“9 ครั้ง มันหมายความว่ายังไง” มู่หลานไม่สนใจคำพูดท่อนหลังของฉางเฟิงเพราะนางคิดว่าฉางเฟิงล้อเล่นแต่ครึ่งแรกกลับทำให้มู่หลานสนใจ
“บอกไปท่านก็ไม่เชื่อเอาไว้ท่านไปถามแม่นมของข้าเองก็แล้วกัน”ฉางเฟิงยิ้ม
ทั้งสองมาถึงหอประชุมเมื่อมาถึงสายตาไม่เป็มิตรจำนวนมากก็มองมายังฉางเฟิงแต่ละคนแสดงความไม่พอใจเพราะสถานะของฉางเฟิงในตอนนี้อยู่เหนือพวกเขาหลายคนไปแล้ว
“นี่หนะเหรอผู้าุโใหญ่ของหอโอสถยังเป็เด็กที่ยังไม่หย่านมด้วยซ้ำ”
“ท่านผู้นำเื่นี้ยังไงท่านก็ต้องให้คำอธิบายแก่พวกเรา”หลายคนพากันรีบกล่าวทันที
“ไม่รีบเอาละในเมื่อผู้าุโฉางเฟิงมาแล้วถ้างั้นเราก็มาเริ่มกันเถอะ ผู้าุโฉางเฟิงผู้าุโเหล่านี้ล้วนแต่บอกว่าท่านไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้าุโใหญ่ของนิกายท่านคิดเห็นอย่างไร”มู่หลินเสี่ยในชุดสีฟ้าสวมผ้าปิดหน้ามองไปยังฉางเฟิง
ดวงตาสีฟ้าฟ้าครามของนางกำลังคาดหวังกับฉางเฟิงว่าจะแก้สถานการณ์นี้อย่างไร
“อืมก่อนที่ข้าจะชี้แจ้งเื่ต่างๆข้าขอถามได้หรือไม่ว่าถ้าข้าไม่เหมาะแล้วใครจะเหมาะสมไปกว่าข้า”ฉางเฟิงกล่าว
“แน่นอนว่าต้องเป็ผู้าุโไคหวนเขาทำงานนี้มาหลายปีไม่เคยมีปัญหาเลย”ผู้าุโฝ่ายชายคนหนึ่งกล่าว
“ใช่แล้วผู้าุโไคหวนเป็ผู้มีความสามารถหาใช่สิ่งที่เด็กอย่างเ้าจะเทียบได้” ผู้าุโอีกคนหนึ่ง
“นิกายบุปผาหาใช่สถานที่ของเด็กเพราะงั้นเ้าควรจะละอายใจบ้างที่ทำให้ผู้าุโคนอื่นๆเดือดร้อน”ถั่วป้ากล่าว
ตอนนี้ผู้าุโฝ่ายหญิงเงียบเพราะพวกนางนั้นยังไม่รู้ว่าฉางเฟิงนั้นเป็คนมีความสามารถหรือเป็ตัวตลกกันแน่ดังนั้นพวกนางจึงยังไม่เคลื่อนใหว
“ดูเหมือนว่าพวกเ้าจะสนับสนุนไคหวนเพราะเขามีฝีมือสินะดีถ้างั้นไคหวนเ้าไม่คิดจะออกมาแสดงความสามารถออกมาหน่อยงั้นเหรอตอนนั้นประลองเม็ดยาระดับ 2 เ้าแพ้ข้า ถ้างั้นเรามาประลองเม็ดยาระดับ 3เลยเป็อย่างไร” ฉางเฟิงกล่าว
“อะไรนะไคหวนแพ้งั้นเหรอ”
“มีเื่แบบนี้ด้วยงั้นเหรอ”
“ถ้านี่เป็ความจริงไท่ซางก็เริ่มเคลื่อนใหวแล้ว”
เหล่าผู้าุโฝ่ายหญิงพากันเริ่มแสดงท่าทางออกมาส่วนผู้าุโฝ่ายชายพากันมองไปยังไคหวน ตอนนี้ไคหวนมีใบหน้าบิดเบี้ยว ความอัปยศที่เขาไม่อยากให้คนอื่นรู้ที่สุดกลับถูกฉางเฟิงเปิดเผย
“เื่นี้เป็ความจริงการประลองนี้คนในหอโอสถทุกคนเป็พยานได้” มู่หลานกล่าว
“ทำไมเ้าไม่กล้างั้นเหรอ ดีถ้างั้นข้าจะแสดงให้พวกโง่หลายคนได้เห็นเองว่าใครกันแน่ที่เป็เด็กน้อยสมองมีแต่ขี้เลื่อย”ฉางเฟิงกล่าว
ฉางเฟิงนำเตาปรุงยาออกมาพร้อมกับโบกมือสมุนไพรทั้งหมดก็ถูกเพลิงสีน้ำเงินปกคลุมจากนั้นฉางเฟิงก็ควบคุมสมุนไพรให้พุ่งเข้าสู่เตาปรุงยาพร้อมๆกัน
“ถึงกับมีเพลิงวิเศษงั้นเหรอ”
“นั่นมันเพลิงวิเศษอะไรทำไมข้าถึงไม่เคยเห็นเพลิงสีน้ำเงินมาก่อน”
“เพลิงแก่นมหาสมุทร”มู่หลินเสวี่ยหรี่ตาลง
“เหอะนึกว่ามีฝีมือที่แท้ก็พวกโง่ใครเขาปรุงยาโดยใส่สมุนไพรเข้าไปทั้งหมดพร้อมๆกัน”
“ดูยังไงก็เป็พวกไม่มีความรู้”ผู้าุโฝ่ายชายรีบเย้ยหยันทันที
“พวกเ้าอย่าได้พึ่งสรุปกันไปเองพวกเ้าที่ไม่มีความรู้ก็ควรจะหุบปากเอาไว้บ้างนะ” มู่หลานกล่าว
“ใช่แล้วผลยังไม่ออกมาแล้วพวกเ้าจะพูดมากเพื่อ!!!!” ผู้าุโฝ่ายหญิงเองก็เริ่มเข้าข้างทางฉางเฟิงทันที
“นี่พวกเ้า!!!!”ถั่วป้ากำหมัดแน่น
“หลอม!!!!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองฉางเฟิงก็หลอมเม็ดยาสำเร็จเม็ดยาเป็สีขาวไร้สีไร้กลิ่นเหมือนเดิมฉางเฟิงโยนเม็ดยาไปให้กับมู่หลินเสวี่ยทันที
“ท่านลองดูเอาเองว่ามันเป็ยังไง”ฉางเฟิงกล่าว
ในที่นี้ของแค่ผู้นำตัดสินคนอื่นๆก็ไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้
“แม้ข้าจะไม่ใช่นักปรุงยาแต่ข้าก็พอจะรู้ว่าเม็ดยาไร้กลิ่นนั้นหมายถึงอะไรนี่คือเม็ดยาฟื้นฟูพลังปราณระดับ 3 และยังมีคุณภาพสูงสุดอีกด้วย” มู่หลินเสวี่ยกล่าว
“เป็ไปไม่ได้”ผู้าุโฝ่ายชายเหมือนโดนตบหน้าพวกเขาพึ่งจะเยาะเย้ยฉางเฟิงไปมากแต่ไม่คิดว่าฉางเฟิงกลับทำได้จริง
“เอาละไคหวนเ้าบอกพวกมันไปสิว่าเ้าปรุงยาระดับ3 คุณภาพสุดยอดได้หรือไม่” ฉางเฟิงกล่าว
“นี่!!!!!!!!!”ไคหวนหน้าซีดตอนนี้เขาไม่สามารถพูดอะไรได้แล้ว
“เอาละคราวนี้ใครว่าข้าไม่เหมาะสมอีก”ฉางเฟิงกล่าว
“ข้ายอมรับว่าเ้ามีความสามารถในการปรุงยาแต่การเป็ผู้าุโใช่ว่าจะมีเพียงความสามารถด้านการปรุงยาอย่างเดียวด้วยระดับพลังของเ้าเป็ศิษย์น่าจะเหมาะสมกว่า” ถั่วป้ากล่าว
“เมื่อเ้าพูดถึงความแข็งแกร่งเ้าเองก็พึ่งจะพ่ายแพ้ข้าไปเช่นกันดังนั้นถ้าข้าไม่เหมาะเ้าจะก็คงไม่เหมาะจะเป็ศิษย์ด้วยซ้ำ”ฉางเฟิงกล่าว
“นี่เ้า!!!!”ถั่วป้าโกรธอย่างมาก
“เอาละเื่ไร้สาระที่พวกเ้าหาข้ออ้างมาในวันนี้ไม่ใช่เพราะพวกเ้าไม่อยากจะเสียผลประโยชน์หรอกเหรอเพราะสำหรับพวกเ้าหอโอสถทำกำไรให้กับพวกเ้ามากโขเลยนี่” ฉางเฟิงกล่าวเสร็จก็นำสมุดบันทึกหลานเล่มออกมา
“นี่คืออะไร”มู่หลินเสวี่ยกล่าว
“สมุดบันทึกรายงานที่เหล่าผู้าุโร้องขอให้หอโอสถปรุงยาตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเ้าดู ทุกๆเดือนทางหอโอสถจะต้องปรุงยาพลังปราณระดับ 1-2 ให้ได้อย่างต่ำ 1พันเม็ด และยาพลังปราณนี้ยังแบ่งออกเป็สองประเภทหลังจากที่นิกายเปลี่ยนแปลงไปให้ผู้ชายเข้าร่วมนั่นก็คือเม็ดยาพลังหยางและเม็ดยาพลังหยินซึ่งเหมาะแก่ศิษย์ชายและศิษย์หญิง
แต่พวกท่านดูรายการเหล่านี้ 7 ในสิบส่วนเป็เม็ดยาพลังหยางและอีก 3 ส่วนเป็เม็ดยาพลังหยินพวกท่านคงจะรู้สึกได้แล้ว ถูกต้อง นิกายบุปผามีศิษย์หญิงเป็ส่วนใหญ่ถ้าให้คิดก็ 7ใน 10 ส่วนคือศิษย์หญิงที่เหลือคือศิษย์ชาย แต่ทำไมรายการเม็ดยาพลังหยางถึงได้มากกว่าจำนวนของศิษย์ละพวกท่านไม่คิดว่ามันแปลกบ้างเหรอ” ฉางเฟิงกล่าว
“ไคหวนถ้าเ้าไม่มีคำอธิบายชีวิตของเ้าคงรักษาไม่ได้แล้ว”มู่หลินเสวี่ยโกรธมากทันที
“ไม่แปลกใจเลยที่เหล่าศิษย์มาร้องเรียนว่าไม่ได้รับเม็ดยาพลังหยิน”
“บัดซบพวกเ้านี่มันรวมหัวกันทำลายนิกาย”เหล่าผู้าุโฝ่ายหญิงพากันโกรธขึ้นมา
ใบหน้าของถั่วป้าซีดเผือดพวกเขาไม่คิดว่าฉางเฟิงจะหาหลักฐานพวกนี้พบเร็วขนาดนี้เพราะพวกเขาซ่อนสมุนบันทึกเอาไว้ในที่ลับในหอโอสถแต่ว่าที่ลับที่ว่าไม่สามารถหลบสายตาของเสี่ยวจินได้
“เื่นี้ข้าได้รับคำสั่งออกมาอีกที”ไคหวนตอนนี้หวาดกลัวมากเพราะมู่หลินเสวี่ยเตรียมลงมือสังหารตนได้ทึกเมื่อ
แต่ในตอนนั้นเองไคหวนก็ร่างกระตุกและล้มลงทันทีฉางเฟิงหรี่ตาลงเขาไม่คิดว่าถั่วป้าจะโเี้เช่นนี้ถึงขนาดวางยาไว้ในร่างของไคหวน