ตอนที่62
ออกเดินทาง
ตระกูลหยางมาขอพบ
“เรียนนายท่านคนของตระกูลหยางมาเยี่ยมเยียนขอรับ”
พ่อบ้านโจวเดินเข้ามารายงานให้อวี้ซีรับรู้ ตระกูลหยางถือว่าเป็นมิตรตอนที่ประมุขนอนติดเตียงก็มาเยี่ยมอยู่หลายคราและเมื่อได้ทราบข่าวว่าประมุขอวี้ซีกลับมาเป็นปกติแล้วจึงได้ส่งคนมาแสดงความดีใจ
“งั้นเชิญเข้ามาได้เลย”
อวี้ซีรู้ว่าคนที่กำลังมานั้นเป็นมิตรอย่างไม่น่าสงสัยด้วยความตอนที่เขานอนติดเตียงตระกูลหยางก็ส่งคนมาเยี่ยมเยียนตลอดหากจะกล่าวว่าเป็นมิตรก็เป็นมิตรที่ดีไม่มีวันหักหลังอย่างแน่นอนด้วยตระกูลโจวและตระกูลหยางล้วนมีมิตรสัมพันธ์ที่ดีกันมาช้านาน
“ข้าน้อยตัวแทนจากท่านประมุขหยางมาแสดงความดีใจที่ท่านประมุขโจวหายจากอาการป่วยแล้วและยังมีของเอาไว้บำรุงร่างกายมากมายล้วนแล้วแต่เป็นของหายากที่ท่านประมุขหยางให้นำมาให้”
หลานชายประมุขตระกูลหยางเอ่ยพูดเขามีนามว่าหยางเจี้ยนก็ได้เดินทางมาเยี่ยมเองตลอดส่วนหนึ่งก็มาเยี่ยมท่านประมุขอีกส่วนหนึ่งก็เพื่อมาเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีต่อบุตรสาวของประมุขโจวอย่างอี้เฟย แม้ตลอดเวลาที่ตนเองมาความสัมพันธ์ของเขากับนางไม่คืบหน้าแต่การที่เขามาทำให้นางเจอหน้าบ่อยๆ อาจจะพอทำให้นางสนใจตนเองบ้างเขาจึงไม่ย่อท้อแม้แต่ละครั้งจะล้มเหลวทุกครา
“ข้าขอบใจมากฝากบอกท่านประมุขหยางด้วยว่าหากข้าหายดีกว่านี้เมื่อไหร่เดี๋ยวข้าจะไปเยี่ยมที่เรือน”
“ขอรับแล้วข้าน้อยจะรายงานประมุขตามนั้น”ก่อนที่สายตาเขาจะสอดส่องมองหาสตรีอีกนางหนึ่งที่เขาหมายหมั้นอยากเจอที่สุดมาทุกครั้งก็เห็นว่าอยู่กับบิดาตลอดแต่มาในวันนี้กลับไม่พบตัวทำให้ชายหนุ่มต้องเอ่ยถาม “ว่าแต่คุณหนูอี้เฟยไม่อยู่เหรอขอรับข้ามีของนำมามอบให้นางด้วย”
อวี้ซีเข้าใจดีว่าชายตรงหน้ามีใจรักบุตรสาวตนแต่นางไม่ได้ชมชอบเขาจึงเลี่ยงที่จะสานสัมพันธ์ตลอดแต่ชายตรงหน้ากลับไม่เคยยอมแพ้สักครั้งจนเขานับถือในความอดทนของชายหนุ่มผู้นี้
“ตอนนี้นางน่าจะคุยอยู่กับคู่หมั้นของนาง” อวี้ซีต้องพูดตามตรงให้เขาตัดใจเพราะตอนนี้นางไม่เหมือนเดิมแล้วย่อมที่จะไม่สามารถยุ่งกับบุรุษอื่นได้เขาควรจะรับรู้
หยางเจี้ยนหน้าซีดใจแตกสลายราวกับมีคนเอาค้อนทุบเต็มแรง เขาอึ้งไปชั่วขณะราวกับว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง การมีคู่หมั้นนั้นเขาไม่เคยรู้มาก่อนเท่าที่เขาสืบประวัติของนางมานางไม่เคยหมั้นหมายกับใครแต่เหตุใดวันนี้เขาได้ยินสองรูหูว่านางมีคู่หมั้นจากปากบิดาของนางทำให้อาการของเขานั้นแทบจะทรุดลงพื้นไม่อาจจะก้าวขาเดินกลับตระกูลหยางไปได้ เขาเฝ้ารอนางมาหลายปีเพื่อหวังจะพิชิตใจนางแต่มาบัดนี้ความหวังของเขาล่มสลายเสียแล้วพร้อมกับหัวใจที่แตกยับพร้อมกัน
อวี้ซีถึงกับถอนหายใจแรงเพราะรู้สึกสงสารหากถามว่าคนตรงหน้าดีหรือไม่เขาคิดว่าดีแต่เมื่อนางไม่ได้สนใจย่อมทำอะไรไม่ได้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่เขานอนติดเตียงคนผู้นี้มาเยี่ยมไม่เคยขาดก่อนที่เขาจะได้รับพิษชายผู้นี้ก็มาบ่อยแล้วเขาก็รู้ตั้งนานแล้วว่าบุรุษผู้นี้มีใจต่ออี้เฟย
ทางด้านไป๋เหอตอนนี้ตำราถูกคัดลอกไปบางส่วนส่งไปยังตระกูลเฉินที่อยู่ในแคว้นฉือแล้วและเขายังฝากคำพูดไปยังท่านอาเจียวฉือของเขาด้วย
“ท่านไป๋หลงท่านจะออกเดินทางแล้วสินะ” แววตาของนางแลดูเศร้านักขณะเอ่ยพูดเพราะนั่นจะหมายถึงว่านางจะไม่ได้พบเขาอีก
“อืมใช่”
ชายหนุ่มพยักหน้าน้อยๆจ้องมองสตรีที่อนาคตจะกลายเป็นภรรยาของเขาหากนางไม่ปันใจให้ชายอื่นขอถอนหมั้นเขาก่อน
“ข้าขอบคุณท่านที่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทำให้ตระกูลของข้ากลับมามีความสุขดังเดิมหากไม่ได้ท่านแล้วตระกูลพวกข้าก็คงจะล่มสลาย” นางกับบิดายังคงมีชีวิตอยู่ก็เพราะตัวเขาที่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางจะไม่มีวันลืมในการกระทำครั้งนี้หวังว่าเขาก็คงไม่ลืมนางเช่นกัน
“อย่ากล่าวอย่างนั้นเลยข้ามีส่วนช่วยบางส่วนเท่านั้นและก็แลกมาด้วยทรัพยากรของพวกเจ้าก็ถือว่าคุ้มค่าเหมือนกัน”
ชายหนุ่มคิดถึงสิ่งที่เขากอบโกยจากที่นี่ก็นับว่ามากมายพอสมควรอาวุธสามพันชิ้นวิชาต่างๆพร้อมกับคนของเขาจะได้ฝึกตำราพวกนี้อีกนับว่าคุ้มค่ามากกับการยื่นมือเข้าช่วยในครั้งนี้แถมหากจะได้เมียเพิ่มมาอีกหนึ่งแม้ตอนนี้เขายังไม่ได้รู้สึกรักนางก็ตามเถอะเหตุที่เขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะที่ผ่านมาผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้งทำให้จิตใจของเขาเข้มแข็งกว่าเก่าจนลืมนึกถึงคราแรกที่เขาเคยได้พูดไว้ว่าจะมีเมียหลายคนเพราะนั่นอาจจะพาชะตาพวกนางพบจุดจบแบบเดียวกันกับเขาก็ได้ เพราะระหว่างทางเดินของเขามีขวากหนามมากมายรอทิ่มแทงไม่ได้สวยหรูอย่างที่เขาคิดหากเขาไม่แข็งแกร่งพอก็ไม่สามารถปกป้องคนที่เขารักได้เขาจำต้องหลีกห่างความสัมพันธ์พวกนี้พอสมควรแม้ความสัมพันธ์มันจะแขวนคอเขาไว้แล้วก็ตาม
“ทรัพยากรแค่นี้พวกเราไม่เสียดายสักนิดสิ่งที่ท่านทำให้พวกข้านั้นล้วนหาที่เปรียบไม่ได้”
การใช้เวลาไม่นานกับคนผู้นี้เมื่อถึงเวลาที่เขาจะจากไปหญิงสาวก็รู้สึกหวั่นไหวชอบกลราวกับว่าเขากำลังจะจากนางไปแสนไกลจะไม่ได้พบหน้ากันยังไงยังงั้นนางไม่เข้าใจความรู้สึกนี้เลย
ไป๋เหอสบตากับคนตรงหน้าราวกับว่าเวลามันกำลังหยุดนิ่งเหมือนต่างคนต่างอยากจะพูดอะไรออกมาแต่ก็พูดไม่ออก ก่อนที่สถานการณ์อึดอัดจะคลายลงเมื่อซวงเอ๋อร์เดินมาทางพวกเขา
“ท่านอาท่านอยู่นี่เอง”
“ว่าอย่างไร”ไป๋เหอหันไปยิ้มให้กับซวงเอ๋อร์ที่กำลังเดินมาทางพวกเขาเด็กน้อยตอนนี้อยู่ในชั้นพลังรวมลมปราณขั้นที่2แล้ว ถือว่าใช้ได้สมุนไพรที่เขาเข้าไปในสวนนั้นยังไม่ได้ทำให้นางเลยหากทำขึ้นมานางน่าจะขยับอยู่ขั้นที่สูงขึ้น
“ซวงเอ๋อร์จัดเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม งั้นรอข้าทำธุระเสร็จก่อนแล้วเราค่อยออกเดินทาง”
“เจ้าค่ะ”
ไป๋เหอหันมามองสตรีที่กำลังสนทนากันไม่จบแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่อหวังว่าจะได้เจอนางอีกครั้งการเข้าไปเรียนในนั้นเขาไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะแข็งแกร่งและนางยังให้สร้อยข้อมือให้เขาสวมไว้ตลอดห้ามถอดเมื่อเป็นความต้องการของนางเขาก็ไม่ขัด
ทางอีกฝั่งที่รอความเคลื่อนไหวได้ส่งคนของตนให้อยู่ทุกที่เพื่อเฝ้ารอดูศัตรูและก็ได้รู้ข่าวที่ไปสืบมา นักฆ่าคนหนึ่งก็ได้มารายงานให้กับประมุขจางทราบทันที
“นายท่านตอนนี้คนของเราแจ้งข่าวมาว่าคนที่ได้ช่วยประมุขตระกูลโจวกำลังออกเดินทางจากแคว้นหยวนวันนี้”
“งั้นเจ้านำตัวอาวุโสทั้ง3 คนไปจัดการคนผู้นี้ให้สิ้นซากอย่าได้มีชีวิตอยู่ให้เป็นเสี้ยนหนามของข้าบังอาจหมั้นหมายกับคนที่ข้าหมายปองมันคงไม่อยากมีชีวิตอยู่”
เมื่อนึกถึงใบหน้างดงามของอี้เฟยซินเฉิงก็มีโทสะรุนแรงเมื่อรู้ว่าคนของตนที่เขาหมายปองอยากได้มาเป็นภรรยาคนที่5 ได้หมั้นหมายกับชายผู้นั้นเขาก็ไม่ยินดีที่จะอยู่ร่วมโลกกับคนเช่นนั้นแล้วคิดอยากสังหารด้วยตนเองแต่คนกระจอกเช่นนั้นเขากลับไม่คิดอยากเปลืองแรง
เมื่อนักฆ่าประจำตระกูลจางได้รับคำสั่งก็ได้เดินออกไปปล่อยให้ประมุขจางยืนคิดอะไรอยู่ตามลำพังเช่นเดิม
ซินเฉิงในมือถือลูกแก้วอยู่ลูกหนึ่งเพียงขยับนิ้วลูกแก้วก็ไหลไปมาอยู่ในอุ้งมือเขากำลังใช้ความคิดที่จะสามารถเอาอี้เฟยมาเป็นของตนเองโดยไม่ให้บุบสลายและคิดกำจัดอวี้ซีเพื่อความยิ่งใหญ่ของตนเอง