หลังจากที่อูหลินเฟิงสามารถดูดกลืนดวงวิญญาณของมังกรเหมันต์ได้ พลังวิญญาณอันมหาศาลของมังกรเหมันต์ได้เข้ามาหลอมรวมกับดวงวิญญาณหลักของอูหลินเฟิง ทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์ทันที ติดอยู่ในภวังค์การเลื่อนด้านจิตวิญญาณสู่ระดับจอมยุทธ์
ในตอนนั้นเองประตูขนาดใหญ่ได้เปิดออกหลังจากที่มังกรเหมันต์ถูกสังหารโดยสมบูรณ์แล้ว กลิ่นอายของวิเศษมากมายที่อยู่ภายในได้ไหลออกมา ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสของสมุนไพรหายากหรืออาวุธวิเศษระดับสูงต่างสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
จอมยุทธ์ทั้งสองที่เคยร่วมต่อสู้ได้ พุ่งทะยานเข้าไปในผ่านประตูนั้นไปทันที รวมถึงนักสู้ระดับห้าและหกบางคนที่ยังเหลือรอดเองก็รีบเข้าไปเช่นกัน เซี่ยชิงเอ๋อร์เกิดอาการลังเลระหว่างอยู่ปกป้องอูหลินเฟิงระหว่างการเลื่อนขั้นหรือรีบเข้าไปค้นหาสมบัติด้านหลังประตูเพราะว่าด้านหลังประตูอาจมีกระบี่ที่นางตามหาอยู่ก็ได้
“หากอยากจะไปสำรวจเส้นทางก็ไปเถอะ ฉันปกป้องหลินเฟิงเอง” เสียงของลุคดังออกมาจากกระบี่ เขาได้ลอยอยู่รอบๆ ตัวของอูหลินเฟิงราวกับกำลังพยายามปกป้องร่างของอูหลินเฟิง
“เช่นนั้นก็ฝากด้วย...หากภายในไม่มีกระบี่ของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา ข้าจะรีบกลับมา” เซี่ยชิงเอ๋อร์ได้กล่าวจากนั้นรีบพุ่งตัวผ่านประตูไปอย่างรวดเร็ว
เซี่ยชิงเอ๋อร์ที่ผ่านเข้าไปภายในประตูพบว่านี่เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่และปลายทางมีประตูอีกบานที่เปิดเอาไว้อยู่ แต่ตรงกลางระหว่างประตูนั้นมีสมบัติมากมายถูกวางเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์วิชาอาวุธวิเศษที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นกระบี่ ดาบ หอก ธนู ชุดเกราะ เคล็ดวิชากระบี่ เคล็ดวิชาดาบ เคล็ดวิชาโคจรลมปราณ เคล็ดวิชาเคลื่อนไหว ทุกอย่างต่างเป็นของระดับสูงที่หายากทั้งสิ้น
คนที่เหลือรอดหลายคนต่างพยายามแย่งชิงสมบัติที่ตัวเองต้องการหรืออยู่ใกล้ตัวเองที่สุด เซี่ยชิงเอ๋อร์ที่ตาม เข้ามาทีหลังรับรู้ได้ทันทีว่าภายในห้องมี ของที่ตัวเองต้องการเพราะว่ากระบี่หยกขาวด้านหลังนาง กำลังสั่นอย่างรุนแรง และ เสียงจากกระบี่ของนางบอกว่ากระบี่ที่กำลังตามหาอยู่ภายในห้องนี้หนึ่งเล่ม ในตอนนั้นเองที่นางกำลังมองหากระบี่ที่ตัวเองต้องการ ศาสตรามากมายที่วางอยู่ตรงนี้นางได้เห็นกระบี่เล่มหนึ่งรูปร่างของมันตรงกับรูปร่างของกระบี่ที่วาดไว้ในพรรคสิบกระบี่
แต่ว่ากระบี่นั้นกลับถูก จอมยุทธ์ชุดเทาพยายามดึงออกมาแต่ว่าไม่ว่าจอมยุทธ์ชุดเทาจะพยายามดึงกระบี่ออกมาเท่าไหร่ก็ตามจิตวิญญาณที่สิงสถิตภายในกระบี่วายุคลั่งกลับปฏิเสธตัวตนของ จอมยุทธ์ชุดเทา มันไม่ยอมรับจอมยุทธ์ชุดเทาเป็นเจ้านายคนใหม่
“อะไรกันกระบี่เล่มนี้ เหตุใดถึงไม่อาจดึงออกมาได้” จอมยุทธ์ชุดขาวได้กล่าวออกมาอย่างหัวเสีย ทั้งๆ ที่เขาสัมผัสได้ว่ากระบี่ตรงหน้าเป็นกระบี่วิเศษระดับสิบ และ ยังเป็นกระบี่ที่มีจิตวิญญาณแต่กลับไม่อาจได้รับการยอมรับจากกระบี่
“กระบี่เล่มนั้นคือกระบี่วายุคลั่งของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา กระบี่ที่มีจิตวิญญาณจะเลือกนายของมันเอง กระบี่เล่มนี้คิดว่าเจ้าไม่มีคุณสมบัติมากพอจะถือมัน” เสียงของเซี่ยชิงเอ๋อร์ได้ดังขึ้นข้างหลังของจอมยุทธ์ชุดเทา
“เหอะ!! เป็นแค่กระบี่ อย่าได้อวดดีนัก!!” จอมยุทธ์ชุดเท่าที่ได้ยินดังนั้นผนึกลมปราณไปในกระบี่ของตัวเองคิดจะฟาดฟันกระบี่วายุคลั่งให้หัก แต่ตอนนั้นเองกระบี่ที่รวดเร็วของเซี่ยชิงเอ๋อร์ได้พุ่งเข้ามาจอดที่ลำคอของจอมยุทธ์ชุดเทาอย่างรวดเร็ว
“หากคิดจะทำอะไรกับกระบี่เล่มนี้ล่ะก็ วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง แต่ว่าคนที่ฟังกลับรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว จอมยุทธ์ชุดเทาย่อมรู้จัก เซี่ยชิงเอ๋อร์ อัจฉริยะด้านกระบี่ที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ในยุคนี้ ปราณกระบี่ที่แสดงออกมาตอนสังหารมังกรเหมันต์ก็เหนือกว่าเขาที่เป็นชนชั้นจอมยุทธ์ ต่อให้ตอนนี้เขามีระดับที่สูงกว่านางก็ยังไม่อาจต่อสู้กับนางได้อย่างแน่นอน จึงได้ยอมลดกระบี่ของตัวเองลงและเดินจากไปค้นหาสมบัติอื่นที่ตัวเองจะสามารถนำไปได้
หลังจากที่จอมยุทธ์ชุดเทาได้เดินจากไปแล้ว เซี่ยชิงเอ๋อร์เพียงแค่จับกระบี่วายุคลั่งแล้วยกขึ้นก็สามารถดึงกระบี่ขึ้นมาจากพื้นได้อย่างง่ายดาย การนำกระบี่วายุคลั่งของเซี่ยชิงเอ๋อร์กลับคืนมานั้นง่ายดายอย่างยิ่ง นางไม่โดนจิตวิญญาณที่สถิตอยู่ภายในกระบี่ปฏิเสธ เพราะว่าทั้งกระบี่วายุคลั่งและกระบี่หยกขาว ต่างเคยถูกครอบครองโดยเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา เซี่ยชิงเอ๋อร์ที่ครอบครองกระบี่หยกขาวจึงสามารถหยิบกระบี่วายุคลั่งได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้นางได้กระบี่ของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาคืนมาหนึ่งเล่ม เหลืออีกเพียงเล่มเดียวเท่านั้น
พอมองไปรอบๆ ก็ไม่อาจสัมผัสได้ถึงกระบี่อีกเล่มได้ นางจึงได้ตัดสินใจเดินกลับไปหาอูหลินเฟิง โดยไม่ได้นำสมบัติอื่นติดตัวไปด้วย เพราะตัวของนางสนใจเพียงแค่กระบี่ของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาเท่านั้น อย่างอื่นนางย่อมไม่สนใจ เมื่อนางเดินออกมาก็พบว่าอูหลินเฟิงได้เลื่อนระดับชั้นให้เรียบร้อยแล้ว ลมปราณที่สัมผัสออกมาได้ตอนนี้อยู่ที่ระดับหกขั้นกลาง เทียบเท่ากับนางแล้ว หมายความว่าด้านพลังจิตและวิญญาณย่อมต้องพัฒนาไปไกลมากขึ้น
อูหลินเฟิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา หลังจากที่เขาสามารถดูดกลืนดวงวิญญาณของมังกรเหมันต์ได้ พลังวิญญาณมหาศาลนั้นนอกจากจะช่วยทะลวงระดับชั้นจิตและวิญญาณสู่ชนชั้นจอมยุทธ์ไม่พอ ยังทะลวงไปถึงชนชั้นจอมยุทธชั้นกลาง ระดับชั้นจิตและวิญญาณที่ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ระดับลมปราณของเขาเลื่อนจากระดับหกขั้นต้นสู่ระดับหกขั้นกลางทันที
“ได้กระบี่ที่ต้องการมาหรือไม่” อูหลินเฟิงถาม แม้เขาจะเสียดายที่ตนเองไม่สามารถเข้าไปยังห้องสมบัติได้ แต่ว่าการได้ดูดซับดวงจิตวิญญาณมังกรถือว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป ตอนนี้พลังวิญญาณและพลังลมปราณของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แค่พลังจิตและวิญญาณจะเพิ่มขึ้นอย่างสูงแต่ความหนาแน่นของมันก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ดวงวิญญาณที่แข็งแกร่งของเขาได้ความแข็งแกร่งของดวงวิญญาณมังกรมาเสริม อีกทั้งยังมีพลังใหม่ที่ได้รับหลังจากกลืนกินดวงวิญญาณมังกร
