รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    อย่าทระนงตัวนัก

            “ฮุ่ยเอ๋อ!”

             

            เป็นลุงหวงที่ขยับตัวได้ไวกว่ากระแสปราณในร่างปะทุออกมาจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันของเขาทำให้คนธรรมดาเห็นเพียงเงารางๆฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณปรากฏออกมาคล้ายกับเปลวไฟกำลังลุกท่วมไปที่มือทั้งสองข้าง

             

            ฝ่ามือทั้งสองปะทะกัน จอมยุทธ์ขั้นหกที่ติดตามหานจุนโป๋มาแสยะยิ้มเขาออกแรงมากขึ้นไปอีกจนร่างที่แก่ชราของลุงหวงต้องถอยร่น

             

            แต่นั่นก็ทำให้ฮุ่ยเอ๋อปลอดภัยจากการโจมตีนั้นไปได้พอดี

             

            เด็กน้อยรู้ดีว่าหากอยู่ตรงนั้นจะเป็นการรบกวนลุงหวงเธอรีบวิ่งออกมาให้ห่างจากการต่อสู้ให้มากที่สุด

             

            “ลงมือแม้แต่กับเด็กตัวเล็กๆเลยเหรอครับ?”

             

            ลุงหวงผลักดันฝ่ามือของอีกฝ่ายออกเขาหันไปถามหานจุนโป๋ด้วยสายตาเย็นชาขึ้นมา

             

            แน่นอนว่าผู้เฒ่าตระกูลหานไม่มีทางสนใจกับตัวตนระดับนี้เขาส่งเสียงเหอะออกมาคราหนึ่ง

             

            “ฉันบอกแล้วไง ไปเรียกไป่ฟานเซียนมา”

             

            หานจุนโป๋พูดจบก็สะบัดมือเป็นสัญญาณเหล่าผู้ฝึกตนที่ติดตามเขามาก็เริ่มเคลื่อนไหวพวกเขาพุ่งไปล้อมลุงหวงและถังเย่เย่เอาไว้ไม่ให้หนีทั้งยังปลดปล่อยแรงกดดันออกมาจนฮุ่ยเอ๋อหายใจไม่ออก

             

            เด็กน้อยหน้าซีดลงอย่างรวดเร็ว

             

            เธอเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมความไร้พลังของเธอมันทำให้เธอรู้สึกสมเพชตัวเองจนอยากจะร้องไห้

             

            เธอหลับตาลงเมื่อเห็นว่าเหล่าผู้ฝึกตนที่ล้อมรอบอยู่เริ่มโจมตีเข้ามาลุงหวงเองก็กัดฟันกรอดและตัดสินใจใช้ร่างกายของตัวเองเพื่อปกป้องเด็กน้อยเอาไว้

             

            แต่ในพริบตานั้นเอง แรงกดดันทั้งหมดกลับสลายลงไปในพริบตา

             

            ฮุ่ยเอ๋อค่อยๆลืมตาขึ้นภาพที่ปรากฏตรงหน้าของเธอคือนายหญิงที่กำลังถือหนังสืออยู่ในมือเล่มหนึ่งนางกำลังมองไปยังคนรอบๆด้วยสายตาเรียบนิ่ง

             

            แรงกดดันของจอมยุทธ์รอบๆหายไปตอนไหนไม่มีใครทราบพวกเขาทุกคนล้วนกำลังตกใจที่ไป่ฟานเซียนสามารถฝ่าวงล้อมของพวกเขาเข้าไปได้โดยไม่มีใครรู้ตัวต่างหาก

             

            สายตาของไป่ฟานเซียนกวาดผ่านไปรอบตัวครั้งหนึ่งผู้ฝึกตนที่สัมผัสถึงสายตาที่เย็นเยียบต่างรู้สึกขนลุกขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

             

            “มีใครอยากอธิบายอะไรหรือไม่?”

             

            ไป่ฟานเซียนไปหยุดลงที่หานจุนโป๋นางเอ่ยคำถามที่เรียบง่ายออกมาคำถามหนึ่ง

             

            หานจุนโป๋ในตอนแรกก็ประหลาดใจไม่น้อยเขามองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของไป่ฟานเซียนแต่เมื่อนึกไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่เขาได้มา

             

            รูปแบบพลังและกระแสปราณของไป่ฟานเซียนในตอนที่ประมือกับหวงจื่อหานนั่นอย่างไรก็เป็นระดับจอมยุทธ์แน่นอน

             

            เขาคาดเดาว่าเธออาจจะเป็นจอมยุทธ์ระดับสูงเพราะจากคำบอกเล่าของบอดี้การ์ดของหลานสาวของเขาแรงกดดันของนางสามารถกดดันหลินจิ้งที่เป็นหัวหน้าหน่วยที่หนึ่งของเหยี่ยวดำได้สบายๆ

             

            เขาคาดการณ์ว่าไป่ฟานเซียนน่าจะเป็นจอมยุทธ์ระดับ9

             

            หรืออย่างมากก็ขั้น 10และใกล้จะบรรลุระดับปรมาจารย์แน่นอน

             

            แต่แค่นั้นก็นับว่าเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะแล้ว

             

            หญิงสาวอายุเท่านี้ที่สามารถบรรลุระดับจอมยุทธ์ขั้นสูงสุดได้ย่อมเป็นเพชรเม็ดงามที่แม้แต่หานจุนโป๋ยังต้องหันมาสนใจ

             

            “หึหึ แข็งแกร่งอย่างที่ได้ยินมาจริงๆไป่ฟานเซียน”

             

            หานจุนโป๋ก้าวเดินออกมาจอมยุทธ์ที่โอบล้อมอยู่ก็แหวกเป็นสายเปิดช่องให้นายใหญ่ตระกูลหานเดินเข้ามาได้สะดวก

             

            “...”

             

            ไป่ฟานเซียนกลับไม่ตอบสนองเลยสักนิดนางเพียงจ้องมองหานจุนโป๋เงียบๆ การตอบรับแบบนี้เกือบทำให้หานจุนโป๋ไปไม่เป็น

             

            ตัวเขาเป็นถึงนายใหญ่ที่สุดของเหล่าผู้ฝึกตนในภูมิภาคนี้!

             

            กลับมาถูกหญิงสาวคนหนึ่งเมิน?

             

            ชายชรากัดฟันกรอด ก่อนที่เขาจะพูดอะไรด้านหลังของเขาก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาเสียก่อน

             

            เขาเป็นชายหนุ่มที่ยังอายุไม่มาก แต่งกายด้วยชุดฝึกตนเรียบง่ายเขามีผมสีดำสนิทและใบหน้าคม ถึงพลังฝึกตนของเขาจะสูงถึงจอมยุทธ์ขั้น 9แต่ไป่ฟานเซียนไม่ได้รู้สึกสนใจในตัวเขาเลยสักนิด

             

            ตรงข้ามในทันทีที่ชายหนุ่มเห็นใบหน้าของไป่ฟานเซียน เขาก็ตะลึงจนตาค้างเขาเคยเห็นรูปของนางมาแล้วก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่ 

            แต่ตัวจริงกลับสวยกว่าในรูปอย่างยิ่ง!

             

            เขาจับจ้องไปยังใบหน้าและรูปร่างของไป่ฟานเซียนอย่างหลงใหลยิ่งในยามนี้หญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อยืดบางๆและกางเกงขาสั้นมันก็ยิ่งส่งเสริมเสน่ห์ของนางให้สูงขึ้นไปอีก

             

            “ท่านปู่ ผู้หญิงคนนี้เหรอ?”

             

            ชายหนุ่มถามหานจุนโป๋สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากร่างกายของไป่ฟานเซียนแม้แต่วินาทีเดียว

             

            “ใช่แล้ว หลงยี่ ถูกใจแกไหม?”หานจุนโป๋หยักหน้ารับอย่างพอใจ

             

            ชายหนุ่มคนนี้คือหลานชายของเขา หานหลงยี่ตั้งแต่เล็กจนโต  หานจุนโป๋ฝึกอีกฝ่ายด้วยตัวเองหลังจากที่ค้นพบว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ในการฝึกตนอย่างยิ่ง

             

            ทรัพยากรล้ำค่าและเม็ดยาถูกป้อนให้หานหลงยี่ไม่มีขาดหานจุนโป๋ลงทุนหาของวิเศษมากมายเพื่อนำมาให้หลานชายฝึกตน ด้วยอำนาจและตัวตนระดับปรมาจารย์ทำให้เพียงอายุ 29 หานหลงยี่ก็บรรลุระดับถึงจอมยุทธ์ขั้น 9 ได้สำเร็จ

             

            การพัฒนาของหานหลงยี่เป็นความภาคภูมิใจของตระกูลหานหานจุนโป๋คาดหวังให้หลานชายของตนบรรลุระดับปรมาจารย์ก่อนอายุ 35 ปีเพื่อทำลายสถิติก่อนหน้ารวมถึงนำชื่อเสียงมาสู่ตระกูลหาน

             

            แต่ตัวตนของไป่ฟานเซียนกลับโผล่ออกมาเสียก่อน

             

            ข่าวลือว่านางบรรลุถึงระดับปรมาจารย์เริ่มแพร่กระจายออกไปเงียบๆในหมู่ผู้ฝึกตนในเมืองนี้หานจุนโป๋แม้ตอนแรกจะไม่พอใจ เพราะไป่ฟานเซียนทั้งทำร้ายหลานสาวของเขาและยังแย่งชื่อเสียงที่ควรจะเป็นของหลานชายเขาไป

             

            แต่เขาก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาเสียก่อน

             

            หากว่าทำให้ไป่ฟานเซียนกลายเป็นคนของตระกูลหานเสียล่ะ?

