หลังเก็บกวาดสมบัติและทรัพยากรจากสุสานอัคคีจนไม่มีเหลือแม้แต่ 1 ชิ้น เย่หยุนซีและดรุณีน้อยรีบออกเดินทางกันต่อไปในทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลาอันมีค่า เพราะต้องไม่ลืมว่าพวกเขามีเวลาอยู่ที่นี่เพียงแค่ 100 วัน
“จิ่วซวง เจ้าไม่คิดจะตามหาเผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์คนอื่นๆเลยหรืออย่างไรกัน?” ในขณะเดินทาง บุรุหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เอ๋! อะไรกันพี่ชาย ข้าอุตส่าห์สาบานต่อสวรรค์ว่าจะช่วยเหลือขุมกำลังของท่าน ดังนั้นจะสลัดกันทิ้งง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ” จิ่วซวงกล่าวสวนกลับ ทั้งยังทำสีหน้ามุ่ยแง่งอนใส่
“สาวน้อย ข้าไม่ได้คิดจะสลัดเจ้าทิ้งแต่อย่างใด ข้าก็แค่ลองถามดูเท่านั้น อ่อ! แล้วก็อีกอย่าง.......ถ้าหากพบเจอเผ่าพันธุ์ของเจ้ามันก็เป็นเรื่องดี เพราะลำพังแค่ตัวข้าคงมิอาจปกป้องเจ้าจากศัตรูที่มีระดับมหาจักรพรรดิขั้นสูงขึ้นไปได้” เอ่ยปากกล่าวตามตรงโดยไม่อาย บุรุษหนุ่มรู้ซึ้งถึงขีดจำกัดของตนเองเป็นอย่างดี
ถึงแม้เขาสามารถหลบหนีจากมหาจักรพรรดิขั้นสูงได้ก็จริง แต่ถ้าพบเจอระดับเซียนสิ่งที่รออยู่ก็คงมีเพียงความตายเท่านั้น
“แหะๆ พี่ชายอย่าคาดหวังมากเลยนะ เพราะข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปหาขุมกำลังของตนเองได้ที่ไหน ดีไม่ดีอาจจะต้องติดสอยห้อยตามท่านไปจนกระทั่งครบเวลา 100 วัน” ดรุณีน้อยคนงามหัวเราะเจื่อนพลางกล่าวออกมาเช่นนั้น
“เห้อ ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ตอนนี้คงได้แต่ช่วยกันค้นหาโชควาสนาไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที” พูดจบ! เย่หยุนซีก็พลันทะยานร่างไปตามกิ่งไม้โบราณด้วยความเร็วสูงสุดอีกครั้ง
จิ่วซวงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็กระโจนตามหลังไปติดๆ และไม่คิดตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถอันหลากหลายของบุรุษหนุ่มเบื้องหน้า เพราะนางกลัวว่าอีกฝ่ายจะเกิดความรำคาญแล้วสลัดนางทิ้งเอาไว้คนเดียวท่ามกลางป่าใหญ่
พวกเขาเดินทางกันอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเวลาครึ่งเดือนผันผ่านไป ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงสุสานอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าสุสานอัคคีหลายสิบเท่า แถมที่ลานกว้างด้านหน้ายังเต็มไปด้วยเผ่าเทพสวรรค์และเผ่าปีศาจที่ทำท่าทางราวกับสู้กันได้ตลอดเวลา
“นี่ จิ่วซวง ในบรรดาเผ่าปีศาจเหล่านั้นมีขุมกำลังของเจ้ารวมอยู่ด้วยหรือเปล่า?” เย่หยุนซีกล่าวถาม ขณะที่มองดูสถานการณ์อยู่ห่างๆไม่กล้าเข้าใกล้
ธิดามารจิ่วซวงผงกศีรษะ ดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะยกมือน้อยๆชี้ไปยังหนึ่งในห้ากองกำลังแนวหน้าสุดของเผ่าปีศาจ “นั่นไงพี่ชาย นั่นคือเผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์”
เย่หยุนซีหันขวับมองไปตามทิศทางที่ดรุณีน้อยชี้ และสิ่งที่ปรากฏในคลองสายตาของเขาก็คือ กลุ่มปีศาจชายหญิงอาภรณ์ฟ้ารูปร่างหน้าตาเหมือนกับมนุษย์ทุกประการ เพียงแต่บนศีรษะและบนแผ่นหลัง มีเขาสองข้างและมีปีกปีศาจสีดำ หนึ่งคู่บ้าง สองคู่บ้าง เสริมเข้ามา
“เจ้าจะเข้าไปร่วมกับพวกเขาเลยหรือไม่ล่ะ?”
