ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 127 ลมกระโชก เมฆคะนอง งานชุมนุมอัจฉริยะ!

            เสียงดังกึกก้องราวฟ้าผ่าพลันระเบิดขึ้นในห้วงเวหาอันว่างเปล่า

            ทั้งคนและต้นไม้ต่างชะงักมือ

            มู่หลางถึงกับงง หันศีรษะมองมู่เสินฉวนดวงหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

            หนุ่มคนนี้เหตุใดจึงมีรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงท่านผู้นำตระกูลยิ่งนัก?

            กระทั่งเสียงยังคล้ายคลึงกันถึงเพียงนี้?

            "เจ้าหนูเจ้าหายหัวไปอยู่ที่ใดมาตลอดห้าปี?"

            "กระทั่งข่าวคราวสักนิดก็ไม่มี!"

            มู่เสินฉวนขมวดคิ้วเอ่ยถาม

            "…"

            "เป็นท่านผู้นำตระกูลจริงๆ ด้วย!"

            มู่หลางพลันได้สติ ดวงหน้าตื่นตระหนกรีบร้องโอดโอย "ข้าถูกค่ายกลมิติเฮงซวยย้ายไปยังเวิ้งทราย!"

            "เป็นพระอยู่ห้าปีกว่าจะแอบหนีกลับมาได้!"

            "พอกลับมาไอ้ต้นไม้นี่ก็ขวางข้าไม่ให้เข้า!"

            "ท่านผู้นำตระกูลท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วย!"

            "เวิ้งทราย…"

            "ช่างไกลยิ่งนัก"

            มู่เสินฉวนกระตุกมุมปากสีหน้าจนปัญญาเล็กน้อย โบกมือหนึ่งที "เข้ามาคุยกันข้างในเถิด"

            จากนั้นทั้งสองก็กลับไปยังตำหนักใหญ่

            มู่หลางเล่าประสบการณ์ในเวิ้งทรายโดยสังเขปพร้อมระบายความขมขื่นในใจไปด้วย

            "พอแล้ว"

            "นับว่าเรื่องนี้จากเคราะห์ร้ายกลายเป็นดี"มู่เสินฉวนเอ่ยปลอบใจ

            ในเวลานี้เขาตรวจสอบระดับพลังของมู่หลางแล้วอีกฝ่ายมีพลังถึงระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ขั้นเจ็ดเทียบเคียงมู่ฮ่าว

            ยิ่งเมื่อมองดูผิวพรรณเปลือกนอกถูกขัดเกลาจนงดงาม แผ่พลังพุทธธรรมจางๆ ออกมา

            คาดว่าคงฝึกปรือคัมภีร์โบราณไร้เทียมทานมาจากฝั่งพระพุทธ

            มู่หลางพยักหน้าหนักแน่นไม่บ่นอีกต่อไป

            เขาโผล่ศีรษะจากตำหนักมองไปยังทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา เห็นทะเลไร้สิ้นสุดครึ่งผืนทิวทัศน์งดงามยิ่งนัก ทั้งขุนเขา ลำธาร ทะเลสาบ ล้วนงดงามตระการตา

            บนใบหน้าฉายแววเคลิบเคลิ้ม ในใจรำพึง

            อยู่ตระกูลสบายกว่าจริงๆ…

            ทันใดนั้นเขานึกขึ้นได้ถึงต้นไม้ที่ขวางทางอยู่หน้าประตูก็อดที่จะถามไม่ได้

            "ท่านผู้นำตระกูลไอ้ต้นไม้ข้างนอกนั่นอะไรกัน?"

            "แข็งยังกับเหล็กเทพไม่พอยังพูดจาได้อีกด้วย!"

            "โอ้ มันน่ะหรือ"

            มู่เสินฉวนยิ้มเล็กน้อย"พฤกษาโลหิตโบราณน่ะกล้าแกร่งคงทน มิอาจทำลายได้เจ้าอย่าได้ถือสากับมัน"

            "คงทน มิอาจทำลาย!"

            มู่หลางตกใจยิ่งนัก

            ด้วยวิชาที่เขาได้ร่ำเรียนมาจากสำนักพุทธแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับเอกะที่ไม่ฝึกกายเนื้อ ก็มิอาจทานทนการโจมตีของเขาได้

            ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดต้นไม้ต้นนี้จึงทนต่อการโจมตีของเขาได้…

            "โอ้ ใช่แล้ว ท่านผู้นำตระกูล"

            "พุทธศาสนาทางเวิ้งทรายนั้นเปิดกว้างคัมภีร์โบราณ วิชาฝีมือ อิทธิฤทธิ์ต่างๆ สามารถยืมอ่านกันได้"

            "ให้ข้าคัดลอกให้เหล่าผู้อาวุโสในหอคัมภีร์ดีหรือไม่?"มู่หลางกล่าวอย่างกระตือรือร้น

            เมื่อคิดดูให้ดี ตระกูลพัฒนามาถึงเพียงนี้

            เขาจากไปถึงห้าปี ยังไม่ทำคุณประโยชน์อันใดก็รู้สึกผิดเล็กน้อย

            "อืม ก็ดี" มู่เสินฉวนพยักหน้าเบาๆ

            ถึงแม้ว่าในหอคัมภีร์จะมีเคล็ดกายาอรหันต์ทองคำและคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อีกหลายเล่มอยู่แล้ว

            แต่ก็ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคนในตระกูล

            ของเช่นนี้ยิ่งมีมากยิ่งดี

            กล่าวจบ เขาราวกับนึกอะไรขึ้นได้โบกมือหนึ่งที รถศึกผลึกม่วงก็ปรากฏขึ้นในตำหนักใหญ่

            "รถนี้ข้าให้"

            มู่หลางเห็นรถศึกผลึกม่วงดวงตาพลันเป็นประกาย

            เมื่อคราวที่มู่เทียนอวี่นั่งอยู่บนรถศึกนั้นเขาก็น้ำลายไหลแทบจะแย่

            หากได้ขับไปอวดโฉมรับรองว่าต้องโดดเด่นเหนือใคร

            แต่เขาก็คิดว่าเพิ่งกลับมาก็ขอของจากท่านผู้นำตระกูลออกนอกหน้าเช่นนี้ เกรงว่าจะดูไม่ดี

            ใครจะรู้ว่าท่านผู้นำตระกูลยังคงเข้าใจเขาเช่นเดิม!

            อดซาบซึ้งใจไม่ได้จริงๆ

            "ขอบคุณท่านผู้นำตระกูล!"มู่หลางก้มกายคำนับ

            มู่เสินฉวนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจจากนั้นก็ส่งแสงศักดิ์สิทธิ์ไปยังนอกตำหนัก "พฤกษาโลหิตโบราณนั่นดูเหมือนจะมีวาสนากับเจ้า จงนำมันไปด้วยกันเถิด"

            "วิชาขัดเกลากายาของพุทธศาสนาส่วนใหญ่มุ่งเน้นการขัดเกลาหนัง เนื้อ และกระดูก"

            "ตัวมันกล้าแกร่งคงทน มิอาจทำลายได้จะต้องช่วยเหลือเจ้าได้มาก"

            มู่หลางคิดใคร่ครวญก็เห็นว่ามีเหตุผลจึงตอบรับแต่โดยดี

            จากนั้นทั้งสองก็พูดคุยถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตงฮวงอีกสักพัก

            มู่หลางก็เก็บรถศึกผลึกม่วงและพฤกษาโลหิตโบราณแล้วมุ่งหน้าไปยังหอคัมภีร์

            …

            ทางใต้ เมืองเทียนตู

            ที่นี่กำลังจะมีการชุมนุมครั้งใหญ่ภายในเมืองจึงคึกคักยิ่งนัก ร่างของผู้ฝึกตนสัญจรไปมาไม่ขาดสาย

            ในยุคทองเช่นนี้เหล่ายอดคนผู้ซ่อนเร้นจะปรากฏตัว

            เหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายทยอยมาเยือนอย่างต่อเนื่องรถม้าศักดิ์สิทธิ์ส่องประกายเจิดจ้าเคลื่อนผ่านน่านฟ้า

            เมื่อมองไปไกลๆ ล้วนเป็นมังกรเก้าเศียรลากรถหงส์เทียมท้าย และต่างทรงพลังเหนือธรรมดา

            "เร็วเข้านั่นกายาเทพที่ถูกตระกูลเจียงเก็บงำมานานปี!"

            "ทายาทลำดับที่สาม!"

            มีผู้ฝึกตนจดจำชายหนุ่มผู้กล้าหาญองอาจที่เพิ่งมาถึงได้และต่างก็ร้องอุทาน

            "บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าเยี่ยนก็มาถึงแล้ว!"

            "อยู่ที่นั่น!"

            "อืม เห็นแล้ว!"

            "แต่น่าเสียดายที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์กายาเทพจันทราของต้าเยี่ยนไม่ได้มามิเช่นนั้น หากกายาเทพสองคนประทับอยู่ในตำหนักเดียวกัน คงได้ดูเรื่องสนุกแล้ว"

            ไม่ช้านานรถศึกโบราณที่หลอมด้วยทองคำก็แหวกอากาศมา กลิ่นอายทรงอำนาจแผ่ปกคลุม

            ชายร่างสูงสง่าผู้หนึ่งก้าวออกมาจากภายในเคียงข้างด้วยองครักษ์

            "บุตรศักดิ์สิทธิ์แดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงมาแล้ว!!"

            "ท่านผู้นี้ละคนสำคัญ!"

            "เมื่อประสานเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ก็หาผู้ใดเทียมทานได้นับเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่คนหนุ่มของตงฮวง!"

            จากนั้นก็มีแสงรุ้งอีกหลายสายมาเยือนทำเอาตาผู้ฝึกตนทั้งหลายพร่ามัว

            ในจำนวนนั้นย่อมไม่ขาดพระอรหันต์หรือนักบวชจากเวิ้งทราย

            บรรดาหัวกะทิแห่งสิบเผ่าอสูรของหนานหลิงราชันย์คุนเผิง เผ่าปีศาจวัวผู้ทรงพลัง หญิงสาวนกการเวก ล้วนตบเท้าเข้ามา

            พวกเขาทั้งหมดต่างก้าวเท้าเข้าไปในตำหนักใหญ่โตนั่งล้อมวงกัน บนโต๊ะหยกจัดวางไว้ด้วยอาหารอันโอชะและสุรารสเลิศ

            ล้วนเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอัจฉริยะไร้ผู้ใดเทียบ!

            และในเวลานี้ร่างของมู่ฮ่าวก็ปรากฏขึ้นนอกเมืองเทียนตู

            สามปีผ่านไปเขาได้สลัดคราบเด็กน้อยกลายเป็นหนุ่มรูปงาม ดวงตาคมกริบดุจหมึกดำยากจะหยั่งถึง

            "นั่นมัน… ยอดอัจฉริยะแห่งตระกูลมู่!"

            "มู่ฮ่าว!"

            "เขาก็มาด้วย!"

            "มีข่าวลือหนาหูว่าเมื่อปีก่อนพลังของเขาได้บรรลุถึงระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ขั้นเจ็ดแล้วเคยจัดการบุตรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามแห่งตระกูลจีมาแล้วด้วย!"

            "เป็นที่โจษจันไปทั่วกระทั่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ยังยอมรับว่าไม่กล้าสู้กับเขา!"

            "ตระกูลมู่ช่างมีแต่คนดีๆเกิดขึ้นมากมายจริงๆ!"

            "กระทั่งท่านผู้นำตระกูลของพวกเขายังเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์เมื่อสามปีก่อนก็สังหารราชันย์บรรพกาลไปแล้ว!"

            "คาดว่าพลังในตอนนี้คงยากเกินจะหยั่งถึง..."

            ภายในเมืองเทียนตูผู้ฝึกตนมากมายต่างซุบซิบกัน สายตาที่มองมู่ฮ่าวฉายแววเคารพ

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912