“หน้าด้าน หน้าทน ไร้ยางอาย ผู้ชายไม่แล ยังสาระแน เอ้ย! เสนอหน้า เอ๊ะ! โผล่หน้ามาให้เห็นอีก หน้าก็วอก ปากก็แดง แรงกว่าจูออนเสียอีก ขนลุก!!” สตรีนางนี้น่ารำคาญยิ่งนัก ประเดี๋ยวแม่ก็จับกรอกยาพิษใส่ปากให้เสียหรอก เห็นแล้วมันอดมิได้จริง ๆ ไม่ว่าจะยุคไหนมักจะมีเช่นนี้อยู่ตลอด
“ลู่เอ๋อร์” ลู่เยวี่ยนเอ่ยเรียกบุตรสาวเสียงเข้ม ไม่คาดคิดเลยว่าบุตรสาวนางจะปากแซ่บ ด่าไฟแล่บได้ขนาดนี้ ไหนท่าทีหงุดหงิดนั่นอีก
อวี้จื่อลู่ถึงกับสะดุ้งเพราะความลืมตัว
อุ้ย!!
“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะท่านแม่ มันมิงาม” ไอหยา เผลอด่าคนต่อหน้ามารดาเสียได้ หวายลงหลังแน่ ๆ ว่าแล้วตวัดตามองไปยังตัวต้นเรื่องตาเขียวด้วยความขุ่นเคือง นั่น!! ยัง ยังอีก ยังจะทำเนียนไปยืนอิงแอบข้างบิดานางอีก ยอมไม่ได้แบบนี้ต้อง... แล้วเหลือบตามองมารดาด้วยสายตาคาดหวัง
“แฮ่ม!! แม่แค่จะบอกว่าทำได้ดีมาก ไยต้องหน้างอรู้สึกผิดด้วยเล่า ในเมื่อสิ่งที่เจ้ากล่าวมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความจริงหาได้ปรุงแต่งขึ้นไม่” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี ปากก็พูดอยู่กับบุตรสาว แต่สายตานั้นตวัดมองไปยังสตรีอีกคน หรือก็คือแม่นางไป๋ถิงที่กำลังใกล้ชิดอิงแอบอยู่กับสามีของนางด้วยสายตาเย็นยะเยือก นัยน์ตาวาววับยากหยั่งถึงว่าคิดสิ่งใดอยู่
อวี้จื่อลู่ตาเป็นประกาย “แน่หรือเจ้าคะ”
“แน่นอน มารดาผู้นี้ย่อมมิโป้ปดเจ้าเป็นแน่” สองแม่ลูกยืนคุยกันราวกับว่าคนที่พวกนางเอ่ยถึงมิได้ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่สนแม้กระทั่งสีหน้าของอีกฝ่ายที่ยืนหน้าตาเขียวคล้ำ หน้าดำหน้าแดง
ไป๋ถิงได้ยินสองแม่ลูกพูดคุยกัน ก็อดจะเบ้ปากเย้ยหยันไม่ได้ แม้จะโกรธเคืองที่นางเด็กตัวดีนั่นด่าว่านางก่อนหน้า แต่หากเทียบกับการได้อิงแอบแนบชิดราวจะสิงร่างของคนที่หลงรักแล้ว นับว่าเป็นอะไรที่ปล่อยผ่านไปได้ชั่วคราว ถือเสียว่าเป็นเสียงนกเสียงกาที่ช่างเม้าส์มอยเสียแล้วกัน รอให้นางได้ครอบครองท่านพี่กู้ก่อนเถอะ จะเขี่ยพวกมันทิ้งเมื่อไหร่ก็ไม่สาย
“ท่านพี่กู้เจ้าคะ” น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานปานจะหยดของไป๋ถิง ทำเอากู้หลงซานถึงกับขนลุกชัน
กู้หลงซานเอ่ยปฏิเสธสีหน้าลำบากใจ “อะ เอ่อ...ไป๋ถิงเจ้าปล่อยข้าก่อนเถิด ข้าแต่งงานแล้วทั้งยังมีบุตรแล้วถึงสามคน ทำเช่นนี้มันไม่ดีต่อตัวเจ้าหรอกนะ” ท่องไว้นะกู้หลงซานรักชีวิตอย่าคิดนอกใจภรรยา มีสตรีเข้าหาอย่าได้ตกหลุมพรางเชียว หายใจเข้าหนอ หายใจออกหนอ เมียมองอยู่หนอ อย่าได้มือลั่นหักคอสตรีตรงหน้าหนอ มือคู่นี้ยิ่งไม่ค่อยรักดีอยู่ด้วย
“แต่ข้ารักเพียงท่านพี่กู้ ข้ารักแค่ท่านได้ยินไหม!!” น้ำเสียงของนางสั่นเครือคล้าย ๆ จะร้องไห้ออกมาเต็มแก่ หากคนอื่นได้ยินคงเวทนาสงสารจับใจ แต่มันไม่ใช่กับเขา นานวันนางยิ่งทำตัวน่ารำคาญ แต่ก่อนข้าคนนี้รักนางลงได้ยังไง ไม่เข้าใจตนเองเลย เอ๊ะ! หรือว่าข้าดวงตามืดบอดใช้นิ้วเท้าดูนางแทนที่จะใช้ตามอง กรรมของข้าแท้ๆ ไม่น่าเลย... เคยรักคนผิดชีวิตเกือบขิตได้เลยนะ
“แต่ข้ามิได้รักเจ้าแล้ว ข้ารักลู่เยวี่ยนและมันมิอาจเปลี่ยนความจริงนี้ได้ เจ้าตัดใจเสียเถิดเพราะมันเสียเวลาเปล่า” กู้หลงซานขยายความกระจ่างให้ไป๋ถิงอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยน้ำเสียงติดเย็นชา แน่นอนว่าเขาไม่อยากให้ภรรยาและลูก ๆ เข้าใจผิด ว่าตัวเขานั้นยังมีใจให้กับนาง และรู้ดีว่าทุกคำพูดที่เอ่ยออกไปนั้นเป็นการทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก หากให้กู้หลงซานเลือกอีกครั้งก็จะคงทำเช่นเดิม ยอมไร้เยื่อใยกับอีกฝ่ายเพื่อรักษาครอบครัวให้คงอยู่ดังเดิม
คนที่ครั้งหนึ่งเคยทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดี คิดหรือว่าจะไม่มีครั้งที่สองที่สามหรือต่อ ๆ ไป ไม่มีทางเสียหรอกกับคนเช่นนี้ ให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่มีทางกลับไปโง่ดั่งเช่นกาลก่อนแน่นอน เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาคือครอบครัว
ทว่าคำที่ออกจากปากกู้หลงซาน ทำเอาคนฟังอย่างไป๋ถิงสะอึกหน้าชา ทุกคำพูดล้วนตอกย้ำบาดลึกลงในจิตใจ ต่อให้เป็นตายร้ายดีเยี่ยงไรบุรุษผู้นี้ก็ไม่คิดจะกลับไป ก็นะใครมันอยากจะกลับไปอยู่กับคนที่พร้อมจะสร้างบาดแผลให้ตนเองกัน
“ข้า ข้าเข้าใจแล้ว” นางก้มหน้าเอ่ยตอบ ซ่อนเร้นปิดบังความอาฆาตในแววตา สองมือกำแน่นเล็บจิกลงบนฝ่ามือจนเลือดซิบ ยังไม่เจ็บเท่าใจในตอนนี้ นางพลาดแล้วจริง ๆ กับเรื่องในอดีตที่เคยทรยศความไว้ใจ กลายเป็นว่าตอนนี้มันส่งผลให้นางกลับมาหาเขายากขึ้นไปอีก แต่เอาเถอะ! ต่อให้อีกฝ่ายแต่งงานแล้วอย่างไรใช่ว่านางจะแต่งเข้าอีกไม่ได้ มันต้องมีสักทางที่ข้าสามารถแทรกเข้าไปอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ได้ เรื่องบางอย่างรีบร้อนเกินไปใช่ว่าจะดี ต้องค่อย ๆ คิดให้ดีอย่าได้วู่วามเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสิ่งที่หวังไว้ไม่มีวันสำเร็จ
ลู่เยวี่ยนยกยิ้มพึงพอใจกับภาพตรงหน้า คงต้องตบรางวัลชุดใหญ่ให้เสียแล้ว “ไปเถิดท่านพี่ ประเดี๋ยวภรรยาคนนี้จะดูแลท่านพี่เอง ร่างกายท่านอ่อนแรงยิ่งนัก เป็นเช่นนี้แล้วจะทำเรื่องดีงามได้เยี่ยงไรเล่า” ก่อนหันไปเอ่ยกับสตรีอีกนาง “เจ้าเองก็พักผ่อนตามสบายนะไป๋ถิงอย่าได้เกรงใจไป ส่วนตัวข้านั้นคงต้องขอตัวไปดูแล...สามี” มุมปากยกยิ้มน้อย ๆ นัยน์ตาทอประกายเย้ยหยัน หึ แค่ยืนอยู่สวย ๆ ผู้ชายก็เลือก แล้วก็อย่าคิดว่าข้าจะดูไม่ออกว่าเจ้าคิดสิ่งใดอยู่ จงดิ้นรนให้เต็มที่เสียล่ะ ข้าลู่เยวี่ยนผู้นี้รอชมงิ้วจากเจ้าอยู่นะ...ไป๋ถิง!!
นัยน์ตาคู่นั้นของลู่เยวี่ยนที่จ้องมองมาราวกับนักล่าที่กำลังสนุก คล้ายมองดูเหยื่อวิ่งเต้นอยู่บนฝ่ามือทำเอานางเสียวสันหลังขนตั้งชัน ไป๋ถิงกดข่มความกลัวแล้วเรียกสติให้ตนเอง สลัดความรู้สึกกังวลทั้งหมดทิ้งไป เอาเถิดตอนนี้ยังทำอะไรมากไม่ได้ แต่อย่าได้พลาดเชียวล่ะ จึงได้แต่กัดฟันตอบออกไปอย่างขื่นขม “ขอบใจ”
ยิ่งเห็นสีหน้าที่พยายามระงับความเกรี้ยวกราด แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ของไป๋ถิง ยิ่งทำให้ลู่เยวี่ยนรู้สึกชอบใจเป็นอย่างมาก พลางคล้องแขนสามีเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งบรรยากาศอึมครึมไว้ด้านหลังเสมือนว่าเรื่องทั้งหมดมิได้เกี่ยวอันใดกับนางทั้งสิ้น
อวี้จื่อลู่และพี่ชายยืนมองมารดาตาปริบ ๆ อะไรคือร่างกายอ่อนแรง อะไรคือทำเรื่องดีงาม อะไรคือเจอท่านพ่อแล้วลืมพวกเราล่ะ พวกข้ายังยืนอยู่ตรงนี้นะท่านแม่ แล้วดูสิอีกคนก็เป็นอะไรก็ไม่รู้ประเดี๋ยวก็หน้าดำประเดี๋ยวก็หน้าแดงเขียวคล้ำ คงจะมีสิ่งใดติดคออยู่เป็นแน่ น่าสงสาร น่าสงสาร! สามพี่น้องต่างคิดตรงกันแล้วส่ายหน้าไปมา ช่างเถอะหาได้เกี่ยวกับพวกเขาไม่ ประเดี๋ยวท่านแม่ก็ลงมือเองแหละ
“ในเมื่อท่านพ่อท่านแม่ก็ไปแล้ว พวกเราเองก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะน้องเล็ก น้องรอง เรื่องสตรีนางนั้นก็ให้ท่านแม่เป็นคนจัดการเองละกัน”
“ขอรับพี่ใหญ่”
“เจ้าค่ะพี่ใหญ่”
อวี้จื่อลู่เดินกลับเข้ากระโจมพักของตนเอง ทิ้งตัวลงนอนฟูกนุ่ม ยกมือขึ้นก่ายหน้าผากพลางขบคิดเรื่องราวที่ผ่านมา ตั้งแต่ทะเลาะกับลุงและป้าจนเสียชีวิตจนได้มาอยู่ในร่างนี้ เจอเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย แต่เมื่อนึกถึงตอนที่ออกมาจากป่าครั้งแรกก็อดขำขันตนเองไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะโดนจะจับได้ว่ามิใช่คนเก่าก็แกล้งเป็นลมล้มพับไปเสียตรงนั้น ไหนจะตอนที่ท่านป้าร่างนี้เข้ามาหยิบฉวยข้าวของภายในบ้านตอนพี่ใหญ่ไม่อยู่อีก นางถึงกับยกเก้าอี้มาแล้วขึ้นไปยืนเพื่อจะตบอีกฝ่ายที่บังอาจมาทุบตีพี่รองจนทำให้ไม่สบายหนัก ถึงขั้นต้องสร้างรั้วบ้านกันคนบ้าเลยทีเดียว
ไหนจะเหตุการณ์ที่ได้เจอคนแปลกหน้านอนบาดเจ็บอยู่ในป่าอีกใครจะไปคิดว่าจะได้บิดาเป็นของแถมกลับมา พอผ่านไปไม่นานก็เกิดเรื่องขึ้นบิดาโดนลอบวางยาพิษทำเอานางใจเสียไม่น้อย ก็คนมันเพิ่งจะมีบิดานี่นาจะให้ทำไงได้ ทว่าราวกับสวรรค์เมตตาที่ถอนพิษได้ทันเวลาจึงไม่ต้องเสียบิดาไป ส่วนคนวางยากลับกลายว่าเป็นคนใกล้ชิดของว่าที่มารดา ที่มีจิตใจบิดเบี้ยวเป็นอย่างมากถึงกับสังหารผู้คนไปไม่น้อย คนเช่นนี้ไม่สมควรให้อภัยหากปล่อยไว้ก็เกรงว่าท่านพ่อจะโดนวางยาอีก จึงเป็นสาเหตุที่กำจัดนางออกไปอย่างไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด
จนมาถึงคราวญาติผู้พี่อย่างอวี้เจียวเมิ่งและมารดาของเขา ที่ทำเอาเส้นความอดทนของอวี้จื่อลู่ขาดผึ่ง ลงมือเก็บกวาดสองแม่ลูกนั่นทันที แม้จะมีช่วงหนึ่งที่ได้เล่นสนุกกับเหยื่อ ทว่าเหยื่อนั้นอ่อนแอยิ่งนักทั้งขลาดเขลาเบาปัญญา ความเป็นแม่ลูกก็ไม่มีเหลือยามมีภัยถึงชีวิต ช่างเป็นมารดาที่น่าขยะแขยง
เวลาไม่กี่ปีนี้ผ่านเรื่องราวมามากมายเหลือเกิน ไหนจะภารกิจช่วยใครบางคนที่ไม่รู้แม้กระทั่งหน้าตาและชื่อ นี่มันยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเลยไม่ใช่หรืออย่างไร ท่านคิดอะไรอยู่! เห็นข้าเป็นผู้หยั่งรู้หรือไง
เห้อ!! อวี้จื่อลู่เอ๋ยอวี้จื่อลู่ เจ้ามันน่าสงสารเป็นที่สุด ขอเวลานอกปาดน้ำตาทิพย์สักครู่ ใจร้ายใจดำใช้แรงงานเด็กสาวผู้บอบบางได้ลงคอ คำใบ้ก็น้อยนิดใครมันจะไปหาเจอ หากมีตาทิพย์มองเห็นอนาคตก็ว่าไปอย่าง และอีกอย่างทำไมท่านไม่ไปหาเองเล่าาาา!!
เปรี้ยง!
เปรี้ยงง!!
‘หึ! ไม่บ่นก็ได้ ไม่ต้องมาขู่ข้าเลยนะ ไม่กลัวหรอก แบร่!!’
‘เห็นข้าเงียบหน่อย ก็เอาใหญ่เลยนะนังหนู’
‘ชะอุ้ย! เสียงเข้มมาเชียว บ่นนิดบ่นหน่อยทำเป็นดุ’
‘มันหนวกหูข้า’
‘คนแก่ก็งี้’
‘ข้าได้ยินนะ!!’
‘เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ ข้าจะเงียบปากเสียเดี๋ยวนี้เลย’