(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว

    บทที่ 55 ซ่อนคากิตุ๋นน้ำแดงไว้ที่ไหน

    บทที่ 55 ซ่อนคากิตุ๋นน้ำแดงไว้ที่ไหน


    เยี่ยนลี่เฉิงรู้สึกว่าอิงอิงน้อยนอนหลับไม่สนิท เหมือนว่าจะฝันอยู่บ่อย ๆ


    เมื่อตื่นมาตอนเช้าและเห็นอิงอิงน้อยง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น เขาก็เจรจากับเธอ


    “อิงอิงน้อย วันนี้ลาหยุดสักวันไหม ไม่ต้องไปโรงเรียนแล้ว?”


    ถึงฉินอิงอิงจะจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนฝันว่าอะไรบ้าง แต่ก็รู้สึกว่าตนเองจำเป็นต้องทำอะไรสักหน่อย และสิ่งที่จำเป็นอย่างมากคือต้องอยู่ให้ห่างจากบ้านตระกูลฉิน


    เธอง่วงจนหาวอยู่ตลอด ตาสีดำเป็นประกายมีน้ำตาเอ่อคลอ เจ้าตัวเล็กส่ายหน้าอย่างฝืน ๆ


    “ไม่เอา พี่ลี่เฉิง อิงอิงน้อยเป็นเด็กดีจะหยุดเรียนตามใจชอบไม่ได้”


    เยี่ยนลี่เฉิงนึกไม่ถึง เธอเพิ่งอายุสามขวบครึ่ง ไม่คิดว่าจะรู้ว่าปกติแล้วเด็กดีจะไม่ลาหยุดหรือโดดเรียน


    พอเห็นน้องสาวทำตาสะลึมสะลือ เยี่ยนลี่เฉิงก็เจ็บปวดใจมาก


    “แต่อิงอิงน้อยท่าทางเหมือนนอนไม่ค่อยพอเลยนะ อิงอิงน้อยยังเด็ก ลาหยุดบ้างครูหลี่ก็ไม่คิดว่าอิงอิงน้อยเป็นเด็กไม่ดีหรอก”


    ฉินอิงอิงยังยืนหยัดตามเดิม “ไม่! อิงอิงจะไปเรียน!”


    เธออยากลุกขึ้นแล้ว


    เพื่อที่จะป้องกันเสียงนั่นไม่ให้โผล่ขึ้นมาบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงไม่ให้สติปัญญาของเธอถูกลดทอน เธอต้องลองห่างกับบ้านตระกูลฉินดูบ้าง


    แต่เหมือนว่าที่โรงเรียนเสียงนั่นก็ตามไปหลอกหลอนเธอได้เหมือนกัน


    ช่วงพักกลางวันมื้อเที่ยงที่โรงเรียนในวันนั้น ฉินอิงอิงฝันว่าเธอพูดอะไรบางอย่างกับพี่ลี่เฉิง ผลคือหลังจากตื่นนอน เธอก็ลืมไปจนหมด


    แต่นั่นไม่สำคัญ

    ต้องมีสักวิธีที่ช่วยเธอได้


    โรงเรียนก็ต้องไปอยู่ดี ยังไงเธอก็คุยกับหม่าฮ่าวแล้วว่าวันนี้เธอจะเอาคากิตุ๋นน้ำแดงไป ไก่ย่างด้วย!


    เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปได้หรือเปล่า…


    ฉินอิงอิงงีบหลับตลอดทางจนถึงโรงเรียน ฉินอี้หานรอจนไม่เห็นแผ่นหลังของลูกสาวแล้วถึงได้ถามลี่เฉิงที่กำลังเตรียมตัวลงจากรถ


    “อิงอิงน้อยพักผ่อนไม่เพียงพอเหรอ?”


    เยี่ยนลี่เฉิงพยักหน้า “เหมือนว่าน้องจะฝันอยู่ตลอด เธอร้องเฮอะเป็นพัก ๆ เดิมทีผมอยากให้เธอลาหยุดหนึ่งวันและพักผ่อนอยู่ที่บ้าน แต่เธอบอกว่าเธอเป็นเด็กดีจะลาหยุดตามใจชอบไม่ได้”


    ฉินอี้หานทั้งมีความสุขทั้งเจ็บปวดใจ “รู้ไหมว่าทำไมเธอถึงฝัน?”


    “ตอนนี้ยังไม่รู้ครับ” เยี่ยนลี่เฉิงคิดสักครู่และเอ่ยต่อ “เหมือนว่าตอนนอนกลางวันอิงอิงจะขมวดคิ้วบ่อยมาก บางทีก็พูดอะไรที่ฟังดูคลุมเครือ แต่ผมก็ได้ยินไม่ถนัดสักเท่าไหร่”


    ฉินอี้หานขมวดคิ้ว “รอให้ถึงสุดสัปดาห์ก่อน อาจะพาเธอไปโรงพยาบาล ทั้งคู่ควรไปพบอาซ่ง”


    “อื้ม!”


    ทั้งสองคนแยกย้าย ฉินอี้หานไปทำงาน ส่วนเยี่ยนลี่เฉิงไปอาคารเรียนชั้นมัธยมปลาย


    นักเรียนฉินอิงอิงกับหม่าฮ่าวเปลี่ยนที่ซ่อนอาหาร นักเรียนหม่าฮ่าวเห็นอิงอิงน้อยกินคากิตุ๋นน้ำแดงเข้าปากไปคำใหญ่


    ในมือของเขาถือน่องไก่ย่างอยู่สองน่อง เหมือนกับก่อนหน้านี้ จริง ๆ แล้วมีชิ้นหนึ่งเตรียมไว้ให้กับพี่ลู่ฉี ผลคือพี่ลู่ฉีไม่มา เขาเลยยกให้อิงอิงน้อยสองชิ้น


    แต่อิงอิงน้อยกินได้น่าเอร็ดอร่อยมาก เห็นชัดอยู่ว่ามื้อเช้าหม่าฮ่าวกินอิ่มแล้ว แต่ในตอนนี้กลับน้ำลายสออย่างอดไม่ได้


    ฉินอิงอิงมองเพื่อนตัวอ้วน “นายหิวอีกแล้วเหรอ?”


    หม่าฮ่าวส่ายหน้า “ไม่ได้หิว เมื่อเช้าฉันกินเยอะมากแล้ว ฉันกินก๋วยเตี๋ยวสองชามใหญ่ แล้วก็คากิตุ๋นน้ำแดง กินผักกาดไปตั้งหนึ่งใบแหน่ะ!”


    ฉินอิงอิงที่ปากเต็มไปด้วยคราบน้ำมันมองเขาอย่างชื่นชม “นายก็ไม่ชอบกินผักเหมือนกันสินะ”


    หม่าฮ่าวประหลาดใจ “เธอก็ด้วยเหรอ?”


    “อื้ม!” ฉินอิงอิงพยักหน้ารัว “ไม่น่าล่ะฉันถึงได้ชอบนายมากตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ ที่แท้เราก็เป็นพวกเดียวกันนี่เอง!”


    ถึงไม่ใช่วาฬเพชรฆาตเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็ชอบกินเนื้อแบบเดียวกัน!


    ใบหน้าอ้วนกลมของหม่าฮ่าวกลายเป็นสีแดงอีกแล้ว


    พอเห็นอิงอิงน้อยก้มหน้าเคี้ยวคากิหนุบหนับ เขาก็หัวเราะฮี่ ๆ อย่างอดไม่ได้


    “ฉันก็ชอบเธอเหมือนกันอิงอิงน้อย”


    เด็กชายไม่เคยชอบใครมาก่อน แต่กับอิงอิงแค่เห็นก็ทำให้ใจและดวงตาเต็มไปด้วยความสุขได้ แม้แต่คากิตุ๋นน้ำแดงและน่องไก่ย่างของโปรดเขาก็ยินดียกให้เธอ!


    เพราะเธอก็ชอบเขาเหมือนกัน


    ฉินอิงอิงเป็นคนแรกที่ไม่เกลียดเขาเพียงเพราะเขาแตกต่างจากคนอื่น


    ครูหลี่จ้องเด็กน้อยสองคนนี้นานแล้ว


    ถึงอิงอิงน้อยจะอ้วนกลมกว่าเด็กปกติ แต่เธอก็ยังตัวเล็กสำหรับผู้ใหญ่ หากลองได้ซ่อนตัวแล้วไม่ใช่ว่าจะหาเจอได้ง่าย ๆ


    วันนี้ฉินอิงอิงไม่ได้สวมกระโปรง เธอสวมชุดกีฬาสีชมพูกับรองเท้ากีฬาสีขาว ครูหลี่แอบดูทั้งคู่อยู่หลังกำแพงสีขาวขนาดใหญ่ แต่เบื้องหน้าเธอมีต้นไม้ขวางอยู่ทำให้มองเห็นไม่ชัดนัก

    หม่าฮ่าวเป็นเป้าหมายที่เห็นได้ง่ายที่สุด ครูหลี่เห็นว่าเขาสูดน้ำลายของตัวเองเข้าปากพลางก้มหน้าเล็กน้อย เขาหันหน้ามองไปทางหนึ่งแล้วยิ้ม…


    เด็กชายจะยิ้มให้ใครได้อีก ถ้าไม่ใช่อิงอิงน้อย


    นี่กำลังแอบกินอะไรกันอยู่?


    ครูหลี่สงสัย นักเรียนหม่าฮ่าวแอบเอาของกินเข้ามาได้ยังไง


    เธอคิดไม่ออกเลยว่าการตรวจเมื่อเช้าของตัวเองกับครูอู๋ตกหล่นตรงไหนกันแน่


    ฉินอิงอิงมีประสาทสัมผัสทั้งห้าที่ไวต่อความรู้สึก ในวินาทีที่ครูหลี่มองเห็นพวกเขา เธอก็รู้ตัวแล้ว


    "หม่าฮ่าว ครูหลี่มองพวกเราอยู่"


    หม่าฮ่าวก้มหน้า ในมือยังมีน่องไก่ย่างอีกสองน่อง ส่วนอิงอิงน้อยกำลังเริ่มกินขาหมูอบซอสแดงชิ้นที่สองซึ่งอยู่ในมือ


    เยอะขนาดนี้จะให้อิงอิงน้อยกินหมดทันทีได้เหรอ?


    อิงอิงน้อยต้องสำลักแน่


    เขาอยากกิน!


    แต่เขาก็อยากเก็บไว้ให้ฉินอิงอิงกินมากกว่า


    "อิงอิงน้อย เรา…"

    ฉินอิงอิงรู้สึกได้ว่าครูหลี่เหม่ออยู่ เธอถึงได้ใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว


    “ไม่เป็นไร เรารีบกินเถอะ กว่าเธอจะมา เราก็กินเสร็จกันแล้ว”


    ในสมองของเธอมีประโยคหนึ่งผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ‘จะทำผิดกฎก็อย่าทิ้งหลักฐาน’


    หม่าฮ่าวกำลังจะพูด น่องไก่ย่างน่องหนึ่งในมือเล็กก็ยัดเข้ามาในปากเขาเสียก่อน


    “อึก…” สีหน้าของหม่าฮ่าวตื่นตะลึง


    นี่มันน่องไก่ย่างที่เขาเก็บไว้ให้อิงอิงน้อยนะ


    อิงอิงน้อยยังไม่ได้ชิมเลย


    ฉินอิงอิงยิ้มจนตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว “รีบกินสิ ๆ ไม่งั้นน้ำลายของนายจะไหลมาเปื้อนเสื้อแล้วนะ”


    หม่าฮ่าวรีบเปลี่ยนมาก้มหน้ามองหาคราบน้ำลาย

    เด็กชายพบว่าที่หน้าอกเขามีรอยเปียกชื้นเล็ก ๆ อยู่หนึ่งวงจริง ๆ ใบหน้าใหญ่ ๆ ของเขากลายเป็นสีแดงแจ๋


    “อึก… อิงอิงน้อย นี่เธอ…”


    ฉินอิงอิงอ้าปากงับคากิคำโต กัดหนึ่งคำอย่างเอร็ดอร่อยและพูดกับเขาอย่างแฝงความหมาย


    “รีบกินสิ พรุ่งนี้อย่าลืมเอามาอีกนะ”


    “อื้ม!” เด็กชายยัดน่องไก่เข้าปากไปหมดแล้ว เปื้อนน้ำลายแบบนี้จะให้อิงอิงน้อยกินได้ยังไง


    หม่าฮ่าวแทะน่องไก่พลางมองน่องไก่อีกน่อง อย่างน้อยก็เก็บให้อิงอิงน้อยหนึ่งน่องได้


    เด็กน้อยตัวอ้วนกลมมีความสุขอีกครั้งในทันที

    ครูหลี่มาแล้ว


    หม่าฮ่าวจัดการน้องไก่ย่างสองน่องในเวลาเดียวกันไม่ได้ ก็เลยเอาไก่ย่างน่องสุดท้ายไปแอบไว้ทันที


    ตอนที่ครูหลี่เห็นที่ซ่อนไก่ทอดของเขาก็ตัวแข็งทื่อ


    เด็กคนนี้!

    เธอก็ว่าอยู่ ทั้ง ๆ ที่ตรวจละเอียดขนาดนั้นกลับไม่พบอะไรเลย ไม่นึกเลยว่าอาหารข้างนอกจะเล็ดลอดสายตาเข้ามาได้ เด็กคนนี้ซ่อนอาหารเอาไว้ในเสื้อผ้าของเขา


    เดิมทีเขาก็เป็นเด็กอ้วนตัวสูงใหญ่ สวมเสื้อผ้าตัวค่อนข้างใหญ่ด้วย เนื้อตัวมีเนื้อแน่น ต่อให้ท้องป่องขึ้นมาอีกหน่อยครูก็มองไม่ออก


    พุงนั่นกลมได้รูปดีเสียด้วยซ้ำ!

    แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่ความคิดของนักเรียนหม่าฮ่าว แต่เป็นผลงานชิ้นเอกของแม่เขาที่อยากตามใจลูกสุดที่รัก

    เธอใช้ถุงบรรจุคากิตุ๋นน้ำแดงและห่อด้วยผ้าหลายชั้น ป้องกันไม่ให้ความร้อนจากอาหารโดนผิวเนื้อของเด็กชายตัวอ้วน

    เธอให้ลูกชายสวมเสื้อยืดหลวม ๆ หนึ่งตัว เนื้อตรงช่วงอกของลูกชายเธอมีเยอะมาก แม้พุงของเขาจะนูนขึ้นเล็กน้อย พวกครูก็ไม่คิดสงสัยอะไรอย่างแน่นอน


    แม่ของหม่าฮ่าวใช้สมองอย่างหนักเพื่อที่จะทำให้ลูกชายสุดที่รักพึงพอใจและได้กินเนื้อ 


    สุดท้ายครูหลี่ก็โทรหาแม่หม่าฮ่าวและเรียกเธอให้มาที่โรงเรียน


    หลังจากพ่นเหตุผลเกี่ยวกับอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเด็ก ๆ นำอาหารมาโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ได้รู้ว่าแม่ของหม่าฮ่าวปิ๊งไอเดียนี้ขึ้นมาเพราะว่าชอบฉินอิงอิง สุดท้ายครูหลี่จึงไม่รู้ว่าเธอควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี… 

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว ที่คุณอ่าน