บทที่ 14 เคล็ดวิชาขั้นสามัญ
ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก เหล่าผู้าุโสูงสุดและผู้าุโทั้งหลายไม่คาดคิดว่า หอดาราจะมอบเคล็ดวิชาขั้นสามัญให้กับเซียวอวิ๋น หรือว่าหอดาราเห็นว่าพร์ของเซียวอวิ๋นธรรมดามากเกินไป?
ช่างน่าขันเสียจริง!
อัจฉริยะที่สามารถทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังถึงเก้าครั้ง จะเป็ผู้มีพร์ธรรมดาได้อย่างไร?
"เกิดอะไรขึ้น?"
ตี้เทียนเบิกตาโตด้วยความไม่อยากเชื่อ "หอดาราเกิดความผิดพลาดหรือไม่? ทำไมเซียวอวิ๋นถึงได้รับเคล็ดวิชาขั้นสามัญเช่นนี้?"
ไม่ไกลนัก เทียนอีเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาไม่รังเกียจที่จะฉวยโอกาสเยาะเย้ยตี้เทียนออกมาว่า "ฮ่าๆๆ ดูเหมือนสิ่งที่ศิษย์ของข้าพูดคงถูกต้องแล้วสินะ เด็กคนนี้ใช้กลโกงหลอกระฆังฮุ่นตุ้นให้มันดังเก้าครั้ง พร์ของเขาแท้จริงแล้วธรรมดายิ่ง"
ตี้เทียนแค่นเสียงตอบกลับไปว่า "เทียนอี เ้าคิดว่าระฆังฮุ่นตุ้นเป็อะไร มันคือศัสตราวิเศษขององค์ท่านจักรพรรดิ แม้แต่ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจหลอกได้ เว้นแต่ว่าเื้ัของเซียวอวิ๋นจะมีผู้ที่ใกล้จะเป็จักรพรรดิคอยสนับสนุน จึงจะสามารถหลอกระฆังฮุ่นตุ้นได้สำเร็จ"
"เื่นั้นใครจะรู้?"
เทียนอีพูดด้วยสีหน้าสะใจ "เ้าและข้าต่างเห็นชัดเจนว่า พร์ของเซียวอวิ๋นธรรมดามากเกินไป เหล่าบรรพชนก็คิดเช่นเดียวกัน ยามนี้หอดาราก็คิดเช่นนี้ บางทีคนผู้นี้อาจมีความพิเศษบางอย่าง สาเหตุที่ระฆังฮุ่นตุ้นดังเก้าครั้ง อาจไม่ใช่เพราะพร์ของเขาก็เป็ได้"
บรรดาผู้าุโสูงสุดและผู้าุโทั้งหลายต่างพากันพยักหน้าหงึกหงัก พวกเขารู้สึกว่าเหตุผลนี้น่ารับฟังยิ่งนัก
อย่างไรก็ตาม ระฆังฮุ่นตุ้นไม่อาจหลอกลวงได้
บางทีอาจเป็ดังที่เทียนอีกล่าวไว้จริง ๆ เซียวอวิ๋นไม่ได้อาศัยพร์ของตนเอง แต่อาศัยสิ่งอื่นใดจึงทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังขึ้นเก้าครั้งได้เช่นนั้น
"เป็ไปไม่ได้!"
เมื่อตี้เทียนได้ยินข้อกล่าวหาจึงตวาดกลับไปไม่รอช้า "ช่างเป็คำพูดเหลวไหลสิ้นดี เทียนอี ศิษย์ของข้าเซียวอวิ๋นมีพร์เหนือผู้ใด เมื่อคืนนี้ เขาได้เข้าใจแจ่มแจ้งใน 'คัมภีร์ฮุ่นตุ้น' ภายในหนึ่งวันสามารถบรรลุถึงเก้าขั้น นอกจากร่างกายจะสามารถดึงดูดพลังิญญาฟ้าดินมาหล่อเลี้ยงได้แล้ว ยังสามารถใช้พลังดวงดาวขัดเกลาร่างกายเพื่อเลื่อนขั้นพลังได้โดยตรงอีกด้วย ในเมื่อเขาสามารถสร้างรากฐานอันยอดเยี่ยมได้เช่นนี้ แล้วจะถือว่าเป็คนธรรมดาสามัญได้อย่างไร"
"อะไรนะ?"
"หนึ่งวันเก้าขั้น?"
"นั่นมันคัมภีร์ฮุ่นตุ้น เป็วิชาที่ยากที่สุดในวงการบำเพ็ญเพียรไม่ใช่หรือ"
...
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรดาผู้าุโสูงสุดและกลุ่มผู้าุโทั้งหลายต่างพากันอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
เทียนอีก็ใอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่แล้วก็เย้ยหยันว่า "ตี้เทียน นี่เป็เพียงคำพูดข้างเดียวของเ้า บางทีเมื่อวานอาจเป็เ้าเองที่สิ้นเปลืองพลังช่วยเซียวอวิ๋นเลื่อนขอบเขตเก้าขั้นในวันเดียว มิฉะนั้น ศิษย์ของเ้าจะทำสำเร็จได้อย่างไร หากข้าจำไม่ผิด เมื่อครั้งเ้าฝึกจนสำเร็จขั้นเก้า ก็ต้องใช้เวลาถึงสามสิบปีเต็ม และนั่นก็ถือว่าได้ทำลายสถิติของคนรุ่นก่อนแล้ว"
เมื่อกลุ่มผู้คนได้ยินดังนั้น ต่างก็มองตี้เทียนด้วยความสงสัยใจ
ด้วยว่าการบรรลุพลังเก้าขั้นในวันเดียวนั้นช่างน่าเหลือเชื่อมากเกินไป
แม้แต่ตี้เทียนเองก็ยังต้องใช้เวลาสามสิบปีจึงฝึกคัมภีร์ฮุ่นตุ้นสำเร็จถึงขั้นที่เก้า ซึ่งนอกจากจะทำลายสถิติของคนรุ่นก่อนแล้ว ยังเป็เื่ที่สร้างความฮือฮาให้แก่สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นได้อีกด้วย
แต่การบรรลุเก้าขั้นในวันเดียวนั้น ช่างน่าตะลึงเหลือเกิน ยากที่ผู้คนจะยอมรับได้
ที่จริงแล้วตี้เทียนก็รู้สึกตะลึงไม่ใช่น้อย หากไม่ได้เห็นกับตา เขาก็ไม่กล้าเชื่อ ดังนั้นเขาจึงเข้าใจความสงสัยของผู้คนเหล่านี้
แต่เขาไม่อาจยอมให้ผู้ใดสงสัยในตัวศิษย์ของตนเด็ดขาด จึงตวาดออกไปว่า "ข้าตี้เทียนขอสาบานต่อมหาเต๋า คำพูดของข้าเมื่อครู่ไม่มีเท็จแม้แต่น้อย!"
ผู้คนต่างใ การสาบานต่อมหาเต๋านั้นไม่ใช่เื่ล้อเล่น หากผิดคำสาบาน ต่อไปการเข้าใจในวิถีแห่งมหาเต๋าก็จะยากเย็น ไม่มีโอกาสก้าวหน้าในวิชาอีกเลย
หรือว่าเซียวอวิ๋นจะสามารถบรรลุเก้าขั้นในวันเดียวจริงๆ นี่เขาเป็ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจาก์หรืออย่างไร?
ช่างน่าตะลึงมากเกินไปแล้ว!
ไม่ไกลออกไป เมื่อเทียนอีเห็นตี้เทียนถึงกับออกปากสาบาน ก็ยิ้มเยาะพลางกล่าวว่า "ตี้เทียน เ้าเหลืออายุขัยเพียงร้อยปี ไม่มีโอกาสก้าวเข้าสู่ขอบเขตนภาอยู่แล้ว ถึงเ้าจะผิดคำสาบาน ก็ไม่มีผลร้ายแรงอันใด"
เมื่อผู้คนทั้งหลายได้ยินดังนั้นต่างพร้อมใจกันหันมองไปทางตี้เทียนเป็ตาเดียว เพราะคำพูดของเทียนอีมีเหตุผลควรรับฟังอย่างยิ่ง
"บัดซบ!"
ตี้เทียนโกรธแค้นอับอาย จ้องมองเทียนอีที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วเอ่ยเสียงเ็าว่า "ในเมื่อพวกเ้าไม่เชื่อ ข้าก็ไม่อยากพูดมาก ต่อไปศิษย์ของข้าจะพิสูจน์ความสามารถของตนเองให้พวกเ้าได้เห็นแน่นอน"
"เขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว..." เทียนอีเยาะหยันพลางจ้องมองไปที่หอดาราก่อนเหน็บแนมต่อไปว่า "เคล็ดวิชาระดับสาม...ถือเป็เคล็ดวิชาขั้นสามัญ ดูเหมือนในสายตาของหอดารา พร์ของศิษย์เ้าจะย่ำแย่ที่สุด จัดอยู่ในกลุ่มคนธรรมดาทั่วไป"
สีหน้าของตี้เทียนไม่สู้ดีนัก แต่ก็ไม่อาจโต้แย้งคำใด เพราะหอดารามอบเคล็ดวิชาระดับสามให้เซียวอวิ๋นจริง ๆ
ในใจของเขาอดเกิดความรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมาไม่ได้
...
ในเวลาเดียวกันนี้
ภายในหอดารา เซียวอวิ๋นก็กำลังมองดูคัมภีร์ 'หมัดทลายภูผา' ซึ่งมีสัญลักษณ์เคล็ดวิชาระดับสามประทับอยู่ด้วยสีหน้างุนงง
"เคล็ดวิชาระดับสาม? หอดาราดูถูกข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ถึงกับมอบเคล็ดวิชาระดับสามให้ข้า หรือว่าในสายตาของมัน พร์ของข้าเหมาะจะฝึกฝนเพียงเคล็ดวิชาระดับสามเท่านั้น?" เซียวอวิ๋นยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ
ก่อนที่เขาจะเข้ามาที่นี่ ท่านอาจารย์เคยให้ข้อมูลเอาไว้แล้วว่า เคล็ดวิชาแบ่งออกเป็หกระดับ ได้แก่ ระดับสาม ระดับสอง ระดับหนึ่ง ระดับพิเศษ ระดับยอดเยี่ยม และระดับสูงสุด
ระดับสามเป็เคล็ดวิชาลำดับชั้นต่ำที่สุด มีเพียงผู้ที่มีพร์ระดับสามัญและมีคุณสมบัติธรรมดาที่สุดเท่านั้น ถึงจะได้รับเคล็ดวิชาระดับสามจากหอดารา
เซียวอวิ๋นหันหน้ากลับมามองหลินเสี่ยวหย่าผู้ยืนอยู่ด้านข้าง แล้วสายตาก็เห็นแสงสว่างเจิดจ้าในมือของนาง ตำราโบราณเล่มหนึ่งปรากฏขึ้น บนหน้าปกแสดงสัญลักษณ์เคล็ดวิชาระดับสูง ‘แส้พันเงา’
เซียวอวิ๋นมุมปากกระตุก ศิษย์น้องของเขากลับได้เคล็ดวิชาระดับสูง ในขณะที่เขาได้เพียงระดับสาม... ช่างน่าอับอายเสียจริง
"ศิษย์พี่ ท่านได้รับเคล็ดวิชาอะไร ต้องเป็ระดับยอดเยี่ยมแน่ ๆ ใช่หรือไม่?" ในตอนนั้น หลินเสี่ยวหย่าก็ลืมตาขึ้น หลังจากเห็นเคล็ดวิชาของตัวเองแล้ว นางก็รีบมองมาที่เซียวอวิ๋นทันที
เมื่อเห็นเคล็ดวิชาขั้นสามัญในมือของเซียวอวิ๋น หลินเสี่ยวหย่าก็อุทานด้วยความประหลาดใจ "เป็ไปได้อย่างไร? ศิษย์พี่ได้รับเพียงเคล็ดวิชาระดับสามเท่านั้นหรือ? นี่เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด!"
"อะไรนะ? เซียวอวิ๋นได้รับเคล็ดวิชาระดับสามหรือ?"
"์ คงมีอะไรผิดพลาดกับหอดาราเป็แน่ ด้วยพร์ของเขา ควรจะได้รับเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมถึงจะถูก!"
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเซียวอวิ๋นถึงได้รับเคล็ดวิชาขั้นสามัญจากหอดารา?"
เมื่อผู้คนรอบข้างได้ยินเสียงของหลินเสี่ยวหย่าก็หันมามองด้วยความสนอกสนใจ ต่างคนต่างเปล่งเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน
เซียวอวิ๋นได้รับเคล็ดวิชาระดับสามจากหอดารา สำหรับพวกเขาแล้ว นี่ช่างเป็เื่ที่คาดไม่ถึงเอาเสียเลย
ตามพร์ของเซียวอวิ๋นควรจะได้รับเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมถึงจะถูก หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็เคล็ดวิชาระดับพิเศษ
[ติ๊ง ผู้ใช้ได้สร้างความตื่นตะลึงอีกครั้ง ก่อให้เกิดความฮือฮา รางวัลคือโอกาสในการรู้แจ้งสามครั้ง] ในฉับพลันนั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในสมองของเซียวอวิ๋น
เซียวอวิ๋นมุมปากกระตุก รางวัลนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเซียวอวิ๋นตรวจสอบระบบ ก็พบว่าตนเองมีโอกาสในการรู้แจ้งถึงสิบสามครั้ง จึงรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
ต้องอย่าลืมว่าก่อนที่จะเข้าสู่หอดารา เขามีโอกาสในการรู้แจ้งเพียงเจ็ดครั้งเท่านั้น บัดนี้เพิ่มอีกสามครั้ง ก็ควรจะมีเพียงสิบครั้ง เหตุใดจึงกลายเป็สิบสามครั้งได้เล่า?
เซียวอวิ๋นไม่รู้เลยว่า บนท้องฟ้าเหนือหอดารานั้น บรรดาท่านผู้าุโสูงสุดและเหล่าผู้าุโทั้งหลายก็ได้ส่งเสียง 'อุทาน' ให้กับเขาหนึ่งครั้ง และระบบก็นับรวมคะแนนเข้าไปด้วยนั่นเอง