“หวังเยี่ยน ก่อนเปิดศึกทำซ่าขนาดนั้นสุดท้ายก็ต้องมาขอโทษเซี่ยวซิงอวี่อยู่ดี”
“ฮ่าๆ ไอ้หมอนั่นฝีมือไม่ถึงพ่ายแพ้ไปก็สมควรแล้ว!”
“พูดตามตรง เซี่ยวซิงอวี่เก่งจริงๆ”
“จริงสิสัตว์อสูรของเขาไม่เพียงแต่ปลุกพลังธาตุที่สามได้แต่ยังเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ข้ามระดับได้อีกด้วย นับถือเลย!”
เซี่ยวซิงอวี่กลายเป็ผู้ชนะในการประลองครั้งนี้เพื่อนร่วมชั้นต่างพากันยกย่องชื่นชม อาจารย์ต่างให้ความสำคัญเป็พิเศษ
“เซี่ยวซิงอวี่”
ซูหรูเยียนเดินเข้ามาหาเซี่ยวซิงอวี่
เซี่ยวซิงอวี่โค้งตัวเล็กน้อยแสดงความเคารพอย่างสง่างาม “ผู้อำนวยการซู”
“ตามฉันไปที่ห้องทำงานหน่อย”
“ครับ”
เซี่ยวซิงอวี่เดินตามหลังซูหรูเยียนออกจากสายตาของผู้คน
“ข่าวใหญ่ผู้อำนวยการซูเรียกเซี่ยวซิงอวี่ไปคุยเป็การส่วนตัว!”
“จากสิ่งที่เซี่ยวซิงอวี่แสดงออกมาเมื่อกี้ถ้าฉันเป็ผู้อำนวยการ ฉันก็จะให้ความสนใจกับอัจฉริยะคนนี้เป็พิเศษเหมือนกัน”
“ลูกชายรองผู้อำนวยการมีประโยชน์อะไรในเมื่อพร์เหนือกว่าทุกสิ่ง ต่อให้เส้นใหญ่แค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์!”
หวังเยี่ยนอยู่ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความโกรธแทบจะเผาผลาญสติของเขาจนมอดไหม้
เขานั่งคุกเข่าอยู่บนสนามประลองเล็บจิกเข้าไปในร่องพื้นอย่างแรง
“เซี่ยวซิงอวี่ความอัปยศที่แกทำให้ฉันในวันนี้ ฉันจะเอาคืนแกเป็ร้อยเท่าพันเท่า!”
หลังจากพึมพำกับตัวเอง หวังเยี่ยนก็ลุกขึ้นเดินจากไปด้วยความอับอาย
สถาบันชิงหลง ห้องทำงานผู้อำนวยการ
ที่นี่คือห้องทำงานผู้อำนวยการการตกแต่งหรูหราเหมือนกับการตกแต่งภายในบ้านพักต่างอากาศของบรรดาเศรษฐี
“นักเรียนเซี่ยว เชิญนั่ง”
เซียวซิงอวี่นั่งลงบนโซฟาเผลอเปิดใช้งานเนตรปีศาจ
“ให้ตายสิ! หนังหุ้มโซฟาตัวนี้ทำมาจากหนังของสัตว์อสูรระดับราชันอสูร เจ็ดเนตรอสรพิษเงิน”
“ห้องทำงานของผู้อำนวยการสาวสวยคนนี้ช่างหรูหราอะไรขนาดนี้~”
ซูหรูเยียนรินชาให้เซียวซิงอวี่ด้วยตัวเอง
“ขอบคุณครับผู้อำนวยการซู”
“นอกจากเย่ซวงหนิงแล้วนายก็เป็นักเรียนคนที่สองที่ฉันรินชาให้ด้วยตัวเอง”
เซียวซิงอวี่ทนไม่ไหว
“ผู้อำนวยการซูครับเลิกพูดถึงเย่ซวงหนิงได้ไหมครับ?”
ซูหรูเยียนยิ้มอย่างมีเสน่ห์“ฟังจากน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองของนายแล้วหรือว่าเธอจะเป็แฟนเก่าของนาย?”
พรวด~
เซียวซิงอวี่ที่เพิ่งดื่มชาเข้าไปในปากยังไม่ทันได้กลืนก็พ่นออกมา
น้ำชาเปรอะเปื้อนหน้าอกของซูหรูเยียน
“ขอโทษครับ ผู้อำนวยการซู ผมไม่ได้ตั้งใจผมช่วยเช็ดให้นะครับ”
ซูหรูเยียนกัดฟันพูด“นายกำลังทำอะไรกับหน้าอกของฉัน? จงใจฉวยโอกาสงั้นเหรอ!”
“ผมแค่ช่วยคุณเช็ดคราบชาไม่ได้มีเจตนาอื่นครับ”
“อีกอย่าง เย่ซวงหนิงไม่ใช่แฟนเก่าของผมแค่คนชอบเอาผมไปเปรียบเทียบกับเธอ มันน่าเบื่อน่ะครับ”
ซูหรูเยียนนั่งไขว่ห้าง น้ำเสียงเ็า
“เย่ซวงหนิงคือหน้าตาของสถาบันชิงหลงและเป็นักเรียนที่มีพร์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสถาบันชิงหลง”
“พลังิญญาเริ่มต้นของนายต่ำกว่าเย่ซวงหนิงแค่2 แต้ม แน่นอนว่ามันจะทำให้ทุกคนต้องพูดถึงอยู่บ่อยๆ”
เซียวซิงอวี่ยักไหล่อย่างจนปัญญาเขาไม่สามารถควบคุมความคิดเห็นของคนอื่นได้
“การประลองบนสนามประลองเมื่อกี้นายทำได้ดีมาก”
“แถมเพิ่งเข้าเรียนได้แค่สองวันก็สามารถปลุกพลังธาตุที่สามของสัตว์อสูรได้แสดงให้เห็นว่านายเป็คนที่มีพร์สูงมาก”
ตอนแรกซูหรูเยียนแค่ชื่นชมเซียวซิงอวี่แต่จู่ๆ น้ำเสียงก็เปลี่ยนไป
“นายมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับกฎระเบียบสถาบันข้อที่8 ของสถาบัน?”
เซียวซิงอวี่ยิ้มตอบ“มองเผินๆ กฎข้อนี้ไม่ยุติธรรมง่ายต่อการก่อให้เกิดความขัดแย้งเหมือนกับที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับหวังเยี่ยน”
“พูดอีกอย่างก็คือนอกจากสิ่งที่เห็นภายนอก นายยังมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในด้วยสินะ?”
“จริงๆแล้วความหมายของการมีอยู่ของกฎข้อนี้ ก็คือการฝึกฝนจิตใจของนักเรียนครับ”
ดวงตาของซูหรูเยียนเป็ประกาย“ลองอธิบายมาหน่อยสิ”
“สถาบันชิงหลงเป็เพียงจุดเริ่มต้นของพวกเรานักเรียนใหม่”
“จุดหมายปลายทางของพวกเราคือสนามรบ”
“ในสนามรบ ไม่มีคำว่ายุติธรรม”
“สัตว์อสูรที่โเี้เ่าั้จะไม่มาพูดเื่สิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด”
“มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นคือเหตุผลที่แท้จริง”
หลังจากเซียวซิงอวี่พูดจบดวงตาของซูหรูเยียนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“หนุ่มน้อย อายุน้อยอย่างนายแต่กลับมีจิตใจที่ลึกล้ำกว่าคนรุ่นเดียวกัน เป็ผู้ใหญ่จนน่ากลัว~”
“ผู้อำนวยการซูเป็ถึงผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับเจ็ดดาวจะกลัวผมที่เป็มือใหม่ระดับหนึ่งดาวเหรอครับ?”
เซียวซิงอวี่ถามกลับด้วยรอยยิ้มซูหรูเยียนกลอกตา “ฮึ!กล้าดียังไงมาพูดจาไม่มีสัมมาคารวะกับฉันแบบนี้~”
กฎระเบียบสถาบันข้อที่ 8เป็กฎที่ซูหรูเยียนเขียนขึ้นเอง
กฎข้อนี้ดูเผินๆ เหมือนจะไม่ยุติธรรมจริงๆ
แต่มันมีไว้เพื่อฝึกฝนอารมณ์และลักษณะนิสัยของนักเรียนใหม่เพื่อให้นักเรียนใหม่เติบโตขึ้นและตระหนักว่าความแข็งแกร่งเท่านั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ท้ายที่สุดในสนามรบ ไม่มีคำว่ายุติธรรมมีเพียงคนที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะพูดอะไรก็ได้
เช่นเดียวกับการประลองครั้งนี้เซียวซิงอวี่เป็ผู้ชนะ คือเหตุผลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ส่วนหวังเยี่ยนเป็ผู้แพ้ ก็คือตัวตลก
“เห็นแก่นายมีพร์ที่ดีฉันจะมอบของขวัญให้นาย”
ซูหรูเยียนหยิบแหวนวงหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก
ตัวเรือนแหวนเหมือนัั์ที่ขดตัวอยู่เกล็ดับนนั้นมีชีวิตชีวา
“นี่มัน...แหวนมิติ!”
เซียวซิงอวี่แสดงความตื่นเต้น
แหวนมิติเป็อุปกรณ์เก็บของที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
ผู้ควบคุมสัตว์อสูรต้องพกอาหารและแก่นอสูรที่ได้จากสนามรบไว้อยู่ในนี้เสมอ
สิ่งของเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากประเทศจึงประดิษฐ์แหวนมิติขึ้นมา เพื่อให้พกพาสิ่งของเหล่านี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น
แหวนมิติที่ซูหรูเยียนมอบให้เซียวซิงอวี่มีคุณภาพปานกลางพื้นที่เก็บของประมาณเท่ากับโกดังในโรงงาน
ตอนนี้เซียวซิงอวี่เป็แค่ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวไม่มีสมบัติล้ำค่าอะไรมากมาย พื้นที่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว
“ขอบคุณครับผู้อำนวยการซู!”
“ไม่ต้องเกรงใจนี่คือสิ่งที่นายสมควรได้รับ”
ซูหรูเยียนลุกขึ้นยื่นมือขวามาตบไหล่เซียวซิงอวี่เบาๆ
“อีกสามวันข้างหน้าจะมีการประลองจัดอันดับศิษย์ใหม่”
“ฉันอยากรู้ว่านายจะทำผลงานได้ดีแค่ไหน”
การประลองจัดอันดับศิษย์ใหม่เป็การแข่งขันที่สี่สถาบันจะจัดขึ้นทุกปี
กลุ่มเป้าหมายของการแข่งขันนี้คือนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียน
จุดประสงค์ของการจัดงานนี้คือการแบ่งระดับพร์ของนักเรียนใหม่และสอนพวกเขาตามความสามารถของแต่ละคน
ปีนี้มีนักเรียนใหม่เข้าสถาบันชิงหลงทั้งหมด600คน
หวังเยี่ยนเป็พวกที่พร์ไม่ได้เลิศเลออะไรระดับจิตเริ่มต้นแค่ 850 พึ่งพาพลังของพ่อที่หาซื้อสัตว์อสูรสายเืระดับตำนานมาให้ถึงได้ทำตัวใหญ่ตัวขนาดนี้
คนที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงคือคนรุ่นเยาว์จากสี่ตระกูลใหญ่ผู้ควบคุมสัตว์อสูร
เมื่อปีที่แล้วแชมป์การประลองจัดอันดับศิษย์ใหม่ของสถาบันชิงหลงคือเย่ซวงหนิงจากตระกูลเย่ซึ่งเป็หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่
หลังจากเซียวซิงอวี่ออกจากห้องทำงานผู้อำนวยการเขาก็ถือแบบฟอร์มแผ่นหนึ่งไว้ในมือ
ในแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนใหม่ในรุ่นนี้
“ดูเหมือนว่าในรุ่นนี้จะมีนักเรียนใหม่ที่มีพร์อยู่ไม่น้อยและเก็บตัวกันมาก”
“ยิ่งคู่แข่งแข็งแกร่งมากเท่าไรฉันก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น”
“เริ่มตั้งตารอการประลองจัดอันดับศิษย์ใหม่ในอีกสามวันข้างหน้าแล้ว!”
หลังจากเื่วุ่นๆ ใน่เช้าเวลาอาหารกลางวันก็มาถึง
เซียวซิงอวี่มาที่หน้าโรงเรียนแต่ไม่เห็นเซี่ยวรั่วเสวี่ย
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ว่าไงพี่ วันนี้พี่ไม่มาส่งข้าวให้ผมเหรอ?”
“เสี่ยวอวี่ อพาร์ตเมนต์ของครอบครัวไฟดับต้องรอถึง่บ่ายไฟถึงจะมา นายหาอะไรกินไปก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นพี่จะเอาข้าวไปให้”
“ครับพี่”
หลังจากวางสายเซียวซิงอวี่ก็ลูบท้องที่หิวโหย แล้วถอนหายใจ
“วันนี้อดกินข้าวที่พี่ทำแล้วสิ”
“ถ้าไปโรงอาหาร ตอนนี้คงมีแต่ของเหลือๆแล้วมั้ง”
“ออกไปกินข้างนอกดีกว่า”
เซียวซิงอวี่มาที่ประตูหลังสถาบันชิงหลงที่นี่มีถนนคนเดินขายอาหาร
“จะเลือกข้าวหน้าไก่ตุ๋นซีอิ๊วหรือบะหมี่หลานโจวดี?”
“ซาเซี่ยนเสี่ยวชือก็ไม่เลว”
“ฉันตัดสินใจแล้ว กินหมาล่าทั่งดีกว่า!”