ตอนที่ 118 ให้มันจบที่รุ่นเรา
พีทกับรดาได้ปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนจึงได้กลับมาสมทบกับฝ้ายและหญิงเล็กที่รออยู่ห้องอาหารและเมื่อมาถึง ฝ้ายก็ได้แอบเดินเข้ามากระซิบกับพีทเบาๆ “นายทำพี่รดาร้องไห้เหรอ? อย่าบอกนะว่า นายใช้กำลังบังคับเธอ” ฝ้ายกระทุ้งศอกใส่พีท จนพีทสะดุ้งเฮือก
“ใช้กำลังอะไรกัน มีแต่เธอนั่นแหละที่ชอบใช้กำลังกับฉัน…เอาเป็นว่า ฉันกับรดา ได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว” พีทตอบ “จริงเหรอ! เรียกพี่รดาด้วยชื่อตรงๆ แบบนี้ คงจะปรับความเข้าใจกันดีแล้วสินะ แต่ถึงยังไงก็เถอะ นายก็อย่าได้ใจไป พี่รดาคือพี่สาวที่แสนดี นายต้องแบ่งเวลาไปเอาใจเธอให้ดีด้วยนะ” ฝ้ายพูดจบก็เดินไปควงแขนพี่รดา ซึ่งรดาก็ได้แต่อมยิ้มให้กับฝ้ายเล็กน้อย ด้วยความเขินอาย เพราะในตอนนี้เธอทั้งสองคนได้กลายเป็นแฟนของพีทอย่างเป็นทางการแล้ว
พีทมองแฟนของเขาทั้งสองด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาไม่คิดเลยว่า ตัวเขาเองจะมีแฟนสาวที่ยอมรับซึ่งกันและกันถึงสองคน ทั้งๆ ที่ในก่อนหน้านี้เมื่อครึ่งปีที่แล้ว ตัวเขาและฝ้ายยังเจ็บปวดจากการถูกนอกใจกันอยู่เลย
แต่ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่และในปี 2013 ที่ทั่วประเทศต่างประสบปัญหาเรื่องการเกิดใหม่และการแต่งงานที่ผู้ชายและผู้หญิงเริ่มอยู่เป็นโสด และเพื่อแก้ปัญหานี้ พวกเขาจึงเริ่มออกกฎหมายให้มีการสมรสได้หลายคน แม้ในประเทศไทยจะยังไม่เป็นที่ยอมรับหรือกำหนดให้ถูกกฎหมาย
แต่กระนั้นพีทในตอนนี้ก็ได้เปิดฮาเร็มขึ้นมาเสียแล้ว…ชายหนุ่มมองฝ้ายและรดา แฟนสาวทั้งสองคนที่แตกต่างกันทั้งนิสัยและอายุ ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนกลับเข้ากันได้ดีโดยมีพีทเป็นคนในใจของพวกเธอเสียอย่างนั้น
กำหนดการเที่ยวชมในสำนักงานได้จบลงแล้ว ขณะนี้คณะเดินทางของพวกเขาทั้งหมด ได้ขึ้นรถบัสไปยังโรงงานผลิตเทคโนโลยีที่อยู่ชานเมืองของเซี่ยงไฮ้ ที่ใช้เวลาเดินทางกว่าสองชั่วโมงเลยทีเดียว
สาเหตุที่มันเป็นเช่นนี้ อนึ่งด้วยการวางผังเมืองของประเทศที่มีกฎหมายรัดกุมเข้มงวด ทำให้การสร้างโรงงานต้องถูกแยกออกไปจากตัวเมืองอยู่หลายกิโล เพื่อไม่ให้เสียงและมลพิษจากโรงงานรบกวนการใช้ชีวิตของประชาชน รวมไปถึงความปลอดภัยยามเกิดเหตุไม่คาดฝันด้วยนั่นเอง
รัฐบาลจีนนั้นดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนดีมากๆ ขนาดในย่านชานเมืองที่ทอดยาวไปถึงโรงงานหลายร้อย หลายพันแห่งในเขตอุตสาหกรรม ถนนหนทางของพวกเขาก็เรียบเสมอกัน ดีกว่าถนนในกรุงเทพของประเทศไทยเราเสียอีก
พีท ฝ้าย รดาและหญิงเล็กที่นั่งรถส่วนตัวแยกออกไป ได้พูดถึงเรื่องของถนนหนทางที่ผ่านตาพวกเขาเช่นเดียวกัน “พี่รดา พี่ไล่คนขับรถของพี่ไปเลย พูดมาได้ยังไงถนนแถวนี้ไม่ค่อยดีอย่างนั้นเหรอ พูดแบบนี้เหมือนตบหน้าพวกเราชัดๆ” หญิงเล็กลอบบ่นคนขับรถที่แจ้งเตือนให้ทุกคนรัดเข็มขัดให้แน่นๆ ก่อนจะออกเดินทาง เพราะกลัวว่าถนนหนทางในเขตชานเมืองของพวกเขา มันไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ถ้าเทียบกับเขตตัวเมือง เนื่องจากมีรถบรรทุกหนักใช้เส้นทางนี้เป็นประจำนั่นเอง
“เอาเถอะน่า คนขับเขาเตือนพวกเราด้วยความหวังดี” รดายังคงใจดีกับหญิงเล็กไม่เปลี่ยน พลางหันมามองพีท ที่ดูจะสนอกสนใจกับการเดินทางในครั้งนี้มากทีเดียว “ดูอะไรอยู่เหรอพีท?” หญิงสาวถามด้วยความสงสัยเพราะตลอดทางพีทมักจะมองพื้นถนนบ้าง มองทางเท้าและป้ายรถเมล์ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลก หากโดยปกติแล้วผู้คนที่มาท่องเที่ยวมักจะให้ความสนใจกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเสียมากกว่า
“พี่รดาไม่ต้องไปสนใจ คนแปลกๆ แบบพีทหรอกค่ะ…ตอนนี้ในหัวของเขาคงกำลังคิดอยู่ว่าจะสร้างถนนพวกนี้ขึ้นมาได้ยังไงมากกว่า เป็นพ่อค้าขายไก่ทอดก็ดีอยู่แล้ว จู่ๆ จะเปลี่ยนมาเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเสียอย่างนั้น” ฝ้ายเหมือนอ่านใจของพีทได้ ฝ้ายรู้ว่าพีทกำลังคิดอะไรอยู่ จึงได้เป็นฝ่ายตอบคำถามของพี่รดา
“จริงๆ ผู้รับเหมาและช่างของไทยก็ทำแบบนี้ได้นะ เธออย่าได้ดูถูกว่าพวกเขาไม่มีฝีมือเด็ดขาด ช่างไทยหลายๆ คนเก่งกันมากๆ แต่ที่ถนนหนทางของประเทศเรามันไม่ดีเสียที ต้องซ่อมแล้วซ่อมอีก เธอก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร” พีทตอบกลับด้วยคำถามปลายเปิดและเป็นคำถามชวนครุ่นคิด
ซึ่งทุกคนบนรถก็ต่างเข้าใจสิ่งที่พีทพูดกันเป็นอย่างดี เพียงแต่ไม่มีใครพูดมันออกมา เพราะในยุคสมัยปี 2556 หรือ 2013 ความคิดและปากเสียงของคนไทย ยังไม่มีแรงผลักดันมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงได้
การเมืองของประเทศไทยดูเหมือนจะนิ่ง แต่อันที่จริงแล้วมันมีคลื่นใต้น้ำอยู่เสมอๆ แม้ประเทศไทยในโลกบลูสตาร์จะแตกต่างจากโลกของน้าผี ตรงที่ในโลกบลูสตาร์แห่งนี้คนที่ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี จะมีอำนาจมากที่สุดในการบริหารประเทศ
แต่ทว่าไม่ว่าจะกี่ยุคสมัย หรือ โลกใดๆ ไม่ว่าจะเป็นโลกเก่าของน้าผีหรือโลกบลูสตาร์ของพีท นักการเมืองหรือนายกรัฐมนตรีที่ขึ้นเป็นผู้บริหารประเทศ
ประเทศไทยที่มีแหล่งทรัพยากรที่สมบูรณ์ แทบไม่มีอุทกภัยร้ายแรงเหมือนเช่นประเทศอื่นๆ จนหลายประเทศต่างอิจฉา…หากแต่ประเทศไทยกลับยังคงหยุดอยู่ที่เดิม
ทั้งหมดนี้มันเกิดจากอะไรถ้าไม่ใช่การคอร์รัปชันหรือการรับสินบนใต้โต๊ะของเจ้าหน้าที่และนักการเมือง
ในยุคที่พีทเติบโตมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ เขาได้ยินจากผู้ใหญ่เสมอว่า ‘ใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็เหมือนกัน ทุกคนต่างโกงกินกันหมด อยู่ที่ว่าใครจะโกงกินมาก โกงกินน้อยและถ้าโกงกินแล้ว สามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศได้ก็จะเลือกคนนั้น’ พีทหรือคนเจน Y วัยเดียวกับพีทได้ยินคำพูดแบบนี้จากคนรุ่นก่อน
สิ่งแรกที่เขารู้สึกเลยก็คือ ‘มันไม่ควรมีชุดความคิดเช่นนี้หลงเหลืออยู่อีกต่อไป เพราะถ้ามันยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป คนยุคหลังๆ ดั่งเช่น ยุคเจน Z และ Alpha ที่กำลังจะลืมตาดูโลก ก็ต้องพบเจอกับความเน่าเฟะนี้ไม่มีที่สิ้นสุด’
ทุกอย่างมันต้องจบลงที่รุ่นของเขา…ประเทศไทยถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงแล้วและการได้มาเห็นประเทศจีนที่หลายสิบปีก่อน มีสภาพไม่ต่างจากไทย พีทก็ยิ่งเกิดไฟในใจที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับประเทศไทยเสียที
“ทำไมถนนของไทยต้องซ่อมแล้วซ่อมอีก ทั้งที่ทำดีๆ ให้สมบูรณ์เลยก็ทำได้ แต่ที่ไม่ทำก็เพราะจะโกงกินไม่ได้นั่นเอง เอาง่ายๆ แค่ถนนเข้าห้างกับถนนนอกห้าง หากเธอสังเกตดูเธอก็จะรู้เองว่ามันแตกต่างกันมหาศาลขนาดไหน” พีทยกตัวอย่างให้ฝ้ายฟัง รวมไปถึงพูดเรื่องนี้ให้กับหญิงเล็กที่มีพี่ชาย ที่กำลังจะเข้าร่วมพรรคการเมืองด้วยนั่นเอง
ทั้งนี้เมื่อพีทพูดจบ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาปล่อยให้ทุกคนบนรถ ยกเว้นคนขับรถที่เป็นคนจีนฟังคำพูดของเขาไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ได้ใช้เวลาตรึกตรองและคิดไปกับคำพูดของเขา
ก่อนที่ไม่นานนัก รถบัสและรถส่วนตัวของรดา จะพลันมาถึงโรงงานผลิตชิปเซต ประมวลผลต่างๆ ของบริษัทสยามโนวากรุป ที่รดาร่วมถือหุ้นกับทางบริษัทโนวาของจีนเป็นที่เรียบร้อย
โรงงานของรดานั้นยิ่งใหญ่มาก มันเหมือนกับอาณาจักรขนาดย่อมๆ ที่เต็มไปด้วยโรงงานมากมาย ถูกรวบรวมอยู่ในนั้น ห้องปฏิบัติการผลิตหลายสิบโรง ที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรและคนงานคอยควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ กำลังทำงานอยู่ด้านใน
รถบรรทุก รถขนย้ายสิ่งของต่างๆ ต่างขับสวนกันไปมา อย่างมีระบบ…เมื่อตัวของพีทและนักศึกษาได้มาเห็น ก็ถึงกับตกตะลึง
“พีทเธออยากไปดูโรงงานผลิตอะไรก่อนดี?” รดาถามชายหนุ่มที่ดูเหมือนกำลังตื่นเต้นที่ได้มาเห็นที่นี่ “เอาเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ก่อนก็ได้ครับ” ที่พีทเลือกแบตเตอรี่ก่อนเพราะการเรียนรู้ของเอไออัลฟ่าใกล้จะเรียนรู้มันจนครบถ้วนแล้ว
ส่วนที่เหลืออย่างความรู้จำพวกชิปเซต ที่ได้จากแร่แรร์เอิร์ธก็ค่อยเรียนรู้มันไปพร้อมๆ กับการถลุง ที่ทางโรงงานผลิตแห่งนี้สามารถเปิดกล้องวงจรปิดจากอีกโรงงานหนึ่งที่ทำหน้าที่ถลุงแร่แรร์เอิร์ธและทำการสกัดได้นั่นเอง
เมื่อตกลงกันแล้ว กลุ่มของรดาและเหล่านักศึกษาที่ได้ทุนก็แยกกันไปตามกำหนดการ รดาได้นำพีทไปยังโรงงานผลิตแบตเตอรี่และก็เป็นไปตามที่พีทคิดไว้ เมื่อได้มาเห็นการทำงานจริงๆ เห็นการผลิต เห็นการประกอบและเชื่อมแผงวงจร ต่อหน้าต่อตา
เอไออัลฟ่ามันก็ยิ่งทวีคูณการเรียนรู้ของมันมากยิ่งขึ้นไปอีก จนตอนนี้ทะลุมาเป็น 75% เป็นที่เรียบร้อย
ทั้งนี้การเรียนรู้ของเอไออัลฟ่าก็ยังคงไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพียงแต่มันเริ่มช้าลงจนกระทั่งหยุดค้างอยู่ที่ 79% เมื่อนั้นทางด้านของน้าผีและสตีเฟ่น จ๊อบส์ที่เป็นคนดูแลเจ้าเอไออัลฟ่าจากในระบบก็พูดขึ้นว่า [ตอนนี้เจ้าเอไออัลฟ่ามันได้เรียนรู้จากเกี่ยวกับแบตเตอรี่จากที่นี่จนครบทั้งหมดหมดแล้ว และน่าจะเป็นวิศวกรรมคอขวดที่หลายๆ ประเทศยังคงติดอยู่ที่จุดนี้ ต่อจากนี้ต้องเป็นตัวของพีทเองที่ศึกษาและต่อยอดต่อด้วยตนเอง หรือไม่ก็ปลดล็อกบุคคลสำคัญทางด้านนี้มาเพิ่มเติม]
พีทได้ยินดังนี้ก็ลังเลเล็กน้อย เพราะในก่อนหน้านี้เขากับภูตผีในระบบได้ตกลงและวางแผนกันเอาไว้แล้วว่าบุคคลสำคัญที่จะดึงตัวมาเป็นคนต่อไป จากรางวัลที่จะได้รับจากภารกิจ ‘เปิดตัวแอปพลิเคชัน Easy Food’ ที่สามารถบุคคลสำคัญระดับ Tier (A-C) ซึ่งพวกเขาตั้งใจที่จะเลือกบุคคลสำคัญที่มีชื่อว่า ‘Georges Urbain’ หรือ ‘จอร์จ แอร์แบ็งง’ ที่อยู่ในระดับ Tier B นั่นเอง
พีทและคนอื่นๆ ได้เดินมุ่งหน้าไปยัง โรงงานผลิตชิปเซตต่อทันที หลังจากสำรวจโรงงานผลิตแบตเตอรี่เสร็จแล้ว
โรงงานชิปเซตทำให้เอไออัลฟ่า ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง เฉกเช่นเดียวกับสตีเฟ่น จ๊อบส์ที่มองผ่านระบบของพีทไม่วางตา เพราะชิปเซตเหล่านี้คือหัวใจของเทคโนโลยีทั้งหมดบนโลกใบนี้
พีทตาลุกวาวหลังจากได้เห็นโรงงานที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรที่กำลังไหลเป็นทาง โดยมีวิศวกรกำกับดูแลอยู่ตามจุดสเตชั่นต่างๆ ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ
“ชิปเซตที่โรงงานของฉันผลิต มีตั้งแต่ชิปที่เอาไว้ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้าน ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์” รดาเห็นพีทมองดูโรงงานของเธอด้วยความสนอกสนใจ ก็ยิ่งทำให้เธออยากที่จะอธิบายสิ่งต่างๆ ให้กับแฟนหนุ่มของเธอได้รับฟัง ราวกับว่านี้คือวิธีการจู้จี้กันระหว่างพีทกับรดาเท่านั้น ที่จะเข้าใจถึงความหวานและโรแมนติกของทั้งคู่
ฝ้ายเองก็ไม่ได้ขัดใจอะไร เธอรู้ว่าพีทกำลังสนใจเรื่องพวกนี้อยู่…ถึงจะไม่รู้ว่าพีทจะเรียนเรื่องพวกนี้ไปทำอะไร แต่เธอเชื่อว่าพีทกำลังทำบางอย่างเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
ฉะนั้นเธอที่อยู่เคียงข้างเขาในฐานะแฟน จึงทำได้แต่เพียงสนับสนุนอย่างสุดกำลัง เมื่อเห็นพีทและรดา ต่างเดินกันจนเหนื่อย เธอก็ยื่นน้ำให้กับพวกเขาได้ดับกระหาย แม้จะเป็นหน้าที่เล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร
แต่พีท ฝ้ายและรดา ต่างก็รับรู้ได้ถึงความเอาใจใส่ซึ่งกันและกันของความรักที่พวกเขามีต่อกัน
“รดา ผมอยากดูวิธีการถลุงและสกัดแร่แรร์เอิร์ธแล้ว ช่วยพาผมไปดูหน่อยได้ไหมครับ?” คำเรียกของพีทกับรดา ยังคงติดขัดและเขินอายกันอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นรดาที่ใบหน้าแดงเป็นมะเขือเทศ ก็พลันตอบรับและพาพีทเข้าไปภายในห้องวีดิทัศน์ ที่มีพนักงานกว่า 10 คนช่วยกันจับตาดูการทำงานของพนักงานในโรงงานที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประเทศ
“คุณรดาสวัสดีครับ” หัวหน้าทีมวิศวกรที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับหัวหน้าทีมเฉิน ได้ลุกขึ้นมาต้อนรับกลุ่มของรดา เมื่อเห็นพวกเธอกำลังเดินเข้ามาในห้องทำงานของพวกเขา
“หัวหน้าเฉินตามสบายค่ะ ฉันแค่พาเพื่อนเข้ามาดูการทำงานของโรงงานเราก็เท่านั้น” รดายิ้มให้ ซึ่งหัวหน้าเฉิน หรือหัวหน้าทีมวิศวกรในโรงงานผลิตแห่งนี้ ก็คือลูกชายของหัวหน้าเฉิน สืออี จากฝ่ายวิจัยนั่นเอง
“ครับ ท่านนี้คงเป็นคุณพีทสินะครับ คุณพ่อได้โทรมาเล่าเรื่องของคุณให้กับผมฟังแล้วและขอให้ผมต้อนรับคุณให้ดี หากมีตรงไหนสงสัยสามารถถามผมโดยตรงได้เลยครับ ผมชื่อ เฉินสือหม่า ครับ จะเรียกว่าสือหม่าหรือหัวหน้าเฉินเหมือนกับคุณพ่อก็ได้ครับ” เฉินสือ หม่า ยื่นมือมาทักทายกับพีทด้วยความเคารพและให้เกียรติ
โดยไม่สนใจเลยว่าพีทนั้นจะมีอายุน้อยกว่าเขาหรือไม่ก็ตาม เพราะสำหรับตระกูลเฉิน ที่ถือเป็นครอบครัวที่เต็มไปด้วยผู้คงแก่เรียน การให้ความเคารพต่อผู้อื่น ไม่ได้มีเพียงแค่วัยวุฒิเท่านั้นที่พวกเขาให้ความเคารพ ความรอบรู้และสติปัญญาอันหลักแหลมคืออีกข้อหนึ่งที่พวกเขาไม่เคยมองข้ามหรือกล้าละเลย
“สวัสดีครับผมชื่อพีทครับ ถ้าเช่นนั้นผมขอเรียกว่าพี่เฉินก็แล้วกันนะครับ เพราะหัวหน้าเฉินผมไว้ใช้เรียนพ่อของคุณไปแล้ว” พีทจับมือทักทายกับเฉินสือหม่า ด้วยความให้เกียรติเช่นเดียวกัน
ก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะเดินตามกันไปยังแท่นหน้าจอในห้องปฏิบัติงาน โดยที่รดาไม่จำเป็นต้องช่วยเป็นตัวกลางอีก “ฮ่าฮ่า พี่รดาโดนทิ้งเสียแล้ว…พี่กับฝ้ายเนี่ยน่า ในโลกนี้ทั้งสองจะชอบใครก็ได้ทั้งนั้น แต่ดันไปชอบผู้ชายแบบนี้ ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ” หญิงเล็กแอบแซวรดากับฝ้าย แต่ถึงอย่างนั้นฝ้ายกับรดา ก็ไม่ได้สนใจคำพูดของหญิงเล็กเลยสักนิด เธอสองคนได้พากันจูงมือไปนั่งรอพีทที่กำลังเรียนรู้การสกัดแร่อยู่เงียบๆ เล่นเกมในมือถืออย่าง Farm Day ที่พีทสร้างไปพลางๆ มิหนำซ้ำบัญชีของพวกเธอยังได้สิ่งของมาอัปเกรดฟาร์มไม่จำกัดจากพีทอีกด้วย
ผิดกันกับบัญชีของหญิงเล็ก ที่ถึงแม้ตอนนี้จะตกลงยอมทำงานให้กับพีทในฐานะผู้บริหารการตลาดร้านไก่ทอด Chicky CPF แล้วก็ตาม แต่บัญชีเกมของเธอยังไม่ถูกพีทปรับให้เป็นระดับ VIP เหมือนกับ ฝ้ายและรดา ทำให้หญิงเล็กได้แต่นั่งกัดฟันด้วยความอิจฉาหญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้
“การสกัดแร่แรร์เอิร์ธมีหลายขั้นตอน ทุกขั้นตอนล้วนสำคัญ น้องชายเห็นตรงนี้ไหม…ถ้าหากสกัดผิดพลาดแม้เพียงเซนติเมตรเดียว เชื่อไหมเราจะสูญเสียแรร์สำคัญไปมากกว่าหลายล้านหยวนเลยทีเดียว” เฉินสือหม่า ได้พาพีทดูขั้นตอนวิธีการสกัดแร่แรร์เอิร์ธตั้งแต่ขั้นตอนแรก อธิบายถึงความสำคัญ อธิบายถึงความอันตราย จากการสกัดแรร์ ที่อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนและมลพิษต่างๆ ที่ร้ายแรงต่อโลก
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy