สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต! เสียงคำรามก้องและเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึงกลัวของฝูงมอนสเตอร์ระดับ 30-40 ดังกึกก้องไปทั่วลานหิน วงล้อมแห่งเขี้ยวเล็บและดวงตาอันดุร้ายค่อยๆ บีบเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่ว อากาศหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ความสิ้นหวังเริ่มฉายชัดในแววตาของทุกคน... ยกเว้นเพียงร่างในชุดคลุมและหน้ากากสีดำที่ยืนอยู่แนวหน้าสุด
"เบลด! มีแผนอะไรไหม?!" คร็อกะโถามเสียงดังแข่งกับเสียงอึกทึกรอบด้าน แขนกลของเขาเปล่งแสงพร้อมยิง แต่เขารู้ดีว่าะุพลังงานไม่กี่นัดคงทำอะไรฝูงมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลนี้ไม่ได้
"เบลด" (หลี่ชิง) ไม่ได้หันกลับไปมอง เขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วด้วยสายตาเ็า ศัตรูมีจำนวนมากเกินไปและแข็งแกร่งเกินกว่าจะตั้งรับได้ ทางรอดเดียวคือต้องสร้างช่องว่างและบุกทะลวงออกไปให้เร็วที่สุด และในกลุ่มนี้ มีเพียงเขาคนเดียวที่มีพลังโจมตีมากพอที่จะ "เปิดทาง" ได้
นี่คือสถานการณ์ที่เขาเข้าร่วมทีมทหารรับจ้างมาเพื่อเผชิญหน้า สถานการณ์ที่เขาไม่จำเป็ต้องปิดบังพลังทำลายล้างที่แท้จริงของคลาส [ดาบ] อีกต่อไป หน้ากากนี้คือเกราะกำบังตัวตนของเขา และตอนนี้ มันถึงเวลาที่ "เบลด" จะต้องสำแดงเดชแล้ว
"ข้าจะเปิดทาง..." เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากออกมา สั้นกระชับแต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด "ตามมา!"
สิ้นเสียงนั้น หลี่ชิงก็ไม่รอช้า เขากระชับดาบยาวในมือแน่น รวบรวมสมาธิและ "เจตนา" สังหารทั้งหมด! ร่างกายของเขาก้มต่ำลงเล็กน้อย ก่อนจะะเิพลังออกมา!
"ฟันดาบฉับพลัน!!"
วูบบบบ!
ร่างของเบลดหายวับไปจากจุดเดิมราวกับภาพลวงตา! เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียง พุ่งทะยานเข้าใส่กำแพงมอนสเตอร์ที่อยู่ด้านหน้าสุดราวกับดาวตกสีดำ!
ฉัวะะะะะะ!
ดาบในมือถูกตวัดออกไปเป็วงกว้าง พร้อมกับพลังทำลายล้างอันเป็เอกลักษณ์ของคลาส [ดาบ]! มอนสเตอร์ระดับ 30 กว่าๆ สามสี่ตัวแรกที่อยู่ในวิถีดาบ ถูกตัดขาดเป็สองท่อนทันที! เืสีประหลาดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ!
การโจมตีเปิดฉากอันรุนแรงและไม่คาดฝันนี้ ทำให้ฝูงมอนสเตอร์ชะงักไปชั่วขณะ เกิดเป็ช่องว่างเล็กๆ ขึ้นในแนวป้องกันของพวกมัน
"ตอนนี้แหละ! ไป!!" คร็อกะโสั่งเสียงดังลั่น เขาเริ่มยิงแขนกลสาดะุพลังงานใส่ฝูงมอนสเตอร์เพื่อเปิดทางให้กว้างขึ้น "บาร์ก! คุ้มกันศาสตราจารย์! ซิลค์! ดูทางหนีทีไล่! รักษาแนวไว้!"
บาร์กคำรามเสียงดัง ยกขวานั์ขึ้นมาเตรียมพร้อม พลางดึงตัวศาสตราจารย์วาเลเรียส (ที่ยังคงตกตะลึงกับภาพการสังหารเมื่อครู่) และผู้ช่วยหลินให้ตามมาติดๆ ซิลค์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับภูตพราย คอยชี้บอกทิศทางและระวังกับดักหรือมอนสเตอร์ที่อาจจะซุ่มโจมตีจากด้านข้าง
เบลดไม่ได้หยุดรอ เขากลายเป็หัวหอกในการบุกทะลวงอย่างแท้จริง เขาวิ่งตะลุยเข้าไปในฝูงมอนสเตอร์ ดาบในมือตวัดฟาดฟันออกไปอย่างต่อเนื่องราวกับพายุคลั่ง
ฉัวะ! ฉับ! เคร้ง! ฉัวะ!
เสียงคมดาบตัดผ่านเนื้อหนัง เสียงกระดูกแตกหัก เสียงโลหะปะทะกันดังขึ้นไม่หยุดหย่อน เขาไม่ได้ใช้สกิล [ฟันดาบฉับพลัน] ตลอดเวลา เพราะมันสิ้นเปลือง MP แต่ทุกครั้งที่เขาฟันดาบออกไป มันแฝงไว้ด้วยพลังทำลายที่น่าสะพรึงกลัว เปลือกแข็งของแมลงั์ถูกผ่าออกอย่างง่ายดาย หนังเหนียวของสัตว์เลื้อยคลานถูกฉีกกระชาก แขนขาของอสูรร้ายถูกตัดขาดกระเด็น!
แต่ถึงกระนั้น มันก็ไม่ได้ง่ายดายเหมือนตอนที่เขาต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับต่ำในดันเจี้ยน F เลยแม้แต่น้อย มอนสเตอร์เหล่านี้มีเลเวลสูงกว่าเขาถึง 20-30 เลเวล! พวกมันมีความทนทาน พลังป้องกัน และพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้ดาบของเขาจะสร้างความเสียหายรุนแรงและสร้างาแฉกรรจ์ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะสามารถสังหารพวกมันได้ในดาบเดียว โดยเฉพาะพวกที่มีเลเวลสูงเกือบ 40 หรือพวกที่มีลักษณะเป็ "แทงค์" โดยธรรมชาติ
"อึดชะมัด!" หลี่ชิงสบถในใจขณะที่ดาบของเขาฟันเข้าใส่เกราะกระดูกของมอนสเตอร์คล้ายเต่าตัวหนึ่ง แม้จะสร้างรอยร้าวได้ แต่มันก็ยังไม่ตายและตวัดหางหนามเข้าใส่เขาเป็การตอบโต้!
เขาต้องใช้ความว่องไวทั้งหมดที่มีในการหลบหลีกการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง กรงเล็บ เขี้ยว หาง หนาม พิษ ลมหายใจประหลาด... อันตรายอยู่รอบตัวเขาตลอดเวลา เสื้อคลุมของเขาขาดวิ่นจากการถูกโจมตีเฉี่ยวๆ หลายครั้ง เขารู้สึกได้ถึงแรงปะทะหนักๆ ที่ส่งผ่านมาถึงแขนทุกครั้งที่ต้องปัดป้องการโจมตี เหงื่อไหลซึมออกมาภายใต้หน้ากากจนรู้สึกเหนอะหนะ MP ของเขาลดลงเรื่อยๆ จากการใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] เพื่อหลบหลีกหรือสังหารตัวที่อันตรายเป็พิเศษ
นี่เป็การต่อสู้ที่หนักหน่วงที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา! เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าพลังของตัวเองนั้น "ยังไม่เพียงพอ" เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีจำนวนมากและระดับสูงกว่าอย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกัน ทีมเหยี่ยวเหล็กที่ตามมาข้างหลังก็กำลังต่อสู้อย่างยากลำบากไม่แพ้กัน พวกเขาต้องรับมือกับมอนสเตอร์ที่หลุดรอดจากคมดาบของเบลด หรือพวกที่พยายามจะตลบหลังเข้ามา
"บ้าเอ๊ย! พวกมันเยอะเกินไปแล้ว!" บาร์กคำรามลั่น เขาเหวี่ยงขวานั์ฟาดเข้าใส่ร่างของอสูรหมาป่าเกล็ดดำอย่างแรง แต่มันแค่สร้างาแลึกเท่านั้น ยังไม่สามารถล้มมันลงได้ทันที เขาต้องรับการสวนกลับด้วยกรงเล็บจนเกราะแขนเป็รอยลึก
"ทางขวาก็มาอีก!" ซิลค์ร้องเตือน เธอใช้มีดสั้นปักเข้าที่ดวงตาของสัตว์เลื้อยคลานมีปีกตัวหนึ่งอย่างแม่นยำ แต่มันก็ยังสามารถสะบัดหางฟาดใส่เธอจนต้องะโหลบแทบไม่ทัน
คร็อกใช้แขนกลยิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แต่ะุพลังงานก็ดูเหมือนจะมีผลกับมอนสเตอร์ระดับสูงเหล่านี้น้อยลง เขากัดฟันแน่น พยายามประคองสถานการณ์ไว้ให้ได้
ช่องว่างที่เบลดสร้างขึ้นเริ่มจะถูกปิดล้อมเข้ามาอีกครั้ง พวกเขากำลังจะถูกกลืนหายไปในคลื่นมอนสเตอร์!
"ไม่ไหวแล้ว! พวกมันกำลังจะล้อมเราได้อีกครั้ง!" คร็อกะโอย่างสิ้นหวัง
ศาสตราจารย์วาเลเรียสหน้าซีดเผือด กอดแก่นชีวิตไว้แน่นจนตัวสั่น หลินหลับตาปี๋ รอรับชะตากรรม
แต่แล้ว ในวินาทีที่ความหวังกำลังจะดับวูบลงนั่นเอง!
วูมมมมมมมมม!!
คลื่นพลังงานประหลาดที่มองไม่เห็น แต่ให้ความรู้สึก อึมครึม เย็นเยียบ และกดดันอย่างรุนแรง ก็ะเิออกมาจากจุดศูนย์กลางของกลุ่มพวกเขาอย่างกะทันหัน! มันไม่ใช่แสงสว่าง ไม่ใช่ความร้อน แต่เป็เหมือนเงาหรือความว่างเปล่าที่แผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง!
กรี๊ซซซซซซซ!! คริ้กกกก!!
เหล่ามอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ที่สุดที่ัักับคลื่นพลังงานนั้น ต่างส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปและสับสนอย่างสุดแสน! บางตัวถึงกับหยุดชะงักการเคลื่อนไหว ร่างกายสั่นเทา บางตัวที่ดูอ่อนแอกว่าถึงกับเหี่ยวเฉาลงเล็กน้อย! ดวงตาที่เคยดุร้ายของพวกมันฉายแววหวาดกลัวออกมาเป็ครั้งแรก!
คลื่นพลังงานนั้นไม่ได้คงอยู่นาน มันแผ่ออกไปแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ผลกระทบของมันนั้นใหญ่หลวงนัก มันสร้างความปั่นป่วนและเปิดช่องว่างในวงล้อมของมอนสเตอร์ได้ชั่วขณะ!
"เมื่อ... เมื่อกี้มันอะไรน่ะ?!" บาร์กอุทานออกมาอย่างตกตะลึง เขารู้สึกถึงพลังงานเย็นเยียบที่เสียดแทงเข้ามาถึงกระดูก
"ไม่รู้! แต่อย่าหยุด! วิ่งต่อเร็ว!!" ซิลค์ะโ เธอเองก็รู้สึกถึงพลังงานประหลาดนั่นเช่นกัน แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอรีบฉวยโอกาสนี้หนี
หลี่ชิงเองก็รู้สึกถึงคลื่นพลังงานนั้นเช่นกัน มันให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... คล้ายกับ... ััเย็นๆ และการเต้นตุบๆ ของก้อนหินสีดำแดงที่เขาเก็บมาได้! หรือว่า...? เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสืบหาที่มา เขาต้องใช้โอกาสนี้!
"ตามมา!!" เขาะโสั่ง แล้วะเิพลังทั้งหมดที่มี พุ่งทะยานไปข้างหน้าอีกครั้ง ดาบในมือและสกิล [ฟันดาบฉับพลัน] ถูกใช้ออกไปอย่างไม่เสียดาย MP!
ฉัวะ! ฉับ! ฉัวะ!
เหล่ามอนสเตอร์ที่กำลังสับสนและลังเลจากคลื่นพลังงานประหลาด กลายเป็เป้านิ่งให้เขาฟาดฟัน เขาสังหารพวกมันไปอีกหลายตัว เปิดเส้นทางให้กว้างขึ้น
ทีมเหยี่ยวเหล็กก็ตามมาติดๆ พวกเขาทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มี ฝ่าฝูงมอนสเตอร์ที่กำลังเสียขวัญออกไป ในที่สุด พวกเขาก็สามารถทะลุวงล้อมออกมาได้สำเร็จ!
"วิ่ง! อย่าหยุด! วิ่งเข้าไปในช่องเขานั่น!" คร็อกชี้ไปยังช่องเขาแคบๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก
ทุกคนต่างวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ไม่หันกลับไปมองข้างหลัง เสียงคำรามของฝูงมอนสเตอร์ยังคงดังไล่ตามมา แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่ได้ตามเข้ามาในช่องเขา อาจจะเพราะขนาดตัวที่ใหญ่เกินไป หรืออาจจะยังคงหวาดกลัวพลังงานประหลาดเมื่อครู่อยู่
พวกเขาวิ่งต่อไปจนกระทั่งแน่ใจว่าทิ้งห่างฝูงมอนสเตอร์ออกมาได้ไกลพอสมควรแล้ว จึงมาหยุดพักอยู่หลังแนวก้อนหินใหญ่ที่พอจะใช้เป็ที่กำบังได้ ทุกคนต่างทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เนื้อตัวเต็มไปด้วยาแ เหงื่อ และเื
"ระ... รอดแล้ว... พวกเรารอดแล้ว..." หลินพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ น้ำตาไหลอาบแก้ม
"แฮ่ก... แฮ่ก... เกือบไปแล้วจริงๆ" บาร์กพูดพลางกุมไหล่ข้างที่เืไหลไม่หยุด "ถ้าไม่ได้ไอ้พลังประหลาดนั่นช่วยไว้... ป่านนี้พวกเราคงกลายเป็ปุ๋ยไปแล้ว"
"นั่นสิ... มันคือพลังอะไรกันแน่?" ซิลค์ขมวดคิ้ว มองไปรอบๆ อย่างครุ่นคิด "มันไม่ได้มาจากพวกเราคนใดคนหนึ่งแน่ๆ... หรือว่าจะเป็ศาสตราจารย์?"
ศาสตราจารย์วาเลเรียสที่นั่งหน้าซีดอยู่ ส่ายหน้าช้าๆ "ไม่ใช่ข้าแน่... แก่นชีวิตมันมีพลังฟื้นฟู ไม่ใช่พลังกดดันอันน่าขนลุกแบบนั้น... หรือว่า... จะเป็ผลกระทบจากการดึงแก่นชีวิตออกมา? หรือเป็พลังงานของสถานที่นี้เอง?" เขาก็ดูสับสนไม่แพ้กัน
หลี่ชิงนั่งเงียบๆ อยู่ในกลุ่ม เขาแอบล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม ััก้อนหินสีดำแดงนั้นเบาๆ มันยังคงอุ่นและเต้นตุบๆ อยู่ในมือเขา... หรือว่าหินก้อนนี้จะเป็ต้นตอของพลังงานเมื่อครู่จริงๆ? เขายังไม่แน่ใจ แต่ก็เลือกที่จะเก็บงำความสงสัยนี้ไว้กับตัวเองต่อไป
"เอาเถอะ จะอะไรก็ช่าง ตอนนี้เรารอดมาได้ก็บุญแล้ว" คร็อกพูดตัดบท เขาสำรวจาแของทุกคน "บาร์ก ไหล่แกเป็ไงบ้าง?"
"ลึกพอตัว แต่กระดูกไม่หัก น่าจะต้องเย็บ" บาร์กตอบพลางกัดฟันอดทน
"ซิลค์?"
"แค่แผลถลอกกับรอยฟกช้ำนิดหน่อยค่ะ ไม่เป็ไรมาก"
"หลิน ศาสตราจารย์?"
ทั้งสองคนส่ายหน้า แค่ใและเหนื่อยล้าเท่านั้น
คร็อกหันมามองหลี่ชิง ("เบลด") "แล้วแกล่ะ? เบลด? ดูเหมือนแกจะรับศึกหนักที่สุดเลยนะ"
หลี่ชิงสำรวจตัวเอง เสื้อคลุมขาดวิ่นไปหลายแห่ง มีรอยแผลถลอกและรอยช้ำอยู่บ้าง แต่ไม่มีาแฉกรรจ์ เขาส่ายหน้า "ข้าไม่เป็ไร... แค่เหนื่อยนิดหน่อย" เขาตอบเสียงเรียบ แม้ว่าภายในจะรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมากก็ตาม MP ของเขาเหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว
"ดีแล้ว" คร็อกพยักหน้า "งั้นพักกันตรงนี้สักครู่ ทำแผลให้บาร์กก่อน แล้วค่อยคิดกันว่าจะเอายังไงต่อ... การเดินทางกลับดูท่าจะไม่ง่ายซะแล้ว"
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขารอดจากวงล้อมมรณะมาได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการาเ็และความเหนื่อยล้า แก่นชีวิตถูกเก็บรักษาไว้ได้ แต่ก็เป็ตัวการที่นำหายนะมาให้ และปริศนาเกี่ยวกับพลังงานประหลาดก็ยังคงค้างคาใจ ท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมกระซิบอันน่าสะพรึงกลัวของเทือกเขาเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่รอบตัวพวกเขา…