ตอนที่ 38 – หอกเงา ปะทะ จักรกลจิต
เสียงฟันเฟืองหมุนวนใต้ลานประลองดังแผ่วเบา
แสงจากสนามเวทสีครามเรืองขึ้นจากพื้นหินลายกลจักร กลืนกินเสียงรอบข้างจนทั้งลานเหมือนถูกปิดผนึกไว้ในห้วงแห่งความเงียบ
หลิงเซียวยืนอยู่กลางวงเวท—แววตาสงบนิ่ง
ดวงตาของเขาฉายแสงบางเบาราวกับสะท้อนแสงแห่งความเข้าใจลึกซึ้งที่เพิ่งตื่นขึ้น
วงจรกลจักรจิตภายในร่างค่อย ๆ โคจรช้า ๆ พลังงานคลื่นจิตแผ่ออกมาไม่มาก แต่หนักแน่นมั่นคง
ตรงข้าม…เหลียนอวิ๋น ศิษย์อันดับหนึ่งแห่งหอใน
ยืนอยู่ด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย ราวกับเขามิใช่ผู้ท้าทาย แต่คือผู้ครอบครองสนาม
“ข้าจะเริ่มก่อน” เสียงเขาราบเรียบ แต่ก้องกังวาน
ยังไม่ทันที่ลมหายใจที่สองจะจบลง
เงาร่างของเหลียนอวิ๋นก็พุ่งเข้ามา
ฉัวะ!
ปลายหอกจักรกลเสียดสีอากาศจนเกิดเสียงหวีด
มันมิได้แทงเป็นเส้นตรง หากแต่วงโค้งเฉียงตามหลักเวทกลศาสตร์ขั้นสูงสุด — “เงาหอกไร้แก่นกลาง”
หลิงเซียวเอนตัวหลบในเสี้ยววินาที
พร้อมกับปลดกระบวนกลกลจักรจิตข้อแรก
“เฟืองเบี่ยงแรง” – พลังจิตไหลเข้าสู่แขนขวาและกระตุ้นกลไกภายในฝ่ามือ
เสียง “คั่ก!” ดังขึ้นเมื่อมือเปล่าของเขาปัดกระบวนท่าอาวุธของอีกฝ่ายออกนอกทิศ
เหลียนอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย
“…เจ้าป้องกันการแทงเชิงจิตได้ด้วยมือเปล่าจริงหรือ?”
หลิงเซียวไม่ตอบ เพียงหมุนตัวหลบการจู่โจมถัดมา
พร้อมกระตุ้นโครงกลที่สองในร่าง—“คลื่นสะท้อนระนาบ”
เท้าของเขากระทบพื้นเป็นจังหวะ
พลังกระเพื่อมซ่านขึ้นจากส้นเท้า แล้วแผ่ย้อนกลับผ่านพื้นเวทีขึ้นสู่ร่างของเหลียนอวิ๋นจากเบื้องล่าง
อีกฝ่ายกระโดดหลบทันก่อนจะกระแทกพื้น พร้อมตีลังกาพลิกตัวกลางอากาศอย่างสวยงาม
“น่าสนใจ” เขากล่าว
จากนั้น—ทั้งสองก็เคลื่อนไหวแทบจะพร้อมกัน
เหลียนอวิ๋นพุ่งเข้าใส่ด้วยกระบวนท่าหอกแบบสามจังหวะ ปิด-เปิด-เฉือน
หลิงเซียวปลดชุดกลจักรภายในตนเองทีละลำดับ
เฟืองเล็งเป้า, กล้ามเนื้อเร่งประจุ, รังสีหักลำพลังจิต
เวทีต่อสู้บัดนี้กลายเป็นภาพเบลอที่แทบไม่มีใครมองทัน
เสียงกระแทกของกลไก ฟันเฟือง กล้ามเนื้อ และลมปราณกระทบกันดังราวอาวุธนับสิบตีกันกลางอากาศ
เหล่าอาจารย์ในหอฝึกเริ่มทยอยมาชมอย่างเงียบงัน
เยว่อี้เองยืนอยู่ตรงขอบลาน สายตานิ่งเฉียบจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว
“เขากำลังทดสอบเสถียรภาพของวงจรจิต…โดยใช้การต่อสู้จริง” เยว่อี้พึมพำกับตัวเองเบา ๆ
อีกสิบกระบวนท่าผ่านไป—เหลียนอวิ๋นเริ่มเปลี่ยนรูปแบบ
เขาเลิกใช้หอกธรรมดา แต่กลับหันไปโคจรพลังเวทสลับกับพลังกล
เกิดเป็นหอกที่แปรสภาพได้กลางคมแทง
หอกของเขายาวขึ้น แล้วบิดเกลียวได้เองระหว่างพุ่ง
“หอกจักรเงา” – อาวุธที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างระหว่างการเคลื่อนไหวตามเจตจำนงผู้ใช้
คราวนี้…หลิงเซียวไม่หลบ
เขาเบนไหล่ให้ปลายหอกผ่านเฉียดลำคอ แล้วใช้มือซ้ายปัดกระบวนที่เปลี่ยนทิศกลางทาง
“กลประสานจิต–ลื่นไหลตามการเคลื่อนที่”
พลังจิตในร่างของเขาไม่หยุดนิ่ง แต่ไหลเวียนตามทิศของศัตรูแทนจะต่อต้าน
ปัง!
เสียงโลหะกระทบพลังกระแทกดังลั่น
แม้ตัวเขาถูกผลักถอยไปสามก้าว แต่ยังทรงตัวได้มั่นคง
เหลียนอวิ๋นชะงักเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“เจ้าทำลายกฎของสนามประลอง…โดยไม่ฝ่าฝืนมันเลยแม้แต่น้อย”
“เจ้านี่…ใช้จักรกลเพื่อพลิกหลักกลศาสตร์เวทได้จริง…”
หลิงเซียวหอบหายใจ แต่ยังยืนตรง
รอบกายเขาคือเงาสะท้อนของกลไกที่เพิ่งทำงานและยุบหายลง
วงจรจิตกลทั้งหกชั้นยังไม่ถึงขีดสุด
“ข้ายังไม่ได้เริ่มของจริงด้วยซ้ำ” เขาพูดเบา ๆ
เหลียนอวิ๋นยิ้มเพียงเล็กน้อย
“ข้าขอจบการประลองไว้แค่นี้”
เสียงประหลาดใจดังขึ้นจากรอบลาน
แต่เมื่อเหลียนอวิ๋นหันกลับไปหาผู้ชม ทั้งหมดก็เงียบลงในทันที
เขาหันกลับมาพูดกับหลิงเซียว
“เจ้าชนะข้าไม่ได้ แต่ข้าก็ไม่อาจหยุดเจ้าได้เช่นกัน”
“จงเดินต่อไปตามทางของเจ้า—ถ้าเจ้าทำได้ถึงจุดสูงสุด…ข้าอยากเห็นว่า ‘จิต’ จะสร้างอะไรที่ ‘พลัง’ ไม่อาจสร้างได้บ้าง”
จากนั้น…ศิษย์อันดับหนึ่งก็เดินจากไป
ทิ้งไว้เพียงเวทีเงียบงัน กับศิษย์ผู้หนึ่งที่ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางฟันเฟืองและแสง