หลังจากที่รู้ว่าสู้ราคาไม่ไหว ตัวของหยวนต้ากับคนในตระกูลหยวนก็ได้เดินออกไปจากห้องประมูลอย่างฉุนเฉียว เขาไม่รอคอยให้งานประมูลจบลง
พวกเขาอุตส่าห์เตรียมเงินเครดิตอย่างมหาศาลมาแล้ว แถมเจ้าเมืองมังกรอย่างคริมสันเอชก็ไม่ได้เข้าร่วมประมูลด้วยอีก
คิดไว้เลยว่าก้อนผนึกวิญญาณจะต้องเป็นของพวกมันอย่างแน่นอน ทว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้กลับตาลปัตรไปทั้งหมด รองผู้อำนวยการอย่างวิเวียนได้มาร่วมการประมูลด้วย นางไม่ได้สนใจถึงภูมิหลังรวมถึงอิทธิพลของตระกูลหยวน ใช้อำนาจของเครดิตฉกชิงมันไปอย่างหน้าด้านๆ
ถึงต่อให้เพิ่มเครดิตประมูลไปมากยิ่งกว่านี้ ยายแก่วิเวียนก็คงจะเพิ่มเงินประมูลมากเข้าไปอีก
อย่างในกรณีที่เลวร้ายมากที่สุด ถ้านางเกิดความเจ้าเล่ห์รวมถึงเล่นตลกต่อพวกเขาขึ้นมา ไม่แน่ว่าตระกูลหยวนอาจได้รับก้อนผนึกวิญญาณไปในราคาเกือบร้อยล้านเครดิตก็เป็นได้
เมื่อเกิดแบบนั้นขึ้นจริงๆ รากฐานของตระกูลหยวนคงได้พังทลายลงอย่างแน่นอน ต้องขัดสนด้านการเงินที่มีอยู่อย่างมากมายมหาศาล
หยวนต้าเองก็ไม่คิดที่จะเสี่ยงมัน ยอมตัดใจซะตั้งแต่เนิ่นๆแล้วเดินออกไปจากโรงประมูลของสมาคมการค้าวิญญาณแห่งนี้ไปดีกว่า
"ฮ่าฮ่าฮ่า แบบนี้ก็ดีแล้วหยวนต้า มอบผนึกวิญญาณนี้มาให้กับข้าดีกว่า"
"ส่วนลูกชายของเจ้าอย่างหยวนชิง เขาเองก็ต้องถูกจัดการโดยโนวา!!"
หลังจากนั้นงานประมูลสิ่งของชิ้นสุดท้ายก็ได้เสร็จสิ้นลง ก้อนผนึกวิญญาณได้ตกเป็นของรองผู้อำนวยการแห่งสถาบันมังกรอย่างวิเวียน
ถึงราคาที่ประมูลไปจะเพิ่มขึ้นอยู่เล็กน้อย ทว่ามันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรกับพวกนางทั้งสิ้น ตัวของคริสเตียนยังบอกเองเลยว่างบไม่จำกัด
ถ้ามันทำให้ลูกศิษย์ของพวกเขาอย่างโนวาวิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้นนึงได้ ชื่อเสียงของสถาบันมังกรวิญญาณก็จะยิ่งขจรไกลไปตามหัวเมืองต่างๆ
บนเวทีการประมูล ไฉ่หลินที่เห็นว่าได้เวลาแล้วก็เริ่มปิดงานประมูลในครั้งนี้ลงในทันที
[ขอบคุณทุกคนที่มาเข้าร่วมงานประมูลของสมาคมการค้าวิญญาณในครั้งนี้กันนะ]
[แน่นอนว่าในการประมูลครั้งต่อไปก็ย่อมต้องมีของดีอย่างเช่นเดิม อย่าพลาดโอกาสนี้กันไปซะละ]
[สำหรับผู้ที่ประมูลมอไซค์วิญญาณไทรเด้น ได้โปรดมาที่ด้านหลังของเวทีประมูลด้วยนะคะ]
หญิงสาวพูดขึ้นพลางปรายตามองไปยังเซียงหลินที่อยู่ด้านบน ส่งสายตาหวานเยิ้มออกมาอยู่นิดๆ
ในที่สุดนางก็จะได้เห็นผู้ที่ครอบครองเทพอาชูร่าอันยิ่งใหญ่ แม้แต่จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางอย่างต้าจีเองก็ยังกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก
การได้พบเจอกับเทพมารอาชูร่าที่ยิ่งใหญ่ สำหรับบรรดาอสูรศักดิ์สิทธิ์เช่นพวกมันแล้ว นี่ถือเป็นเกียรติครั้งนึงของชีวิต ถึงตอนนี้เขาจะกลายเป็นภูติวิญญาณแล้วก็เถอะ แต่เทพมารอาชูร่าก็คือเทพมารอาชูร่าอยู่วันยังค่ำ
ภายในห้องประมูลVIP พวกเอชรวมถึงเซียงหลินเองก็เข้าใจถึงกฎเกณฑ์ต่างๆอย่างรวดเร็ว
"ไปเอาไทรเด้นกันเถอะเจ้าลูกศิษย์รัก"
"เจ้ากระหายอยากได้รับมันเต็มแก่แล้วนี่?"
ชายวัยกลางคนรีบนำทางไปยังหลังเวทีประมูลอย่างช่ำนาญ เหมือนกับว่าพวกเขาครอบครัวตระกูลคริมสันเคยเข้าร่วมอยู่หลายครั้ง
สำหรับชายชราทั้งสองคนไม่ได้ติดตามไปด้วย พวกเขาบอกลาตัวของเอชกับเซียงหลินด้วยรอยยิ้มพร้อมกับจากไปในทันที
"เข้าใจแล้วครับท่านอาจารย์!!"
ไม่นานทั้งสองคนก็ได้เดินทางมาถึงด้านหลังของเวทีโรงประมูล สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเจ้าพนักงานหลายสิบคน
พวกเขากำลังวิ่งวุ่นไปกับการปรับแต่งมอไซค์พลังวิญญาณอย่างไทรเด้น ขณะเดียวกันอีกด้านนึงก็มีไฉ่หลินและจิ้งจอกสวรรค์ยืนรอคอยอย่างสงบนิ่ง
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนมาแล้ว ทั้งสองก็ก้าวเดินเข้ามาอย่างสง่างาม ความงดงามของไฉ่หลินทำให้หัวใจของเซียงหลินต้องเต้นระรัวขึ้น
"ยินดีต้อนรับอีกครั้งค่ะเจ้าเมืองมังกร"
"แล้วคนนี้คือเซียงหลิน..."
"ผู้ครอบครองเทพอาชูร่า!!"
ไฉ่หลินเอ่ยทักทายพร้อมกับจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่ม ขณะนั้นหัวใจของทั้งสองก็สั่นไหวขึ้นอย่างหนัก มันราวกับว่าเป็นการสัมผัสกันของภูติวิญญาณที่อยู่ภายในร่างกาย
เป็นเหมือนก่อนหน้านี้เลยก็ว่าได้
โดยปกติแล้วการพบเจอกับของภูติวิญญาณระดับเทพมายา การตอบสนองย่อมเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งแรกเท่านั้น แล้วมันก็จะไม่มีครั้งต่อไปอีก
แต่ในกรณีของเซียงหลินกับไฉ่หลินนั่นกลับดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก
"สวัสดีครับนายหญิงไฉ่หลิน"
"บอกตามตรงว่าท่านงดงามมาก!!"
เซียงหลินเผลอพูดความในใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว นัยน์ตาเองก็จ้องมองไปยังนางอย่างหลงใหล
ประสาททั้งหมดราวกับถูกช่วงชิง มีเพียงความรู้สึกที่อยากจะโอบกอดสตรีเบื้องหน้า ไม่ใช่ซิ อยากจะมอบชีวิตให้กับนางอย่างง่ายดายเลยก็ว่าได้
[เฮ้อ ถ้าไม่มีเราอยู่สักคนนึงละก็นะ]
ระบบที่เห็นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา มันรีบกระตุ้นประสาทรวมถึงเข้าควบคุมความคิด จากนั้นก็ได้ตะโกนออกมาเสียงดัง
[ตื่นขึ้นไอ้เจ้าโฮสต์โง่!!]
[นี่ไม่รู้เลยหรอว่าโดนอะไรอยู่?]
ทันทีที่พลังของระบบได้เข้าแทรกแซง ชั่วพริบตาเดียวตัวของชายหนุ่มก็พลันได้สติ
ใบหน้าที่เหม่อลอยและดูหลงใหลในตัวของหญิงสาวได้กลับมามีสติขึ้นอีกครั้งนึง ในเวลานี้หัวใจของชายหนุ่มกำลังเต้นขึ้นอย่างหนัก
เพราะเขารู้แล้วว่าโดนพลังอะไรเข้าไป
"หือ.. ออกจากมนต์จิ้งจอกได้ในทันที?!!"
(เป็นไปไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!!)
ไฉ่หลินกับต้าจีลอบมองหน้ากันอย่างอึ้งๆ
ก่อนหน้านี้ตัวของเธอกับจิ้งจอกสวรรค์อยากจะทดสอบในตัวของเซียงหลิน
ตัวของเธอจึงบอกให้ต้าจีใช้มนต์สะกดของจิ้งจอกเก้าหาง ทักษะวิญญาณสุดแข็งแกร่งที่จะครอบงำสติความนึกคิดของสิ่งมีชีวิตที่หลงใหลในตัวของนาง ไม่เว้นแม้แต่พวกวิญญาณร้ายทั้งหมด
ใครที่หลงใหลในตัวของนางเพียงแค่นิดเดียว ประสาทสัมผัสรวมถึงความนึกคิดทั้งหมดจะถูกช่วงชิงไปในทันที ถือเป็นหนึ่งในพลังวิญญาณที่ร้ายกาจมากที่สุด แล้วทำไมชายหนุ่มอย่างเซียงหลินถึงได้รู้สึกตัวของตนเองเร็วเช่นนี้
(ไม่ธรรมดา ต่อให้จะเป็นเทพอาชูร่าเองก็ยังทำอะไรแบบนี้ไม่ได้)
ต้าจีรีบส่งกระแสจิตไปพูดคุยกับเจ้านายของตน ซึ่งนางเองก็ลอบพยักหน้ารับขึ้นในใจ ตอนนี้นางได้ประเมินตัวของเซียงหลินไว้สูงมาก
การที่หลุดออกจากมนต์สะกดของต้าจีได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะมันไม่มีใครเลยที่จะไม่หลงใหลในตัวของนางที่มีความงดงามมาก
ทุกคนที่หลงใหลพวกเธอจะถูกมนต์สะกดไปอย่างไม่รู้ตัว แล้วยังไม่สามารถคลายมันออกได้ นอกซะจากว่าตัวของต้าจีจะคลายพลังวิญญาณนี้ให้เอง
"ขออภัยนายน้อยเซียงหลิน"
"ว่าแต่เรางดงามมากเลยใช่ไหมละ?"
"คิคิ จะตกหลุมรักตัวของผู้อื่นก็ได้นะ"
ไฉ่หลินรีบพูดเปลี่ยนเรื่องไปในทันที ขณะเดียวกันก็กัดริมฝีปากที่แดงระเรื่อของตนเองอยู่เล็กน้อย ยั่วยวนชายหนุ่มออกมาอย่างมีเสน่ห์
"ใช่แล้ว ท่านหญิงงดงามมาก!!"
เซียงหลินรีบเบนหน้าหนีและพยายามจะไม่มองไปยังใบหน้าที่เย้ายวนของนาง ถ้าเขายังมองอีกคงได้ถูกมนต์สะกดของจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางเข้าครอบงำอย่างแน่นอน บอกตามตรงเลยว่านี่เป็นพลังที่น่ากลัวมาก ถ้าไม่มีระบบก็คงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้
แถมความสวยของนางก็ยังทำให้มารสวรรค์เช่นเขาต้องหัวใจเต้นระรัวขึ้น มันนานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้มีความรู้สึกขึ้นแบบนี้
"ใจเย็นเจ้าลูกศิษย์ที่รัก"
คริมสันเองก็กระแอมขึ้นอยู่เล็กน้อย
รีบเข้าไปเบรกทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะเป็นใจให้กับลูกศิษย์ของมันเป็นอย่างมาก ขนาดโดนทักษะวิญญาณของจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางไปแล้วก็ยังอยู่เฉยได้ แม้จะเป็นมันเองก็ยังต้องตกตะลึงขึ้นอยู่นิดๆ
"คิคิ งั้นเราเลิกเล่นเอาไว้แค่นี้ดีกว่า"
"เดี๋ยวผู้อื่นจะพาไปดูไทรเด้นของนายน้อยเซียงหลินละกัน"