“เอ๊ะ เกิดอันใดขึ้นกันจินหลง ม่านพลังที่กั้นระหว่างป่าม่านหมอกกับกำแพงของจวนเราถึงสั่นสะเทือนถึงเพียงนี้” เป่ยจินเอ่ยถามออกไป พลางส่งพลังเข้าไปยับยั้งพลังที่ส่งมากระแทกม่านของนางเพิ่มมากขึ้น ไม่นานเสียงนั้นก็เงียบลงไป
“นั้นสิเจ้าคะ แขกในร้านต่างทยอยกันออกจากร้านไปหมดแล้ว เช่นนี้แย่แน่เลยเจ้าคะ” ฮวาเออร์เอ่ยออกมา พลางหันไปมองเหล่าลูกค้าที่กำลังออกจากร้านไป คล้ายอาการกังวลใจบางอย่าง
“หากเจ้าจำได้เรื่องของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าเคยเล่าให้ฟังนั้นคือคำตอบ สำหรับเหตุการณ์นี้ และหากเจ้าถามว่าเหตุใด เพราะผู้คนต่างหวาดกลัวในความปลอดภัย” เทียนหลงเอ่ยออกมา ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ด้วยมิคิดว่าเหตุการณ์นี้จะมาถึงไวยิ่งนัก
เขามีทั้งความกังวลใจและยินดีในเหตุการณ์นี้ กังวลใจในสงครามการแย่งชิงที่กำลงัจะเกิดขึ้น อาจทำให้เกิดการต่อสู้แย่งชิง เหตุการณ์ที่จะนองเลือดไปตั้งแต่เลือดของเหล่าสัตว์อสูรไปจนถึงเลือดของเหล่ามนุษย์ด้วยกันเอง
แต่ความยินดีก็คือเหตุการณ์เหล่านี้จะได้จบลงเสียที เรื่องราวจะหว่างเขาและจินเออร์ที่ค้างคากันมานานเหลือเกิน...
“จวินเทียนหลง ท่านตอบข้าทีว่าเหตุการณ์นั่น มิใช่เรื่องจริง” เป่ยจินยังคงทำหน้ามิอยากเชื่อออกมา
“จริง”
“ข้าถามเทียนหลง ไม่ใช่เจ้า”
“จริงอย่างที่จินหลงบอก เจ้าแม้จินหลงจะเป็นสัตว์เทพ แต่ตามสัญชาตญาณแล้วย่อมมีความรู้สึก รวมไปถึงการเชื่อมต่อสัมผัสเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตในป่านั่น”
“อ้าว เช่นนั้นเจ้าจะคลุ้มคลั่งหรือไม่” เป่ยจินเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัย ด้วยอาศัยร่วมกันมาก็หลายปีแม้จะอยู่ในร่างใดก็ตาม แต่ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายปลดปล่อยสัญชาตญาณของมาแม้แต่ครั้งเดียว
“แม้ข้าจะเป็นสัตว์เช่นเดียวกันกับเจ้าพวกนั้น แต่ข้าเป็นสัตว์ที่บำเพ็ญตนขั้นสูง จนสามารถแปลงกายและควบคุมจิตใจตนเองได้แล้ว” จินหลงอธิบายออกมาช้าๆ เพื่อคลายข้อสงสัยในใจของอีกฝ่าย
“อือ เช่นนั้นเหรอ” เป่ยจินเอ่ยย้ำพร้อมกับผงกหัวไปด้วยทำเอาสัตว์เทพในร่างมนุษย์ถึงกับนั่งไม่ติด เอ่ยต่อปากต่อคำออกมา ส่วนคนอื่นๆ ที่ทำได้เพียงสงสัยแต่มิกล้าถามออกมา ก็พลอยผึ่งหูของตนเองออกมาให้กว้างที่สุด
‘ก็ใครกันละจะกล้าถามออกไป ท่านจินหลงนะ โหดร้ายจะตายไป’
“เช่นนั้นแหละ เจ้าจะให้ข้าเป็นสัตว์ป่ากระหายเลือดให้ได้เลยหรืออย่างไร”
“บ้าน่า ใครจะคิดแบบนั้นกัน” ท่าทางที่ตอบกลับ เรียกความข้องใจให้คนฟังไม่น้อย
จินหลงเองก็มองออกว่านางตั้งใจจะกลั่นแกล้งตนเอง จึงได้เอ่ยเรื่องนี้ออกมา แต่ก็หาสนใจไม่ แต่หากเป็นคนอื่นแล้วละก็...
“แล้วท่านจะจัดการอย่างไรต่อไปเทียนหลง”
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ นางย่อมมีความมั่นใจเกินแปดส่วนแล้ว ว่าสิ่งที่พวกตาแก่บนสวรรค์ต้องการให้นางกลับมาแก้ไขและจัดการคืออันใด
หากแต่ผู้คนที่นี่ ก็มีความสามารถมากเพียงพอแล้ว นางมิเห็นว่าตนเองจะเป็นตัวแปรอันใด ที่ส่งผลให้เหตุการณ์นองเลือดที่ใกล้จะมาถึงครานี้ ผ่านพ้นไปได้อย่างง่ายดายเสียหน่อย
นางมีดีอันใดกัน ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่เรื่องที่เก่งที่สุดคือการค้า หาเงินทองเข้ากระเป๋า ส่วนเรื่องพลังนั้น นางย่อมมิเคยปะทะกับผู้ใดที่แข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำไป จะเรียกว่าเก่งกาจจนสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ ก็คงจะเหลือเชื่อเกินไปเช่นเดียวกัน
ยิ่งนางขบคิด ยิ่งมีแต่คำถามเต็มหัวน้อยๆ ไปหมด
หากเป่ยจินได้รับรู้ว่า แท้จริงแล้ว มิได้มีแค่นางที่กลับมา เพื่อช่วยเหลือเหตุการณ์นี้ มิได้มีแค่เรื่องราวเหล่านี้ให้นางจัดการ
แน่นอนว่านั้นก็เป็นเรื่องราวในกาลหน้าที่นางจะได้พบเจอ
“เราคงต้องเข้าไปสำรวจป่ากันสักครา ตั้งแต่พี่มาที่นี่ ยังมิได้เข้าไปสำรวจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากมีอันใดเกิดขึ้นเราจะได้เตรียมพร้อมรับมือได้ทัน”
“เช่นนั้นไปมันวันนี้เลยเจ้าค่ะ จินหลง หยางคง พวกเจ้าติดปัญหาใดหรือไม่”
“ไม่” ทั้งสองตอบออกมา หากนางอยากไป พวกเขาจะห้ามอันใดได้กัน เพราะเรื่องสำคัญของพวกเขามีเพียงเรื่องเดียว นั้นคือการดูแล ปกป้องคุ้มครองนาง
“เช่นนั้นข้าไปด้วย”
หลังจากที่นั่งฟังทั้งหมดสนทนากันคล้ายดั่งตนเองเป็นวิญญาณฮ่องเต้ทรราชที่ผู้คนต่างขนานนามและตั้งสมญานามให้ในเวลานี้ อย่างต้าเฟยเฉิงเอ่ยออกมา
แน่นอนว่าอีกสองคนที่อยู่ภายในห้องนี่อย่าง ฮซาเออร์และฉีกงกง ต่างยกมือขึ้นมาและพยักหน้างึกๆ เพื่อบอกว่าตนเองก็ขอติดตามไปด้วย
จินเออร์ที่เห็นเช่นนั้นก็ให้อดขำมิได้ เพียงแต่นางมิอยากให้คนอื่นๆ เข้ามาวุ่นวายและเกิดอันตราย ป่าม่านหมอกเวลาปกติอันตรายเพียงใด
เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ นางมั่นใจว่าความอันตรายยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว
แม้ฮ่องเต้ทรราชของแค้วนตายไป ผู้คนจะสรรเสริญนางก็ตามเถอะ หากเฟยเฉิงรับรู้ว่านางคิดเช่นนี้กับตนเองคงอยากกัดลิ้นตายไปเป็นแน่
ส่วนฮวาเออร์ นางเองก็มิอยากให้ตระกูลไป๋มาตราหน้านางได้ว่าเป็นคนวางแผนกำจัดคนในตระกูลไป๋ นางมิได้คิดในแง่ร้ายเกินไป แต่เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ
“พวกเจ้าจะไปกันทำไม อ่อนแอเช่นนี้ ข้าปกป้องมิไหว” เป่ยจินเอ่ยออกมาพลางมองไปยังต้าเฟยเฉิง ฮวาเออร์ที่คิดว่าอีกฝ่ายหมายถึงตนเอง ก็ให้รีบร้อนแก้ตัวออกมา
“ข้าปกป้องตนเองได้แน่นอน ขอข้าไปด้วยนะจินเออร์” นางกล่าวออกมาพร้อมกับทำหน้าตาอ้อนๆ
ตอนนี้นางแซ่เป่ย นามว่าเป่ยฮวาเช่นใด แน่นอนว่าไป๋ฮวาคนเก่าก็ได้ตายจากไปแล้วเช่นกัน
“ส่วนข้า แม้พลังปราณจะต่ำกว่าเจ้า แต่ยอดยุทธ์เช่นข้า ย่อมสามารถป้องกันตนเองได้แน่นอน” ต้าเฟยเฉิงเอ่ยออกมา แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่พลังปราณของเขาก็มีมากพอที่จะเป็นหนึ่งในสิบอันดับของแคว้นทั้งสี่เสียด้วยซ้ำ
“ท่านว่าอย่างไรเทียนหลง” เป่ยจินย่อมยกให้เป็นการตัดสินใจของเทียนหลง
“ไปกันหลายคนย่อมดีกว่า พี่ยังมิอยากใช้พลังมากเกินไป หากเจอเหตุการณ์ที่อันตราย” ถือว่าให้เจ้าพวกนั้นไปลองฝีมือด้วยเลย เขาเองก็อยากรู้สิ่งที่แต่ละคนปิดบังเอาไว้เช่นเดียวกัน
เมื่อเสร็จสิ้นการตกลง ฝีเท้าหลายคู่ของคนหลายกลุ่ม จึงกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าม่านหมอก
นอกนจากกลุ่มของจินเออร์แล้วนั้น ยังมีคนของต่างแค้วนอีกมากมาย ที่อยากเข้ามาสืบหาต้นสายปลายเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสร้างความปั่นป่วนให้แก่ชาวเมืองได้ขนาดนี้เช่นกัน
เช่นนั้นฝากติดตาม จ้าวพายุ โซนร้อน ด้วยนะขอรับ
นิยายรักโรมานซ์ชายหญิง งับ NC18+ แซ่บ พายุ พระพายพัฒน์ * โซฮอต แสงอาทิตย์
อยากอ่านคอมเมนท์จังเลยครับ เหมือนจะต้องการกำลังใจมากๆ