King - of - Element

    ตอนที่ 19



    ความมืดมิด กลิ่นเหม็นสาบชื้นจากพื้นที่ที่ถูกทิ้งให้รกร้างมาเป็นเวลานาน ความแออัดจากผู้เล่นกว่า 50 ชีวิต ที่รวมตัวอยู่ในเหมืองแร่เพื่อทำการสำรวจพื้นที่ เสียงฝีเท้าที่เดินกันอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าว ดวงตาจับจ้องไปยังพื้นที่ข้างหน้าของตนคอยสอดส่งหาภัยอันตรายอยู่เสมอ
    “นักเวทย์ ขอไฟด้วย!” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมา
    พลันสิ้นเสียงคำสั่งกลุ่มนักเวทย์ของแต่ละปาร์ตี้ได้เรียกสกิลบางอย่างขึ้นมา ปรากฏเป็นบอลแสงขนาดเท่าลูกบอลลอยอยู่เหนือหัวของนักเวทย์แต่ละคนคอยส่องแสงสว่างไปทั่วพื้นที่
    กลุ่มผู้เล่นเดินสำรวจภายในเหมืองแร่ได้ราว 10 นาทีแล้วแต่ยังไม่พบอะไรเลย แม้แต่มอนสเตอร์ซักตัวก็ไม่โผล่ให้เห็น ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สัมผัสของภัยอันตรายในนี้ได้เลย เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าสถานการณ์ก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป ความตรึงเครียด ความอึดอัด ความหวาดระแวงที่ต้องคอยระวังศัตรูว่าจะโผล่ออกมาตอนไหนอยู่เป็นเวลานาน แต่พวกมันกลับไม่โผล่ออกมาซักตัวหนึ่ง และในที่สุดขีดจำกัดความอดทนของคนในกลุ่มก็หมดลง
    “โว้ยย! ไม่ไหวแล้วนะ อึดอัดซะจริง” เสียงตัวประกอบหนึ่งโวยวายเสียงดังจนคนทั้งกลุ่มหันมามอง
    “นี่แกเป็นบ้าอะไรหะ! เงียบๆหน่อยเซ่!” เสียงตัวประกอบที่สองกำลังเข้าปรามเพื่อนของมันให้เงียบเสียง
    “ก็นี่มันแปลกเกินไปแล้วไม่ใช่หรือไง พวกเราก็สำรวจมาตั้งนานแล้วแต่กลับไม่พบอะไรเลย มันเงียบเกินไปแล้วนะ!”
    * เกร็กๆ…..*
    “ก็จริงอย่างที่แกพูด ปกติมันต้องมีตัวอะไรซักอย่างเข้ามาต้อนรับเราตั้งแต่ก้าวเข้ามาในนี้แล้วสิ หรือว่าเหมืองแร่นี้มันจะมีระดับต่ำเกินไปกันนะ” เสียงตัวประกอบตัวอื่นเข้ามาร่วมวงสนทนากันมากขึ้นจนขบวนรบเริ่มแตก เสียงเริ่มดัง สมาธิเริ่มหายไป
    “เหอะ ระดับต่ำงั้นหรอ บ้าจริง เสียเวลาชะมัด”
    “ฉันว่ามันไม่น่ามีอะไรแล้วล่ะ พวกนายผ่อนคลายกันหน่อยก็ดีนะ”
    * เกร็กๆ…..*
    “เห้ อย่าประมาทกันนักสิ มันอาจจะมีตัวอะไรโผล่มาตอนนี้ก็ได้นะ”
    “จริงจังไปแล้วน่าพวก....”
    “เงียบกันหน่อย!! พวกนายได้ยินเสียงอะไรมั้ย?” พลันเสียงตะโกนของหัวหน้ากลุ่มดังขึ้นทุกคนกลับเงียบสงบในทันที หลังจากที่เกาะกลุ่มคุยกันเสียงดัง และละทิ้งหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับมอบหมายเอาไว้
    “เสียงอะไรงั้นหรอ หืมมม” ตัวประกอบทั้งหลายต่างเงี่ยหูฟังเสียงตามคำพูดของหัวหน้ากลุ่ม และพวกเขาก็ได้ยินเสียงนั้นจริงๆ
    กีซ...กีซ...กีซ...“อ๊ะ ได้ยินจริงด้วย นั่นเสียงอะไรน่ะ”
    “ทางไหนกันนะ อ๊ะ มันค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆแล้ว” ผู้เล่นทุกคนต่างช่วยกันหันซายหันขวาเพื่อตามหาที่มาของเสียงนั้น และในที่สุดพวกเขาก็เจอเมื่อมีเสียงๆหนึ่งตะโกนบอกให้ทราบ
    “ทุกคนมองไปข้างบนเร็วเข้า!!” เสียงผู้ร้องเตือนถึงภัยอันตรายให้ทุกคนแหงนหน้าขึ้นไปมองบนผนังของถ้ำ ภาพที่ทุกคนเห็นคือฝูงแมงมุมขนาดตัวเท่าสุนัขตัวโตเต็มไวกำลังไต่กันยั้วเยี้ยเต็มผนังถ้ำนับร้อยตัว ดวงตาของมันสีแดงฉานบวกกับคมเคี้ยวแหลมคม ตอนนี้มันพร้อมจะใช้โยโรยตัวลงมาขย้ำผู้เล่นทุกคนที่บนพื้นแล้ว
    “ทุกคนรีบประจำตำแหน่งเร็วเข้า!” หัวหน้ากลุ่มออกคำสั่งทันที คำสั่งนั้นถูกกระจายไปแต่ละปาร์ตีในทันที แต่ดูเหมือนว่ามันช้าไปเสียแล้วเมื่อเห็นฝูงมอนสเตอร์กรูกันเข้ามาโจมตีพร้อมกันทั้งฝูงอย่างรวดเร็ว จนไม่อาจจะตั้งรับได้ทัน
    แมงมุมขาเหล็กคลาส 5 จำนวนนับร้อยพุ่งเข้ากัด และฉีกกระชากกลุ่มผู้เล่นอย่างหิวโหยราวกับไม่ไม่ได้มีเหยื่อตกถึงท้องมานานแสนนาน ใครที่ตั้งตัวไม่ทันล้วนถูกพวกมันรุมกินจนตาย ผู้เล่นบางส่วนที่ตั้งสติได้ทันต่างรวมกลุ่มกันต้านพวกแมงมุมกันไว้อย่างสุดกำลัง แม้พวกมันจะเป็นเพียงแค่มอนสเตอร์คาส 5 แต่ด้วยจำนวนของพวกมันที่มากเกินจะรับมือไหวในพื้นที่แคบๆ ส่งผลให้กลุ่มผู้เล่นถูกกัดกระชากอย่างน่าสยดสยองแล้วกลายเป็นแสงหายไปอย่างง่ายดาย แต่ดูเหมือนว่าจะมีอยู่ปาร์ตี้หนึ่งที่ตั้งสติได้ และรับมือกับพวกแมงมุมได้อย่างทันท่วงที่
    “จอย  บัพเสริมพลังให้พี่ด้วย!” ซีคตะโกนบอกพรีซในปาร์ตี้ จอยพยักหน้ารับก่อนใช้ยกคฑาในมีแล้วเริ่มร่ายสกิลบางอย่างทันที พลันบังเกิดแสงสีแดงอ่อนๆรอบตัวซีควูบหนึ่งก่อนจะหายไป
    เบอร์เซิร์กโหมดซิคเปิดโหมดบ้าคลั่งเข้าเสริม ด้วยทักษะนี้เขาจะมีพละกำลังมหาศาลเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่ผมข้างเคียงของมันก็ทำให้สติของเขาเลือนลางไปในบ้างครั้งเหมือนกัน เขารีบใช้ดาบสองมือขนาดใหญ่ไล่หวดฝูงแมงมุมขาเหล็กจนบี้ไม่เหลือชิ้นดี พวกมันในตอนนี้ก็เปรียบเหมือนกลุ่มก้อนเนื้อนุ่มๆที่รอคอยให้เขาบดขยี้เพียงเท่านั้น
    “อ๊ากกก ดาหน้ากันเข้ามาเลย ไอ่พวกมอนสเตอร์บ้าเอ้ยย!!”