“ได้มาแล้วหนึ่งเล่มเหลือเพียงกระบี่หยกนภา” เซี่ยชิงเอ๋อร์ถามพร้อมกับนำกระบี่วายุคลั่งที่แสดงให้อูหลินเฟิงดู จากนั้นได้ถามอูหลินเฟิงต่อไปอีกว่า
“ฉายาทั้งหมดของเทพกระบี่คงหมิงมีอะไรบ้างงั้นหรือ” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าวถาม หากเป็นแบบนี้หมายความว่าบททดสอบอื่นๆ ย่อมเกี่ยวข้องกับฉายาทั้งสิบของเทพกระบี่คงหมิง แต่น่าเสียดายที่นางไม่ได้ศึกษาประวัติของเทพกระบี่คงหมิงอย่างลึกซึ้ง
“ฉายาทั้งสิบได้ ของเทพกระบี่คงหมิงคือ จ้าวค่ายกล จ้าวยุทธภัณฑ์ จ้าวโอสถ หัตถ์ทลายศิลา หัตถ์สยบศาสตรา ผู้สังหารมังกร กระบี่ทลายทัพ กระบี่สยบธาตุ หนึ่งสยบสิบ กระบี่เหนือศักดิ์สิทธิ์” อูหลินเฟิงได้บอกฉายาทั้งสิบของเทพกระบี่คงหมิงออกมา
จ้าวค่ายกล ได้รับมาจากการประลองค่ายกลกับสำนักระดับสูงหลายสำนักและสามารถชนะมาอย่างง่ายดาย
จ้าวยุทธภัณฑ์ ครั้งหนึ่งเทพกระบี่คงหมิงเคยประลองการสร้างศาสตราวุธกับตระกูลถง ที่เป็นตระกูลแห่งการหลอมศาสตราแต่ก็สามารถชนะการหล่อหลอมนั้นมาได้
จ้าวโอสถ ได้มาหลังจากที่เขาชนะการประลองหลอมโอสถที่หอเทพโอสถได้จัดขึ้น
หัตถ์ทลายศิลา ก่อนที่เขาจะเข้าสู่วิถีกระบี่เคยเป็นนักสู้ที่ใช้มือเปล่ามาก่อน ตอนที่มีเพียงระดับสาม สามารถใช้มือเปล่าต่อยทลายศิลาขนาดยักษ์ ในตอนที่สอบสิบในหนึ่งยอดสำนักของสมัย ที่เทพกระบี่คงหมิงยังมีชีวิตอยู่
หัตถ์สยบศาสตรา ได้มาจากการใช้เพลงหมัดชนะการประลองกับผู้ที่ใช้ศาสตราวุธ ภายในงานประลองรุ่นยาวของทวีปปราณฟ้าจนได้อันดับหนึ่งมาครอง
ผู้สังหารมังกร หลังจากที่สามารถเข้าสู่วิถีของผู้ใช้กระบี่ เพื่อช่วยชีวิตของสตรีที่เขารัก เขาใช้หนึ่งกระบี่สังหารมังกรเหมันต์ เหตุการณ์นี้ทำให้ชื่อเสียงของเขาดังไปทั่วทวีปภายในข้ามคืน
กระบี่สยบธาตุ ได้มาจากวิชากระบี่ที่เขาคิดค้นขึ้น วิชากระบี่ของเขาสามารถผ่าทุกๆ การป้องกันและทุกๆ ปราณธาตุได้ ไม่มีผู้ใช้ธาตุคนไหนสามารถเอาชนะเขาได้แม้แต่คนเดียว
กระบี่ทลายทัพ ได้มาจากการร่วมศึกของกับราชวงศ์จันทราทมิฬในอดีต เขาเพียงคนเดียวสามารถทลายกองทัพนับร้อยของราชวงศ์ที่แข็งแกร่งในระดับแดนศักดิ์สิทธิ์ได้
หนึ่งสยบสิบ ได้รับมาหลังจากที่สามารถชนะเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา ที่ใช้วิชาสิบกระบี่ ด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว
กระบี่เหนือศักดิ์สิทธิ์ ได้มาหลังจากสามารถชนะกับเทพแท้จริงจากแดนศักดิ์สิทธิ์ แดนหมื่นศาสตราถึงสองคนพร้อมกัน
“เมื่อกี้คงเป็นบททดสอบที่มาจากฉายาผู้สังหารมังกรสินะ” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าวหลังจากที่ได้ยินฉายาทั้งหมด จากที่ได้ยินฉายาหนึ่งสยบสิบ คงเป็นฉายาที่ได้มาจากการใช้หนึ่งกระบี่ของเทพกระบี่คงหมิงชนะสิบกระบี่ของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา
“ใช่ ไม่รู้ว่าสหายของเราต้องเจอกับบททดสอบอะไร” อูหลินเฟิงกล่าว เขากังวลเกี่ยวกับลี่เจียงและน้องชาย ดูแล้วบททดสอบของเทพกระบี่คงหมิงจะไม่ง่ายเท่าไหร่นัก แต่ว่าอีกใจในเขาก็คิดว่าทั้งสองอาจจะผ่านบททดสอบไปได้เพราะดูแล้วภายในสุสานแห่งนี้ต่อให้มีระดับลมปราณที่สูงส่งก็ไม่ช่วยอะไร
..
..
จบตอน