"คิดหนีรึ...ไม่มีวัน บิดาจะบั้นเจ้า"
ความเกรี้ยวกราจองอาจยิ่งกว่าเจ้าแห่งป่าปะทุออกมาจากระบี่เล่มหนึ่ง ภายในกระบี่นั้นคือคางคกสุริยันที่ยังมิอาจระบายอารมณ์อันอั้นของมนได้ เพราะนี้เป้นการระเบิดอารมณ์ครั้งแรกของมัน มันเอาเรื่องร้ายๆที่เคยพบในชีวิตทั้งหมดมาลงในความโกรธครั้งนี้ราวกับเด็กถูกกลั่นแกล้งมาเนิ่นนานหลายปีและระเบิดอารมณ์ออกด้วยด้วยการฆ่าคนที่ทำให้เกิดอารมณ์
และนี่นับว่าเป็นเคราะห์ร้ายของคนที่ไม่ได้ก่อเรื่องอย่างแท้จริง หากมันเปนราชสีห์คงไม่เกิดเรื่องราวเช่นนี้ขึ้นอย่างแน่นอน ต่อให้โกรธอย่างไรราชสีห์ย่อมระงับได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมันมีสมองใหญ่กว่าเจ้าคางคก ทั้งยังเข้าใจโลกมากกว่านัก เพราะว่ามนความความยากลำบากและความโหดร้ายมาก่อน
ผุบ ผุบ ผุบ ผุบ....
ชวิ้ง ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ........
กระบี่ทัณฑ์เพลิงเปล่งแสงบินไปบั้นร่างของบ่าวตะขาบที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินอีกห้าหกตตัวเป็นเศษเนื้อบ่าวตะขาบ ต่อให้เปลือกมันจะแข็งยังไงก็มิอาจทานทนต่อคมกระบี่อันเป็นอาวุธเทพที่มีวิญญาณเทพสถิตอยู่ภายใน
ผ่านไปไม่ถึงนาทีบ่าวตะขาบทั้งหมดซ้ำยังทีจำนวนมากกว่าตอนหลินหลงสู้ด้วยถูกจัดการไปอย่างง่ายดาย ตะขาบหน้าคนที่หลบหนีไม่ต่างกับเนื้อวิ่งได้ ไม่ว่ายังไงมันก็ถูกตามทัน
"หนีไม่พ้นหรอกตะขาบประหลาดมาให้บรรพบุรุษเจ้าบันเป็นชิ้นๆโดยดีมา มาจะบั้น ข้าจะช่วยบั้นและส่งเจ้าไปสู่ภพภูมิอันบัดซบระยำดุจพี่น้องเจ้าก่อนหน้า"
ซึบ!
กรี๊ซซซซซซซซซซซ
ปรุ้งงงงงงงงง
ปลายกระบี่ทิ่งแทงลงไปยังผืนดิน ก่อนร่างตะขาบสีชมพมีหน้าเป็นหญิงชรากับเขี้ยวสองคู่และขายาวสีแดงหม่นนับร้อยจะพุ่งขึ้นมาจากผืนดินในฉับพลัน
"ปรากฎแล้ว ปรากฎแล้ว ปรากฎแล้ว ท่าคางคกสุริยันจะบั้นเจ้าไอ้ตะขาบอัปลักษณ์หน้าคล้ายตัวปะไป ตาย ตาย ตาย ตายห่าไปซะ"
อยู่ๆโทษะของคางคกสุริยันพุ่งทะยานขึ้นมาในพริบตาเมื่อมันเห็นใบหน้าของหญิงชรา เพราะในสายตาของมันคือตัวประหลาดไม่ต่างจากหลินหลง มิใช่สิต้องบอกว่า ในสายตามัน มนุษย์คือตัวประหลาด..ที่มันคิดอย่างนี้ไม่ใช่อะไรนอกเสียจากว่ามันไม่รู้จักมนุษย์และเทพ ทว่า..วิญญาณและปีศาจมันกลับรู้ดีซะยิ่งกว่าอะไร
"จะฆ่าข้าหรือ กรี๊ซๆ"
ใบหน้าหญิงชราบนร่างตะขายหน้าคนส่งเสียงออกไม่ต่างจากคนกำลังกล่าวถ้อยคำ เพียงแต่มันกลับทำให้คางคหสุริยันโกรธเกรี้ยวจนกระยี่ทัณฑ์เพลิวกลายเป็นสีแดงฉาน ลวดลายและร่องรอยทุกอย่างหายไปเพราะถูกเปลวไฟควบคุม
"ตาย ไปตายซะ ไอ้ตัวประหลาดเน่าเหม็น"
ฟิ้ว
สิ้นเสียงคางคกสุริยันกระบี่ทัณฑ์เพลิงพลันพุ่งเข้าใส่ตะขาบหน้าคนเสมือนแสงอันแหลมคมทิ่มแทงร่างกาย
เกร้ง กึบ!
กระบี่ทัณฑ์เพลิงถูกต้านรับไว้ด้วยเขี้ยวของตะขาบหน้าคน แต่ว่าเขี้ยวของตะขาบหน้าคนนั้นถูกคมกระบี่เฉือนเข้าไปเกือบครึ่ง
กร๊าซซซซซซซ
ตะขาบหน้าคนส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมกับพิษสีเขียวราวตะไคร่ไหลออกมาจากรอยตัดตรงเขี้ยว ไม่นานตะขาบหน้าคนก็หันมามองกระบี่ทัณฑ์เพลิงด้วยความโกรธ ก่อนการต่อสู้อันรุนแรงจะเกิดขึ้น ผลแพ้ชนะนั้นมิต้องกล่าวถึง อย่างไรคางคกสุริยันย่อมชนะ
มันเป็นเพียงวิญญาณได้รับความเสียหาน้อยนิดบนตัวกระบี่ทัณฑ์เพลิงก็ไร้รอยขีดข่วน จะมีก็แค่ตะขายหน้าคนที่ถูกเฉือดเฉือนดั่งหมูหมา เนื้อหนังมังสาขาดรุ่ย เกล็ดเกริดแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี โลหิตสีขาวยังตกตามพื้นเป็นทางยาว แน่ชัดแล้วว่ามันไร้ทางรอด
. . . . . . .
หนึ่งเดือนผ่านไป
หลังจากข้ามผ่านป่ามาได้หลินหลงก็มาถึงเมืองเล็กๆในแผ่นดินใหญ่ แต่หลินหลงยังเดินทางต่อไปด้วยเงินสดที่กดออกมาจากตู้กดเงินเขาไม่สนแล้วว่าหลิน แม่ของเขาจะรู้ว่าเขาอยู่นี่หรือไม่ ส่วนเรื่องของลมปราณนั้นฟื้นคืนมาได้สามสิบในร้อยส่วน สภาพของเส้นลมปราณเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย
ผ่านไปอีกเจ็ดวัน
ในที่สุดหลินหลงก็เดินทางมาถึงห้องพักของเยว่หลง ที่ได้ขังนักฆ่าสาวเอาไว้พร้อมกับอสรพิษทั้งสี่และได้นำนางสวรรค์ซีเยว่มาด้วยลูกไฟสีดำ อย่างไรก็ตามหลินหลงแค่แวะมาดูเท่านั้น เพราะเขาต้องไปยังโรงประมูลแห่งหนึ่งที่จัดการประมูลน่าสนใจขึ้นมา ข่าวนี้หลินหลงได้รับมาระหว่างการเดินทางกลับและยังเป็นเรื่องจริง
อีกอย่าง...หลังจากการประมูลครั้งนี้หลินหลงจะกลับไปยังป่า เนื่องจากเขาได้รับรู้ถึงบางอย่างที่น่าสนใจบนป้ายแผ่นหิน แผ่นหนึ่งก่อนถึงทางออกจากป่า
"เราควรตรวจสอบหรือเข้าไปด้านใน"
หลินหลงพึมพำถามตนเอง น่าเสียดายที่ไม่ทันได้คำตอบประตูก็ถูกเปิดออกมาอย่างแผ่วเบา ผู้เปิดไม่ใช่ใครนอกจากนางสวรรค์ซีเยว่
วินาทีแรกที่เธอเห็นใบหน้าของหลินหลงเธอกระโดดกอดเขาทันที ประตูที่ถูกเปิดพลันอ้าออกเรื่อยๆจนเห็นด้านใน ด้านในที่เปลี่ยนไปจนแปลกตากับภาพนักฆ่าสาวกำลังทำอาหารกับอสรพิษสี่ตัวที่นอนอย่างสบายใจบนโซฟาบ้าง พื้นบ้าง เตียงบ้าง
"มันเกิดอะไรขึ้น!?"
หลินหลงถามพลางมองนางสวรรค์ซีเยว่อย่างงุนงง เพราะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่จากไปและนักฆ่าทำไมถึงไม่ได้ถูกมัด ไหนจะอสรพิษทั้งสี่ตัวที่ดูอวบอ้วนขึ้นเล็กน้อย
"เข้ามาก่อนสิเดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟังระหว่างทานข้าว"
พอได้ยินคำว่าทานข้างและนักฆ่าสาวเป็นคนทำ หลินหลงตาเหลือกในทันที
'นักฆ่าทำอาหารไม่ใช่ว่าใส่ยาพิษลงไปหรอกนะ'
ไม่นานหลินก็เดินตามนางสวรรค์ซีเยว่เข้ามานั่งที่โต๊ะพลางมองนักฆ่าสาวที่นำอาหารมาวางอย่างมีมารยาท ก่อนนางสวรรค์ซีเยว่จะเริ่มเล่าให้หลินหลงฟังทั้งๆที่ไม่รู้จักชื่อกัน แน่นอนว่าชื่อของนักฆ่าสาวเขาก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าเธอเป็นฉิงเหรินกลับชาติมาเกิด คนที่มองแล้วรูสึกคลั่งแค้น เพราะหักอกเขาทั้งยังทำให้ตกอยู่ในความทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น
"ตอนนั้นที่เจ้าส่งเรามาในที่แห่งนี้เราก็เห็นหญิงสาวคนนั้นถูกมัดเอาไว้แล้วยังมีอสรพิษวิญญาณสี่ตัวเฝ้าไว้อีก สภาพนางในตอนนั้นมันน่าสงสารมากเราจึงช่วยนางและส่งปราณไปฟื้นคืนสภาพร่างกาย น่าเสียดาย"
นางสวรรค์ซีเยว่หยุดเล่าไปครู่หนึ่งพลามมองนักฆ่าสาวที่เสิร์ฟข้าวเสริฟน้ำราวกับมานั่งร้านอาหาร พอเธอเดินไปนางสวรรค์ซีเยว่จึงเล่าต่อ
"น่าเสียดายที่นางลงมือโจมตีข้ามัยช่วยไม่ได้ที่ข้าต้องกำราบนาง เพราะเห็นความดุร้ายในแววตาไม่แปลกเลยที่เจ้าจะมัดนางเอาไว้ หลังจากถูกข้าสั่งสอนมาสิบห้าวันนางก็ดูจะเชื่องและไม่ดุร้าย ไม่มีอันตรายคุกคาม"
"เชื่องและไม่ดุร้าย"
หลินหลงพึมพำขึ้นมาพอเห็นว่านางสวรรค์ซีเยว่กล่าวถึงแค่ตรงนั้น ก่อนจะเหลือบมองนักฆ่าสาวที่กลายเป็นแม่บ้านผู้ซื่อสัตย์ไป
'เอาเถอะอย่างไรก็ดี ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปก่อนหลังจากการประมูลจบลงและจัดการเรื่องบางอย่างแล้วข้าจะกลับมาอีกครั้ง'
-----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
ติชมได้นะ