    “หมอนั่นจะบ้าเลือดเกินไปแล้ว เล่นไล่หวดไปไกลจนลืมหน้าที่ของตัวเองไปแล้วรึไง ให้ตายสิ!” ลูดี้แทงค์ประจำกลุ่มบนอุบอิ่มพลันใช้มือซ้ายถือโล่ผลักเหล่าแมงมุมขาเหล็กออกไปให้ห่างจากพรีซของกลุ่มที่ตอนนี้กำลังใช้สมาธิในการบัพฮิว และบัพเสริมพลังให้ทุกคนอยู่ มือขวาของลูดี้พลันวาดดาบเข้าฟันอย่างไม่ปราณีจนแมงมุมขาเหล็กต้องตายไปหลายสิบตัว
    “ทุกคนระวังที่พื้นด้วย!” เพลตันนักเวทย์หนุ่มร้องเตือนเพื่อนให้ดูที่พื้นก่อนที่จะร่ายสกิลปรับเปลี่ยนสภาพดินให้กลายเป็นหนามแหลมยาวพุ่งทะลุตัวของพวกแมงมุมขาเหล็กจนพรุนหลายสิบตัว
    “พี่เซอิน ไหวรึเปล่าคะ?” จอยหันไปถามเซอินสาวสวยดาบคู่ที่กำลังฟาดฟันกับฝูงแมงมุมนับสิบอย่างไม่เกรงกลัว ด้วยฝีมือการใช้ดาบของเธอทำให้พวกแมงมุมไม่สามารถทำอันตรายเธอได้เลย แต่ที่หนักก็คือไม่ว่าจะฆ่ามันไปมากเท่าไหร่พวกมันก็ไม่หมดลงเสียที
    “สบาย......” เธอตอบสั้นๆพลันเรียกใช้สกิลของตัวเองเพื่อกำจัดพวกมันในคราวเดียว
    พายุดาบเริงระบำเซอินตั้งท่าบางอย่าง ในมือถือดาบคาตะนะไว้แน่นก่อนที่เธอจะเริ่มร่ายระบำดาบเป็นท่วงท่าที่สวยงามชวนหน้ามองแต่กลับแฝงไปด้วยอันตราย เธอเริ่มเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเรื่อยๆราวกับพายุหมุนขนาดย่อมๆ ทุกที่ที่เธอระบำดาบผ่านไปล้วนมีมอนสเตอร์ต้องตายลงอย่างช่วยไม่ได้
    "เดี๋ยวหนูช่วยค่ะ" จอยพลันใช้ไม้คฑาของตัวเองปักลงพื้น จากนั้นก็บังเกิดเป็นวงเวทย์โบราณขนาดใหญ่ขึ้นมาใต้เท้าของทุกคนที่อยู่ในปาร์ตี้เดียวกัน
    การอวยพรของเทพธิดา ทุกคนในปาร์ตี้มีแสงสีขาวปนทองอ่อนๆเปล่งออกมาจากตัวครู่หนึ่งก่อนจะจางหายไป สกิลนี้เป็นบัพเสริมพลังให้ทุกคนในปาร์ตี้ ทุกคนจะได้รับบัพป้องกันค่าความเสียหายเพิ่มขึ้น 20% พลังโจมตีเพิ่มอีก 20% และอัตราการฟื้นฟูพลังเพิ่มขึ้น 10% เป็นระยะเวลา 3 นาที
    "ช่วยได้มากเลยจอย" เป็นลูดี้ที่พูดออกมา บัพพวกนี้มีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะเขาที่เป็นตัวแทงค์ เพราะมันสามารถให้เขายืนแทงค์ได้อย่างสบายๆโดยไม่ต้องคอยห่วงเลือดตัวเองจะหมดง่ายๆอีกต่อไป และตอนนี้ก็ถึงทีของเขาบ้างแล้ว
    พื้นที่ของการยั่วยุลูดี้ปล่อยรังสีสีแดงกลิ่นคล้ายเลือดออกจากตัว มันกระจายเป็นวงกว้างเพื่อล่อให้ฝูงแมงมุมหันมาสนใจเขาแทน เมื่อแมงมุมขาแหล็กได้กลิ่นพวกมันก็พากันวิ่งกรูกันเข้าหาลูดี้นับร้อยตัวเลยทีเดียว และผลของทักษะนี้นอกจากจะดึงดูดความสนใจได้แล้ว มันยังช่วยเพิ่มพลังป้องกัน และอัตราการหลบหลีกให้เขาอีก 10 % เป็นระยะเวลา 1 นาทีอีกด้วย
    "เข้ามา! ไอ่พวกน่าขยะแขยงเอ้ยยย" ลูดี้พลันกำโล่ และดาบในมือไว้แน่น พลางมองเหล่าแมงมุมขาเหล็กไม่กระพริบตา เขาไม่รอให้พวกมันมาขย้ำเขาฝ่ายเดียวแน่ ดาบในมืดถูกฟันกวาดของไปใส่พวกมันจนขาดเป็นสองท่อน โล่ที่มือซ้ายใช้กระแทกเพื่อเคลียร์พวกมันออกไปจากตัว และทำการวาดดาบใส่พวกมันอีกครั้งจนกลายเป็นแสงหายไป เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนแมงมุมที่ถูกดึงมาหาเขาเหลือเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น
    ในตอนนี้กลุ่มผู้เล่นเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้บ้างแล้ว แม้ตอนแรกจะมีตกใจกันบ้างจนทำให้คนที่ไร้ประสบการณ์ต้องเป็นคนที่สังเวยชีวิตไปเป็นกลุ่มแรก ส่วนผู้ที่มีไหวพริบดีเยี่ยมย่อมจัดการกับสถานการณ์ไม่คาดฝันตรงหน้าได้อย่างดี แต่ก็ต้องสูญเสียผู้เล่นนับสิบคนไปเนื่องจากไม่สามารถชุบชีวิตพวกเขาได้ทัน
    เมื่อกลุ่มผู้เล่นช่วยกันทำการสังหารฝูงแมงมุมขาเหล็กจนหมดไปแล้ว ผู้เล่นแต่ละคนก็เริ่มกลับมาเช็คสถานะปาร์ตี้ของตัวเองเพื่อเช็คความพร้อมก่อนจะเดินสำรวจกันต่อไป
    “จากเท่าที่เห็น ทุกคนไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ซิคหัวหน้าปาร์ตี้ถามขึ้นมา ทุกคนก็พยักหน้าตอบเป็นเชิงว่าปลอดภัยดี แต่เหมือนว่าในตอนนี้ปาร์ตี้ของเขาจะมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ตอบคำถามเขา และตอนนี้ก็หายไปไหนก็ไม่รู้ด้วย
    “ว่าแต่คุณภาคิน เขาหายไปไหนล่ะ?” ลูดี้ถามขึ้นมาเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ
    “นั่นสิ ฉันไม่เห็นเขาออกมาช่วยสู้เลย หายไปไหนของเขากันนะ” เพลตันเสริมพลันหันหัวไปมาเพื่อตามหาตัวคนหาย
    “ฉันว่าเขาคงไม่อยากเปลืองแรงลงมือกับพวกมอนสเตอร์ระดับต่ำแน่ๆเลย” ซิคพูดอย่างมีเหตุผลพลางเอามือลูบคางไปด้วย
    “ฉันก็คิดงั้นนะ ก็เขาระดับสูงซะขนาดนั้นนี่ แต่อย่างน้อยก็ควรให้คำแนะนำพวกเราบ้างสิ ไม่ใช่เงียบหายไปแบบนี้ ให้ตายเถอะ” ลูดี้พูดด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่คนระดับสูงแบบนั้นปล่อยให้พวกเขาเผชิญกับอันตรายอย่างเดียวดาย
    “ฉันก็ไม่อยากจะยุ่งกับเขาเท่าไหร่หรอกนะ ว่าแต่มีใครเห็นบ้างว่าเขาอยู่ตรงไหนกัน?”
    “เออ..คือ ถ้าเป็นคุณภาคินเขาอยู่ตรงนู้นได้ซักพักหนึ่งแล้วล่ะค่ะ” จอยพูดขึ้นพร้อมใช้มือชี้ไปยังทิศของผู้เล่นภาคิน เขาในตอนนี้กำลังยืนกอดอกหลังพิงผนังถ้ำ ใบหน้านิ่งขรึมน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก
    พวกเขาเริ่มใช้คำนำหน้าว่า คุณ ตั้งแต่เห็นว่าเขาเป็นถึงผู้เล่นคลาส 8 แล้ว เริ่มแรกพวกเขากะว่าจะช่วยกันรุมฆ่าหาก ภาคิน คิดจะหักหลังพวกเขา แต่เมื่อเห็นระดับแล้วความคิดของพวกเขาก็เปลี่ยนไป เพราะหากภาคินคิดจะหักหลังพวกเขาจริงๆแล้วล่ะก็ เขาคงทำได้ราวปลอกกล้วยเข้าปากโดยที่พวกเขาไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย พวกเขาเลยนอบน้อมเป็นพิเศษเผื่อว่าผู้เล่นชื่อแดงคนนี้จะเห็นอกเห็นใจพวกเขาบ้าง
    ซิคเป็นคนนำเข้ามาถามภาคินโดยมีคนที่เหลือตามเข้ามาอย่างกล้าๆกลัวๆ ถ้าเป็นไปได้พวกเขาก็ไม่อยากยุ่งเรื่องของชายคนนี้มากนัก แต่ต่อมความสงสัยมันมากเกินจะควบคุมได้ ซิคค่อยๆรวบรวมความกล้าขึ้นมาก่อนที่จะถามออกไป
    “อ เอ่ออ..คือ....คุณภาคินครับ ทำไมคุณถึงไม่ช่วยพวกเราเลยล่ะครับ?”
    “คือว่า....”
    “คืออะไรหรอครับ!?”
    “คือฉัน....”
    “ฉัน..?” ทุกคนในตอนนี้กำลังเอียงคอลุ้นคำตอบกันจนตัวโก่ง
    “ฉัน ก กลัว........แมงมุ..ม...” เสียงตอนท้ายแผ่วเบาจนแทบไม่มีใครได้ยิน นั่นจึงทำให้ซิคถามต่อด้วยความสงสัย
    “กลัวอะไรนะครับ?”
    “ฉัน...กลัวแมงมุม โว้ยยยยยย!!!!”“……”“……”“……”“……”“..-.-..”..

    .