มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 142 ปฏิบัติการช่วยตัวประกัน

    ขอทานน้อยก็หาได้รู้เรื่องนี้ไม่ ได้แต่นำทางราเชนไปหาเล่าขุย แต่ว่า ไม่ทันที่ราเชนจะใช้ผ้าปิดบังใบหน้า ก็ถูกทหารลาดตระเวณสิบคน เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน

    “ หยางเฟยหลง คุกเข่ากับพื้น ยอมให้จับเสียดีๆ”

    หัวหน้าทหารตวาดเสียงดัง แต่ตัวเองกลับก้าวเท้าถอยหลังไปให้ลูกน้อง เข้ามาจับกุมแทน

    ราเชนยิ้มเหี้ยมเกรียม จ้องมองดวงตาของทหารทั้งสิบทั้งหมดก็ยืนนิ่ง แล้วลงไปคุกเข่าต่อหน้าเขาอย่างพร้อมเพรียง

    “ จำเอาไว้ พวกเจ้าไม่เคยเห็นข้ามาก่อน”  ราเชนเอ่ยจบ ก็นำหน้ากากโฮว่เฟยมาใส่ปิดบังใบหน้า

    “ ไปกันเถอะ”  ราเชนเอ่ยกับขอทานน้อยที่อ้าปากค้าง มองทหารทั้งสิบคนที่คุกเข่าด้วยสายตาแข็งค้าง ไม่พูดอะไรสักคำ

    แล้วขอทานน้อย ก็พาราเชนมาถึงหน้าศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่ง พอเข้าใกล้ก็ได้กลิ่นคนที่คุ้นเคย มีขอทานหลายคนมองราเชนอย่างระมัดระวัง ราเชนรู้ได้เลยว่าพวกเขาคือ คนของสำนักอสูรเทวะ และเห็นชายชราผมขาวแขนเดียว คนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดขาดวิ่นเหมือนขอทานเช่นกัน นั่งพิงเสาอยู่

    “ เล่าขุย  เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเจ้าถึงได้มาอยู่ที่นี่”

    “ นายท่าน นายท่านกลับมาแล้ว” เล่าขุยถึงกับดีใจยิ่งนัก ที่รู้ว่าเป็นราเชน รีบเข้ามาเพื่อจะคุกเข่า

    “ ไม่ต้องมากพิธี รีบเล่ามาเร็ว”

    “ เมื่อสิบวันก่อน กู่เยี่ยน ถูกคนของราชสำนักจับกุมตัวไป กิจการทุกอย่างถูกยึดเป็นของทางการจนหมดสิ้น จากนั้นทหารก็มายึดร้านหลงจินของเราไป หลางตงกับพวกไม่อาจต้านทานได้ ถูกจับไปทั้งหมด ข้าโชคดีที่อยู่นอกร้าน เลยไม่ถูกจับส่วน คนของเราที่อยู่สถานปศุสัตว์ก็ไม่รอด  มีทหารหมื่นคนจากด่านซีเฉินไปล้อมจับพวกเขาเอาไว้หมดแล้ว”

    “ พวกมันรู้เรื่องของข้าได้อย่างไรกันแน่” ราเชนเอ่ยอย่างสงสัย

    “ เรื่องนี้อาจเกี่ยวพันกับรัชทายาทจางอี้ พอเขาเขาเข้ามาในเมืองหลวง พวกเราก็ถูกจับกุมทั้งหมด และประกาศจับนายท่านทันที”

    “ รัชทายาทจางอี้ มันต้องการอะไรกันแน่”

    “ พวกมันส่งคนไปรื้อค้น บ้านเรือน ของสำนักอสูรเทวะทั้งหมด บางที่ถึงกับขุดดินเป็นหลุมลึก คล้ายกับค้นหาของอะไรบางอย่าง ข้าส่งคนไปสืบ พบว่า มันกำลังหาสมบัติของสำนักอสูรเทวะของเรา”

    “ มันรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกัน”

    “ คนที่รู้เรื่องนี้ มีเพียงเจ้าสำนัก และ เจ้าหอทั้งสี่ ข้าสงสัยว่า เป็น ซ่างหู่ จ้าวพยัคฆ์บูรพา อาจบอกรัชทายาทเรื่องนี้”

    “ ไม่สำคัญแล้ว ว่าใครจะบอก ตอนนี้หลางตง กับกู่เยี่ยน ถูกขังอยู่ที่ไหน”

    “ พวกเขาถูกขังเอาไว้ที่คุกหลวง อยู่ในเขตพระราชวังหลวง”

    “ ข้าจะไปหาองค์ชายสิบสี่ บางทีเขาอาจจะช่วยข้าได้”

    “ ไม่ได้นะนายท่าน ตอนนี้ ราชสำนักต่างรู้แล้ว ว่านายท่านคือหยางเฟยหลงและเป็นเจ้าสำนักอสูรเทวะอีกด้วย ทำให้องค์ชายสิบสี่ ถูกจับเอาไว้ในตำหนักเย็นข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับนายท่าน คงไม่อาจช่วยอะไรนายท่านได้”

    ราเชนได้แต่สงสารองค์ชายสิบสี่ ที่น่าจะได้รางวัล แต่กลับมาถูกลงโทษเพราะเขาเป็นต้นเหตุ

    “ พวกมันรู้เรื่องข้าได้ยังไง?”

    ราเชนเอ่ยอย่างสงสัย เล่าขุยเองก็ส่ายหัว ไม่รู้เช่นกัน

    “ ว่าแต่ กู่เยี่ยนมีความสัมพันธ์กับ แม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่อย่างแน่นแฟ้น ทำไมถึงได้ถูกจับไปได้”

    “ แม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่ เป็นคนเข้ายึดกิจการค้าเกลือ ค้าน้ำแข็ง ของสำนักเราด้วยตัวเอง คนของตระกูลกู่ ก็ถูกจับทั้งหมด ข้อหา ร่วมมือกับ สำนักอสูรเทวะ และ นายท่าน”

     “ ตอนนี้ต้องไปช่วยหลางตงกับกู่เยี่ยน และครอบครัวเขากันก่อน”

    “ พวกเขาถูกขังอยู่ในคุกหลวง มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา  เกรงว่า พวกเราจะช่วยพวกเขาไม่ได้ง่ายๆ”

    “ ข้าไม่ห่วงเรื่องนั้น อยากรู้ว่า คนของตระกูลกู่เยี่ยน มีมากน้อยแค่ไหน หากพาออกมาได้ จะพาพวกเขาออกจากเมืองอย่างไรดี”

    “ เรื่องนั้นไม่มีปัญหา พวกเรามีอุโมงค์ลับ หนีออกจากเมืองหลวงแห่งนี้ได้ แต่ว่า คนของกู่เยี่ยนมีมากถึง สองร้อยคน เกรงว่าจะพาพวกเขาไปทั้งหมดคงใช้เวลา อีกอย่างคนของเราที่สถานปศุสัตว์ยังถูกทหารหมื่นคนจับกุมเอาไว้อีก”

    ราเชนพยักหน้า ไม่ว่าอย่างไรเขามีหนทางพาทุกคนหลบหนีได้อย่างแน่นอน

    “ ตอนนี้พวกมันยังไม่รู้สถานที่ซ่อนสมบัติของสำนักอสูรเทวะของเรา ข้าเชื่อว่าพวกมันจะยังไม่ทำอะไรกับพวกเขา”  เล่าขุนเอ่ยขึ้น

    “ แล้วศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองของข้า พวกเขาเป็นยังไงบ้าง”

    “ พวกเขาไม่ถูกลงโทษใดๆ อาจเป็นเพราะแม่นางไป๋เซียง ช่วยเหลือก็เป็นได้”

    เล่าขุยอธิบาย

    “ ข้าไม่อยากรออีกต่อไป ข้าจะไปพาพวกเขาออกมา”

    “ แต่ว่า ตอนนี้ราชสำนักรู้แล้วว่าท่านเป็นใคร พวกมันต้องวางกับดักเอาไว้แน่ๆ”

    “ ข้ารู้ดี ข้าไม่ประมาทแน่”

    ราเชนกำลังคิดอยู่ว่าจะหาวิธีช่วยพวกเขาอย่างไรดี ซึ่งตอนนี้เขามีลูกแก้วอัสนีเพียงลูกเดียว อาจต้องขนย้ายผู้คนอย่างน้อย สี่รอบ แต่ว่าหากได้ลูกแก้วอัสนีที่อยู่กับ กู่เยี่ยน ก็จะสารถย่นเวลาไปได้ครึ่งหนึ่ง

    “ตอนนี้ไปหาแผนที่เมืองหลวง และ ตำแหน่งที่ตั้งของคุกหลวงมาให้ข้าก่อน” ราเชนเอ่ย

    “ แผนที่เมืองหลวง นายท่านคิดจะทำอะไรกันแน่”

    “ ข้าจะทำให้จักรพรรดิจางมู่เฉิน รู้ว่า การที่คิดร้ายกับข้า พวกมันต้องตอบแทนด้วยอะไรบ้าง”

    ณ คุกหลวง

    หลางตง กับ กู่เยี่ยน ถูกทรมานอย่างหนัก ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากเหล็กเผาไฟ แต่พวกเขาทั้งสองกลับไม่ร้องออกมาสักคำเดียว

    “ ข้าพอมีวิธีให้มันพูดออกมา แต่ว่าพวกมันอาจจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปหลังจากตอบคำถามของพวกเราจบ”   ชายแต่งกายด้วยชุดลามะสีฟ้า กำลังเอ่ยกับ ชายผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งในความมืด พอเผยโฉมหน้าออกมา เขาคือ รัชทายาทจางอี้ แห่งอาณาจักรมัจฉิมานั่นเอง 

    “ ข้าไม่สนว่ามันจะเป็นยังไง วันนี้ข้าต้องการรู้ให้ได้ ว่า สมบัติสำนักอสูรเทวะ อยู่ที่ใดกันแน่”

    ลามะผู้นี้นามว่า ลามะภูษาฟ้า ฉีโคว่ มีพลังขั้นเซียนระดับสูง คำนับรัชทายาทจางอี้ แล้วเดินเข้าไปหา หลางตงก่อนเป็นคนแรก

    “ ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้งบอกมา สมบัติของสำนักอสูรเทวะ อยู่ที่ใดกันแน่”

    “ ข้าไม่รู้ หากว่าข้ารู้ก็ไม่มีทางบอกกับเจ้า” หลางตงยืนยันหนักแน่น

    ลามะฉีโคว่ ยิ้มอย่างโหด แล้วยัดยาเม็ดสีดำเข้าปากของหลางตง แล้วใช้ฝ่ามือตะปบไปที่กลางกระหม่อมของ หลางตงขับปราณลงไปเพื่อเม็ดยาของมันกระจายตัวเร็วขึ้น ตอนนี้ดวงตาของ หลางตงถึงกับเปลี่ยนไปกลายเป็นสีดำ

    “ บอกว่า สมบัติของสำนักอสูรเทวะ อยู่ที่ใดกันแน่”

    “ไม่รู้ มีเพียงเจ้าสำนักคนเก่าที่รู้ แม้แต่เจ้าสำนักคนใหม่ยังไม่รู้เลย”

    “ แล้วมีวิธีค้นหาสมบัตินั้นหรือไม่”

    “ บางที สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามของสำนักอสูรเทวะ อาจนำไปสู่ประตูเปิดขุมทรัพย์ก็เป็นได้”

    “ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามคืออะไร?”

    “ หยกมังกรศักดิ์สิทธิ์  กระบองมังกรศักดิ์สิทธิ์ และ หน้ากากอมตะศักดิ์สิทธิ์”

    “ ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”

    “ อยู่กับท่านเจ้าสำนักคนใหม่”

    “ หยางเฟยหลง?”

    หลางตงพยักหน้า 

    “ พวกเจ้าไม่มีทางทำอะไร เจ้าสำนักข้าได้หรอก หากว่าเขารู้ว่าข้าทั้งสองถูกจับ ท่านต้องมาที่นี่แน่ แล้วพวกเจ้าก็จะรู้ว่านรกที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร”

    “ เฮอะ เจ้าคิดว่าท่านแม่ทัพไป๋่ขอชีวิตเจ้าไว้ ข้าจะไม่กล้าฆ่าเจ้าหรือไง”

    รัชทายาทจางอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

    “ คนเราเกิดมาเพียงหนเดียว ก็ตายเพียงหนเดียว ชีวิตข้ายอมพลีให้กับ สำนักอสูรเทวะ ไม่ต้องให้ใครมาร้องขอชีวิตอยู่แล้ว”

    “ ถ้าเช่นนั้น คนในตระกูลของเจ้า 200 ชีวิต ลูกน้องของเจ้าอีกพันคนที่สถานปศุสัตว์นอกเมือง เจ้าก็ไม่สนอย่างนั้นรึ?”

    รัชทายาทจางอี้เอ่ยกระแทกใจกู่เยี่ยน ที่พอได้ฟังก็ถึงกระอักเลือดออกมา

    “ หยางเฟยหลงมันเป็นคนรักพวกพ้อง และลูกน้องของมันมาก หากเราประกาศออกไปว่าจะประหารคนของตระกูลกู่ 200 ชีวิต ข้าเชื่อแน่ว่า มันต้องปรากฏตัวอย่างแน่นอน”

    องค์ชายสี่หลี่หมิงเอ่ย ที่แท้ก็มาอยู่กับ รัชทายาทจางอี้ในคุกหลวงด้วย

    โดยมีกระเรียนฟ้า จ้าวเหล่ยเทียนยืนอยู่เคียงข้าง

    “ ดี พรุ่งนี้ประกาศออกไป ว่าจะประหารคนของตระกูลกู่ ข้อหากบฏ มาดูซิว่า เจ้าจะกล้ามาอย่างที่ท่านพูดหรือไม่” 

    รัชทายาทจางอี้เอ่ย พร้อมกับลุกเดินออกจากคุกหลวงไป

    รุ่งเช้าก็มีประกาศติดไปทั่วเมือง จะมีการประหารชีวิตตระกูลกู่ในเวลาเที่ยงของวันพรุ่งนี้ คนของเล่าขุยรีบมารายงานต่อราเชนทันที

    “  ชั่วช้าเกินไปแล้ว รัชทายาทจางอี้ เป็นเจ้าที่รนหาที่เองนะ”

    ราเชนมีแผนที่จะช่วยลูกน้องทุกคนให้ปลอดภัย โดยใช้เวลาอย่างน้อยสามวันแต่ว่าตอนนี้กลับมีเวลาแค่ไม่ถึง 12 ชั่วโมง เขาจึงต้องเปลี่ยนแผนการณ์ใหม่

    ด้านหน้ามีแผนที่ของเมืองหลวง วังหลวง คุกหลวง และ สถานปศุสัตว์นอกเมือง

    ราเชนปักหมุดสถานที่สำคัญเอาไว้ เกือบ ยี่สิบจุด ซึ่งเล่าขุยเองก็ยังมองแผนที่ด้วยความมึนงง จนกระทั่งราเชนได้อธิบายแผนการณ์ทั้งหมดของเขาให้ฟัง    ทำให้เล่าขุยถึงกับอึ้ง มองหน้าราเชนอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

    “ สถานที่สำคัญของทางการ พวกข้าสามารถทำตามคำสั่งนายท่านได้ แต่ว่า ภายในวังหลวง ข้าไม่อาจส่งคนเข้าไปได้”

    “ เจ้ารับผิดชอบ ทุกตำแหน่งในเมือง ส่วนในวังหลวงข้าจะจัดการเอง”

    “ แล้วคนของเราที่สถานปศุสัตว์เล่า”

    “ เจ้ากับข้าเพียงสองคนก็พอ”

    “ สองคน?” เล่าขุยอ้าปากค้าง กองกำลังทหารมัจฉิมานับหมื่น นายท่านมีวิธีจัดการยังไงกันแน่นะ เล่าขุนไม่กล้าถามมาก รีบสั่งการตามที่ราเชนบอก

    แล้วสองคนก็พากันออกจากเมืองหลวง โดยใช้ลูกแก้อัสนี นำพาไป  พอมาถึงสถานปศุสัตว์ ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 7 กิโล เป็นสถานที่เลี้ยงวัว เลี้ยงม้านับหมื่นๆ ตัว ซึ่งมีทุ่งหญ้าสีเขียวสวยงาม ตอนนี้คนของสำนักอสูรเทวะถูกกวาดต้อนให้มาอยู่ใน โรงเรือนขนาดใหญ่ มีทหารถืออาวุธล้อมรอบเอาไว้เป็นชั้นๆ

    “ นายท่านพวกมันมีกันมากมายเหลือเกิน พวกเราจะทำยังไงกันดี”

    ราเชนมองไปรอบๆ สถานที่พวกทหารยืนเรียงรายกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ แสดงว่าพวกมันถูกฝึกมาอย่างดี พวกมันยืนประจำการอยู่ทั้งหมด สิบจุด แต่ละจุดห่างกันประมาณ สองกิโลเมตร แต่จุดที่มีทหารเฝ้ามากที่สุด คือ โรงเรือนที่กักขังคนของสำนักอสูรเทวะประมาณ 1 พันคน

    “ ข้าจะยิงระเบิดควันพิษสลายพลังใส่พวกมันทั้งสิบจุด พอพวกมันสูดดมเข้าไป จะไม่มีแรงแม้นจะยืนอยู่ได้”

    “แต่ว่าพวกมันอยู่ห่างกันขนาดนี้ เราจะต้องใช้ระเบิดควันพิษมากขนาดไหนถึงจะพอ”

    “ นั่นเป็นหน้าที่ของข้า เจ้านำยาดมแก้พิษนี้ไปช่วยคนของเราหนีออกมาก็พอ”

    เล่าขุยถึงกับมึนงง  แต่ก็รีบพยักหน้าแล้ว รับยาดมแก้พิษจำนวนหลายสิบขวดเอาไว้  รอคำสั่งของเราเชน ที่ตอนนี้ นำธนูออกมา สิบดอก ทั้งสิบดอก บรรจุระเบิดยาพิษสลายพลังเอาไว้ด้วย

    ราเชนยิงธนูออกไปหลายสิบดอก แล้วใช้พลังจิตของตนเอง ควบคุมทิศทาง ลูกธนูพุ่งออกไปเข้ากลางกลุ่มของทหารทั้งสิบจุด 

    ตูม  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  !!!!!!!

    ระเบิดควันพิษ กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทหารทั้งสิบจุด ไม่ทันได้ถอยหนี  ต่างสูดดมยาพิษสลายพลังกันเข้าไป จากนั้นก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นโดยพร้อมเพรียง แม้แต่คนของสำนักอสูรเทวะ ก็ไม่เว้น ทุกคนล้วนถูกพิษกันหมด

    “ ไปช่วยพวกเขาเร็ว”

    ราเชนสั่งการ  เล่าขุยพุ่งกระโจนเข้าไปในทันที รีบใช้ยาดมแก้พิษ พอคนที่ได้ยาถอนพิษ ก็รีบช่วยคนอื่นๆ ต่อ โดยที่ทหารได้แต่มองโดยที่ไม่อาจทำอะไรได้เลยแม้แต่คนเดียว 

    ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ก็มีทหารม้ามาอีกเกือบห้าร้อยนาย ทั้งหมดใช้ผ้าปิดหน้าป้องกันควันพิษ กำลังจะเข้ามาสังหารคนของสำนักอสูรเทวะทั้งหมด ราเชนออกไปยืนขวางหน้าสวมหน้ากากอมตะ ถือธนูสุริยคราสเอาไว้

     “ อยากตายก็เข้ามาเลย”

    ทหารม้าเห็นราเชน ยืนตระหง่านแต่เพียงผู้เดียวก็ ไม่ได้หวาดเกรงอะไร ยังคงควบม้าเข้าใส่ พร้อมกับนำธนูเหล็กออกมาแล้วยิงใส่ ราเชนทันที

    ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!!!..............

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน