่อนข้างประหลาดใจที่ไลท์จะขอไปเยี่ยมชมฟาร์มของพวกเขา

    อย่างไรก็ตาม คำพูดของไลท์ที่ตอบกลับมา เขาได้บอกเอาไว้ว่า เขาไม่กังวลเรื่องกลิ่นที่ค่อนข้างไม่น่าอภิรมย์ เพียงแต่อยากจะดูขั้นตอนการเลี้ยงและอยากทักทายกับไรเซน ที่ส่งเนื้อสัตว์คุณภาพดีให้กับร้านของเขาสักครั้งหนึ่งก็แค่นั่นเอง


    แน่นอนว่าเมื่อไลท์ต้องการไปเยี่ยมชมฟาร์ม คนที่จะขาดไปไม่ได้ในการเดินทางครั้งนี้ก็คือเจ้าโปริ่งที่มักเกาะติดอยู่กับไลท์ตลอดเวลา

    ส่วนโทมัส จิม เอลล่าและแอล เด็กๆ ทั้ง 4 ด้วยความที่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีเชื้อสายราชวงศ์ การเติบโตนั้นแทบจะถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี...วันนี้เมื่อมีโอกาสได้เรียนรู้วิถีปุถุชน


    ทั้ง 4 แม้จะกังวลกับเรื่องของกลิ่นที่ไรอันและจีน่า บอกว่าเหม็นอยู่พอสมควร แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังยืนกรานว่าจะขอติดตามไปด้วยอยู่ดี



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ถ้าใช่ถ้าชอบ...ฝากกดหัวใจหรือกดติดตามนิยาย

    หัวใจและการติดตามของนักอ่าน ช่วยให้นักอ่านคนอื่นๆ ผ่านเข้ามาเห็นนิยายเรื่องนี้ได้มากขึ้น...ขอบคุณครับ


    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน