่เวลาในการส่งสินสอดเจ็ดวันของสองประมุขแห่งป้าเตาและฉางเก๋อได้สิ้นสุดลงแล้วที่เผิงหลาย เหล่าคนสนิทกำลังช่วยกันประทินโฉมให้แก่เ้าสาวทั้งสองเรือนผมสีขาวถูกเกล้าเปิดใบหน้าขาวเนียน ดวงตาแต่งแต้มด้วยสีชาดสีแดงแก้มชมพูระเรื่อชวนมอง สวมทับด้วยผ้าคลุมหน้าเ้าสาวสีแดง ดูแล้วช่างสง่างามยิ่ง
ชุดบ่าวสาวเป็พระเมตตาจากฝ่าาที่ให้คนจากวังหลวงเป็ผู้ตัดเย็บให้ชุดสีแดงที่ปักด้วยดิ้นทองดูหรูหรายิ่ง ยามที่เคลื่อนไหวประกายของดิ้นทองจะสะท้อนกับแสงส่องประกายระยิบระยับเห็นได้ชัดว่าช่างจากวังหลวงทำงานหนักมากทีเดียวในการรังสรรค์ชุดแต่งงานวันนี้ออกมา
ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาเซี่ยหนิงเฉิงและเซียวซูเจี้ยนต่างใช้เวลาด้วยกันแม้ว่าปกติพวกเขาจะอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว แต่ทว่าหนนี้พวกเขาต้องจากกันไปนานทีเดียวดังนั้นจึงใช้เวลาที่เหลือในการพูดคุย ทำเื่ต่างๆร่วมกันตามประสาศิษย์อาจารย์บางวันก็นั่งอ่านตำราที่ริมหาด บางวันก็ลงไปนอนกลางวันที่ใต้ทะเล พูดคุยกับเหล่าสัตว์น้ำและบอกถึงการแต่งงานของพวกเขาจากนั้นก็หมดเวลาไปกับการให้คนสนิทลากตัวไปประทินโฉมเพื่อให้พร้อมสำหรับวันแต่งงาน
“ไม่คิดเลยว่าข้าจะได้ออกเรือนพร้อมกับอาจารย์แบบนี้”เซี่ยหนิงเฉิงมองอาจารย์ของตัวเองที่อยู่ในชุดเ้าสาวเช่นเดียวกันเดิมทีแล้วเขาควรจะได้ยืนส่งอาจารย์ออกเรือนมิใช่หรอกรึ
“ตามแผนเดิมของข้าคือข้าจะยืนอยู่ตรงนี้เพื่อส่งเ้าออกเรือนมองดูเ้าเดินไปพร้อมกับสามีที่เ้าเลือกไฉนเลยกลายเป็ว่าข้าต้องเดินออกเรือนไปหาสามีพร้อมกันกับเ้า” เซี่ยหนิงเฉิงหัวเราะนับว่าเป็ประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำที่ผู้นำของพรรคแต่งงานออกเรือนพร้อมกันถึงสองคน
“ท่านว่าจะมีใครขวางสามีของเราได้หรือไม่” แม้ว่าทั้งเซี่ยหนิงเฉิงและเซียวซูเจี้ยนจะไม่มีทั้งบิดามารดาอีกทั้งพิธีในครั้งนี้ผู้ที่ทำหน้าที่เป็บิดามารดาของทั้งฝั่งเ้าสาวและเ้าบ่าวคือฝ่าากระนั้นพิธีชิงตัวเ้าสาวก็ยังมีอยู่ ไม่รู้ว่าคนในพรรคจะรับมือได้มากแค่ไหนถึงจะให้คนสนิทไปสั่งการแต่ก็ต้องพูดกันตามตรงว่าทั้งความสามารถกลยุทธ์ในการต่อสู้ของป้าเตาและฉางเก๋อนั้นพวกเขาไม่รู้เลยแม้แต่นิดเดียวรู้เพียงแค่ว่าพลังพื้นฐานของป้าเตาคือสายฟ้า ฉางเก๋อคือลมแต่พวกเขาสู้กันแบบไหนนั้นแม้แต่เซี่ยหนิงเฉิงก็ไม่รู้เช่นกัน
ที่เขาเลือกที่จะไม่รู้เพราะจะได้ใช้เวลาในการอยู่กับสามีเพื่อศึกษาอีกฝ่ายอย่างไรเล่านับว่าเป็แผนที่ดีไม่ใช่หรอกรึ
“ท่าจะยาก” ยังไม่ทันขาดคำสายฟ้าเส้นหนึ่งก็ผ่าลงกลางเผิงหลายทำเอาเ้าสาวทั้งสองสะดุ้งเพราะความใสายลมวูบหนึ่งพัดผ่านเข้ามาจนต้องยกมือขึ้นกันเอาไว้ไม่ให้ผ้าคลุมหน้าปลิวหายไปเสียก่อน
นี่มาถึงกันแล้วหรอกรึ
“ท่านว่าสามีเราใครน่ากลัวกว่ากัน?” เซี่ยหนิงเฉิงเอ่ยถามเสียงเบาเท่าที่ฟังจากการเคลื่อนไหวนี่เพิ่งจะใช้ไปแค่กระบวนท่าเดียวเท่านั้นเอง
“ในแง่ไหน?” เซียวซูเจี้ยนก็บอกไม่ได้ว่าใครน่ากลัวกว่าแต่หากพูดถึงการต่อสู้คงจะน่ากลัวพอกันกระมัง มาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ฟาดสายฟ้ากับพายุลงกลางเผิงหลายเสียแล้ว
เปรี้ยง!
“ข้าให้สามีเ้าน่ากลัวกว่าก็แล้วกัน” เซียวซูเจี้ยนตัดสินใจแล้วว่าจะให้สามีของลูกศิษย์นั้นน่ากลัวกว่าสายฟ้าเมื่อครู่ทำเอาเผิงหลายสั่นะเืกันไปหมดแล้ว
“ข้าว่า.....สามีท่านก็น่ากลัวนะขอรับ” พายุลูกหนึ่งโหมกระหน่ำไปทั่วบริเวณเมื่อผนวกเข้ากับสายฟ้ายิ่งทำให้พายุดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีก
“พวกเขาจะทำลายเผิงหลายของเรารึ?” เซียวซูเจี้ยนเอ่ยถาม นี่คิดจะทำลายเผิงหลายกันหรืออย่างไรสนุกมือมากเกินไปแล้ว
พรึ่บ!
เ้าสาวทั้งสองคนชะงัก ยังไม่ทันที่พายุด้านนอกจะสงบดีร่างสูงของเ้าบ่าวทั้งสองก็มายืนอยู่เบื้องหน้าของเ้าสาวเสียแล้ว
นี่ไม่นับว่าน่ากลัวกว่าพิธีชิงตัวเ้าสาวของสวี่ชิงเค่อที่ปาะเิกันเป็ว่าเล่นหรอกรึ
เซี่ยหนิงเฉิงมองดูเ้าบ่าวผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดงร่างสูงกำยำสวมชุดแต่งงานสีแดง เกล้าผมประดับด้วยกวานสีทอง ที่ด้านหลังมีกระบี่ยาวสองเล่มและดาบใหญ่อีกหนึ่งเล่มซึ่งนั่นคงจะเป็ที่มาของสายฟ้าเมื่อครู่กระบี่นั่นยังแผ่ไอของสายฟ้าออกมาจางๆอยู่เลย
สงสัยหลังจากนี้ต้องตรวจดูเสียหน่อยว่ามีตรงไหนของเผิงหลายที่เสียหายบ้าง
คนสนิทนำผ้าสีแดงมาผูกข้อมือให้กับคู่บ่าวสาว ดูจากสีหน้าของคนสนิทแล้วราวกับจะบอกเ้าสาวทั้งสองว่าสามีของพวกท่านช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้เขาทำลายเผิงหลายของพวกท่านหายไปแถบหนึ่งแล้ว
นับว่าสิ่งที่เซี่ยหนิงเฉิงกลัวไม่ได้เกิดขึ้นจริงเผิงหลายของเขายังอยู่ดี มีแค่หลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากสายฟ้าผ่าลงมาเท่านั้นที่ปรากฏให้เห็น
แต่เป็หลุมที่ใช้เวลาสักสิบวันถึงจะกลบหมด
“หากไม่รู้ว่าวันนี้มีพิธีชิงตัวเ้าสาวข้าคงคิดว่าศัตรูบุกเสียแล้ว”ท่านเทพเอ่ยพึมพำพิธีชิงตัวเ้าสาวของสวี่ชิงเค่อดูธรรมดาเลยไปเลยเมื่อเทียบกับครั้งนี้
“ข้าจะให้คนมาช่วยซ่อมแซม ท่านไม่ต้องห่วง” ร่างสูงหันมาเอ่ยกับเ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้จะมีผ้าคลุมหน้าบดบังอยู่แต่ก็ไม่อาจซ่อนเร้นใบหน้าที่งดงามภายใต้ผ้าคลุมหน้านั้นได้เลย
ไยท่านเทพช่างงดงามถึงเพียงนี้เพียงแค่เห็นก็ทำให้รู้สึกต้องมนตร์สะกดได้แล้ว
“ข้าไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย” นี่กำลังกลัวว่าเขาจะโกรธรึแค่หลุมหลุมเดียวจะนับว่าเป็เื่ใหญ่อะไร
แม้ว่าเ้าบ่าวทั้งสองจะมารับเ้าสาวด้วยขบวนรถม้าอย่างยิ่งใหญ่แต่ที่เผิงหลายนั้นมีธรรมเนียมที่สำคัญในการส่งตัวเ้าสาว นั่นคือการล่องเรือดังนั้นขบวนแต่งงานจึงจะใช้วิธีล่องเรือเพื่อเดินทางไปยังเมืองหลวง
แต่แน่นอนว่าเส้นทางแม่น้ำจากเผิงหลายไปเมืองหลวงนั้นไม่ได้เชื่อมต่อกันเป็ทางยาวจนสามารถล่องเรือไปถึงเมืองหลวงโดยตรงได้เมื่อเป็เช่นนั้นท่านเทพทั้งสองจึงจะต้องสร้างเส้นทางเดินเรือขึ้นมาด้วยตัวเองแน่นอนว่าเรือสำหรับส่งตัวเ้าสาวคนสนิทของพวกเขาก็สั่งคนเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว
เส้นทางจากเผิงหลายไปจนถึงเมืองหลวงนั้นหากเดินทางตามเส้นทางที่รถม้าวิ่งผ่านได้จะใช้เวลาประมาณหกวันแน่นอนว่าขบวนเ้าบ่าวจะต้องใช้เส้นทางลับที่เหล่าประมุขใช้กันเพื่อมาถึงที่นี่ภายในสองชั่วยามแน่นอนว่ามีอีกวิธีในการไปถึงเมืองหลวงภายในสองชั่วยามโดยที่ไม่ต้องใช้เส้นทางลับ
นั่นคือการล่องเรือด้วยสายน้ำแห่งท้องนภาเส้นทางเดินเรือบนฟ้าที่จะปรากฏให้เห็นเป็บุญตาแค่เพียงในพิธีแต่งงานของเผิงหลายเท่านั้นและหนนี้เป็ครั้งแรกที่สายน้ำแห่งท้องนภานี้จะถูกสร้างเป็ระยะทางที่ไกลขนาดนี้ ปกติแล้วจะสร้างเพียงระยะทางสั้นๆที่ใช้เวลาเดินทางแค่หนึ่งเค่อแต่เนื่องด้วยหนนี้เป็การแต่งงานของประมุขและรองประมุขของเผิงหลายดังนั้นจึงไม่เหมือนกับคนในพรรค จึงต้องจัดเตรียมคนเอาไว้จำนวนหนึ่งเพื่อประคองเส้นทางสายน้ำแห่งท้องนภานี้เอาไว้จนกว่าจะไปถึงเมืองหลวง
เพื่อไม่เป็การใช้พลังจนมากเกินไป ท่านเทพทั้งสองจะให้คนในพรรคเป็คนเริ่มต้นการสร้างเส้นทางนี้ก่อนในหนึ่งชั่วยามแรกเมื่อมาถึงหนึ่งชั่วยามสุดท้ายท่านเทพจะเป็ผู้ควบคุมเส้นทางนี้ด้วยตัวเองเพื่อนำเรือส่งตัวเ้าสาวลงเทียบที่ลานหลวงเดิมทีคงไม่ต้องทำให้ยุ่งยากถึงเพียงนี้หากมิใช่เพราะว่าฝ่าามีพระประสงค์ให้ทำเช่นนี้
เพราะกว่าจะทำให้ท่านเทพทั้งสองยอมแต่งงานออกเรือนได้ก็กินเวลามานานหลายปีดังนั้นจึงต้องจัดพิธีให้ยิ่งใหญ่แม้ว่ามันจะเปลืองแรงคนแก่ก็ตาม เฮ้อ
คู่บ่าวสาวทั้งสองขึ้นไปยังเรือที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เรือขนาดใหญ่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยผ้าแดงมงคล ที่ด้านหน้าเรือจัดวางที่นั่งสำหรับพักผ่อนให้กับคู่บ่าวสาวเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเหล่าผู้ส่งตัวเ้าสาวก็ขึ้นเรืออีกสิบลำเพื่อตามเรือหลักของบ่าวสาวไปด้วยเมื่อถึงเวลา สายน้ำจากท้องทะเลก็ค่อยๆยกตัวเรือทั้งหมดขึ้นสู่ท้องฟ้าสายน้ำแห่งท้องนภาทอดยาวออกไปเป็เส้นทางเรือเดินขนาดใหญ่ที่ไม่ว่าใครเห็นจะต้องตกตะลึงแม้แต่เ้าบ่าวเองก็อดที่จะชื่นชมในธรรมเนียมนี้ไม่ได้
“ข้าเพียงแค่เคยได้ยินถึงธรรมเนียมนี้ไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสล่องเรือผ่านเส้นทางสายน้ำแห่งท้องนภาแบบนี้” ร่างสูงของหัวหน้าองครักษ์ยืนอยู่ที่หัวเรือ มองดูทัศนียภาพที่กำลังผ่านตาไปอย่างช้าๆที่เบื้องล่างของสายน้ำ เหล่าผู้คนกำลังโห่ร้องแสดงความยินดีให้กับท่านเทพที่กำลังจะแต่งงาน
“ที่ผ่านมาข้าก็ทำเพียงแค่ดูธรรมเนียมนี้อยู่ไกลๆวันนี้ได้เป็ผู้ที่ทำตามธรรมเนียมด้วยตัวเอง นับว่าเป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่ยิ่ง”ผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่าที่ได้เห็นเหล่าเด็กน้อยแต่งงานออกเรือนแล้วส่งตัวเ้าสาวไปด้วยวิธีนี้จนวันนี้ก็เป็ตัวเองที่ได้ยืนอยู่บนเรือส่งตัวเ้าสาว
กว่าจะมาถึงวันนี้ก็กินเวลานานเสียจริง
เ้าบ่าวหันมามองเ้าสาวของตัวเองที่ยืนรับลมอยู่ข้างๆเขา ใครจะรู้ว่าตอนนี้หัวหน้าองครักษ์มีความสุขมากแค่ไหนเพียงแค่เก็บอาการเอาไว้เท่านั้น เื้ัใบหน้าที่กำลังคลี่ยิ้มบางๆนั้นภายในใจกำลังตีกลองศึกโห่ร้องด้วยความดีใจอยู่
“หืม?” ร่างสูงมองเลยไปยังปิ่นปักผมที่ปักอยู่หากจำไม่ผิดปิ่นนี้เป็ปิ่นที่เขาสั่งให้ช่างทำขึ้นเป็พิเศษเพื่อมอบให้กับท่านเทพเซี่ยหนิงเฉิงปักมันมาด้วยรึ
“ข้าชอบปิ่นนี้มากจะใส่เอาไว้ในกล่องเช่นเดิมก็รู้สึกเสียดายจึงให้สาวใช้นำมาปักรวมกับเครื่องประดับแต่งตัวเ้าสาว” เมื่อมองจากสายตาของร่างสูงเซี่ยหนิงเฉิงจึงรู้ว่าเขากำลังมองปิ่นปักผมที่เซี่ยหนิงเฉิงปักมาด้วยปิ่นนี้ท่านเทพปักเอาไว้ตลอดนับั้แ่ที่ได้มา ถูกใจยิ่งนัก
“เหมาะมาก หากชอบข้าจะให้ช่างทำเอาไว้เยอะๆ” ร่างโปร่งหัวเราะสิ่งที่เขา้าจะใช่ปิ่นปักผมที่ทำเอาไว้เยอะๆเสียที่ไหน
“สามีช่างใจดีเสียจริง” คนที่ถูกเรียกว่าสามียกยิ้มปิดกั้นความดีใจไม่มิด เขาอยากจะเอื้อมมือไปกุมมือภรรยาเอาไว้แต่จนใจที่ธรรมเนียมห้ามแตะตัวกันของคู่บ่าวสาวมันค้ำคออยู่เซียวเฟิงเหยียนจึงทำได้แค่ส่งยิ้มให้ภรรยาเท่านั้น
สักวันเขาจะเอาธรรมเนียมทำร้ายคู่แต่งงานนี้ถวายฎีกาต่อฝ่าาให้ยกเลิกมันเสีย
เส้นทางสายน้ำแห่งท้องนภาตัดผ่านหลายเมืองให้ผู้คนได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของขบวนส่งตัวเ้าสาวเมื่อถึง่หนึ่งชั่วยามสุดท้าย ท่านเทพทั้งสองก็เป็ผู้ควบคุมเส้นทางด้วยตัวเองมุ่งตรงสู่ลานหลวงที่เหล่าผู้มาร่วมงานอยู่กันอย่างพร้อมหน้า เรือลำใหญ่ค่อยๆจอดเทียบลงบนพื้นที่ปูด้วยพรมสีแดงยาวไปถึงหน้าพระพักตร์ของฝ่าาฟู่หลิงรั่วนั่งอยู่บนบัลลังก์ัมองมายังคู่บ่าวสาวที่กำลังเดินเข้ามาในพิธี
“พิธีแต่งงานของเราอยากจัดแบบนี้” เยว่เฟยหลิงที่ยืนอยู่ข้างๆขมวดคิ้ว พิธีของบิดาแห่งแผ่นดินจะจัดตามใจได้อย่างไร
“ไม่ได้ พิธีของจักรพรรดิมีรูปแบบที่ตายตัวเ้าจะจัดตามใจไม่ได้” จักรพรรดิถอนหายใจแม้แต่พิธีแต่งงานของตัวเองก็ยังเลือกจัดไม่ได้รึ
“พิธีของจักรพรรดิยุ่งยากถึงเพียงนั้น เราไม่อยากจัดเลย”
“เ้าจัดเองที่ไหนพวกขุนนางกับนางกำนัลต่างหากที่จัดพิธีให้เ้า” เยว่เฟยหลิงแย้งยุ่งยากอะไรกัน จักรพรรดิก็แค่สวมชุดเข้าพิธีเองไม่ใช่หรอกรึ
“เราเป็ห่วงสุขภาพของทุกคนไม่ดีหรอกรึ จัดพิธีง่ายๆลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็ลง....”
“ขอแสดงความเสียพระทัยด้วยพ่ะย่ะค่ะฝ่าาทุกขั้นตอนสำคัญหมดพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์มองหน้ากันกิจวัตรประจำวันของฝ่าาและมือสังหารคนสนิทได้เริ่มขึ้นแล้ว
ฝ่ายหนึ่งกำลังจะเอาแต่ใจ แต่อีกฝ่ายหนึ่งกำลังขัดใจในทุกประโยคที่พูด
นับว่าสมแล้วที่ประมุขเยว่อยู่กับฝ่าามานานไม่ยอมให้ฝ่าาเอาแต่ใจแม้แต่นิดเดียวขนาดราชครูยังยอมให้ฝ่าาเอาแต่ใจเป็บางครั้งแต่สำหรับประมุขเยว่แล้วฝ่าาจะไม่ได้ทำอะไรตามแต่พระทัยอย่างแน่นอน
ถึงได้เกิดการถกเถียงเป็กิจวัตรประจำวันเช่นนี้อย่างไรเล่า
คู่บ่าวสาวเดินมาจนถึงเบื้องหน้าพระพักตร์ของฝ่าา คนที่ถกกันอยู่จึงได้หยุดทะเลาะกันหลิวเยว่เทียนหัวเราะเล็กน้อย จนป่านนี้ฟู่หลิงรั่วก็ยังเป็เด็กน้อยอยู่เช่นเดิม หากท่านเทพมาเห็นท่าทางเมื่อครู่เข้าคงได้เดินมาตีสักทีให้สงวนท่าทีเสียบ้างเป็ถึงจักรพรรดิจะมาทะเลาะกับคนสนิทในที่สาธารณะได้อย่างไร
เมื่อคู่บ่าวสาวมาถึงก็เริ่มทำพิธีคำนับฟ้าดิน กล่าวคำสาบานในวันมงคลองค์จักรพรรดิพระราชทานสุรามงคลให้แก่คู่บ่าวสาว พิธีแต่งงานใช้เวลาไม่นานนักเมื่อเสร็จสิ้นทุกพิธีการฝ่าาก็ให้ทุกคนดื่มฉลองร่วมยินดีกับคู่บ่าวสาว แล้วฝ่าาก็ทรงเสด็จกลับตำหนักัเพื่อไปพักผ่อน
แล้วกลับมาใหม่อีกครั้งหลังจากที่ปลอมตัวเป็องครักษ์เรียบร้อย
“จะให้เรานั่งดูคนอื่นๆสนุกกันรึ ไม่มีทาง” ตอนนี้ฟู่หลิงรั่วกำลังนั่งร่วมวงกับเหล่าประมุขที่ย้ายจากที่นั่งของตัวเองมานั่งรวมกลุ่มกันยังที่นั่งของคู่บ่าวสาวเยว่เฟยหลิงได้แต่ถอนหายใจหลังจากที่ถูกฟู่หลิงรั่วคะยั้นคะยอให้แปลงโฉมเป็องครักษ์เพื่อที่จะได้มาร่วมวงสนุกกับทุกคน
“ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงใส่ใจถึงเพียงนี้” เซี่ยหนิงเฉิงไม่ได้ว่าอะไรที่เห็นฝ่าาปลอมตัวเป็องครักษ์มานั่งดื่มสุรากับพวกเขาเว้นเสียแต่ว่าประมุขน้อยกำลังทำหน้าบึ้งเพราะฝ่าาไม่รู้จักสำรวมเอาเสียเลย
“งานมงคลของท่านปู่เทพทั้งทีจะให้เรานั่งดูจากที่ไกลๆรึ เราไม่ยอมเสียหรอก” ฟู่หลิงรั่วรินสุราลงจอกให้กับคู่บ่าวสาวราชครูเพียงแค่ถอนหายใจ สุดท้ายแม้แต่ประมุขเยว่เองก็ทนกับความดื้อดึงของฝ่าาไม่ไหวรึ
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”หัวหน้าองครักษ์รับจอกเหล้ามาจากฝ่าาหากคนที่อยู่รอบๆที่กำลังสังสรรค์กันอยู่ตอนนี้รู้ว่าในวงสุราของพวกเขามีฝ่าาอยู่ด้วยคงจะได้แตกฮือกันเป็แน่
ช่างเป็จักรพรรดิที่เป็กันเองเสียจริง
“ท่านปู่เทพดื่มเข้าไปเยอะๆหน่อยดื่มแค่นี้จะเมาได้อย่างไร” ฟู่หลิงรั่วขยันรินสุราลงจอกให้กับเ้าสาววันนี้ถือเป็วันพักผ่อนจากราชกิจอันมากมายฟู่หลิงรั่วจะไม่ยอมพลาดโอกาสอย่างเด็ดขาด
“หลิวเยว่เทียนเ้าห้ามดื่มเยอะ!” คนที่ถูกเรียกทำหน้ามุ่ย นี่ขนาดแอบแล้วยังเห็นอีกรึ
“กระหม่อมเพิ่งดื่มไปจอกเดียว”
“เราเห็นว่าเ้าดื่มไปสามจอกแล้ว” ฟู่หลิงรั่วคว้าจอกเหล้าออกมาจากมือของหลิวเยว่เทียนกำลังท้องอยู่จะดื่มเยอะได้อย่างไร
“คนท้องต้องบำรุงสุขภาพเสียหน่อยไปเอาโอสถบำรุงครรภ์มาให้ฮูหยินหลิว” ฟู่หลิงรั่วหันไปบอกองครักษ์ที่อยู่ใกล้ๆจะเป็แม่คนต้องบำรุงเยอะๆเสียหน่อย หากหนนี้เป็ลูกสาวฟู่หลิงรั่วจะเป็พ่อทูนหัวให้เด็กคนนี้เอง
“เราต้องได้เป็พ่อทูนหัวให้ลูกสาวเ้า” ฝ่าาชี้ไปที่ท้องของหลิวเยว่เทียน เด็กในท้องต้องเป็เด็กผู้หญิงเท่านั้น
“ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็ลูกสาวหรือเปล่า” จักรพรรดิจะมาเป็พ่อทูนหัวให้ลูกสาวของพวกเขารึ มิแตกตื่นกันแย่รึ แล้วนี่ลูกสาวของพวกเขาคงจะวางตัวลำบากเป็แน่เขาจะต้องหอบลูกหนีฟู่หลิงรั่วเสียแล้ว
“ต้องเป็ลูกสาว นี่เป็ประกาศิตจากโอรสแห่ง์”
“โอรส์จะกำหนดเพศทารกในครรภ์ได้อย่างไร” หลิวเยว่เทียนถอนหายใจ ฟู่หลิงรั่วนั้นอยากเลี้ยงเด็กผู้หญิงมาแต่ไหนแต่ไรแต่จนตอนนี้ยังหาว่าที่ฮองเฮาไม่ได้ เลยทำได้แค่เป็พ่อทูนหัวให้กับลูกสาวของคนอื่นไปก่อน
แล้วยังคาดหวังว่าหลิวเยว่เทียนจะคลอดลูกสาวเพื่อให้ตัวเองได้เป็พ่อทูนหัวเสียด้วย
“ใครคลอดลูกสาวเราจะเป็พ่อทูนหัวให้ทุกคนอายุครบสิบสองเมื่อไหร่เราจะแต่งตั้งเป็องค์หญิงขั้นที่หนึ่งทันที ไม่มีข้อแม้ใครห้ามเราเราจะไม่แต่งงาน”ประมุขกำลังจะเอ่ยปากห้ามเื่ที่ฝ่าาจะแต่งตั้งลูกสาวของประมุขขึ้นเป็องค์หญิงขั้นที่หนึ่งแต่ก็รีบเงียบปากเอาไว้เมื่อฝ่าาบอกว่าหากเอ่ยห้ามพระองค์จะไม่ทรงอภิเษกหากฝ่าาไม่ทรงอภิเษกแล้วบัลลังก์ัจะสืบทอดต่อไปได้อย่างไรเห็นทีเื่นี้จะขัดใจไม่ได้เสียแล้ว
“ช่างเข้าใจหาจุดอ่อนมาเป็ข้อได้เปรียบเสียจริงนะ”เยว่เฟยหลิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันถึงกับเอาเื่นี้มาเป็ข้อต่อรองในการเป็พ่อทูนหัวเลยอย่างนั้นรึ
“ราชครูช่างสั่งสอนออกมาได้ดีเสียจริง” ประมุขเยว่หันมาเอ่ยกับราชครูที่ถอนหายใจเล็กน้อย
“รู้สึกเสียใจขึ้นมานิดหน่อยแล้ว” เหตุใดฝ่าาถึงเอาความรู้ที่มีมาใช้กับพวกเดียวกันเสียได้เล่า
“ต้องเรียนรู้ที่จะหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเพื่อสร้างข้อได้เปรียบให้กับตัวเองราชครูสอนเราเอาไว้แบบนี้ เราย่อมต้องนำคำสอนนั้นมาใช้ให้เป็ประโยชน์” ฟู่หลิงรั่วเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ในยกนี้ฝ่าาเป็ฝ่ายกุมชัยไปลูกสาวของเหล่าประมุขจะต้องได้เป็องค์หญิงขั้นหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ช่างขยันหาเื่วุ่นวายเข้าไปไว้ในวังเสียจริง
“นี่พวกเ้ารู้จักกันหมดหรือยัง ไยเงียบกันนักซือหยางเ้าดื่มให้มันเยอะๆหน่อย ประมุขของเ้าแต่งงานทั้งทีไยเ้าดื่มน้อยนัก”เมื่อเห็นว่ารองประมุขแห่งป้าเตายังดื่มเข้าไปไม่พอพระทัยของฝ่าาคนที่พูดอยู่ก็จัดแจงรินสุราให้นายเหนือแห่งป้าเตาจึงตบบ่าน้องชายเบาๆ
“ไม่ต้องเกร็งไป ทุกคนที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็มิตรสหายกันอย่าได้กลัวไปเลย” เพราะซือหยางนั้นมองไม่เห็นตาบอดทั้งสองข้าง เขาจึงรู้สึกว่าที่นี่อาจจะไม่เหมาะกับตัวเองยามที่ต้องมานั่งดื่มกับเหล่าประมุขเช่นนี้จึงทำให้รู้สึกเกร็งจนไม่อาจยกสุราขึ้นจรดปากได้
“ฝ่าาดูแลคนไม่เป็ก็ทรงย้ายพระองค์มานั่งทางนี้เถอะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมจะดูแลเอง” หลิวเยว่เทียนคว้าขวดสุราย้ายตัวเองไปนั่งข้างซือหยางแล้วตบบ่าซือหยางเบาๆจากนั้นก็รินสุราให้อีกจอก
“เ้าอย่าไปถือสาฝ่าาเลย ยังเด็กไม่ประสีประสาวันๆเอาแต่หาทางเื่ทะเลาะกับเยว่เฟยหลิงหรือไม่ก็เขม่นสามีเขามาๆข้ารินเหล้าให้เ้าเอง” จะมีสักกี่คนที่กล้าเอ่ยถึงบิดาของแผ่นดินเช่นนี้ฟู่หลิงรั่วกอดอก
“นี่ไม่กลัวว่าหน้าสวยๆนั่นจะหลุดออกจากบ่าบ้างรึ”
“ฮูหยินหลิวไม่ต้องห่วง ข้าปกป้องเ้าเอง พูดออกมาเยอะๆ” เยว่เฟยหลิงย้ายไปนั่งข้างหลิวเยว่เทียนพร้อมทั้งเห็นดีเห็นงามให้พูดต่อ คราวนี้แม้แต่มือสังหารคนสนิทก็ไม่เข้าข้างรึ
“พวกเ้านี่....!”
“อวิ้นหยางเ้าอย่าไปอยู่ใกล้ฝ่าา มานี่ๆมานั่งข้างข้านี่มา” มือเรียวของฮูหยินแห่งฉางหวั่นดึงตัวร่างโปร่งในชุดสีเขียวมานั่งข้างๆตัวเองรองประมุขของฉางเก๋อตัวเล็กเสียจริง
“มาดื่มๆ เ้าไม่ต้องกลัวสามีข้าหรอกเขาก็แค่ชอบทำหน้านิ่งแบบนั้นเท่านั้นเอง” หลิวเยว่เทียนเอ่ยเพราะเห็นว่าหลิวชิงฟงออกอาการหึงหวงน้อยๆเพราะภรรยาไปนั่งอยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อแบบนั้นลี่ฮุ่ยซิ่วที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ
รู้ว่าสามีหึงหวงก็อย่าไปยั่วอารมณ์ของสามีสิขอรับฮูหยิน
“ระวังเถอะคืนนี้จะไม่ได้นอนเ้าหนูแม่ทัพ” ร่างสูงผมแดงเอ่ย ร่างโปร่งจิ๊ปาก
“เ้าจะไปชี้โพรงให้เขาทำไม”
“มาๆแม่ทัพหลิว ข้าช่วยเสริมพละกำลังให้เองฮูหยินเ้าดื่มเก่งเสียปานนี้เ้าอย่าไปยอม” เหนือหัวแห่งิเอี้ยวรินสุราลงจอกให้แม่ทัพใหญ่ผู้รักษาการก็ไม่น้อยหน้า ขยันให้นางกำนัลเอาสุรามาเพิ่มไม่หยุด
“นี่พวกเ้า! สามีข้าคออ่อนเลิกมอมเหล้าเขาได้แล้ว”หลิวเยว่เทียนแวดขึ้นเสียงดังแล้วย้ายตัวเองกลับมานั่งข้างสามีตีมือสองคนที่กำลังมอมเหล้าสามีของเขาอยู่ไม่รู้หรอกรึว่าหลิวชิงฟงเวลาที่เมามากๆอารมณ์ดุเดือดแค่ไหนหาเื่ให้เขาลุกไม่ขึ้นกันรึ!
“เ้านี่ อย่าไปแกล้งฮูหยินหลิวสิ” ร่างโปร่งตีสามีเบาๆ สวี่ชิงเค่อเลยหันไปอ้อนภรรยาแทน
“ข้าเปล่าเสียหน่อย”
“พี่เฟิง”
“เห็นแม่ทัพหลิวไม่ดื่มสักจอกข้าก็เลยอยากให้เขาดื่มบ้าง”เยว่หลันหาเื่แก้ตัวได้ยินมาว่าแม่ทัพหลิวเวลาเมาอารมณ์จะดุเดือดมากอยากรู้ว่าจริงหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง
“ข้าจะเอาหอกไล่แทงพวกเ้าเสีย” หลิวเยว่เทียนแยกเขี้ยวหลิวชิงฟงจึงรวบตัวภรรยาเอาไว้ก่อนที่จะพุ่งไปแทงเหนือหัวเขาจริงๆ
กำลังเขินอยู่หรอกรึ
“เ้ากำลังตั้งท้อง อย่าอารมณ์เสียไปเลย” มือหนาแตะแก้มภรรยาเบาๆหลิวเยว่เทียนจึงทำแค่ส่งสายตาเชือดเฉือนไปให้สวี่ชิงเค่อแทน สามีขอเอาไว้นะรอดตัวไปเถอะ
“ฮูหยินหลิวนี่น่ากลัวจริงๆ” สวี่ชิงเค่อกอดภรรยาเอาไว้เป็เชิงหาที่กำบังมาสิเ้าหนูแม่ทัพ คิดว่ามีสามีอยู่ข้างๆแล้วข้าจะไม่กล้าประมือกับเ้าหรืออย่างไรแต่เห็นแก่เ้าตัวเล็กในท้องข้าจะปล่อยผ่านไปก่อน
เพราะการหยอกล้อที่หลิวเยว่เทียนสร้างขึ้นทำให้บรรยากาศระหว่างประมุขคลายความตึงเครียดลงเซียวเฟิงเหยียนนึกขอบคุณฮูหยินหลิวที่เป็กันเองแบบนี้ทำให้ซือหยางยิ้มออกมาได้บ้างเพราะการกระทำของฮูหยินหลิวทำให้ระยะห่างระหว่างประมุขลดลงในพริบตา
เพราะแบบนี้เหล่าประมุขถึงได้หวงแหนฮูหยินหลิวนักเพราะเขารักทุกคนจากใจจริงเช่นนี้ ไม่ได้รู้สึกว่าพวกเขาเพิ่งเคยคุยกันเป็ครั้งแรกเลย
นี่คงเป็ความรู้สึกที่ได้นั่งดื่มสุรากับสหายที่รู้ใจเป็ความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