มะปรางกลับมาตั้งการ์ดอย่างรัดกุมอีกครั้งหนึ่งเหมือนต้นยกแรกสายตาจ้องเขม็งไปที่ลู่เฟยด้วยความมุ่งมั่นเธอค่อยๆ เดินหาจังหวะเข้าทำอย่างช้าๆ...
“อาจารย์จางคะ...ข้าน้อยอยากถามว่าถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่มีความรวดเร็วและแม่นยำ จะรับมือยังงัยดีคะ?”
คำถามจากสาวน้อยฮุ่ยหนิงทำให้อาจารย์จางต้องหัวเราะออกมาดังลั่น“เหตุใดเจ้าจึงสงสัยและถามคำถามเช่นนี้ขึ้นมาได้?”
“ท่านอาจารย์เคยบอกข้าน้อยว่า...คู่ต่อสู้ร่างกายกำยำไม่ต่างอะไรกับขุนเขาที่แข็งแกร่งดังภูผาสูงแต่ท่านเคยบอกข้าน้อยว่า ในโลกกว้างใหญ่ไพศาลยังมีคู่ต่อสู้ที่มีความพริ้วไหวรวดเร็วดังสายลมอีกเช่นกัน”
“แล้วเจ้าคิดว่าจะรับมือกับคู่ต่อสู้ที่พริ้วไหวดังสายลมเช่นไรดีล่ะ?”
“ท่านอาจารย์เคยสอนข้าน้อยว่าข้าน้อยถนัดตั้งรับก่อนแล้วค่อยหาช่องโจมตีกลับ...ข้าน้อยคิดว่าวิธีการนี้ทำได้ค่ะ...”
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะมีเวลามากพอจะกระทำเช่นนั้นหรือ?เจ้าผิดแล้ว!!!”
“ข้า...ข้า...”
“ในเมื่อคู่ต่อสู้รู้ว่าเจ้าจะหาช่องโหว่แล้วตอบโต้กลับ...เจ้าไม่สามารถกระทำอย่างนั้นได้อีก...”
“โปรดชี้แนะข้าน้อยด้วยค่ะ...ท่านอาจารย์”
มะปรางกลับมาตั้งการ์ดเหมือนยกแรกอีกครั้งค่อยเดินเข้าไปหาลู่เฟยอย่างช้าๆ เนิบๆได้จังหวะเข้าไปรัวต่อยซ้าย-ขวาในระดับหน้าอกแต่ลู่เฟยใช้ท่อนแขนขวาปัดออกทั้งหมดสบโอกาสต่อยเข้าช่วงท้องอย่างจังจนมะปรางกระเด็นถอยหลังหลายก้าว
มะปรางพลาดท่าในจังหวะสำคัญทำให้เสียงเชียร์ในสนามเงียบกริบผู้ชมหลายคนกัดเล็บตัวเองลุ้นตัวโก่งอีกหลายคนหันมากอดกันไม่กล้ามองไปเวทีการแข่งขันหลายคนเอามือปิดตาปิดปากแอบลุ้นกันสุดๆ
“มะปรางถูกลู่เฟยเล่นงานด้วยการโจมตีกลับอย่างรวดเร็วอีกครั้งครับการ์ดของมะปรางรัดกุมมากแล้วนะครับแต่ลู่เฟยก็ยังหาช่องเข้าทำจนได้ เธอต้องแก้ปัญหาการจู่โจมที่รวดเร็วของลู่เฟยให้ได้ครับ”
โรจน์ยืนลุ้นข้างๆมนต์ชัยกับน้ำไม่ห่างกันเท่าใดนัก “การ์ดมะปรางแน่นขนาดนี้ยังหาช่องโจมตีได้ เหลือเชื่อจริงๆ”
“ทั้งแม่นทั้งเร็ว...”น้ำพูดไม่เต็มเสียงมากนัก “ปกติน้องมะปรางเป็นมวยรับแต่คราวนี้ต้องเดินหน้าเร่งจังหวะแบบนี้ หนูหนักใจมากค่ะพี่โรจน์”
มะปรางยังคงเดินเข้าหาลู่เฟยอย่างช้าๆพุ่งตัวเข้าไปต่อยขวาแต่ลู่เฟยใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้างปัดออกข้าง แต่เป็นจังหวะหลอกเธอดึงมือขวากลับทันทีพร้อมกับก้มต่ำมุดเข้าไปรัวต่อยท้องได้ 3 หมัดเบาๆแล้วใช้ฝ่ามือขวากระแทกนำก่อนแล้วต่อยหมัดขวาเต็มแรงย้ำจุดเดิมจนลู่เฟยกระเด็นออกไป2-3 ก้าว เธอไม่รอช้าตามติดจังหวะต่อเนื่องเข้าไปจะต่อยหมัดขวาซ้ำแต่ลู่เฟยใช้ฝ่ามือขวาปัดออกอย่างหวุดหวิดจนตัวมะปรางเซออกด้านข้าง จังหวะจู่โจมโอกาสทองแต่มะปรางทำพลาดเรียกเสียงฮือไปทั่วสนาม
“โห!อะไรกันเนีย!! จังหวะแบบนี้ยังปัดออกได้อีก!!!...เหลือเชื่อจริงๆ”น้ำตัดพ้อด้วยความเสียดาย “อีกนิดเดียวเอง!!!!”
“ปัดออกได้ยังงัยเนีย!!!”มนต์ชัยเสียดายไม่แพ้กัน “เหลือเวลาอีกแค่ 2 นาที...”
มะปรางกลับมาตั้งหลักอีกครั้งเดินหาจังหวะเข้าทำเธอหันไปมองสกอร์บอร์ดแสดงเวลาเหลือ 90 วินาทีสุดท้ายในขณะที่ลู่เฟยตั้งการ์ดโดยใช้สันมือทั้ง 2 ข้างแนบลำตัวจ้องมาที่เธอสายตาไม่กระพริบการ์ดทั้งแน่นหนาและรัดกุมมาก
“อาจารย์จางคะ...ข้าน้อยอยากถามว่าถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่มีความรวดเร็วและแม่นยำ จะรับมือยังงัยดีคะ?”
คำถามจากสาวน้อยฮุ่ยหนิงทำให้อาจารย์จางต้องหัวเราะออกมาดังลั่น“เหตุใดเจ้าจึงสงสัยและถามคำถามเช่นนี้ขึ้นมาได้?”
“ท่านอาจารย์เคยบอกข้าน้อยว่า...คู่ต่อสู้ร่างกายกำยำไม่ต่างอะไรกับขุนเขาที่แข็งแกร่งดังภูผาสูงแต่ท่านเคยบอกข้าน้อยว่า ในโลกกว้างใหญ่ไพศาลยังมีคู่ต่อสู้ที่มีความพริ้วไหวรวดเร็วดังสายลมอีกเช่นกัน”
“แล้วเจ้าคิดว่าจะรับมือกับคู่ต่อสู้ที่พริ้วไหวดังสายลมเช่นไรดีล่ะ?”
“ท่านอาจารย์เคยสอนข้าน้อยว่าข้าน้อยถนัดตั้งรับก่อนแล้วค่อยหาช่องโจมตีกลับ...ข้าน้อยคิดว่าวิธีการนี้ทำได้ค่ะ...”
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะมีเวลามากพอจะกระทำเช่นนั้นหรือ?เจ้าผิดแล้ว!!!”
“ข้า...ข้า...”
“ในเมื่อคู่ต่อสู้รู้ว่าเจ้าจะหาช่องโหว่แล้วตอบโต้กลับ...เจ้าไม่สามารถกระทำอย่างนั้นได้อีก...”
“โปรดชี้แนะข้าน้อยด้วยค่ะ...ท่านอาจารย์”
“การโจมตีทุกรูปแบบ...จะมีช่องโหว่...มาด้วยเสมอ”
มะปรางเปลี่ยนจังหวะการเดินกะทันหันพุ่งเข้าไปต่อยขวาเปิดทาง ลู่เฟยรู้ทันใช้ท่อนแขนซ้ายปัดออกเธอไม่ยอมแพ้รัวหมัดซ้าย-ขวาต่อเนื่องคราวนี้ลู่เฟยใช้ท่อนแขนปัดหมัดออกทั้งหมดเปิดช่องโหว่ระดับศีรษะแล้วใช้ความเร็วต่อยขวาสวนกลับตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แต่คราวนี้มะปรางรู้ทันเธอใช้ท่อนแขนซ้ายพุ่งขึ้นด้านบนเหนือศีรษะปัดหมัดขวาของลู่เฟยสบัดออกด้านข้างอย่างแรงจนทำลู่เฟยเซเสียหลักโจมตีไม่ได้เหมือนเคยเกิดช่องโหว่ระดับหน้าอกขึ้นมา มะปรางรัวหมัดตรงซ้ายขวา 5 จังหวะติดต่อกันแต่ลู่เฟยไม่ยอมใช้หมัดขวาสวนกลับมา
มะปรางก้มหลบพร้อมกับกางขา180 องศาอ้อมไปด้านหลังด้วยความรวดเร็ว แต่ลู่เฟยหันกลับมาจะต่อยขวามะปรางยกท่อนแขนซ้ายขึ้นบังพร้อมๆ กับใช้ขาขวาขัดขาทำให้ลู่เฟยเซอีกครั้ง คราวนี้ช่องท้องของลู่เฟยเปิดกว้างเธอรัวหมัดซ้าย-ขวาเข้าที่ท้อง 6 จังหวะติดต่อกันก่อนปิดท้ายด้วยการกระแทกฝ่ามือขวาสุดแรงเข้าไปที่ช่องท้องอย่างจังจนลู่เฟยกระเด็นออกไปไกล5-6 ก้าวล้มลงพื้นเวที
“ย๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!”
เสียงสัญญาณหมดยกที่3 ดังขึ้นทันที...พร้อมกับเสียงหายใจของมะปรางดังขึ้นแทนมะปรางยังคงหายใจรัวต่อเนื่อง
ผู้ชมในสนามเงียบกริบกับจังหวะสุดท้ายที่เกิดขึ้นแต่ละคนต่างอยู่ในภาวะตกตะลึงกับการโจมตีชุดสุดท้ายของมะปรางบางคนอ้าปากค้างพูดไม่ออก บางคนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวทีแข่งขัน นักกีฬากับสต๊าฟโค้ชหลายคนที่กำลังยืนกอดอกดูอยู่หลายคนค่อยๆ ปล่อยมือลง
“พว..พวก...พวกเราดูจังหวะสุดท้ายกันทันไหม?”
“เมื่อกี้...เกิดอะไรขึ้นอ่ะ!!!”
“จำได้แค่ว่า...ลู่เฟยกระเด็นไปไกลเลย...”
“เมื่อกี้...กี่จังหวะครับโค้ชบี” โรจน์,น้ำกับมนต์ชัยพูดแทบจะพร้อมกัน
“3จังหวะต่อเนื่อง...สุดยอดมาก...สุดยอดจริงๆ”โค้ชบีพูดไปพยักหน้าไป
“3จังหวะต่อเนื่องแบบสร้างเองด้วยนะคะ...”น้ำตกอยู่ในอาการตกตะลึงอย่างมาก
“อาจารย์คะ...ดิฉันงงมากค่ะ มะปรางทำอะไรเหรอคะ?”
“ในเมื่อคู่ต่อสู้ไม่มีช่องโหว่ต้องสร้างช่องโหว่ขึ้นมาเอง”
“มันคืออะไรเหรอคะอาจารย์?”
“โดยธรรมชาติมะปรางไม่ใช่มวยบุกแต่เธอบุกเพื่อให้ลู่เฟยโจมตีกลับ นี่คือจังหวะที่1...การโจมตีกลับของลู่เฟยรวดเร็วและแม่นยำมากแต่มะปรางทำลายการโจมตีครั้งนี้ด้วยการใช้ท่อนแขนซ้ายปัดให้ลู่เฟยเสียจังหวะการโจมตีต่อเนื่องเป็นกลยุทธ์สร้างช่องโหว่ด้วยตัวเองขึ้นมาก่อน นี่คือจังหวะที่ 2...เมื่อเธอสร้างช่องโหว่ขึ้นมาได้เธอไม่พลาดที่จะโจมตีช่องโหว่ที่เกิดขึ้น...เป็นจังหวะที่ 3”
“โอ้โห...ดิฉัน...คือดิฉันกำลังงงมากค่ะ...สุดยอดจริงๆค่ะ สุดยอดแบบสุดๆ ค่ะ”
“จบยกที่2 ผมคิดว่ามะปรางตามหลังลู่เฟย 2 แต้ม...แต่จังหวะสุดท้ายของยกที่ 3เราต้องมาลุ้นกันว่าเพียงพอหรือไม่ครับ!!!!”
มะปรางเดินตรงเข้าไปคาราวะลู่เฟยพร้อมกับยื่นมือดึงตัวเธอขึ้นมาด้วยรอยยิ้มโผเข้ากอดพร้อมกับตบหลังให้กำลังใจซึ่งกันและกันด้วยน้ำใจนักกีฬา
“เก่งมาก!น้องฮุ่ยหนิง...ขอแสดงความยินดีด้วย”
“ขอบคุณพี่ลู่เฟยที่สอนสั่ง...ขอบคุณมากค่ะ”
เธอก้มหัวคาราวะลู่เฟยอีกครั้งก่อนหันไปทิศทางที่อาจารย์จางนั่งชมอยู่เธอก้มคาราวะท่านจางหลายครั้ง ท่านจางพยักหน้าตอบรับเธอด้วยรอยยิ้ม
เสียงผู้ชมในสนามยังคงเงียบกริบอย่างต่อเนื่องหายใจไม่ทั่วท้อง สายตาหันไปมองสกอร์บอร์ดเพียงจุดเดียว...คะแนนสกอร์บอร์ดค่อยๆปรากฎขึ้นมาทีละคน