Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 36 อุปสรรคที่หนาวเหน็บ

    อุปสรรคที่หนาวเหน็บ

     

                เมื่อโรงปั้นพื้นฐานถูกเพิ่มระดับกลายเป็นโรงปั้นขนาดเล็กผลผลิตในแต่ละวันก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็เพิ่มมากขึ้นถึง 2 เท่าตัว

                จากเดิมที่สามารถขายไหดินเผาได้วันละ100 DP ก็กลายเป็น 300 DP ไปอย่างไม่น่าเชื่อ

                ด้วยระยะเวลาที่ลดลงรวมกับฝีมือที่ดีขึ้นของอิจิโกะกับน้องสาวทำให้พวกเธอทำงานได้เร็วขึ้นมาจนถึงขั้นที่ทำให้พวกเธอลืมตัวจนทำผลงานออกมาเกินจากที่กัสกำหนดไว้เลยทีเดียว

                เนื่องจากความสามารถในการผลิตดินตามสูตรเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทำให้ระยะเวลาที่ใช้ในการปั้นไหแต่ละใบลดน้อยลงไปด้วย

                เมื่อรวมกับคุณสมบัติพิเศษในการเคลื่อนย้ายชิ้นงานที่ทำเสร็จแล้วไปยังชั้นวางด้านหลังด้วยตัวของมันเองก็ยิ่งลดระยะเวลาที่เสียไปของเด็กสาวทั้งสามได้มากขึ้นไปอีก

                ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการทำงานตามเวลาปกติด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมมากด้วยความสนุกสนานจนลืมเวลากว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ระบบเคลื่อนย้ายของชุดงานปั้นไม่ทำงานพวกเธอถึงได้รู้ว่าชั้นวางด้านหลังนั้นบรรจุชิ้นงานจนเต็มความจุไปแล้วทำให้ระบบไม่สามารถส่งชิ้นงานที่ปั้นเสร็จไปยังชั้นวางด้านหลังได้

                และเมื่อนับจำนวนชิ้นงานของตัวเองอิจิโกะกับน้องก็พบว่าพวกเธอปั้นไหได้ถึง 300 ใบด้วยกัน

                ในตอนแรกนั้นทั้งสามตกใจเล็กน้อยเพราะนึกว่าทำงานเกินเวลาแต่เมื่อหันไปมองเวลาที่ยังเหลือพวกเธอถึงได้ตระหนักว่าโรงปั้นที่ถูกเพิ่มระดับนี้ทำให้พวกเธอทำงานได้ดีขึ้นขนาดไหน

                เมื่อไม่ต้องเสียเวลารอให้โรงปั้นผลิตดินตามสูตรที่กำหนดไม่ต้องเสียเวลายกผลงานไปวางไว้บนชั้นพอรวมกับความชำนาญที่มากขึ้นท้ายที่สุดก็กลายเป็นผลงาน 300ชิ้นที่ถูกวางเรียงจนเต็มชั้น

                นอกเหนือจากคุณสมบัติในการสนับสนุนการปั้นแล้วยังมีห้องเก็บชิ้นงานที่ทำให้ผลงานแห้งเร็วกว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าตัวเช่นเดียวกัน

                จากเดิมที่ต้องรอถึง3 วันกว่าจะแห้ง ในปัจจุบันเพียง 2วันก็แห้งสนิทจนสามารถส่งเข้าสู่เตาเผาได้แล้วส่งผลให้หลังจากผ่านไปได้ 4 วันรายได้ประจำวันจาก 100 DP ก็โดดไปเป็น 400 DPก่อนจะลดลงไปเหลือ 300 DP และลดลงไปอีกจนกลายเป็น250 DP ในวันต่อไป

                เหตุผลที่ทำให้มันเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวก็เพราะระยะเวลาในการตากแห้งของผลงานชุดใหม่ที่ลดลงรวมกับปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นของมันทำให้งานปั้นที่ปั้นออกมาในวันที่โรงปั้นเพิ่มระดับออกมาชนกับวันที่งานปั้นชุดเก่าขายได้พอดี

                และการที่มันลดลงต่อจากนั้นก็เป็นไปตามกลไกปกติเพราะผลงานชุดเก่าได้หมดลงส่วนเหตุผลที่มันมีการลดลงอีกครั้งก็เพราะขีดจำกัดด้านทรัพยากรดินที่มีอยู่นั่นเอง

                 ในช่วงเวลาที่การผลิตเริ่มคงที่ DP สะสมของกัสก็เพิ่มขึ้นจนเพียงพอต่อการใช้งานแล้วเช่นกัน

                เวลาที่ต้องใช้ในการรอเร็วกว่าที่กัสคิดเอาไว้มากทีเดียวทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณรายได้ชุดใหญ่ที่ได้มาจากการปั้นของอิจิโกะกับน้องที่เพิ่มสูงขึ้นจนถึง250 DP และเมื่อรวมกับ DP ที่ได้ก่อนหน้านั้นด้วยก็นับว่าทะลุ1 พัน DP ไปได้หลายวันแล้ว

                เหตุผลเดียวที่ต้องรอก็เพราะกัสได้ใช้DP จำนวนมากไปกับผลึกเปลวเพลิงระดับต่ำเพื่อทดแทนฟืนที่ใช้มากขึ้นเนื่องจากต้องเผาชิ้นงานจำนวนมากขึ้นและขนาดของเตาเผาที่ใหญ่กว่าเดิม

                ผลึกเปลวเพลิงระดับต่ำถูกเพิ่มเข้าไปจนมีมากถึง5 ก้อนทำให้การใช้ฟืนลดปริมาณลงจนแทบไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้อีก

                ในวันที่75 หรือประมาณ 2 เดือนครึ่งหลังจากเข้าสู่ดันเจี้ยน กัสก็สามารถสะสม DP ได้ทะลุ 1 พัน DP เป็นครั้งที่สองและเขาก็ได้เลือกที่จะใช้DP เหล่านี้ไปกับสิ่งที่เขาเฝ้ารอมานานหลายวัน

                และก็เช่นเดียวกับทุกครั้งบนโต๊ะอาหารยามเย็นหลังจากที่ DP สะสมทะลุ 1 พัน กัสก็ทำการเปิดประชุมขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความสงบเงียบบนโต๊ะอาหาร

                “ข้าคิดว่าพวกเจ้าน่าจะรู้ดีว่าข้าเรียกประชุมเรื่องอะไร”

                กัสลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขรอยยิ้มของเขาฉีกกว้างจนทำให้ใบหน้าอวบอ้วนของเขากลมราวกับดวงจันทร์ทำเอาเด็กสาวทั้งห้าต้องพากันกลั้นขำและพยายามยิ้มหวานเป็นการขออภัย

                ครั้งนี้กัสดูจะไม่สนใจที่พวกเธอยิ้มขำใบหน้ากลมๆของเขาเพราะแผนการที่เขาวางเอาไว้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นยินดีอย่างมากจนไม่คิดสนใจเรื่องเล็กๆพวกนี้อีก

                “ตอนนี้พวกเราสะสม DP ได้เกิน 1พันอีกครั้งและมี DP สะสมมากกว่า 1300 DP อีกด้วย”

                ครั้งนี้มีปฏิกิริยาตอบสนองเล็กน้อยสายตาของน้องสาวทั้งสองมองไปยังอิจิโกะกับน้องที่มีผลงานใหญ่จากการปั้นเครื่องปั้นดินเผาจนทำให้รายได้ของดินแดนเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวแบบนี้

                กัสเองก็หยุดมองไปยังอิจิโกะกับน้องด้วยความชื่นชมด้วยเช่นกันทำให้เด็กสาวทั้งสามขัดเขินจนหน้าแดงก่ำและพยายามหลบสายตาด้วยความเขินอาย

                “ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณผลงานของอิจิโกะ นิโกะและซันโกะหากไม่ได้พวกเจ้าทั้งสามการสะสม DP ของพวกเราคงยากยิ่งกว่านี้มาก”

                พูดจบกัสก็ตบมือ น้องสาวทั้งสองก็ตบมือตามทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเกิดความอบอุ่นและกระอัดกระอ่วนเล็กๆขึ้นมาเพราะความเขินอายของเด็กสาวทั้งสาม

                “เอาละๆ พอก่อน ตอนนี้ข้าจะพูดถึงเป้าหมายในการใช้ DPในครั้งนี้ คราวนี้ข้าจำต้องขอโทษพวกเจ้าด้วยเพราะการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความต้องการส่วนตัวของข้าเองมันไม่ตรงตามแผนที่วางเอาไว้ในตอนแรก”

                สีหน้าของเด็กสาวทั้งห้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยพวกเธอมีท่าทีประหลาดใจและสงสัยเพราะว่ากัสนั้นไม่จำเป็นต้องพูดอะไรแบบนี้เลยในเมื่อตั้งแต่แรกเริ่มพวกเธอก็ทำตามคำสั่งของกัสมาตลอดโดยไม่เคยมีส่วนร่วมในการวางแผนอยู่แล้ว

                ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าพวกเธอไม่คิดที่จะทำแต่พวกเธอไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องทำและไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ดีกว่ากัสเลยไม่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนการใดๆที่กัสไม่เคยบอกพวกเธอมาก่อน

                ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องแปลกที่กัสจะเอ่ยปากขอโทษออกมาแบบนี้ซึ่งทำให้พวกเธอแปลกใจและลำบากใจพอสมควร

                “ท่านพี่ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกค่ะพวกเรายินดีที่จะรับฟังคำสั่งของท่านพี่อยู่แล้ว..อีกอย่างน้องเชื่อว่าสิ่งที่ท่านพี่เลือกคือสิ่งที่ท่านคิดดีแล้วและมีเหตุผลพวกเราไม่คิดที่จะปฏิเสธหรือสงสัยแน่นอนค่ะ”

                เสียงตอบรับจากเด็กสาวคนอื่นๆ ดังมาติดๆในทันทีช่วยสนับสนุนคำพูดของน้องสาวคนโตอีกแรงหนึ่งซึ่งทำให้กัสอมยิ้มน้อยๆด้วยความขอบคุณและดีใจ

                “ได้ยินแบบนั้นข้าก็ดีใจแต่ครั้งนี้ข้าก็จำต้องขอโทษพวกเจ้าจริงๆ เพราะว่าการเลือกในครั้งนี้มันขัดกับแผนการที่ข้าวางเอาไว้และข้าเองก็ไม่มั่นใจว่ามันจะมีผลดีต่อพวกเราหรือไม่”

                ท่าทางที่เคร่งเครียดของกัสนี้ทำให้เด็กสาวทั้งห้าเริ่มสงสัยขึ้นมาเล็กน้อยถึงทางเลือกที่กัสพูดถึง

                สีหน้าของกัสเองก็ดูจริงจังกว่าที่เคยมันมีแม้กระทั่งความลังเลใจและความเครียดแฝงอยู่ด้วยซ้ำซึ่งผิดจากที่เคยเพราะขนาดวันที่ทดลองปลูกผักวิเศษวันแรกกัสยังไม่มีท่าทีที่ย่ำแย่ขนาดนี้

                “สิ่งที่ข้าจะซื้อด้วย DP 1000หน่วยก็คือดินแดนย่อยและข้าตั้งใจที่จะซื้อด้วยราคาที่ต่ำที่สุดเพื่อให้ดันเจี้ยนสุ่มเลือกชนิดของดินแดนให้กับข้า”

                หลังจากนิ่งฟังอยู่นาน ทุกคนก็ยังไม่เข้าใจพวกเธอไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เรียกว่าดินแดนย่อยเท่าไหร่ โดยเฉพาะราคาของมันรวมไปถึงคำพูดที่ว่าให้ดันเจี้ยนสุ่มเลือกอีก

                ทั้งหมดนี้มีหลายอย่างที่พวกเธอไม่เข้าใจและยากที่จะเดาความหมายของมันได้

                แต่หลังจากนั้นไม่นานกัสก็เริ่มอธิบายสิ่งที่เรียกว่าดินแดนย่อยให้พวกเธอได้ฟังทำให้เด็กสาวค่อยๆเข้าใจความหมายของกัสได้มากขึ้นทีละน้อย

                ดินแดนย่อยคือดินแดนพิเศษที่แยกย่อยออกไปจากดินแดนหลักซึ่งเป็นดินแดนเริ่มต้นทั้งนี้มูลค่าของดินแดนแต่ละชนิดจะแตกต่างกันออกไป โดยเริ่มต้นจากราคาขั้นต่ำสุด1000 DP ไปจนถึง 9999 DP ซึ่งมีชนิดที่หลากหลายและให้ผลผลิตที่แตกต่างกันออกไป

                บางชนิดอาจจะสามารถมองหาผลผลิตได้โดยง่ายแต่บางชนิดต่อให้พยายามมองหาก็อาจจะหาไม่เจอ

                สิ่งนี้คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในการเลือกชนิดของดินแดนย่อยและเป็นปัญหาหลักที่จำต้องคิดใคร่ครวญให้ดีอีกด้วยเนื่องจากดินแดนย่อยนั้นจะมีราคาแพงขึ้นถึง10 เท่าในทุกๆ ครั้งที่ซื้อ

                การซื้อครั้งแรกนั้นมีราคาตั้งแต่1000 – 9999 DP แต่ในขั้นต่อไปราคาขั้นต่ำจะกลายเป็น10000 DP ซึ่งเรียกว่าแพงขึ้นถึงสิบเท่า

                หากเลือกชนิดของดินแดนผิดพลาดแล้วละก็ผลลัพธ์ก็จะกลายเป็นตัวถ่วงที่ทำให้การหา DP ยากลำบากมากยิ่งขึ้น

                แต่ถ้าเลือกได้เหมาะสมมันก็จะกลายเป็นแหล่งDP ขนาดใหญ่ที่มอบผลตอบแทนให้ได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

                ด้วยเหตุนี้การเลือกชนิดของดินแดนย่อยจึงมีความสำคัญมากต่อการสร้างรายได้ซึ่งกัสเองก็ทราบดีทว่าตัวเขานั้นต้องการที่จะเลือกหนทางที่เสี่ยงเพื่อประหยัด DP ลง

                หนทางที่ว่าก็คือการเลือกชนิดที่ราคาถูกที่สุดคือดินแดนย่อยแห่งปริศนาซึ่งไม่สามารถบ่งบอกได้ว่ามันเป็นยังไงจนกว่าจะซื้อและเข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเอง

                ภายในดินแดนนั้นอาจจะมีทรัพยากรที่ล้ำค่าหรือดินแดนรกร้างที่ว่างเปล่าก็เป็นได้ทั้งสิ้น

                แต่ทั้งนี้กัสได้รู้บางอย่างมาเช่นเดียวกันและรู้หลักการบางอย่างที่บอกให้รู้ว่าทุกดินแดนจะมีแหล่งทรัพยากรของมันอยู่อย่างน้อย1 ชนิดและจะเพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของดินแดนหลัก

                ดินแดนย่อยจะมีขนาดเพียงครึ่งเดียวของดินแดนหลักเสมอด้วยเหตุนี้ขอเพียงเพิ่มขนาดของดินแดนต่อไปเรื่อยๆดินแดนย่อยก็จะขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน

                เมื่อฟังคำอธิบายของกัสจนจบสีหน้าของเด็กสาวทุกคนก็ยังสงบพวกเธอไม่มีความรู้สึกว่ากัสต้องขอโทษพวกเธอเลยสักนิด

                “ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ..หากมันผิดพลาดจริงเช่นนั้นก็แค่..เสียเวลาไป 1 – 2 เดือนเพียงเท่านั้นพวกเราจำเป็นต้องคิดมากถึงขนาดนั้นด้วยหรือคะ”

                คำพูดประโยคนี้ไม่นับว่าผิดน้องสาวคนโตของเขามองเรื่องราวในครั้งนี้ได้อย่างชัดเจน เธอตระหนักถึงน้ำหนักและความเสี่ยงแต่เธอก็ไม่รู้สึกว่ามันเป็นความเสี่ยงที่จำต้องทำให้พี่ชายของเธอเอ่ยปากขอโทษออกมาแบบนี้

                พอได้ยินน้องสาวพูดแบบนั้นกัสก็เริ่มรู้สึกว่าเขาจริงจังมากเกินไปหรือเปล่าเหมือนกันจนต้องหันกลับไปคิดทบทวนซ้ำอีกครั้งก่อนจะยิ้มกว้างด้วยความขอบคุณ

                “เอาละในเมื่อพวกเจ้าไม่มีความเห็นอื่นข้าก็จะทำการซื้อดินแดนย่อยละนะ”

                ทุกคนพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนซึ่งทำให้กัสผ่อนคลายความรู้สึกตึงเครียดลงไปได้มากทีเดียวจากนั้นตัวเขาถึงได้เดินกลับไปยังบ้านแล้วทำการซื้อดินแดนย่อยแห่งแรกในทันที

                ด้วยราคาต่ำสุดของดินแดนดินแดนย่อยแห่งปริศนา ดินแดนที่ไม่มีภาพใดๆ ให้ได้ดูมีเพียงมูลค่า 1000 DP เท่านั้นที่แสดงให้เห็น

                กัสหยุดทำใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกดฝ่ามือลงไปเพื่อยืนยันการซื้อและพริบตาต่อมานั้นDP ก็ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วเพียงอึดใจเดียวก็หายไปจนเกือบหมด

                ท้ายที่สุดแสงสว่างที่เจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นที่ข้างบ้านจนดึงดูดความสนใจจากเด็กสาวทุกคนให้หันไปมองได้เป็นอย่างดี

                ช่วงเวลาอึดใจต่อมาแสงสว่างก็หายไปและเหลือทิ้งไว้เพียงประตูสีฟ้าที่ดูคล้ายกับประตูมิติที่เป็นทางเข้าออกของดันเจี้ยนซึ่งพวกเขาผ่านมันเข้ามาในดินแดนแห่งนี้

                กัสเดินออกมาหยุดดูมันชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าให้กับทุกคนจากนั้นจึงเดินนำเข้าไปอย่างช้าๆโดยมีเด็กสาวทั้งห้าติดตามเข้าไปไม่ห่าง

                และพริบตานั้นหัวใจของกัสก็ดิ่งลงด้วยความรู้สึกที่ย่ำแย่เป็นที่สุด

                ‘โชคร้ายเป็นบ้า!!!’

                เสียกรีดร้องภายในจิตใจของกัสดังก้องอยู่ในใจในขณะที่ในความเป็นจริงตัวเขาและเด็กสาวทั้งห้าต้องสั่นสะท้านเพราะความหนาวเหน็บที่แทบจะทำให้ของเหลวในร่างกายกลายเป็นน้ำแข็ง

                เพียงอึดใจเดียวเท่านั้นกัสก็ได้สติและรีบออกคำสั่งให้ทุกคนวิ่งกลับเข้าไปในทันทีโดยไม่มีเวลามองเลยสักนิดว่าพื้นที่โดยรอบนั้นมีสภาพเป็นยังไง

                “กลับ!! กลับไปก่อนเร็วเข้า!!หนาวจะตายอยู่แล้ว!!!”

                กัสส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความหนาวเหน็บพลางออกแรงผลักดันเด็กสาวทั้งห้าให้ย้อนกลับไปไม่นานนักดินแดนที่เพิ่งจะถือกำเนิดก็กลับมาสงบเงียบอีกครั้งและเหลือทิ้งไว้เพียงพื้นดินที่มีหิมะและน้ำแข็ง

                ทางด้านของกัสและเด็กสาวทั้งห้าหลังจากวิ่งกลับเข้ามาในดินแดนหลักได้ก็ตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บจนต้องพากันร่ายเวทเรียกลูกไฟออกมาเพื่อขับไล่ความหนาว

                กัสเองก็ตัวสั่นผมบางส่วนถึงกับจับตัวเป็นน้ำแข็งเลยด้วยซ้ำแต่มันก็หลอมละลายอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น

                “เมื่อกี้มันอะไรนะ..ทำไมมีแต่ลมกับน้ำแข็งแถมยังหนาวสุดๆ เลย!!”

                “ข้ามองไม่เห็นอะไรเลยเจ้าค่ะ มันหนาวมากเลยมีแต่ลมกับหิมะที่เต็มไปด้วยสีขาว”

                “ท่านพี่..ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”

                “ข้าไม่เป็นไร พวกเจ้าก็รู้ไขมันข้าเยอะจะตาย กลัวหนาวเสียที่ไหน ฮะๆ”

                ปากเขาพูดออกไปแบบนั้นก็เพื่อไม่ให้น้องสาวเป็นห่วงในขณะที่ภายในใจเขาก็ไม่ได้กลัวหนาวจริงๆแต่ก็กำลังเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เหมือนกัน

                ดินแดนย่อยที่เขาได้นั้นเป็นดินแดนย่อยชนิดที่เลวร้ายที่สุดในด้านของการขุดค้นDP ดินแดนน้ำแข็งที่หนาวเหน็บและยิ่งเลวร้ายมากขึ้นไปอีกเมื่อมันมีพายุหิมะรวมอยู่ด้วย

                ควรทราบว่าสภาพอากาศในดินแดนนั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้เพียงอย่างเดียวในดินแดนคือกลางวันและกลางคืนเท่านั้น

                ซึ่งนั้นก็หมายความว่าดินแดนพายุหิมะนี้จะมีพายุหิมะเกิดขึ้นตลอดเวลาและจะไม่มีวันหยุด

                หากบอกว่าชนิดของดินแดนที่หนาวเหน็บคือชนิดที่ยากลำบากที่สุดแล้วละก็การที่มันเพิ่มพายุหิมะเข้าไปด้วยก็คือชนิดที่เลวร้ายยิ่งกว่า

                แม้ว่าใบหน้าของกัสจะยังยิ้มอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงแต่ภายในใจเริ่มคิดด้วยความเคร่งเครียดแล้วว่าตัวเขาจะทำยังไงกับดินแดนย่อยแห่งนี้ดี

                ‘แย่มาก..นึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าข้าจะโชคร้ายเอาตอนนี้..ดูเหมือนว่าโชคดีมากเกินไปจะนำโชคร้ายที่ยิ่งกว่ามาให้สินะ’

                กัสยิ้มขมๆ ให้กับความจริงที่เกิดขึ้นทว่าในใจของเขายังไม่อาจยอมรับได้โดยแท้จริงและยังรักษาความคิดต่อสู้เอาไว้ได้

                หลังจากคิดอย่างหนักอยู่ในใจกัสก็เริ่มมองออกไปรอบตัวมองดูเด็กสาวทั้งห้าที่ยังตัวสั่นและพยายามลูบแขนขาของตัวเองเพื่อสร้างความอบอุ่น

                ในกลุ่มนี้ท่าทางของอิจิโกะกับน้องดูจะหนักกว่าใครเพื่อนเพราะใบหน้าของพวกเธอนั้นซีดขาวเลยทีเดียวทั้งที่เผชิญหน้ากับลมหนาวเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น

                หัวคิ้วของกัสขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจก่อนจะตระหนักได้ว่าอิจิโกะกับน้องเป็นเผ่าแมลงซึ่งอ่อนแอต่อความหนาวเป็นพิเศษทำให้พวกเธอได้รับผลกระทบรุนแรงกว่ากัสและน้องสาวมาก

                “อิจิโกะ นิโกะ ซันโกะ..พวกเจ้ารีบไปอาบน้ำเสียรีบทำให้ร่างกายอบอุ่นเสียไม่งั้นพวกเจ้าจะป่วยเอาได้”

                ใบหน้าของอิจิโกะกับน้องซีดขาวผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดและพวกเธอเองก็ดูเหมือนจะรู้จัดสภาพร่างกายของตัวเองดีจึงรีบทำตามที่กัสบอกในทันที

                ไม่นานนักน้ำร้อนก็อุ่นพอที่จะอาบสามพี่น้องก็ลงไปแช่ในทันทีจนกระทั่งใบหน้าที่ซีดขาวกลายเป็นสีแดงระเรื่ออาการที่เลวร้ายเมื่อครู่ก็หายไปจนหมดราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยทีเดียว

                กัสเองก็ถือโอกาสลงน้ำไปพร้อมกันเช่นเดียวกับน้องสาวทั้งสองที่ฉวยโอกาสที่ยังหนาวลงไปแช่น้ำเพื่อคลายหนาวจนแต่ละคนหน้าแดงระเรื่อกันหมด

                ในขณะที่แช่น้ำอยู่นั้นกัสก็นิ่งคิดถึงทางออกในการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังเขาไม่อาจยอมรับได้จริงๆหากต้องปล่อยดินแดนย่อยนี้ไปเพราะมันเป็นการสูญเสียที่สาหัสมาก

                อีกใจหนึ่งเขาก็เริ่มคาดหวังเพราะข่าวลือที่เคยได้ยินมาจากชีวิตก่อนที่บอกให้รู้ว่าดินแดนประเภทนี้มักจะซ่อนขุมทรัพย์ที่ล้ำค่าเอาไว้ภายใน

                หากสามารถผ่าฟันความยากลำบากของสภาพอากาศไปได้แล้วละก็พวกเขาก็จะได้รับค่าตอบแทนที่มากมายมหาศาล

                กัสเองก็เริ่มคิดและมุ่งหวังในผลตอบแทนนี้ขึ้นมาด้วยเช่นกัน

                ‘คงต้องจ่ายออกไปอีกแล้วสินะช่วยไม่ได้นะ..ถือเป็นการลงทุนก็แล้วกัน’

                กัสถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความผ่อนคลาย หลังจากจัดระเบียบความคิดใหม่ความรู้สึกหนักอึ้งก็ผ่อนคลายลงและกลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขามุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม

                ‘เทียบกับชีวิตก่อนของเราแล้วมันจะมีอะไรเลวร้ายไปกว่านั้นอีกหรือไงกัน ฮะๆ’

                ทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเจอในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นอะไร ในสายตาของกัสมันก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้นเมื่อเทียบกับชีวิตก่อนของเขา

                ไม่มีแรงกดดันของความอดอยากและความตายไม่มีการข่มขู่ของศัตรู ไม่มีการจับตัวประกันเพื่อบังคับให้จ่ายผลผลิตเป็นค่าไถ่

                ไม่มีอะไรเลยที่กัสต้องลำบากใจแล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องกลัวกับดินแดนย่อยที่มีพายุหิมะ

                กัสพยายามสร้างความคิดเชิงบวกให้กับตัวเองซึ่งมันก็ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อเขารู้สึกว่าจิตใจที่หนักอึ้งของเขาผ่อนคลายลงมากความคิดเองก็เปิดกว้างออกอย่างไม่น่าเชื่อ

                หนทางที่คิดว่ายากลำบากเพียงพริบตาก็คิดถึงทางออกและวิธีแก้ไขขึ้นมาได้ไม่นานนักสีหน้าที่เคร่งขรึมก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

                “น้องข้า..พรุ่งนี้ช่วยตัดชุดหนังให้ข้าสักชุดสิข้าจะเอาไปสำรวจดินแดนย่อย”

                “ได้สิคะท่านพี่..แต่ต้องให้เวลาน้องสักหน่อยนะคะ”

                “แน่นอน ข้าไม่รีบอยู่แล้วยังไงเสียพวกเราก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับมัน สำรวจช้าไปสักวันจะเป็นไรไป”

                ท่าทางที่ผ่อนคลายนี้ช่วยบรรเทาความรู้สึกตึงเครียดในหัวใจของเด็กสาวได้เป็นอย่างดีทำให้บรรยากาศภายในบ่อน้ำเริ่มผ่อนคลายลงและกลายเป็นช่วงเวลาที่เร่าร้อนขึ้นมาแทนที่ก่อนจะจบลงที่ความวาบหวานที่ร้อนแรงของกัสกับเด็กสาวทั้งห้า

                ในครั้งนี้นิโกะกับซันโกะก็ได้รับอานิสงส์ไปพร้อมกันได้รับความเอ็นดูจากกัสอย่างเร่าร้อนจนทำให้หัวใจที่อ่อนล้าของพวกเธอได้รับการเติมเต็มจนชุ่มชื่นหัวใจไปหมด

                ค่ำคืนนั้นกัสเหนื่อยอ่อนเป็นพิเศษเพราะเขาต้องเล่นกับเด็กสาวถึงห้าคนติดต่อกันแต่หัวใจของเขากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่แรงกล้าเมื่อตระหนักว่าตัวเขาสามารถผ่านมันไปได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน

                ‘ร่างกายของเราแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ!!’