             

            ทั้งเกียรติยศและชื่อเสียงก็จะยังเป็นของพวกเขา!

             

            นั่นทำให้เขาถึงกับรีบตามตัวหลานชายของตนที่ออกไปฝึกตนกลับมาโดยด่วนที่สุดในครั้งแรกหานหลงยี่เต็มไปด้วยความอิดออดแต่ในทันทีที่เขาได้เห็นรูปภาพของไป่ฟานเซียนเขาก็แทบจะอยากออกมาหานางตั้งแต่ตอนนั้น

             

            “เธอเป็นคนทำร้ายหลานสาวของฉันสินะ?”หานจุนโป๋เริ่มเปิดประเด็นเสียก่อน

             

            “ใช่”

             

            คำตอบเรียบง่ายของไป่ฟานเซียนทำชายชราพูดไม่ออกอีกครั้งเขาไม่คิดว่านางจะตรงไปตรงมาแถมยังยอมรับออกมาง่ายๆแบบนี้คำพูดที่เตรียมไว้ไล่ต้อนอีกฝั่งจึงต้องถูกเขากลืนทิ้งไปเสียอย่างนั้น

             

            “ยอมรับก็ดี” หานจุนโป๋กระแอม“แล้วเธอจะชดใช้ยังไง?”

             

            ชายชราขณะที่ถามคำถามนี้ก็แผ่แรงกดันของผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ออกมาด้วย

             

            “แล้วเจ้าว่าอย่างไรล่ะ...?”

             

            ไป่ฟานเซียนกลับดูพูดคุยด้วยง่ายกว่าที่คิดหานจุนโป๋คิดว่านางคงจะหวาดกลัวในพลังและอำนาจของตระกูลหานขึ้นมาแล้วสินะ?

             

            “เรื่องก็ง่ายๆ แค่เธอแต่งงานกับหลานชายฉันมาเป็นคนของตระกูลหาน เรื่องก่อนหน้านี้ฉันจะถือว่าแล้วกันไป”

             

            หานจุนโป๋สังเกตปฏิกิริยาของไป่ฟานเซียน หญิงสาวดูจะประหลาดใจกับข้อเสนอของเขาไม่น้อยนางเหลือบไปมองยังหานหลงยี่ที่อยู่ข้างๆ

             

            “แต่งงาน?”

             

            ไป่ฟานเซียนชี้ไปยังหานหลงยี่

             

            “...กับชายคนนี้?”

             

             

            “ใช่ หลงยี่เป็นถึงจอมยุทธ์ระดับ 9 แล้วทั้งรูปร่างหน้าตา พลังฝึกตน รวมถึงอายุล้วนแต่เหมาะสมกับเธอที่สุด”หานจุนโป๋ยามที่พูดถึงหลานชายก็อดภูมิใจไม่ได้  เขาไม่คิดว่าเธอจะสามารถปฏิเสธได้

             

            “ว่ายังไง?”

             

            หานจุนโป๋กดดันวงล้อมของเหล่าผู้ฝึกตนกระชับเข้ามาแน่นขึ้นฮุ่ยเอ๋อที่อยู่ด้านหลังลุงหวงมองไปยังนายหญิงของเธอย่างเป็นห่วง

             

            หานหลงยี่เองก็คิดเช่นเดียวกันตั้งแต่เริ่มฝึกตนเขาก็ผ่านผู้หญิงมาไม่น้อยแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอยากได้ผู้หญิงคนหนึ่งมากขนาดนี้

             

            “พวกเจ้ายังสติดีหรือไม่?”

             

            ท่าทางของไป่ฟานเซียนเปลี่ยนไปในทันทีแม้ลักษณะภายนอกของนางจะยังเหมือนเดิมแต่ท่าทีเฉยชาและสูงส่งของจักรพรรดินีอันเป็นอีกโฉมหน้าหนึ่งของนางกลับปรากฏออกมาในเวลานี้

             

            “...ว่าไงนะ?”

             

            หานหลงยี่ขมวดคิ้วเขาไม่ได้เตรียมใจมาว่าจะถูกปฏิเสธพอเห็นหญิงสาวต่อต้านเขาก็เริ่มมีอารมณ์โกรธคุกกรุ่นขึ้นมา

             

            หานหลงยี่ถามเสียงเย็นเขาหรี่ตาลงในขณะที่ถามคำถามนั้น

             

            ร่างกายของชายหนุ่มเริ่มสั่นระริกปราณในร่างกำลังจะปะทุออกมาอยู่รอมร่อแต่ท่านปู่ของเขาที่เป็นถึงนายใหญ่ของตระกูลกลับยกมือขึ้นมาขวาง

             

             

             

            “เธอเลือกจะเป็นศัตรูกับตระกูลหานรึ?”

             

            “...ศัตรู?”

            ไป่ฟานเซียนเลิกคิ้วงดงาม

             

            “เจ้าคิดว่าตนเองมีคุณสมบัตินั้น?”

             

            หานหลงยี่ที่ยังหนุ่มยังแน่นโกรธมากกับคำพูดนั้นของหญิงสาวเขาไม่สนใจปู่ของตนที่ยกมือขึ้นมาห้าม พลังปราณของจอมยุทธ์ขั้น 9 ระเบิดออกมาในพริบตาร่างผอมเพรียวของเขาก็พุ่งเข้าไปหาไป่ฟานเซียนที่ยืนนิ่งอยู่

             

            ความบ้าคลั่งของลมปราณอันเป็นเอกลักษณ์ของวิชาพยัคฆ์ภูผาถูกแสดงออกมาหมดในกระบวนท่านี้ฝ่ามือของเขาราวกับกรงเล็บของสิงโต มันตะปบใส่ไป่ฟานเซียนโดยไม่มีการยั้งมือ

             

            ถึงจะเป็นหญิงสาวที่เขาถูกใจแต่ตัวเขากลับมีความภาคภูมิใจในตระกูลหานมากยิ่งกว่า

             

            ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยพลังกำลังจะปะทะกับใบหน้าของไป่ฟานเซียนหญิงสาวเพียงยกมือขึ้นมาข้างหนึ่งก็รับฝ่ามือนั้นไว้ได้หานหลงยี่ตกตะลึงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาหานจุนโป๋ที่ยืนมองอยู่วงนอกเองก็แปลกใจเช่นกัน

             

            หมายความว่านางเป็นจอมยุทธ์ขั้น 10 สินะ?

             

            สามารถรับมือกับกระบวนท่าจู่โจมของจอมยุทธ์ขั้น9 ได้อย่างสบายถ้าหานจุนโป๋ไม่ได้เห็นวิดีโอที่บันทึกพลังของไป่ฟานเซียนมากับตาเขาก็อาจจะคิดว่านางเป็นผู้ฝึกต้นขั้นปรมาจารย์ไปแล้วก็ได้!

             

            ไป่ฟานเซียนไม่สนใจการโจมตีระรอกต่อมานางคว้าแขนของหานหลงยี่เอาไว้แล้วเหวี่ยงทิ้งไปยังจอมยุทธ์ขั้น 6คนที่จะตบฮุ่ยเอ๋อในตอนแรก

             

            ร่างทั้งสองปะทะกันด้วยความรุนแรงเหนือกว่าที่หานจุนโป๋คิดไว้มากเขาไปดูอาการหลานชายที่สลบเหมือดไปในการโจมตีเดียว ส่วนจอมยุทธ์ขั้น 6ที่รับแรงกระแทกไปเต็มๆนั้นถึงกับอาการสาหัสและกระอักเอาเลือดออกมาจากท้องไม่หยุด

             

            “เจ้าจะเอาอย่างไรต่อ?”

             

            ไป่ฟานเซียนตบมือของนางไปมาราวกับกำลังปัดฝุ่นหนังสือที่ถือมาถูกส่งไปให้ฮุ่ยเอ๋อถือไว้ตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ

             

            เมื่อเห็นภาพนั้นพลังปราณของหานจุนโป๋ระเบิดออกมาจนทะลุฟ้าแรงกดดันระดับปรมาจารย์ทะลักออกมาจากร่างของเขาจนแม้แต่พวกเดียวกันยังรู้สึกกดดันปราณสีน้ำตาลหม่นโคจรปกคลุมไปทั้งตัว ดวงตาของมนุษย์ถูกแทนที่ดวงตาของสัตว์ร้าย

             

            ผืนดินรอบๆตัวของปรมาจารย์เฒ่าเริ่มสั่นน้อยๆเขาจับจ้องไปยังหญิงสาวด้วยสายตาไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

             

            “อย่าทระนงตัวนัก เธอมันไม่ใช่ระดับปรมาจารย์!”

             

            ชายชรากล่าวเสียงต่ำ แรงกดดันของเขาพุ่งเข้าใส่ไป่ฟานเซียนราวกับน้ำหลาก!

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน