ตอนที่ 12 ยังคิดจะลงไม้ลงมือกับเ้าด้วยหรือ?! พวกเขาไม่้ามีชีวิตอยู่เสียแล้ว
เมื่อออกมาจากห้อง เซี่ยเหล่าเอ้อร์จึงเอ่ยถามไป๋เพ่ยเพ่ยเบา ๆ
“พวกเขาเป็อะไร? เมื่อครู่ที่เ้าร้องไห้ก็เพราะพวกเขาหรือ?”
“ไม่เกี่ยวกับพวกเขาสองคน ข้าร้องไห้เพราะเื่อื่น”
จู่ ๆ ไป๋เพ่ยเพ่ยก็รู้สึกว่านี่เป็โอกาสดีจึงเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเศร้าว่า
"ท่านจะไม่ถามข้าหน่อยหรือว่าเหตุใดต้ายาไม่อยู่บ้านสามี ต้องกลับมาสู่ครอบครัวเดิมของนางในเวลานี้? อีกทั้งท่านเองก็กลับมาตั้งนานแล้ว ทำไมจึงไม่เข้าไปพบนางเสียหน่อย?”
“ต้ายาถูกคนที่บ้านสามีของนางรังแก?”
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม หลังจากเซี่ยต้ายาแต่งงานไป ชีวิตของนางก็ต้องอยู่อย่างยากลำบาก เหตุผลที่เ้าของร่างเดิมไม่สนใจนั่นเป็เพราะเขาคิดว่าไป๋เพ่ยเพ่ยคงจัดการเอง
เซี่ยเหล่าเอ้อร์เงียบ
เพราะเขาได้พบจากในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ว่าไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้ใจดีกับหลานสาวที่รับมาเป็ลูกเลี้ยงทั้งสองคนเสียเท่าไหร่นัก
“ท่านเข้าไปดูว่าสภาพของนางเป็เช่นไรแล้วจะรู้เอง ออกมาแล้วค่อยคุยกันอีกที”
เซี่ยเหล่าเอ้อร์รับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง เขาเดินไปยังประตูห้องของตน ก่อนะโเข้าไปข้างใน
"ต้ายา เ้าตื่นแล้วหรือยัง?"
“ท่านพ่อ ข้าตื่นแล้ว เข้ามาได้เลยเ้าค่ะ”
เซี่ยต้ายาซึ่งนอนอยู่บนเตียงพลันรู้สึกประหม่าขึ้นมา ด้วยนางไม่รู้ว่าท่านอารองจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
ในยุคนี้ สตรีคนใดบ้างที่หย้าร้างแล้วจะไม่ถูกครอบครัวเดิมของตนรังเกียจ? แม้เซี่ยต้ายาจะถูกไป๋เพ่ยเพ่ยพากลับมา ทว่าหากไม่ได้คำอนุญาตจากเซี่ยเหล่าเอ้อร์เสียก่อน นางก็ไม่มั่นใจนัก
เซี่ยเหล่าเอ้อร์เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าที่ใ
เพราะเขาไม่เคยคาดคิดว่าตนจะเข้ามาเห็นเซี่ยต้ายาซึ่งมีใบหน้าฟกช้ำดำเขียวนอนอยู่บนเตียง
“เ้าไปโดนอะไรมา? ทำไม... หน้าตาถึงเป็แบบนี้? คงไม่ใช่ว่าโดนคนทุบตีมาหรอกใช่ไหม?!”
เซี่ยเหล่าเอ้อร์รู้สึกแย่ขึ้นมาทันที
สถานการณ์ร้ายแรงกว่าที่เขาคิด และความทรงจำบางส่วนของเ้าของร่างเดิมดูเหมือนจะพึ่งพาไม่ได้มากนัก เห็นทีว่าเขาคงไม่อาจพึ่งพาความทรงจำของเ้าของร่างเดิมได้อย่างเต็มที่
“อืม นางถูกเฉียวคนรองทุบตี ตอนที่ข้าไปรับนาง ก็ไร้ซึ่งคนสนใจห่วงใยแม้ว่านางจะสลบไปก็ตาม โชคดีที่ข้าไปทันเวลา หากช้าไปอีกก้าวหนึ่ง ท่านคงไม่ได้พบหน้านางเป็ครั้งสุดท้ายแล้ว” ไป๋เพ่ยเพ่ยซึ่งตามหลังเขา เดินเข้ามาในห้อง
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ตื่นตะลึง
"ร้ายแรงถึงเพียงนี้เชียว?! ทำไมพวกเขาถึงทำเช่นนี้? พวกเขาเป็ฝ่ายขอแต่งงานหลานสาวของข้า ไม่ใช่ว่าข้าบังคับให้พวกเขาแต่งงานเสียเมื่อไหร่... ตระกูลเฉียวทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?"
“หมายความว่าอย่างไรงั้นรึ? ก็หมายความว่าพวกเขาดูถูกท่าน คิดว่าแม้ครอบครัวของพวกเขาจะทุบตีนางจนตาย อย่างมากท่านก็ทำได้เพียงสร้างเื่เอะอะโวยวาย ทั้งยังไม่ทำอะไรพวกเขาด้วย”
ไป๋เพ่ยเพ่ยเพิ่มน้ำมันเติมน้ำส้ม*[1] เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน แล้วเอ่ยต่อ "ท่านไม่รู้หรอกว่าตอนที่ข้าไปที่นั่น พวกผู้ชายตระกูลเฉียวไม่มีใครอยู่เลย พวกเขาวิ่งโร่ออกไปร่ำสุรา เป็ต้องที่ข้าไปสร้างเื่ราววุ่นวายใหญ่โต จึงมีคนไปตามพวกผู้ชายตระกูลเฉียวพวกนั้นกลับมา แต่ละคนต่างดื่มกันจนเมามาย ซ้ำยังคิดจะมาลงไม้ลงมือกับข้า...”
เซี่ยเหล่าเอ้อร์กำหมัดแน่น
"อะไรนะ?! คิดจะมาลงไม้ลงมือกับเ้างั้นรึ? พวกเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง!"
นี่คือภรรยาของเขา เขายังกอดนางไม่มากพอเลย ใครกล้ามาแตะนาง?
“ข้าเองก็คิดว่าว่าพวกเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ข้าจึงทุบตีพวกเขาไปด้วยโทสะ” ไป๋เพ่ยเพ่ยกล่าวพลางสังเกตสีหน้าของเซี่ยเหล่าเอ้อร์ "ข้าทุบตีเฉียวเล่อเซิง ลูกชายคนรองของตระกูลเฉียวต่อหน้าคนตระกูลเฉียว"
สตรีคนหนึ่งจะมีพละกำลังมากมายแค่ไหนกันเชียว? เซี่ยเหล่าเอ้อร์ไม่คิดว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะทำอะไรเฉียวเล่อเซิงได้ จึงเอ่ยว่า
"ทำไมเ้าไม่บอกกล่าวข้า? เ้าควรจะเรียกข้าไปด้วย ข้าคงหักขาของเฉียวเล่อเซิงเสียที่นั่น"
"หักไปแล้ว"
"ฮะ?" เซี่ยเหล่าเอ้อร์ไม่อยากเชื่อหูตนเมื่อครู่
“ข้าบอกว่าข้าหักขาของเฉียวเล่อเซิง ลูกชายคนรองของตระกูลเฉียวไปแล้ว ทั้งสองข้าง”
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ใอีกครั้ง พละกำลังของภรรยาของเขามีมากพอถึงขั้นหักขาของเซี่ยเล่อเซิงได้เชียวหรือ? เช่นนั้นแล้วภรรยาของเขาต้องโกรธถึงขนาดไหนกัน?
เขามองไปยังมือของไป๋เพ่ยเพ่ย แขนเล็ก ๆ ขาบาง ๆ นางหักขาของชายร่างใหญ่ได้อย่างไรกันแน่?
เป็อีกครั้งที่เขารู้สึกว่าความทรงจำของเ้าของร่างเดิมนั้นไม่น่าเชื่อถือ แม้แต่เื่ความแข็งแกร่งของภรรยาตัวเองก็ยังไม่ชัดเจน
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไร ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงคิดว่าเขาไม่พอใจ หญิงสาวพลันเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น
"ท่านโกรธหรือ? คิดว่าข้าทำร้ายเขาอย่างไร้ปรานีเกินไปใช่หรือไม่?”
ลองกล้าพูดคำว่า ‘ใช่’ ออกมาดูสิ!
“ไม่! เ้าทำได้ดีมาก หากเกิดเื่แบบนี้ขึ้นอีก ข้าจะไปจัดการให้เ้า ไม่ใช่แค่ขา แต่แขนของเขาก็จะใช้การไม่ได้ด้วย แขนข้างไหนที่เขาใช้ตบตีต้ายา ข้าจะหักแขนนั้นเสีย”
ไป๋เพ่ยเพ่ยค่อนข้างประหลาดใจ ใครกันคาดคิดว่าผู้ชายโบราณคนนี้กลับสนับสนุนการกระทำของสตรี? เ้าของร่างเดิมโชคดีถึงเพียงนี้เชียว ถึงได้เจอผู้ชายที่ดีเช่นนี้?
หญิงสาวกล่าวว่า "ไม่เป็ไร ข้าหักแขนของเขาไปด้วยเหมือนกัน"
“เอ่อ... ทั้งหมดแล้วเ้าหักไปเท่าไหร่กัน?”
ไป๋เพ่ยเพ่ยทำหน้าตาไร้เดียงสา “ไม่ได้ตีครั้งเดียว เดิมทีข้าแค่อยากจะหักขาของเขาสักข้าง แต่ตระกูลเฉียวนั้นไร้เหตุผลนัก เอาแต่ยั่วยุข้าอยู่ได้ ข้าโกรธมากอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก็เลยทุบตีเขาไปหลายครั้ง... ยิ่งจำนวนครั้งที่ทุบตีมากขึ้น ขาและแขนของเขาก็ถูกหักตามไปเท่านั้น”
“แต่ท่านไม่ต้องกังวล เราไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล ด้วยเพราะตระกูลเฉียวเองก็ตบตีต้ายาเช่นกัน ต่างฝ่ายต่างจัดการกันเอง ก็ถือว่าเสมอกัน”
“พวกเขายังให้เงินเรามาจำนวนหนึ่งด้วย บอกว่าเป็เงินชดเชยให้ต้ายา...”
วาจานั้นรื่นหู ทว่าแฝงไว้ด้วยนัยมากมาย
เช่นนี้แล้ว ท่านก็รีบหาเื่ขุ่นเคืองเสียที ข้าจะได้หยิบยกฉากต่อไปขึ้นมา
“ตระกูลเฉียวใจดีขนาดนี้เชียว?” เซี่ยเหล่าเอ้อร์รู้สึกอย่างไรว่ามีบางจุดที่ไม่ถูกต้อง เ้าทุบตีลูกชายของเขาจนอยู่ในสภาพนั้น อีกฝ่ายกลับเต็มใจให้เงินมาอีกงั้นหรือ?
หากเป็เขา ไม่แตกคอกันไปข้างก็นับว่าแปลกแล้ว
สีหน้าของเซี่ยต้ายาซึ่งนอนบนเตียงนั้นกระวนกระวาย รู้สึกว่าอาสะใภ้รองกล่าวบอกนั้นมีศิลปะอย่างยิ่ง เงินชดเชยเอย เสมอกันเอย ทั้ง ๆ ที่เห็นได้ชัดว่า...
“แน่นอน อย่างไรเสีย ครอบครัวของเราก็เลี้ยงดูผู้หญิงที่ดีมากคนหนึ่งขึ้นมา แต่เมื่อไปอยู่กับครอบครัวของพวกเขากลับถูกทำให้เป็เช่นตอนนี้ หากเราไม่ให้พวกเขาอธิบายให้ฟัง ในวันหน้าเมื่อถึงเวลา ท่านจะไปบอกพี่ใหญ่ของท่านในปรโลกว่าอย่างไร”
“จะบอกว่าพวกเราอาและอาสะใภ้ และในฐานะพ่อแม่บุญธรรมเพียงเบิกตาดูลูกสาวสุดที่รักของเขาถูกตระกูลเฉียวทารุณอย่างจนปัญญาอย่างนั้นหรือ?”
ปากของเซี่ยเหล่าเอ้อร์พลันกระตุก เหตุใดจึงหยิบยกเื่พี่ใหญ่ของเ้าของร่างเดิมขึ้นมาเล่า?
รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา
พี่ใหญ่ของเ้าของร่างเดิมคงไม่รู้หรอกกระมังว่าเขาไม่ใช่เ้าของร่างเดิม? เมื่อถึงเวลานั้นจะถูกขอให้คืนร่างให้เ้าของร่างเดิมหรือไม่?
เซี่ยเหล่าเอ้อร์รีบปฏิเสธทันที กว่าเขาจะ ‘ตื่น’ ขึ้นมาได้นั้นไม่ง่าย ทั้งยังมีลักษณะบุกคลิกที่เป็อิสระเป็ของตัวเอง ทำไมเขาต้องคืนมันด้วย?
การที่เขาแย่งชิงมันมาได้ นั่นคือความสามารถของเขา หากเ้าของร่างเดิมมีความสามารถ ก็ค่อย่ชิงกลับไปด้วยตัวเองแล้วกัน
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ไม่เคยยอมรับว่าตนเป็คนไร้สัจจะถึงเพียงนี้ เหตุผลเพียงเพราะเขาไม่อาจปล่อยสตรีที่อยู่ตรงหน้าไปได้ เขารู้สึกอยู่เสมอว่าหาก ‘หลับ’ ไปอีกครั้ง เขาอาจจะไม่ได้เจอนางอีกเลย
รู้ทั้งรู้ว่าเขาเพิ่งตื่นขึ้นมาวันนี้ แต่ก็ไม่อยากไปจากนางแล้ว ราวกับว่าเขามาที่นี่เพียงเพราะนาง
“แล้วพวกเขาไม่ได้เอ่ยขอต่อรองอะไรเลยหรือ? เพียงให้เงินเ้ามาเท่านั้น?”
“มีสิ แน่นอนว่าพวกเขากล่าวบอก” ไป๋เพ่ยเพ่ยกล่าว “พวกเขาขอหย่า และข้าก็ตอบตกลง”
เซี่ยเหล่าเอ้อร์นิ่งเงียบ
เห็นไหม เขารู้อยู่แล้วว่ามันไม่ได้ง่ายดายอย่างนั้น
ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะทำอะไรบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับความทรงจำของเ้าของร่างเดิมอย่างชัดเจน?
เป็ความรู้สึกคุ้นเคยอันแปลกประหลาด
“ทำไม ท่านไม่เห็นด้วยหรือ? ต้ายาถูกรังแกจนเป็แบบนี้แล้ว คงไม่ใช่ว่าท่าน้าให้ข้ากลืนความโกรธของตัวเองลงคอ แล้วมองต้ายาถูกตระกูลเฉียวปฏิบัติอย่างทารุณโหดร้ายต่อไปหรอกใช่ไหม?”
“ข้าไม่ได้โกหกท่าน หากไม่เชื่อก็ไปถามป้าหลิวที่อยู่ข้างบ้านได้ แล้วก็คนในหมู่บ้านคนอื่น ๆ ด้วย พวกเขาก็ไปกับข้า ในตอนนั้นที่ต้ายานอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง นางแทบจะสิ้นลมอยู่รอมร่อแล้ว…”
เป็ถึงขนาดนี้แล้วยังจะไม่หย่าอีกหรือ จะอยู่ที่นั่นต่อไปทำไม? รอไปเก็บศพต้ายาครั้งหน้าหรือไงกัน?”
รีบโกรธเสีย เมื่อโกรธจะได้หาข้ออ้างในการ ‘สร้างเื่วุ่นวาย’
เซี่ยเหล่าเอ้อร์เมื่อเห็นว่าไป๋เพ่ยเพ่ยโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ จึง้าหาวิธีเอาคืนด้วยตนเอง สัญชาตญาณของเขาพลันเข้ามามีบทบาทอีกครั้ง
"จะเป็อย่างนั้นได้อย่างไร? ไม่ว่าเ้าจะตัดสินใจอย่างไร ข้าก็จะสนับสนุนเ้า ในความคิดของข้า ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเ้า ความคิดของเ้าสำคัญที่สุด”
*[1] เพิ่มน้ำมันเติมน้ำส้ม หมายถึง พูดเกินความจริง ใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปเพื่อให้เื่ราวน่าสนใจ