บทที่ 31
ผู้ที่ได้อับดับหนึ่ง
ในตอนนี้เข้าสู่ในช่วงวันที่ห้า
หลังจากที่สามารถเอาจงซานและสังหารซุนเคอได้ในตอนนี้ผ่านมาสองวันเต็มเต็มหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น
แน่นอนว่าเหตุการณ์ในวันนั้นลู่หมิงยังรู้สึกเสียดายภายในใจของตนเองที่ว่าไม่สามารถปิดชีพศัตรูคู่แค้นของตนเองได้
ในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วในเมื่อตัวของมันหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้บริเวณด้านนอกมันมีกฎห้ามสั่งหารกันของศิษย์ภายในสำนักแน่นอนว่าไม่สามารถลงมือสังหารมันได้ถ้าอยู่ภายในสำนัก
เพราะแบบนั้นในตอนนี้จึงถือได้ว่าพลาดโอกาสสำคัญในการชำระแค้นในอดีตไปแต่ในตอนนี้ก็จำเป็นจะต้องออกเก็บคะแนนต่อ
อย่างไรเสียเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็จำเป็นจะต้องออกล่าคะแนนต่ออย่างช่วยไม่ได้ในช่วงสองวันที่ผ่านมาได้ทำการออกล่าอย่างต่อเนื่องมีประทะกับลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่บ้างเล็กน้อย
แต่สิ่งที่ตัวของลู่หมิงมักจะทำเป็นประจำคือการแย่งพวกสัตว์อสูรจากพวกลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่คนอื่นๆที่มันทำการต่อสู้อยู่
เพราะว่าวิธีนี้สามารถเก็บเกี่ยวคะแนนได้เป็นอย่างมากแถมไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงและก็ไม่ต้องนำเอาร่างกายของตนเองไปบาดเจ็บด้วย
ลู่หมิงค่อนข้างจะเก็บพลังงานของตนเองเอาไว้ไม่อยากจะทำให้ร่างกายของตนเองนั้นบาดเจ็บเพราะเกรงว่าถ้ามีการต่อสู้อย่างจริงจังขึ้นมาตนเองนั้นจะมีร่างกายที่ไม่เพียบพร้อม
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีระดับขอบเขตพลังภายในร่างกายที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการฝึกฝนแต่หนึ่งสิ่งที่ไม่มีมันก็คือสิ่งที่เรียกว่าทักษะ
พวกลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ทำการบ่มเพาะทักษะกันมาเป็นเวลานานพวกมันมีทั้งทักษะทักษะการต่อสู้ต่างๆอีกมากมาย
แต่ว่าตัวของมันไม่มีเลยแม้แต่น้อยมีเพียงแค่พลังตลาดภายในร่างกายที่สามารถปลดปล่อยการโจมตีได้รุนแรงกว่าการโจมตีธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
เพราะว่าไม่มีการบ่มเพาะทักษะพวกนั้นมันเลยทำให้ตัวของลู่หมิงต้องเก็บแรงเอาไว้พวกที่ทำการต่อสู้กันบริเวณรอบรอบพวกมันร่างกายทุกคนล้วนแล้วแต่ได้รับบาดเจ็บมากหรือน้อยแตกต่างกันออกไป
แต่ถ้าตัวของมันยังคงรักษาสภาพร่างกายที่ไม่บาดเจ็บแล้วก็มีภาระกำลังที่เพียบพร้อมอยู่ตลอดเวลาเมื่อประทะกันก็มีโอกาสที่จะชนะหลายส่วน
ลู่หมิงรู้ดีเกี่ยวกับวิธีในการจัดการความเสี่ยง ในครั้งนี้เป็นการทดสอบแน่นอนว่าการทดสอบในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทดสอบในด้านของพละกำลังเท่านั้นแต่ว่ายังทดสอบในด้านสติปัญญาด้วย
การแย่งพวกสัตว์อสูรของลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ที่พวกมันร่วมมือกันต่อสู้มาแน่นอนว่าทำให้ปลุกมานั่งโกรธแค้นแต่แล้วมันจะเป็นอะไรไปเล่า
ในเมื่อตอนนี้ตัวของมันเองก็เป็นที่ชิงชังของเหล่าลูกศิษย์ภายในสำนักอยู่แล้วเพราะแบบนั้นในตอนนี้หรือแย่งเหยื่อของพวกมันอยู่เป็นประจำ
แต่มันเองก็ทำให้เก็บเกี่ยวแต้มคะแนนได้จำนวนมหาศาลด้วยเช่นเดียวกัน
ณ อารามเจ้าสำนัก
หลี่ฉีหงผู้ที่เป็นเจ้าสำนักนั่งดื่มชาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มองกระจกที่สะท้อนภาพเหตุการณ์บริเวณด้านในป่าต้องห้ามด้วยท่าทางใจเย็น
“ ดูสิดูสิเค้าบอกแล้วอย่างไรว่าเจ้าหนี้ไม่เร็วไม่จำเป็นจะต้องนำเอาร่างกายของตนเองไปต่อสู้ให้บาดเจ็บในตอนนี้ก็สามารถเก็บเกี่ยวแต้มได้มากขนาดนี้ ”
“ นี่ตอนนี้แต้มทั้งหมดมีเท่าไหร่ผู้ใดถือของแต้มคะแนนมากที่สุด” เจ้าสำนักหันไปถามศิษย์คนโตของตนเองที่ยืนขนาบข้าง
เกาเทียนที่ยืนอยู่บริเวณข้างข้างตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ในตอนนี้ภายในป่าต้องห้ามคนที่มีคะแนนมากที่สุดคือหวังอู๋ขอรับ ”
“ มีคะแนนอยู่ภายในการครอบครองอยู่ทั้งหมด 3300คะแนนทำการสังหารและก็เอาชนะพวกลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ไปประมาณหนึ่งร้อยคนและก็ยังชนะพวกสัตว์อสูรอีกประมาณ 10 ตน ”
“ ส่วนลู่หมิง คะแนนทั้งหมดในตอนนี้มีอยู่ 3000คะแนน สามารถเอาชนะพวกลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ไปได้ประมาณ 20คน แล้วก็สังหารพวกสัตว์อสูรได้ประมาณ 20 ตัว”
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นก็ลูบเคราของตนเองเจ้าสำนักผู้นี้แสดงท่าทางครุ่นคิดบางอย่างอยู่ภายในใจของตน“ หวังอู๋งั้นรึ? คุณชายแห่งตระกูลหวังที่มีความสามารถข้าเองก็เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าศิษย์ด้านหน้าของพวกเขากระบี่มีคนรุ่นเก่าที่มีความสามารถอยู่มีแซ่หวัง”
อันที่จริงแล้วภายในสำนักแห่งนี้มันถูกแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่ายฝ่ายหน้าดูแลโดยผู้อาวุโสเป็นลูกศิษย์ธรรมดาทั่วไปภายในสำนักแน่นอนว่าศิษย์พวกนั้นจะแบ่งเป็นขั้นแต่ว่ามันจะมีศิษย์บริเวณด้านหลังของหุบเขากระบี่ซึ่งเป็นสิทธิ์โดยตรงของท่านเจ้าสำนัก
ท่านเจ้าสำนักมักจะบำเพ็ญตนอยู่ตลอดเวลาเลยไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับบริเวณด้านหน้าของพวกเขาซักเท่าไหร่มักจะให้พวกผู้อาวุโสดูแลยกเว้นมีงานสำคัญเท่านั้นจึงจะเข้ามายุ่งเกี่ยว
จึงไม่รู้เกี่ยวกับชื่อของลูกศิษย์ส่วนใหญ่ภายในสำนักเพราะว่าลูกศิษย์ส่วนใหญ่ภายในสำนักโดนสั่งสอนแล้วก็ถูกฝึกฝนโดยพวกเหล่าผู้อาวุโสมีเพียงแค่คนที่มีความสามารถเท่านั้นที่จะได้รับการสั่งสอนจากท่านเจ้าสำนักโดยตรง
แต่ว่าผู้อาวุโสภายในสำนักเองก็มักจะส่งเรื่องราวบริเวณด้านหน้าของสำนักมาให้รู้อยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะพวกศิษย์ที่มีความสามารถ
หลี่ฉีหงเคยได้ยินว่ามีคนหนุ่มผู้หนึ่งที่เพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่กี่ปีก็ถูกเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะของสำนักไปแล้วคนผู้นี้เป็นคนแซ่หวังมาจากตระกูลหวังแห่งเมืองหลวง
เป็นคุณชายที่มีความสามารถในตอนนี้เหมือนนึกย้อนดูแล้วก็นึกได้ว่าหวังอู๋ผู้นี้คงจะเป็นคนผู้นั้นเกาเทียนที่ยืนอยู่บริเวณข้างกายทำการพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้วขอรับท่านอาจารย์ หวังอู๋ผู้นี้อายุสิบเจ็ดย่างเข้าสิบแปดเท่านั้นแต่ว่าในตอนนี้ระดับขอบเขตพลังกลับไปอยู่ในระดับขอบเขตเริ่มต้นสีทองขั้นหนึ่งแล้ว ”
“ ระดับแตกต่างจากพวกลูกศิษย์รุ่นเดียวกันเป็นอย่างมากตอนนี้กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความสามารถของสำนัก”
“ โอ้!!ขอบเขตเริ่มต้นสีทองขั้นหนึ่งแล้วอย่างนั้นหรือสามารถทะลวงระดับสีทองได้ในอายุ 17ปีมีความสามารถเป็นอย่างมากสมแล้วที่เป็นคุณชายของตระกูลหวังแห่งเมืองหลวง”
“ ในเมื่อคนผู้นั้นมีความสามารถแบบนี้ข้าเองก็รู้สึกสนใจขึ้นมาแล้วว่าถ้าปะทะกับลู่หมิงผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะ”เจ้าสำนักที่กำลังนั่งอยู่แสยะยิ้มที่มุมปากนึกสนุกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น
เพื่อทำการคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้จึงหันไปถามศิษย์คนตัวของตนเองที่ยืนอยู่บริเวณด้านข้าง“ มาพนันกันดีหรือไม่ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะระหว่างการต่อสู้ของทั้งสอง ”
เกาเทียนที่ยืนอยู่บริเวณด้านข้างพูดกลับมาอย่างที่ไม่ต้องคิดเลยแม้แต่น้อย“ หวังอู๋ขอรับ ”
“ เจ้ามั่นใจขนาดนั้นว่าคนแซ่หวังผู้นั้นจะเป็นฝ่ายชนะ” เจ้าสำนักถามศิษย์ของตนเองที่ตอบออกมาอย่างมันอกมั่นใจ
“ เรียนท่านอาจารย์ถึงแม้ว่าลู่หมิงจะเป็นคนที่มีความสามารถก่อนหน้านี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นคนไร้ค่าของสำนักไม่สามารถฝึกฝนประตูวิญญาณได้ตอนนี้ถึงจะมีความสามารถขึ้นมาแต่ตัวของข้าเองก็มองว่าระดับของเค้าที่อยู่ในขอบเขตเริ่มต้นสีม่วงไม่มีทางจะชนะขอบเขตเริ่มต้นสีทองได้” เกาเทียนกล่าวออกมาตามหลักการ
เจ้าสำนักที่กำลังนั่งอยู่ยกน้ำชาขึ้นมาดื่มก่อนที่จะพูดขึ้นมา“ ถ้าเช่นนั้นตัวของข้าเองก็ขอวางเดิมพันฝั่งตรงข้ามของเจ้าก็แล้วกัน ”
“ เจ้ารู้หรือไม่เส้นทางแห่งการฝึกฝนไม่มีผู้ใดล่วงรู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นบางทีราชสีห์อาจจะพลาดท่ากับหนูตัวเดียวก็ได้ ” เจ้าสำนักพูดขึ้น
..
ผ่านเข้าทดสอบลดลงไปเรื่อยๆจนเข้าสู่ช่วงวันสุดท้ายในการทดสอบเหลือผู้ที่เข้าทดสอบเพียงแค่สามคนเท่านั้นภายในการทดสอบครั้งนี้
สายฝนตกพรำๆ ท้องนภาถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำสนิทในป่าต้องห้ามที่เป็นสถานที่ในการต่อสู้มาหลายวัน ในคอนนี้มาถึงเวลาสุดท้ายแล้วรายชื่อผู้ที่เหลือรอด หวังอู๋ ลู่หมิง เสี่ยวหง
จบบท