ฉันนี่แหละ...คือท่านผู้นั้น That Great Lady is Me.

    บทที่ 37 เล่นกับใครไม่เล่น

    บทที่ 37 เล่นกับใครไม่เล่น


            “กรี๊ด!!!” ยัยแซนด้าแผดเสียงกรี๊ดดังลั่น ทุกคนกรูกันเข้ามาทางพวกเรา ทันได้เห็นเจ้างูชะตาขาดชักดิ้นชักงอเฮือกสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไปห่างจากตัวฉันไปแค่เมตรกว่า ๆ เท่านั้น มันเคลื่อนที่เร็วมากจริง ๆ ขืนฉันจัดการมันช้ากว่านี้คนที่เดี้ยงก็คงเป็นฉันนี่แหละ

            ฉันสังเกตสีหน้าอาการของทุกคน หลายคนดูอึ้งและตกใจ ยัยแซนด้าที่จ้องงูพิษตัวนั้นอึ้งหนักกว่าใคร เงยหน้ามองฉันแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เจ้าเซนก็เข้ามากระชากแขนเธอถอยออกไปก่อน ปู่อาร์ทิสขมวดคิ้วยืนมองอยู่ห่าง ๆ อาเซเรนรีบเดินขึ้นมาด้านหน้าทำให้บังยัยแซนด้าไว้ด้านหลัง ทำเป็นเหมือนเข้ามาดูสถานการณ์แต่เจตนาที่แท้จริงคือต้องการกันลูกสาวตัวเองออกไป เธอโพล่งออกมาทันทีว่า

            “พระเจ้าช่วย! งูเข้ามาได้ยังไงกันเนี่ย ใครรีบมาจัดการเอามันออกไปเร็วเข้า!” อาเซเรนยกมือแตะหน้าอกทำเหมือนตกใจเสียเต็มประดา แต่ฉันเห็นความเคร่งเครียดปรากฏอยู่ในแววตาของเธอ

            “ไม่ต้องกังวลตกใจไปหรอกค่ะ วิกกี้ฆ่ามันตายแล้ว” ฉันพูดออกมา อาเซเรนมองฉันอึ้ง ๆ ก่อนจะทำเป็นตกใจอีกรอบพูดว่า

            “ตายจริง! หลานวิกกี้ถึงกับฆ่าสัตว์ตัดชีวิตได้ลงคอแบบนี้เลยเหรอ”

            ฉันเหยียดยิ้มตอบว่า “นั่นมันงูพิษนะคะ เค้าว่าตีงูก็ต้องตีให้ตายไม่งั้นมันอาจจะอาฆาตแล้วย้อนกลับมาทำร้ายเราทีหลังได้ อาเซเรนจะให้วิกกี้ยืนเฉย ๆ ปล่อยให้งูมันพุ่งมากัดรึไงคะ” อาเซเรนถึงกับเงียบไป เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี

            เลดี้ฮันน่าเดินเข้ามาหาฉันพร้อมพูดกับทุกคนว่า “ปกติอาณาเขตบ้านเรามีมีระบบตรวจสอบรักษาความปลอดภัยระดับสูง สัตว์มีพิษร้ายแบบนี้เล็ดลอดเข้ามาได้ยังไง ถ้าไม่ได้วิกกี้จัดการ มันคงได้ไปกัดใครเข้าสักคนแน่”

             “ผมว่างูตัวนี้คงมีใครสักคนในตระกูลเลี้ยงไว้ ไม่งั้นมันเข้ามาไม่ได้หรอก” ลุงฑีระแสดงความเห็น

            “มันจะทำร้ายน้องวิกกี้ค่ะ ไอด้าเห็นมันเลื้อยมาเร็วมาก พุ่งตรงมาหาวิกกี้เลย” ไอด้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉันบอกกล่าวทุกคน เธอคงได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของมันตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นตัว ตอนนั้นถึงได้รีบเอ่ยเตือนฉัน

            “หมายความว่ามีใครในตระกูลตั้งใจทำร้ายหลานวิกกี้เหรอ” อามีนาตั้งข้อสังเกตพร้อมขมวดคิ้วสงสัย

            “ถ้ามีคนจะทำร้ายหลานวิกกี้จริง คน ๆ นั้นต้องมีความสามารถควบคุมสั่งการงูตัวนี้ได้” ลุงจาคอปพูด

            “อาว่ามันน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า คนตระกูลเดียวกันจะมาทำร้ายกันเองทำไม” อาเซเรนรีบพูดทันทีที่ลุงจาคอปพูดจบ

            “แค่จ้องมองก็ฆ่าอีกฝ่ายได้…ที่เค้าลือกันในโซเชียลที่แท้ก็เรื่องจริงเหรอเนี่ย” ชิโน่พูดขึ้นมาพลางมองฉันอย่างอึ้ง ๆ คนอื่น ๆ พากันมองฉันเป็นตาเดียว

            “ก็แค่กับสัตว์ค่ะ ส่วนกับคน…วิกกี้ยังไม่รู้ ยังไม่เคยลอง” ฉันปรายตามองไปทางยัยแซนด้า “คิดว่าวันหน้าคงมีโอกาสได้ลอง” ยัยแซนด้าเสหลบตาฉันจับมือเจ้าเซนแน่น

            ไคลล์เดินไปหยิบงูนั้นขึ้นมาด้วยมือเปล่าด้วยท่าทางสบาย ๆ เหมือนหยิบของธรรมดาบนพื้น ทำเอาหลายคนทำหน้าแหยง

            “ลูกงูทับสมิงคลาสายพันธุ์วิวัฒน์ พิษในตัวมันไม่ค่อยมีเท่าไหร่ คงเพิ่งถูกรีดพิษออกไป ถ้าโดนกัดคงไม่ถึงตาย…แต่ก็ต้องเจ็บปวดทรมานเพราะพิษมันมากพอดู” ไคลล์อธิบาย “เมืองกลางทะเลอย่างนี้ปกติไม่น่าจะเจองูพิษชนิดนี้ได้นะ มันต้องมีคนเอามาเลี้ยงแน่นอน” ไคลล์ส่งงูให้พ่อบ้านคนหนึ่งที่เดินถือถุงดำเข้าไปหาเขาเตรียมเอามันไปทิ้ง

            “ถ้าคนที่มีความสามารถควบคุมบงการสัตว์ได้ในตระกูลก็มีไม่กี่คนนะ ตรงนี้ก็มีอยู่คนนึง…” ชิโน่พูดแล้วมองไปยังยัยแซนด้า

            อาเซเรนพูดขึ้นด้วยท่าทางที่แสร้งเยือกเย็น “อาจจะเป็นคนนอกที่ถูกจ้างมาก็ได้ ถ้ามีคนคิดจะทำร้ายวิกกี้จริงก็ต้องใช้วิธีไม่ให้สาวไปถึงเจ้าตัวอยู่แล้ว แถมยังโยนความผิดให้คนที่ไม่ถูกกันได้ด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” 

            ฉันหัวเราะในใจ อาเซเรนช่างหาข้อแก้ต่างได้เก่งจริง ๆ เพราะมีแม่ที่คอยปกป้องให้ท้ายอย่างนี้ไงเล่า ยัยแซนด้าถึงได้ทำเรื่องโง่เง่าสารพัด ฉันเหยียดยิ้มก่อนจะพูดช้า ๆ ว่า 

            “ทำไงได้ล่ะคะ วิกกี้เป็นม้ามืดในตระกูลนี่คะ คงมีใครซักคนมองเห็นเป็นหนามยอกอกอยากจะกำจัดวิกกี้ไปให้พ้น ๆ หรือไม่ก็…” ฉันปรายตามองไปยังยัยแซนด้า “อารมณ์หึงหวงชั่ววูบทำให้หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะถึงได้ทำเรื่องสิ้นคิดขึ้นมาได้”

            เอาสิ! อยากจะปกป้องลูกสาวก็เชิญตามสบาย แต่ฉันก็จะหย่อนเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยเคลือบแคลงไว้ในใจทุกคนเช่นกัน ฉันจ้องหน้ายัยแซนด้าก่อนจะใช้โทรจิตบอกยัยนั่นว่า

            ‘ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องเธอ เห็นแก่ที่เราเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีกล่ะก็…ไม่ใช่แค่เธอที่จะมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย ฉันจะเหมารวมทั้งครอบครัวเธอไปด้วย ตอนนี้คนหนุนหลังฉันหมาซักตัวไม่มีหรอกนะ แต่มีคนที่ยิ่งใหญ่กว่าแม่เธอปู่เธอหลายเท่า ถ้าไม่เชื่อเธอจะลองทดสอบดูก็ได้’

            แซนด้ามองหน้าฉันนิ่ง ๆ ฉันเห็นความสงสัยเคลือบแคลงแกมหวาดหวั่นปรากฏในแววตาอีกฝ่าย มือสองข้างยกจับแขนเจ้าเซนไว้แน่นแล้วก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาฉันอีก

            หึ! รู้จักกลัวเป็นเหมือนกันนี่ ที่ผ่านมาชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า คงคิดว่าฉันอ่อนแอรังแกได้ง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนสินะ

            ฉันละสายตาจากยัยแซนด้าแล้วบังเอิญไปสบเข้ากับสายตางุนงงสงสัยของไคลล์ เขาทำท่าบุ้ยปากไปทางยัยแซนด้าแล้วชี้นิ้วเข้าหาหน้าอกตัวเอง เหมือนจะถามว่าเรื่องนี้เขาเป็นต้นเหตุงั้นเหรอ ฉันทำเป็นยิ้มแต่ไม่ตอบเขา





            “กรี๊ดดด!” กลับมาถึงบ้าน แซนด้าก็ส่งเสียงกรีดร้อง ปาหมอนอิงในห้องรับแขกไปโดนแจกันดอกไม้บนโต๊ะรับแขกตกแตกกระจายอย่างไม่พอใจ “แกฆ่างูของฉัน นังวิกกี้! นังสารเลว!!”

            เซเรนเดินตามลูกสาวเข้ามา สีหน้าเคร่งเครียด “แม่ไม่เข้าใจว่าลูกคิดอะไรของลูกถึงได้ทำแบบนั้นลงไป ถึงลูกจะไม่ชอบวิกกี้แต่ก็ไม่ควรไปทำร้ายเธอต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น โดยเฉพาะแต่ละคนเป็นบุคคลสำคัญของตระกูลกันทั้งนั้น”

            “แซนด้าไม่ได้คิดจะเล่นงานมันถึงชีวิตซักหน่อยนะคะ ก็แค่อยากจะสั่งสอนนังนั่นให้รู้จักที่ต่ำที่สูงซะบ้าง บังอาจมาปากดีกับแซนด้า”

            “สุดท้ายก็ถูกอีกฝ่ายเล่นงานเสียเอง เหตุผลโง่งี่เง่าสิ้นดี ทำแต่เรื่องน่าอับอายขายขี้หน้า!” ปู่อาร์ทิสเดินหน้าถมึงทึงเข้ามาต่อว่าแซนด้า

            แซนด้าดูเหมือนจะเกรงกลัวผู้เป็นปู่จึงไม่กล้าแสดงท่าทีอาละวาดบ้านแตกเหมือนก่อนหน้านี้อีก พยายามพูดแก้ตัวอธิบายว่า “แซนด้าตั้งใจจะทำทีเป็นว่ายัยนั่นเผลอโดนงูกัดเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับแซนด้า ใครจะไปคิดว่ายัยนั่นจะมีพลังแบบนั้นได้ ก็นึกว่าจะเป็นพลังกระจอก ๆ ธรรมดาซะอีก”

            ปู่อาร์ทิสแค่นเสียงแล้วสั่งสอนแซนด้าต่อ “หึ! คิดได้แค่นี้เหรอ เมื่อก่อนเธอจะทำเรื่องงี่เง่าบัดซบอะไรฉันไม่สนใจ แต่ตอนนี้สถานะเธอคือผู้สมัครว่าที่เลดี้แห่งเดอะนอร์ หัดแก้ไขปรับปรุงตัวเองใหม่ได้แล้ว สาระความรู้ข่าวสารบ้านเมืองก็สนใจเสียบ้าง ไม่ใช่มัวแต่ไปสนใจเรื่องไร้สาระ ไม่งั้นเรื่องวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก!”

            “ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเรื่องผู้ชายไงครับ ถึงได้ทำเรื่องผิดพลาดจนเกือบจะซวยกันทั้งบ้าน” เซนที่เดินเข้ามานั่งเก้าอี้โซฟาทำหน้าไม่สบอารมณ์พูดขึ้นมา

            “ฉันจะทำอะไรแกไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอน!” แซนด้าตอกกลับน้องชายฝาแฝดทันที “แล้วพวกเราซวยกันรึยังล่ะ นังวิกกี้มันก็ดีแต่ขู่ฟ่อ ๆ ทำมาเป็นพูดดีว่าเห็นแก่ความเป็นลูกพี่ลูกน้องเลยไม่เอาเรื่อง เชอะ! ไม่มีปัญญาเอาเรื่องมากกว่า มันมาอ้างว่าตัวเองมีคนใหญ่โตหนุนหลังด้วยนะคะแม่” ประโยคสุดท้ายแซนด้าหันไปพูดกับแม่ตัวเอง

            “วิกกี้บอกลูกอย่างนั้นเหรอ” เซเรนขมวดคิ้วถาม

            “ค่ะ มันบอกแซนด้าทางโทรจิต คงทำเป็นอวดเก่งอ้างไปอย่างนั้นเองนั่นแหละ โง่ซื่อบื้ออย่างมันเนี่ยนะจะมีใครหน้าไหนมาหนุนหลังให้”

            เซนแค่นหัวเราะ “คนโง่ซื้อบื้อที่พี่ว่าทำให้พี่โดนพวกผู้ใหญ่ในตระกูลเพ่งเล็งเรียบร้อยแล้วยังไม่รู้ตัวอีกรึไง ต่อไปมันอาจจะลามมาถึงผม คุณแม่กับคุณปู่ด้วยก็ได้ คนที่โง่ซื้อบื้อคือพี่ต่างหาก! ถ้าผมเป็นไคลล์นะ…แล้วต้องเลือกระหว่างพี่กับวิกกี้ล่ะก็ ผมเลือกวิกกี้ดีกว่าเยอะ”

            “ไอ้เซน! ฉันเป็นพี่สาวแกนะ แกกล้าพูดกล้าด่าฉันแบบนี้ได้ยังไง ไอ้น้องชั่ว…” แซนด้าไล่ตามไปด่าเซนที่หงุดหงิดลุกเดินหนีไป เหลือเซเรนที่มองปู่อาร์ทิสอย่างกังวล

            “เรนว่าวิกกี้ดูเปลี่ยนไปมากเลยนะคะ เมื่อสองสามเดือนก่อนบังเอิญเจอเธอก็ยังดูเงียบ ๆ หงิม ๆ เหมือนสมัยเด็กอยู่เลย แต่ตอนนี้ดูราวกับคนละคน ดูมั่นใจ ดูแกร่งเกล้าขึ้นเยอะ แล้วเรื่องคนหนุนหลังที่ว่านั่นอีก…คุณอาว่าเธอจะแค่พูดอ้างกับยัยแซนด้าไปอย่างนั้นเองเหรอคะ”

            “ฉันรู้มาว่าอย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีตระกูลไพน์หนุนหลัง รวมถึงเลดี้ฮันน่าด้วย” ปู่อาร์ทิสตอบเสียงเรียบเฉย

            “เลดี้ฮันน่า!?” เซเรนขมวดคิ้ว “ตระกูลไพน์ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ แต่ทำไมเลดี้ถึงเลือกสนับสนุนยัยวิกกี้ล่ะคะ ก่อนหน้านี้ที่เห็นว่าคอยให้ความช่วยเหลือกันตลอดก็คิดว่าคงเพราะสงสารคนในตระกูลเดียวกันและอยากทำหน้าที่เลดี้ให้คนอื่นยกย่องชื่นชมแค่นั้นเสียอีก”

            ปู่อาร์ทิสขมวดคิ้ว ถอนหายใจ “ใครจะไปรู้ความคิดเลดี้ฮันน่า แม้แต่ฉันที่เป็นพ่อแท้ ๆ ก็ยังไม่เคยเข้าใจเธอได้จริง ๆ เลย”


    -----------------------------------