หลังจากกลับมาถึงบ้านพักในค่ำคืนนั้น เอมแทบไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืนตาโตเป็หมีแพนด้าแต่ใจกลับมุ่งมั่นสุดๆเธอตั้งอกตั้งใจลงมือทำเมนูสุดพิถีพิถันอย่าง "เครปเค้กสตรอเบอรี่"ทีละชั้นทีละแผ่น บรรจงปาดครีมสดและเรียงผลสตรอเบอรี่ลูกโตสีแดงสดอย่างประณีตเพื่อจะนำไปฝากผู้กองเอกและน้องๆพลทหารในกองร้อยเป็การขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทั้งหมด
ระหว่างที่กำลังงละเลงปาดครีมลงบนแผ่นแป้งเครปท่ามกลางความเงียบยามดึกเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะครัวก็ดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าของ เจนเพื่อนรักที่วิดีโอคอลเข้ามาพอดี
(เจน) : “เอม!นี่แกยังไม่นอนอีกเหรอวะเนี่ย ... ทำอะไรอยู่วะ?”
เอมเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์พลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมมือข้างหนึ่งยังคงถือไม้พายบรรจงปาดครีมด้วยความตั้งใจขั้นสุด
(เอม) : “กำลังทำเครปเค้กสตรอเบอรี่อยู่”
(เจน) : ฮะ?! เครปเค้กเนี่ยนะ? บ้าไปแล้ว นี่มันตีสองกว่าแล้วนะเว้ย!ว่าแต่... ทำไมต้องลงทุนลงแรงทำเมนูยากๆ แบบนี้ด้วยวะ หรือว่ามึงมีคนพิเศษแล้ว แต่ไม่ยอมบอกกู ยอมรับมาซะดีๆ!
เอมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนเพื่อนรักรู้ทันรีบทำเสียงกลบเกลื่อนความพิรุธทันที
(เอม) : จะบ้าเหรอ!ก็แค่อยากทำไปขอบคุณผู้กองกับน้องๆ พลทหารที่เขาช่วยงานเมื่อวันก่อนต่างหากไม่มีอะไรซะหน่อย!
(เจน) : (หัวเราะหึหึในลำคอ)เสียงสูงเชียวนะยะ ขอบคุณประสาอะไรลงทุนอดหลับอดนอนทำเค้กหลายชั้นเองแบบนั้น แต่เมื่อกี้แกเรียกว่า‘ผู้กอง’ เป็ทหารเหรอวะ
(เอม) : ใช่
พอได้ยินคำตอบนั้นเจนก็เบิกตากว้างขึ้นทันทีด้วยความใปนอยากรู้อยากเห็นก่อนจะเอ่ยถามชื่อคู่กรณีขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
[เจน] : อย่าบอกนะ ว่าอยู่ที่เดียวกับไอ้ฟิว?
เมื่อได้ยินชื่อของแฟนเก่าโผล่ขึ้นมากลางบทสนทนาเอมก็ทำหน้าเบื่อหน่ายทันที เธอจมูกพยักหน้ารับเบาๆ เป็อันยืนยันทำเอาเพื่อนรักทางปลายสายเตรียมตัวอ้าปากค้างกับความบังเอิญโลกกลมครั้งนี้
เจนไม่รอช้า รีบยิงคำถามสำคัญต่อทันที
(เจน) : แล้วมึงได้เจอมันยัง?
เอมชะงักไปนิดสีหน้าเปลี่ยนเป็ครุ่นคิดทบทวนทุกการกระทำและคำพูดของฟิวที่เธอเพิ่งเจอมาก่อนหน้านี้ก่อนจะตอบเพื่อนไปด้วยน้ำเสียงสับสน
(เอม) : “ได้เจอแล้ว... แต่ฟิวทำตัวแปลกๆ บอกไม่ถูก”
(เจน) : “ยังไงวะ?”
(เอม) : “ไม่รู้ดิ มันแค่รู้สึกแปลก... เดี๋ยวว่างๆ จะเล่าให้ฟังตอนนี้ขอทำขนมให้เสร็จก่อน แล้วค่อยคุยกันนะ”
พูดจบเอมก็ตัดสายวิดีโอคอลไปดื้อๆ ทิ้งให้เจนคาใจกับความ "แปลก" ของฟิวส่วนตัวเอมเองก็ยังคงนั่งงงกับท่าทีของแฟนเก่าที่ดูเหมือนจะมีอะไรแอบแฝงอยู่...ซึ่งมันอาจจะเป็จุดเริ่มต้นของเื่ราววุ่นวายครั้งใหม่ที่กำลังจะตามมา!
วันรุ่งขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจสอนหนังสือที่โรงเรียนเอมหอบกล่องเค้กแสนอร่อยมุ่งตรงไปยังกองร้อยทหารทันทีด้วยความตั้งใจเต็มร้อย
ทว่า........เมื่อไปถึงเธอกลับพบว่าเ้าของกองร้อยตัวจริงอย่าง ‘ผู้กองเอก’ไม่อยู่ที่ห้องทำงานเนื่องจากติดภารกิจประชุมด่วนกับนายทหารระดับสูงั้แ่่บ่าย
พลทหาร(ลูกน้องผู้กอง) : “อ้าวครูเอม! มาหาผู้กองเหรอครับ? ตอนนี้ผู้กองติดประชุมด่วนอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ครับน่าจะอีกสักพักใหญ่ๆ เลยครับถึงจะเสร็จครูเอมจะนั่งรอข้างในห้องทำงานผู้กองก่อนก็ได้นะครับ เชิญตามสบายเลยครับ!”
พลทหารหนุ่มเอ่ยต้อนรับด้วยรอยยิ้มอัธยาศัยดีพร้อมผายมือเชิญเธอเข้าไปด้านในห้องทำงานของผู้กองเอก
เอมพยักหน้ารับเบาๆด้วยความเกรงใจก่อนจะเดินถือกล่องเครปเค้กเข้าไปนั่งรอที่โซฟาในห้องทำงานของผู้กอง แต่เพราะความเหนื่อยล้าจากการอดหลับอดนอนทำขนมเค้กมาทั้งคืนเริ่มออกฤทธิ์ความง่วงเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว หนังตาที่เคยเปิดกว้างเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
ผ่านไปไม่นานเอมก็เผลอทิ้งตัวพิงพนักโซฟา แล้วหลับสนิทไปด้วยความเพลียทิ้งให้กล่องเครปเค้กสตรอเบอรี่หน้าตาน่ากินวางไว้บนโต๊ะข้างตัวโดยที่มีลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็สัญญาณว่าเ้าตัวหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว...
ผ่านไปเกือบชั่วโมง...........ประตูห้องทำงานของผู้กองเอกถูกผลักเปิดออกเบาๆร่างสูงในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการประชุมร่วมกับนายทหารระดับสูงแต่ว่าทันทีที่สายตาคมกริบกวาดมองไปเห็นร่างบางของใครบางคนที่นอนหลับพิงบนโซฟาความอ่อนล้าทั้งหมดก็มลายหายไปในพริบตา
ผู้กองเอกชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติเขารีบเปลี่ยนเป็เดินย่องเบาเข้าไปใกล้โซฟาอย่างระมัดระวังกลัวว่าเสียงฝีเท้าจะปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นขึ้น
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือเอมกำลังนั่งหลับพิงพนักโซฟาด้วยความอ่อนเพลียดวงตากลมโตปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ และขอบตาที่คล้ำนิดๆฟ้องชัดว่าผ่านการอดนอนมาอย่างหนักข้างตัวเธอมีกล่องเครปเค้กสตรอเบอรี่หน้าตาน่ากินวางตั้งไว้บนโต๊ะ
ผู้กองเอกมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ฉายประกายความอ่อนโยนและเอ็นดูจนแทบจะล้นปรี่หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของนายทหารหนุ่มกลับยวบยาบลงในทันทีเขารู้ทันทีว่าเ้าตัวเล็กคนนี้คงอดหลับอดนอนตั้งใจทำขนมเค้กกล่องนี้เพื่อเอามาฝากเขาและลูกน้องแน่ๆ
ชายหนุ่มค่อยๆย่อตัวคุกเข่าลงข้างโซฟาเอื้อมมือหนาไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือที่สุดกลัวเหลือเกินว่าเธอจะสะดุ้งตื่น
(คิดในใจ /มองด้วยสายตากรุ้มกริ่มละมุนละไม)
‘ยัยตัวแสบเอ๊ย...ตั้งใจทำขนมมาให้ขนาดนี้ แถมยังอุตส่าห์มานั่งรอจนหลับคาโซฟา... น่าตีจริงๆให้ตายสิ !”
ผู้กองเอกอมยิ้มบางๆออกมาด้วยความเอ็นดูเขารีบถอดเสื้อแจ็คเก็ตทหารของตัวเองมาคลุมไหล่ให้เอมเพื่อกันความเย็นจากแอร์ก่อนจะตัดสินใจนั่งเฝ้าเงียบๆ อยู่ข้างๆ ปล่อยให้คนเหนื่อยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่โดยไม่คิดจะปลุกเธอนับั้แ่วินาทีนั้น
ต่อให้การประชุมจะเหนื่อยแค่ไหนแต่การได้มานั่งมองคนตรงนี้หลับปุ๋ยแบบนี้มันกลับเติมพลังให้เขาได้ดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว!
เอมหลับยาวนานไปด้วยความเพลียสะสมจากการอดนอนทำขนมเค้กมาทั้งคืนเธอนอนพิงพนักโซฟาโดยมีเสื้อแจ็คเก็ตทหารของผู้กองเอกคลุมไหล่ให้อย่างอบอุ่นจนกระทั่ง...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก !
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นกะทันหันพร้อมกับร่างของ ผู้กองฟิว ที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าเร่งรีบเพราะมีเื่งานด่วนที่ต้องมาคุยกับผู้กองเอกต่อ
“ผู้กองเอก เื่เอกสารกำลังพลชุดใหม่...”
เสียงทุ้มของผู้กองฟิวที่ดังลั่นห้องทำให้เอมสะดุ้งตื่นสุดขีดเปลือกตากลมโตเบิกโพรงด้วยความใเธอลุกพรวดขึ้นมานั่งตัวตรงทันทีจนเสื้อแจ็คเก็ตที่คลุมไหล่ร่วงลงมาตัก
และภาพแรกที่เอมเห็นเมื่อตื่นขึ้นมาก็คือ ผู้กองเอก ที่กำลังเฝ้าเธออยู่ข้างโซฟาด้วยแววตาละมุนละไมก่อนที่สายตาของเธอจะหันไปสบเข้ากับ ผู้กองฟิวที่ยืนค้างอยู่ตรงประตูห้องพอดีเป๊ะ!
ภาพบรรยากาศในห้องทำงานของผู้กองเอกพลุ่งพล่านไปด้วยความตึงเครียดเมื่อ ผู้กองฟิว ยืนตัวสั่นเทาด้วยความใและคาดไม่ถึงดวงตากวาดมองสลับระหว่างเอมกับผู้กองเอก หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นหลักฐานคาตา ทั้งเสื้อแจ็คเก็ตที่คลุมไหล่และท่าทีสนิทสนมมันชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ก้าวล้ำไปไกลเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
ในจังหวะนั้นเองผู้กองเอก ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปยืนขวางและบังร่างของเอมไว้ครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติเพื่อประกาศความเป็เ้าของอย่างชัดเจนแววตาคมกริบดุจเสือจ้องเหยื่อแผ่รังสีความกดดันเต็มพิกัด
"มีธุระอะไรครับผู้กองฟิว..." ผู้กองเอกลากเสียงยาวด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ
"เอมมาทำอะไรที่นี่"ผู้กองฟิวเมินคำถามของคู่แข่งและพุ่งความสนใจไปที่เอมซึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง
"เอ่อ...คือว่า..."
เอมยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากอธิบายผู้กองเอกก็สวนขึ้นมาทันควันด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"อันนี้คือเื่งานที่ผู้กองจะมาปรึกษาผมเหรอครับ"
พูดจบผู้กองเอกก็ขยับตัวขวางร่างของเอมไว้มิดชิดยิ่งขึ้นจนผู้กองฟิวที่เริ่มทนไม่ไหวพยายามจะผลักผู้กองเอกออกเพื่อคุยกับเอมตรงๆ
"อย่ายุ่งได้ป่ะวะ!"
ความหึงหวงและแรงอารมณ์ทำให้ผู้กองฟิวพุ่งเข้ามาผลักทำให้ผู้กองเอกโกรธจนเืขึ้นหน้าเงื้อมมือเตรียมจะซัดหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายด้วยความโมโหสุดขีด ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเสียงหวานๆ ของเอมก็ดังขึ้นพร้อมกับมือเล็กๆจับแขนผู้กองเอก ห้ามศึกเสียก่อน
[เอม] : "ผู้กองคะ......"
น้ำเสียงหวานนุ่มที่เอ่ยเรียกฉุดสติของผู้กองเอกให้ชะงักกึกหมัดที่เงื้อมไว้ค่อยๆ ลดลงอย่างจำยอม
เอมตัดสินใจก้าวเดินออกมาจากด้านหลังยืนคั่นกลางระหว่างเสือสองตัวแล้วหันไปเผชิญหน้าอธิบายให้ผู้กองฟิวฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พอดีเมื่อวานผู้กองกับลูกน้องเขาไปช่วยเราฝึกซ้อมกีฬาเราเลยทำขนมมาให้เขา"
"เอมทำขนมเป็ด้วยเหรอ"
ผู้กองฟิวขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจเพราะตลอดเวลาที่คบกันมา เขากลับไม่เคยรู้มุมนี้ของเธอเลยสักนิด
"ใช่"
คำตอบสั้นๆแต่หนักแน่นของเอม ยิ่งตอกย้ำให้ผู้กองฟิวรู้ซึ้งว่า...มีหลายมุมที่เขาไม่มีวันได้เห็นและมีผู้ชายอีกคนที่กำลังได้ความใส่ใจนั้นไปเต็มๆ!
“ฟิวลองชิมดูไหมพอดีเรามีกล่องเล็กอยู่ด้วยกล่องนึง แต่ถ้าไม่อร่อย ห้ามบ่นนะ”
เพื่อ้าลดบรรยากาศมาคุและลดความตึงเครียดในห้องลงเอมจึงหยิบกล่องขนมขนาดเล็กอีกกล่องยื่นให้ผู้กองฟิวพร้อมกับเอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง
"ฟิวลองชิมดูไหมพอดีเรามีกล่องเล็กอยู่ด้วยกล่องหนึ่ง แต่ถ้าไม่อร่อย ห้ามบ่นนะ"
ผู้กองฟิวรับกล่องขนมมาถือไว้ด้วยความประหลาดใจเมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็ เค้กช็อกโกแลตทำเอาเขาแอบดีใจและเข้าใจไปเองว่าเอมยังคงจดจำความชอบของเขาได้
"เอมยังจำได้เหรอว่าเราชอบช็อกโกแลต"
ผู้กองฟิวถามด้วยรอยยิ้มดีใจซึ่งปฏิกิริยานั้นกลับทำให้ผู้กองเอกที่ยืนมองอยู่เริ่มกลับมาอารมณ์เสียและหงุดหงิดขึ้นมาทันที
ในขณะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนและอึดอัดผู้กองเอกที่หมดความอดทนกับความหน้าด้านของคู่แข่งหัวใจก็ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความทางไลน์สั่งการน้องสาวตัวแสบอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางเขี่ยตัวเกะกะออกไปให้พ้นจากสายตา
ข้อความคำสั่งเด็ดขาดและเฉียบคมถูกส่งตรงไปหาแพรทันที
[ผู้กองเอก] : "ให้เวลา 3 นาทีมาพาไอ้ฟิวออกจากห้องพี่ ถ้าช้าแม้แต่นิดเดียวเื่ไอ้หนุ่มหน้าหวานนั่นถึงหูผู้พันเสือแน่"
เมื่อแพรเห็นข้อความขู่แกมบังคับที่ส่งมาทางมือถือเธอก็ถึงกับเบะปากหมั่นไส้พี่ชายตัวดีทันที พร้อมกับบ่นอุบในใจกับความเผด็จการนี้
‘โอ๊ย... ขู่ขนาดนี้ เอาปืนมาจ่อหัวซะยังจะง่ายกว่าอีก!’
[แพร] : “รับทราบค่า”
แม้จะบ่นกระพอดกระแปดด้วยความหมั่นไส้แต่สุดท้ายแพรก็จำใจต้องรีบปฏิบัติการตามคำสั่งด่วนของผู้กองเอกทันทีเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้พี่ชายได้อยู่สวีทกับคนพิเศษสองต่อสองอย่างราบรื่น!
"เอ่อ....คือว่า......" เอมพยายามจะบ่ายเบี่ยงและไม่อยากให้เข้าใจผิด
แต่ทว่า...ยังไม่ทันที่สถานการณ์จะอึดอัดไปมากกว่านั้นเสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านนอก
"พี่ฟิวขา!!!"
เสียงเรียกมาแต่ไกลของแพร ดังขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวที่เดินดุ่มๆเข้ามาคล้องแขนซบลงที่ไหล่ของผู้กองฟิวทันทีที่มาถึงต่อหน้าต่อตาเอม
ผู้กองฟิวสะดุ้งสุดตัวด้วยความใและทำตัวไม่ถูกกับการจู่โจมของแพรยิ่งอยู่ต่อหน้าเอมด้วยแล้วเขายิ่งลนลานทำอะไรไม่ถูก
"แพรหิวแล้วไปกินข้าวกันค่ะ"
"เอ่อ....... คือว่า..."
"ไปค่ะ"
แพรไม่รอให้ผู้กองฟิวได้ปฏิเสธหรือฟังคำตอบใดๆทั้งสิ้น เธอกระชากดึงแขนผู้กองฟิวให้เดินตามออกไปจากห้องทันทีอย่างรวดเร็วปิดฉากความวุ่นวายลงได้อย่างราบคาบเปิดทางให้ผู้กองเอกได้เคลียร์พื้นที่กับคนพิเศษของเขาสองต่อสองเสียที!