ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 29.1 ลักขื่อ เปลี่ยนเสา


     

            จูเกาเซวียนหันไปรับเตาอุ่นมือมาจากเฉินหลิงคว้ามือพระชายาของตนขึ้นมา พอสัมผัสปลายนิ้วเย็นเฉียบของนาง คิ้วของเขาก็ขมวด

            เขาค่อยๆคลี่มือที่บีบกันแน่นของซูอันหนิงออก แล้วสอดเตาอุ่นมือให้นางถือแล้วจึงจัดชายแขนเสื้อกว้างลงมาปิด ทำทุกอย่างนี้ด้วยท่วงท่านุ่มนวล อบอุ่นไม่เร่งร้อน

            เสร็จแล้วจึงเบือนสายตาเฉยชาผ่านเช่อเฟย[1]ของรัชทายาทไปแล้วเคลื่อนต่อมาถึงองค์รัชทายาท ยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ยินดีกับไท่จื่อด้วยก่อนหน้านี้อาหนิงไม่สบาย หม่อมฉันกังวลใจจึงไม่ได้ไปร่วมดื่มสุรามงคล”

            เขาหัวเราะเบาๆสีหน้าปรากฏความเขินอายขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งยามเอ่ยประโยคต่อไป“ยามนี้นางหายดีแล้วแต่ก็ต้องระวังไม่ให้ป่วยซ้ำแต่...กลับกลายเป็นว่ากระหม่อมรับหวัดของนางมาที่ตัวเองแทน”

            มุมปากซูอันหนิงกระตุกอดเหลือบมองคนหน้าไม่อายไม่ได้ เห็นคิ้วตาของเขาอ่อนโยนเพียงนั้น นางถึงกับงุนงงว่าเรื่องที่เขาโม้ออกไปทั้งหมดเป็นเรื่องจริง หรือกำลังเล่นละครหลอกคนกันแน่

            รัชทายาทยังคงอมยิ้มมือซ้ายที่ไพล่อยู่ด้านหลังกำชายเสื้อแน่นขึ้นอย่างเงียบงันเขาเอียงกายเหลือบมองสีหน้าของจางลั่วหลิน

            นางยังคงยืนนิ่งอย่างสงบสำรวมดวงตาหลุบต่ำ สองมือประคองชายแขนเสื้อกว้าง ให้ความสง่างามเยี่ยงสตรีชนชั้นสูงแต่ปลายนิ้วที่บีบชายเสื้อไว้จนสั่นน้อยๆนั้นไม่ได้คลาดไปจากสายตาของจูเกาซีแม้แต่น้อย

            แววตาของเขาคล้ายมีม่านหมอกปกคลุมชั้นหนึ่งก่อนจะสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

            หางตามองเห็นศีรษะดำๆของเหล่าขุนนางที่เพิ่งลงมาจากรถม้า ซึ่งหันมามองยังทิศทางนี้อย่างสนใจใคร่รู้

            เขาสูดหายใจยาวสงบความไม่พอใจลงหันกลับมาทางคู่สามีภรรยาตรงหน้า ยิ้มกล่าวด้วยสีหน้ายินดี“น้องรองต้องดูแลตัวเองมากกว่านี้นะ เจ้าไม่สบาย เสด็จพ่อจะกังวลพระทัยเอาได้”

            คำพูดคล้ายเป็นความกังวลห่วงใยหากครุ่นคิดให้ลึกลงไป ก็อาจแปลได้ว่า ความอ่อนแอของพระชายาทำให้ฮั่นอ๋องเสียการเสียงาน กระทบถึงความไม่สบายพระทัยของฮ่องเต้

            โทษเช่นนี้ กลับไม่ใช่เรื่องเล็ก

            “ขอบพระทัยไท่จื่อที่ทรงกังวลหวางเฟยดูแลหม่อมฉันดีมาก นางตัดเย็บถุงอุ่นมือ...”

            เขาขยับชายแขนเสื้อกว้างขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นถุงมือหนังกวางที่สวมอยู่ “แล้วยังมีเสื้อนวมตัวในที่อบอุ่นมาก”

            จูเกาเซวียนมองซูอันหนิงด้วยแววตาอ่อนโยนคนถูกมองก้มหน้าต่ำ สองมือบีบเตาอุ่นมือแน่น ความร้อนจากเตาค่อยๆเคลื่อนขึ้นมารวมกันที่แก้ม นางคิดผิดไปแล้วที่เย็บถุงมือหนังกวางให้เขาดูคนผู้นี้นำสิ่งของที่นางทำให้มาโอ้อวดผู้คนสิ

            คิดจะทำให้นางอับอายจนเงยหน้ามองใครไม่ได้หรือไร

            เห็นปลายหูของนางแดงก่ำมุมปากของจูเกาเซวียนก็ยกขึ้นน้อยๆ เขาเผลอยกมือขึ้นแต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะเอื้อมไปถึงสตรีข้างกาย เสียงกระแอมก็ดังขึ้นเบาๆ

            ฮั่นอ๋องชะงักเปลี่ยนทิศทางมือมาป้องปากไอเบาๆ

            จางลั่วหลินก้มหน้าหากยังเห็นภาพนี้ทางหางตา นางเผลอกัดริมฝีปากแน่นต้องรีบหลุบตาลงต่ำไม่ให้ตนเองเผยแววตาเคืองแค้นออกมา

            บุรุษทั้งสองสบตากันนิ่งริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง หากส่วนลึกในดวงตากลับมีเปลวไฟคุกรุ่น

            “รู้แล้วว่าน้องรองกับพระชายารักใคร่กันดีเข้าไปด้านในกันเถิด ปล่อยให้สตรีไปเข้าเฝ้าที่ฝ่ายในกันเอง”

            จูเกาเซวียนยิ้มจางๆ ประสานมือรับจากนั้นก็หันมาทางซูอันหนิงเอ่ยกำชับนางอย่างอบอุ่น “ข้าจะไปรับเจ้ากลางยามเว่ย[2]มีอะไรก็ให้คนมาแจ้งข้า”

            รัชทายาทหัวเราะออกมาเบาๆเอ่ยสัพยอกอย่างอดไม่ได้

            “น้องรองกลัวจะเกิดอะไรขึ้นหรือที่นี่คือวังหลวง แม้เป็นพระราชฐานชั่วคราวแต่เวรยามก็มีน้อยไม่มีเหตุร้ายอันใดเกิดขึ้นกับน้องสะใภ้ได้หรอก”

            ซูอันหนิงรู้ดีว่าเขากำลังเล่นละครแต่ก็ยิ้มหวานและตอบรับอย่างให้ความร่วมมือ“ข้าจะรอท่านมารับ”

            มุมปากของรัชทายาทกระตุกเบาๆใบหน้าของจางลั่วหลินดำทะมึน ลมหายใจของนางแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

            บุรุษสองคนเดินเลี่ยงจากไปทางพื้นที่จัดงานเลี้ยงฝ่ายหน้าแล้วทิ้งให้สตรีทั้งสองมองตากันอย่างเงียบงัน

             

            บนทางเดินหินที่ทอดยาวสู่ประตูชั้นในสตรีสูงศักดิ์สองคนเดินนำอยู่ด้านหน้า มีสาวใช้เรียงแถวเดินตามอยู่ด้านหลังสองแถว

            จางลั่วหลินเหลือบมองหญิงสาวที่เดินนำอยู่ก้าวหนึ่งนางกัดฟันแน่น ข่มประกายตาร้อนแรงลง เอ่ยชวนคุยว่า “ฮั่นหวางเฟยดูรักใคร่กลมเกลียวกับหวางเย่ดีนะเพคะ”

            ฝีเท้าของซูอันหนิงชะงักนางเบือนหน้ามาทางคนพูดเล็กน้อย เอ่ยถามหยั่งเชิงว่า “อ้อ...ไท่จื่อเช่อเฟยคงอ่านนิยายเรื่องนั้นด้วยกระมัง”

            จางลั่วหลินสะอึก เม้มริมฝีปากแน่น

            ซูอันหนิงกล่าวยิ้มๆ“ความสัมพันธ์ในครอบครัวผู้อื่น คนนอกจะรู้ดีไปกว่าคนเคียงหมอนได้อย่างไรไม่ว่าผู้คนอยากจะเขียนเรื่องราวยุแยงความสัมพันธ์ของพวกข้าสามีภรรยาอย่างไรนิยายก็ยังเป็นเพียงนิยาย”

            ซูอันหนิงนิ่งไปครู่หนึ่งมองสีหน้ากระอักกระอ่วนของสตรีตรงหน้า วูบหนึ่งที่นางมีความคิดว่า...จางลั่วหลินคนนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย

            “ไท่จื่อเช่อเฟยสนใจความสัมพันธ์ของข้ากับหวางเย่เพียงนี้ หรือกำลังจะบอกใบ้ข้าว่าเรื่องราวในนิยาย...”

            จางลั่วหลินรีบขัดขึ้นทันใด “ฮั่นหวางเฟยเข้าใจผิดแล้วเพคะไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร ยามนี้หม่อมฉันคือไท่จื่อเช่อเฟย”

            ซูอันหนิงพยักหน้ากล่าว “ถูกของเจ้าไม่ว่าอดีตหวางเย่จะเคยเป็นคู่หมายของใคร ยามนี้เขามีข้าเป็นภรรยาสตรีที่แต่งงานออกเรือนแล้วไม่ว่าแต่งกับผู้ใด แต่งกับไก่ก็ต้องเดินตามไก่แต่งกับสุนัขเดินตามสุนัข...”

            ซูอันหนิงคลี่ยิ้มหวานถามราวกับจะขอคำยืนยัน “ใช่หรือไม่”

            จางลั่วหลินฝืนยิ้ม“ฮั่นหวางเฟยกล่าวได้ถูกเพคะ”

            แววตาของจางลั่วหลินวาววับขึ้นวูบหนึ่งเสียงพูดเบาทว่าทิ่มแทง “แล้วฮั่นหวางเฟยรู้หรือไม่ ว่าหยกพก‘รูปเมฆโอบจันทร์’ ชิ้นนั้นก็คือของแทนใจของหวางเย่กับสตรีอีกนาง”

            ลมหายใจของซูอันหนิงสะดุดฝีเท้าของนางช้าลงโดยไม่รู้ตัว

            จางลั่วหลินจึงเดินล้ำหน้าออกไปช่วงหนึ่งก่อนที่นางจะหยุดเดินแล้วหันมาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

            “ฮั่นหวางเฟย เป็นอะไรไปหรือเพคะ”

            เห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งไม่ยอมเดินต่อดวงตาเหม่อลอยจมอยู่ในห้วงความคิด จางลั่วหลินก็ยิ้มอ่อนโยน ดวงตาเปล่งประกายสมใจนางยอบกายแล้วเดินนำสาวใช้จากไป

            ทิ้งให้ซูอันหนิงอยู่กับความคิดซึ่งผุดวูบวาบราวกับน้ำลดหินก็โผล่ขึ้นมาภาพที่ครั้งนั้นนางมองหยกพกบนตัวจูเกาเซวียนด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างยากจะอธิบายเขาเคยถามนางว่า “จำได้แล้วหรือ”

            เขาถามเพราะรู้อยู่แล้วว่าหยกชิ้นนั้นเป็นของนาง

            ไม่สิ...หยกชิ้นนั้นเป็นของซูหวางเฟยคนเดิมต่างหาก

            หากหยกของซูหวางเฟยคือของแทนใจ...แล้วเหตุใดเขาต้องมีท่าทางระแวดระวังนางเพียงนั้นหรือเขาจะรู้ว่านางไม่ใช่ซูอันหนิงคนเดิม ?

            ความคิดนี้ทำให้นางเย็นสันหลังวาบจุดไท่หยางพลันปวดจี๊ดขึ้นมาราวกับถูกเข็มทิ่มแทง ซูอันหนิงยกมือขึ้นกดขมับร่างเซไปเล็กน้อย หม่าหมัวมัวและเฉินหลิงรีบเข้ามาประคองไว้ได้ทันท่วงที

            “หวางเฟยไม่สบายหรือเพคะ”

            ซูอันหนิงหายใจแรงกะพริบตาถี่...มิน่าเล่าเขาถึงได้พยายามหยั่งท่าทีนางอยู่ตลอด

            เขารู้แล้วหรือ...เขารู้จริง ๆ หรือแม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็ยังไม่รู้สึกระแคะระคาย เขาที่เป็นคนนอกจะรู้ได้อย่างไร

            หัวใจที่เต้นแรงด้วยความตื่นตระหนกเหมือนได้รับการปลอบประโลมนางลูบอกตัวเองพลางถอนใจยาว...เขาไม่มีทางคาดเดาได้หรอกว่า ใต้หล้านี้จะมีเรื่องประหลาดอย่างการย้อนเวลากลับมา

            “ข้าไม่เป็นไร ไปต่อเถอะ”


    [1] เช่อเฟย คือชายารองสูงศักดิ์แต่งเข้าจวนรัชทายาทหรืออ๋องด้วยพิธีมีเกียรติลำดับจะต่ำกว่าพระชายาเอกอยู่หนึ่งขั้น แต่ฐานะสูงกว่าสนมอื่นๆ ทั้งหมด

    [2] ยามเว่ย คือเวลาประมาณ 13.00-15.00 น.

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592