“คุณชายคุน นี่คือวานรปากใหญ่ที่ท่าน้าขอรับ”
เมืองเซี่ยแห่งอาณาจักรหย่าสือหลาน
ชายหนุ่มคนหนึ่งนอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนเตียง ตรงหน้าของเขา มีชายคนหนึ่งในชุดผู้คุ้มกันกำลังคุกเข่าข้างหนึ่งพลางจับลิงที่มีปากขนาดใหญ่ผิดปกติไว้ตัวหนึ่ง
“ใช้ได้ วางของไว้แล้วเ้าก็ออกไปได้”
ชายหนุ่มโบกมือ
“แต่คุณชายคุนขอรับ... วานรปากใหญ่ตัวนี้มีนิสัยกระหายเื ข้าเกรงว่า...”
“หรือเ้าคิดว่าแม้แต่ลิงเฮงซวยตัวเดียว คุณชายอย่างข้าจะจัดการไม่ได้?”
“ไม่กล้าขอรับ...”
ผู้คุ้มกันไร้ทางเลือก หลังจากวางวานรปากใหญ่ลงแล้วก็ค่อยๆ ถอยออกจากห้องนอนไปอย่างเงียบๆ
“เฮ้อ มาอยู่ที่เฮงซวยนี่ปีกว่าแล้ว ยังดีที่มีระบบติดตัวมาด้วย แต่ระบบหลอมปีศาจนี่มันยังไงกันแน่? ไหนว่าสามารถรวมร่างเป็สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ได้ไง? ทำไมของที่โยนเข้าไปถึงหายไปหมดเลยล่ะ”
เซี่ยฝูคุนลุกขึ้นจากเตียง มองวานรปากใหญ่ที่หมอบอยู่บนพื้นพลางส่งสายตาหวาดระแวงมาที่เขา
“มองอะไร?”
เซี่ยฝูคุนถลึงตาใส่มัน ก่อนจะเตะเข้าที่ก้นของวานรปากใหญ่ไปทีหนึ่ง เขาโบกมือ ทันใดนั้น วานรปากใหญ่ก็หายวับไปกับตาโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะดิ้นรน
“ตามคำแนะนำของระบบหลอมปีศาจ หาก้าหลอมวานรเทพจ้าวพลัง ยังต้องใช้หมีอัคคีอีกหนึ่งตัวด้วย”
เซี่ยฝูคุนหรี่ตาลง
เดิมทีเขามาจากโลกที่มีชื่อว่าโลกมนุษย์ แต่กลับโชคร้ายโดนรถชนตายอย่างน้ำเน่าสุดๆ รู้ตัวอีกทีก็มาเกิดใหม่ในร่างของชายหนุ่มที่ชื่อเซี่ยฝูคุนเสียแล้ว เดิมทีเซี่ยฝูคุนคิดว่าตัวเองซี้ม่องเท่งไปแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่านอกจากจะยังไม่ตายแล้ว เขายังได้มาเกิดใหม่เป็ถึงบุตรชายของเ้าเมืองเซี่ยแห่งอาณาจักรหย่าสือหลานอีกด้วย
และพร้อมกับการข้ามมิติและการเกิดใหม่ เซี่ยฝูคุนก็ได้รับสูตรโกงที่เป็ของเขาเอง
นั่นคือระบบหลอมปีศาจที่ไม่เคยมีมาก่อน
ระบบนี้สามารถนำสัตว์อสูรชนิดใดก็ได้บนทวีปที่เซี่ยฝูคุนอาศัยอยู่มาทำการหลอมและสังเคราะห์เข้าด้วยกัน
แน่นอนว่า หากดูจากพลังต่อสู้ของเซี่ยฝูคุนในโลกใบนี้ ณ ปัจจุบัน อย่างมากเขาก็ทำได้เพียงสังเคราะห์สัตว์อสูรระดับต่ำอย่างวานรเทพจ้าวพลังได้เท่านั้น
โลกที่เซี่ยฝูคุนอยู่นี้เป็โลกที่ยกย่องในวิถียุทธ์อย่างยิ่ง ผู้ฝึกตนทุกคนจะถูกเรียกว่าผู้ฝึกยุทธ์ และผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็หกระดับ ได้แก่
ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอด ผู้ฝึกยุทธ์ห้าวหาญ ผู้ฝึกยุทธ์อานุภาพเทพ ผู้ฝึกยุทธ์ต้นกำเนิด์ และผู้ฝึกยุทธ์บรรลุเซียน
ฟังจากชื่อก็รู้แล้วว่าระดับที่เท่ที่สุดย่อมต้องเป็ผู้ฝึกยุทธ์บรรลุเซียน ผู้ฝึกยุทธ์บรรลุเซียนนั้นกลับเป็ตัวตนที่อยู่แค่ในตำนานเท่านั้น จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครไปถึงขั้นนั้นได้เลย
แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรหย่าสือหลาน ซึ่งก็คือราชครูแห่งอาณาจักร ปัจจุบันก็บรรลุเพียงระดับผู้ฝึกยุทธ์อานุภาพเทพเท่านั้น
และต่อให้เป็เพียงระดับผู้ฝึกยุทธ์อานุภาพเทพ ตัวตนเช่นนี้ก็สามารถเรียกลมเรียกฝนได้แล้ว อีกทั้งยังลือกันว่าพาหนะของราชครูยังเป็ถึงัดำตัวหนึ่งด้วย ซึ่งมันเท่จนบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
ถึงแม้ตอนนี้เซี่ยฝูคุนจะยังไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป แต่วานรเทพจ้าวพลังที่เขากำลังจะหลอมออกมานั้น กลับมีระดับพลังที่สามารถไปถึงขั้นผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดหรือแม้กระทั่งไปถึงขั้นสูงสุดเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น สัตว์อัญเชิญที่หลอมออกมาผ่านระบบหลอมปีศาจจะมีความจงรักภักดีหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยตัดความกังวลเื่สัตว์อัญเชิญจะแว้งกัดเ้าของไปได้เลย
“ติ๊ง ติ๊ง การหลอมวานรเทพจ้าวพลังเสร็จสิ้นไปแล้วเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ โฮสต์ต้องพยายามต่อไปนะจ๊ะ!”
“นะจ๊ะพ่องเ้าสิ!”
เซี่ยฝูคุนอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา แม้ว่าวานรเทพจ้าวพลังจะเป็สิ่งมีชีวิตระดับต่ำสุด แต่มันก็ทำให้เขาเสียเวลาไปเกือบครึ่งปีเพื่อรวบรวมสัตว์อัญเชิญเ่าั้มา ส่วนหมีอัคคีที่มีพละกำลังมหาศาลนั่น ยิ่งหาตัวได้ยากลำบากเข้าไปใหญ่ เพราะหมีอัคคีไม่ใช่สัตว์พื้นเมืองของอาณาจักรหย่าสือหลาน
“หัวหน้า ท่านได้ยินข่าวหรือไม่? ในงานประมูลที่สมาคมการค้าจัดขึ้น มีศพของหมีอัคคีด้วยนะ! ถึงแม้หมีอัคคีพอตายแล้วประโยชน์ของมันจะลดลงไปมาก แต่อาศัยเพียงกระดูกเหล็กนั่น ก็สามารถสร้างชุดเกราะที่มีพลังป้องกันสุดยอดออกมาได้ชุดหนึ่งเลยล่ะ!”
ในขณะที่เซี่ยฝูคุนกำลังกลัดกลุ้มใจอยู่นั้น ที่นอกห้องก็มีเสียงสนทนาเบาๆ แว่วเข้ามา
หืม? เกิดอะไรขึ้น?
เซี่ยฝูคุนกำลังกังวลเื่หาหมีอัคคีไม่ได้อยู่พอดี เสียงปรึกษาหารือเื่นี้ดังแว่วมาจากนอกห้อง หรือว่ารัศมีพระเอกของเขาจะเริ่มทำงานแล้ว?
ถึงแม้หมีอัคคีตัวนั้นจะตายไปแล้ว แต่ระบบหลอมปีศาจก็ไม่ได้บอกว่าสัตว์อัญเชิญที่ตายแล้วจะเอามาใช้หลอมไม่ได้นี่นา แอบใช้ช่องโหว่สักหน่อยคงพอได้มั้ง?
เมื่อนึกได้ว่าวานรเทพจ้าวพลังของเขาใกล้จะหลอมเสร็จแล้ว เซี่ยฝูคุนก็อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก เขาไม่รอช้าอีกต่อไป รีบวิ่งตรงไปยังห้องเ้าเมืองทันที
ห้องเ้าเมือง คือที่พำนักของเซี่ยกว่างอวิ๋น บิดาของเซี่ยฝูคุน
ปกติแล้วประมุขตระกูลเซี่ยจะใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่นี่ และในเวลานี้ เซี่ยฝูเฉียน พี่ชายคนโตของเซี่ยฝูคุนก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
“ท่านพ่อ งานประมูลคืนนี้ ท่านต้องเอาหมีอัคคีนั่นมาให้ข้าให้ได้นะ! ตอนนี้ข้ายังขาดชุดเกราะป้องกันตัวอยู่พอดี!”
เสียงออดอ้อนอย่างน่าสงสารของเซี่ยฝูเฉียนดังออกมา เซี่ยฝูคุนได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้ว
เื่อะไรกันเนี่ย? พี่น้องสองคนมาหมายปองของชิ้นเดียวกันอย่างนั้นหรือ?
ตามหลักแล้ว ตอนนี้เซี่ยฝูคุนควรจะแสดงสปิริตแบบข่งหรงสละสาลี่ (เป็นิทานสอนใจชื่อดังของจีน เื่ของเด็กชายชื่อขงหรงที่เลือกหยิบสาลี่ลูกเล็กที่สุดให้ตัวเอง แล้วเสียสละลูกใหญ่ให้พี่ๆ น้องๆ เป็สำนวนสื่อถึงความเสียสละ ความกตัญญู และการรู้จักถ่อมตนให้พี่น้อง) ให้ความสำคัญกับพี่ชายก่อน แต่ให้ตายเถอะ เซี่ยฝูคุนเป็คนที่ทะลุมิติมานะ แล้วเซี่ยฝูเฉียนนี่ก็ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของเขาเสียหน่อย เื่อะไรเขาจะต้องยอมเสียสละให้ด้วย?
ทันใดนั้น เขาก็ผลักประตูห้องเ้าเมืองออกทันที
“ท่านพ่อ!”
เมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนวิ่งเข้ามา เซี่ยกว่างอวิ๋นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ในความทรงจำของเขา บุตรชายคนนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็คนพูดน้อยและเงียบขรึมมาั้แ่เมื่อหนึ่งปีก่อน แถมยังไม่ค่อยมาหาเขาเองก่อนเลย เซี่ยกว่างอวิ๋นอยากจะหาเวลาอยู่กับเซี่ยฝูคุนให้มากมาตลอด แต่ติดที่ไม่มีเวลาจริงๆ ตอนนี้พอเห็นเซี่ยฝูคุนเป็แบบนี้ เขาจึงคิดว่าเซี่ยฝูคุนหลุดพ้นจากปมในใจของตัวเองได้แล้ว
เขาจึงลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้นทันที
“คุนเอ๋อร์ มีธุระอันใดหรือ?”
“ท่านพ่อ! ข้าได้ยินว่าในงานประมูลของสมาคมการค้าวันนี้ มีศพของหมีอัคคีตัวหนึ่งใช่หรือไม่ขอรับ?”
“หือ?”
เซี่ยฝูเฉียนและเซี่ยกว่างอวิ๋นได้ยินคำพูดของเซี่ยฝูคุนต่างตกตะลึง พวกเขาหันมามองหน้ากัน
หมีอัคคีเป็สัตว์อสูรระดับสอง ซึ่งเทียบได้กับระดับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปของมนุษย์เท่านั้น จริงๆ แล้วมันไม่ได้ล้ำค่าอะไรนัก เพียงแต่กระดูกเหล็กของมันเป็วัสดุชั้นดีในการสร้างเกราะ ทว่าตอนนี้ทั้งเซี่ยฝูคุนและเซี่ยฝูเฉียนต่างก็เล็งมันไว้ แล้วเขาจะทำอย่างไรดี?
เซี่ยกว่างอวิ๋นกระแอมไอออกมา
“คุนเอ๋อร์ เ้าอยากได้หมีอัคคีนั่นไปทำอะไร?”
เมื่อได้ยินคำถามของเซี่ยกว่างอวิ๋น เซี่ยฝูเฉียนก็หันขวับไปจ้องเขม็งที่เซี่ยฝูคุนทันที เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าน้องชายของเขา้าหมีอัคคีไปทำไม ถ้ามันมีประโยชน์จริงๆ เขาสละให้ก็ได้ เื่แค่นี้เอง เป็พี่ชายจะสละให้น้องชายไม่ได้เชียวหรือ?
เมื่อเห็นสายตาทั้งสองคู่จ้องมองมาที่ตนเอง เซี่ยฝูคุนก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดว่า
“ข้าอยากเอามันไปย่างกินดีหรือไม่นะ?”
เซี่ยกว่างอวิ๋น: “...”
เซี่ยฝูเฉียน: “...”
“น้องคุน ในเมื่อเ้าอยากกินหมีอัคคีนั่น งั้นก็เอากระดูกเหล็กของหมีอัคคีมาให้ข้าเถอะ พอดีข้ายังขาดชุดเกราะอยู่พอดี เ้ากินเนื้อ ข้าเอากระดูก แบบนี้ก็ไม่ต้องแย่งกัน ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย”
หลังจากเซี่ยฝูเฉียนตั้งสติได้ เขาก็หัวเราะแก้เก้อแล้วพูดกับเซี่ยฝูคุน
“ไม่ได้ ข้าชอบกินทั้งกระดูก”
เซี่ยฝูคุนส่ายหน้า แสดงท่าทีปฏิเสธ
เซี่ยกว่างอวิ๋น: “...”
เซี่ยฝูเฉียน: “...”