“เอ่อ.......ถ้าหากข้าไปเข้าร่วมพวกเขา ท่านจะไปด้วยกันหรือเปล่าพี่ชาย?” นางเอ่ยถามกลับไป
“หา! ไม่ไหวหรอกๆ เห็นอยู่ชัดๆว่าที่นี่เต็มไปด้วยเผ่าเทพสวรรค์และเผ่าปีศาจ แถมยังมีระดับเซียนตั้งมากมาย ถ้าหากข้าที่เป็นมนุษย์เข้าไปมีหวังได้ถูกเชือดตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าสุสาน” เย่หยุนซีพูดตามที่ตัวเองคิดทุกประการ
จิ่วซวงมีตำแหน่งเป็นถึงธิดามาร เผ่าปีศาจเทพพิทักษ์และเผ่าปีศาจอื่นๆย่อมต้องปกป้องนางแน่ ผิดกับตัวเขาที่เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ดังนั้นไม่ว่าจะเผ่าเทพหรือเผ่าปีศาจก็ล้วนแต่มองเขาเป็นเพียงขยะที่ไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่ง
“เอ๋! อะไรกัน แบบนี้ก็เท่ากับว่าข้าขาดทุนไม่ใช่หรือ? พี่ชาย นี่ยังไม่คุ้มกับคำสาบานต่อสวรรค์ของข้าเลยนะ” ผู้เป็นธิดามารกอดอกพลางกล่าว
เย่หยุนซีส่ายศีรษะเบาๆ ก่อนจะครุ่นคิดอยู่สักพัก “เห้อ ก็ได้ๆ แต่ภาพหลังจากนี้เจ้าต้องเก็บเป็นความลับเข้าใจไหม”
จิ่วซวงพยักหน้าอย่างฉับไว “ตกลงตามท่านที่ว่า”
เมื่อได้คำตอบรับกลับมา เย่หยุนซีพลันดึงหน้ากากสวรรค์เร้นออกจากมิติแล้วสวมมัน ทำให้รูปร่าง หน้าตา และกลิ่นอายของเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นปีศาจที่สวมใส่อาภรณ์สีฟ้าเหมือนกับจิ่วซวงและเผ่าปีศาจผู้พิทักษ์เหล่านั้น
“ว้าว! ท่านถึงกับมีสมบัติปลอมแปลงที่เลิศล้ำเช่นนี้”ดรุณีน้อยจับจ้องเย่หยุนซีด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
เย่หยุนซีส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่าย “พวกเราค่อยๆเดินไปกันเถอะ เพราะข้าต้องการสอบถามเจ้าเรื่องขุมกำลังต่างๆในพิภพปีศาจ เพื่อความแนบเนียนในการปลอมตัว”
“ได้เลย พี่ชาย” จิ่วซวงตบปากรับคำแต่โดยดี ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวเดินไปยังฝั่งของเผ่าปีศาจช้าๆพร้อมทั้งสนทนากันเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานที่ปีศาจทุกตนรู้กันเป็นอย่างดี
โดยจิ่วซวงเล่าว่า พิภพปีศาจที่นางอาศัยอยู่นั้นมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งมากมาย แต่ขุมกำลังที่ได้รับการยกย่องว่าไร้เทียมทานกลับมีเพียง 4 ขุมกำลัง ประกอบด้วย 1.เผ่าเทพปีศาจแห่งดวงดาว 2. เผ่าเทพปีศาจหมื่นพิษ 3.เผ่าเทพปีศาจสงครามโลหิต และ 4.เผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์ของนาง
“เอ๋! แล้วไม่มีเผ่าเทพปีศาจแห่งความตายงั้นหรือ?” เย่หยุนซีเอ่ยถามหลังจากที่ฟังมาถึงตรงนี้
“ราชวงศ์เทพปีศาจแห่งความตายหรือที่เรียกอีกอย่างว่าราชวงศ์เทพปีศาจแห่งการสังหารนั้น คือจ้าวผู้ปกครองสูงสุดในพิภพปีศาจอย่างแท้จริง ดังนั้นพวกเขาย่อมต้องถูกยกย่องให้เหนือกว่า 4 ขุมกำลังไร้เทียมทานอยู่แล้ว” ธิดามารเอ่ยปากอธิบายเพียงสั้นๆ
เย่หยุนซีพลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ 1 ราชา 4 บริวาร ความสัมพันธ์เช่นนี้ช่างคล้ายกับจักรวรรดิเมฆครามและสี่นิกายชั้นนำในอดีตเสียจริงๆ