ตอนที่ 44
สังหารพริบตาเดียว
ไป๋เหอที่จดจ้องอาวุธที่อยู่เหนือหัวว่ามันจะจัดการกับเขาอย่างไร ในมือกำกระบี่ไว้แน่นพร้อมตั้งสติรับการโจมตีเขาปะทุพลังปราณทั่วร่างคิดว่าอาวุธที่กำลังจะโจมตีเขานั้นน่าจะทรงพลังกว่าดาบเมื่อกี้ ไม่รู้เหตุใดเขาถึงคิดเช่นนั้นเพื่อไม่เป็นการประมาทเขาจึงโคจรลมปราณเตรียมความพร้อมทันที
“หลินปอเจ้าเตรียมตัวให้พร้อมหากไป๋เหอพลาดพลั้งเจ้ารีบเข้าไปช่วยทันทีเลยนะ” หวังเหว่ยที่คิดเป็นห่วงไป๋เหอกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล อาวุธที่ลอยอยู่บนฟ้านั้นมันดูช่างน่ากลัวเพียงแค่มองมันก็เหมือนราวกับว่าจะโดนพลังของมันทำลายได้อย่างไรอย่างนั้นเขารู้สึกเจ็บหน้าอกยามมองมันต้องรีบก้มหน้าลงเมื่อไม่อาจสู้พลังที่ปล่อยออกมาได้
“ลูกเหว่ยอาวุธที่อาวุโสเฉิงใช้แม่คิดว่าน่าจะรุนแรงไม่รู้ว่าไป๋เหอจะตั้งรับได้หรือไม่ และอาวุธนั้นก็ทรงพลังจนแม่รู้สึกอึดอัดจนเจ็บหน้าอก” หลานตี้กล่าวออกมาสีหน้าตึงเครียดเป็นห่วงไป๋เหออยู่ไม่น้อยแล้วพลังที่ปล่อยออกมานั้นก็ดูทรงพลังยิ่งกว่า นางอยู่ชั้นพลังรวมลมปราณระดับ 3ยังเจ็บปวดเช่นนี้หากคนอื่นที่ต่ำกว่านางคงทรมานร่างกายน่าดู
“ข้าก็เป็นเช่นกันท่านแม่ ข้าก็ไม่รู้ว่าไป๋เหอจะสู้ได้หรือไม่ข้าเป็นกังวลใจอยู่ไม่น้อย” หวังเหว่ยกล่าวออกมามองดูหน้ามารดาแล้วเจ็บปวดยิ่งนักเขาไม่อาจจะปกป้องมารดาได้แม้แต่ตัวเองก็ยังเอาชีวิตไม่รอดมันทรมานสิ้นดีกับการที่ไม่มีพลังเช่นนี้เขาฝืนอดทนจากการโดนพลังมาจากลูกปะคำมันอาจไม่ได้รับผลกระทบแรงเท่าไป๋เหอแต่ก็ทำให้เขาเจ็บปวดเจียนตายได้เหมือนกันด้วยพลังยุทธที่ไม่มีต้านเหมือนคนอื่น
“นายท่านทั้งสองไม่ต้องเป็นกังวลข้าไม่ยอมให้ท่านไป๋เหอเป็นอะไรข้าจะรีบเข้าไปช่วยทันทีต่อให้ข้าต้องตายข้าจะต้องปกป้องท่านไป๋เหอให้ปลอดภัย” หลินปอกล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่นมองคนที่ลอยอยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีพระคุณทั้งเขาและเจ้านายทั้งสอง แม้หากชีวิตต้องสูญสิ้นในวันนี้เขาจะต้องปกป้องคนทั้งหมดให้จงได้
คนทั้งสองพยักหน้าน้อยๆ ด้วยความปลื้มปีติเขาเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์คอยปกป้องดูแลตนเองมาตั้งแต่รุ่นพ่อและศึกครั้งนี้คงจะสาหัสนักอาจจะต้องมีการล้มตายกันเกิดขึ้นแม้ไม่ต้องการให้มันเป็นเช่นนั้นแต่ก็หลีกเลี่ยงหายนะอันยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้เหมือนกัน
“เจ้าเตรียมตัวตายได้แล้วเจ้าเด็กเมื่อวานซืนข้าไม่อยากจะสู้กับเจ้าให้มันเสียเวลา” เฉิงจิ้งพูดเสร็จก็ขยับวาดแขนให้ลูกปะคำนั่นลอยมาอยู่เหนือหัวเจ้าเด็กที่ยืนอยู่กลางอากาศ
จางหมิ่นและรุ่ยเผิงมองด้วยแววตาพอใจอาวุธสังหารชิ้นนี้เฉิงจิ้งไม่ค่อยได้ใช้มันและเขาค่อนข้างใช้มันอย่างคล่องแคล่วเห็นทีว่าไป๋เหอคงจบชีวิตลงเพียงเท่านี้
ลูกปะคำที่ลอยอยู่เหนือหัวปล่อยแสงสีเหลืองออกมาแหลมคมราวกับเป็นเข็มขนาดใหญ่พุ่งลงมายังร่างไป๋เหอ
ไป๋เหอคิดถึงเกราะหากตนเองมีเกราะป้องกันชั้นพลังพวกนี้ก็คงจะดีแต่มาคิดหาตอนนี้คงไม่ทัน เขาจึงฟาดพลังกระบี่เพื่อเข้าต่อกร แต่ไม่ว่าเขาจะฟาดพลังใส่ครั้งแล้วครั้งเล่าไปเท่าไหร่แต่ดูเหมือนว่าไม่สามารถทำให้แสงพลังที่พุ่งลงมาโจมตีให้สลายหายไปทั้งหมดได้
ไป๋เหอลอยลงมายังเบื้องล่างรีบเก็บกระบี่แล้วโคจรพลังวิชาหมัดเงาสวรรค์ขึ้นก่อนจะปล่อยพลังเข้าจู่โจมต่อเนื่อง
“หมัดเงาสวรรค์” เขาคำรามออกมาก่อนจะเห็นพลังหมัดเงาสวรรค์พวยพุ่งขึ้นไปโจมตีสกัดอย่างรวดเร็วในที่สุดมันก็สามารถขจัดพลังแสงสุดท้ายลงได้อย่างหวุดหวิด
‘อะไรกันนี่เจ้าเด็กนี่ยังสามารถทำลายได้อีกเหรอเหตุใดมันถึงเก่งเช่นนี้’ เฉิงจิ้งทั้งตกตะลึงปนตกใจเหตุใดเขาถึงไม่สามารถทำลายเด็กนี่ได้เสียทีนี่ก็หลายกระบวนท่าไปแล้วก่อนจะใช้พลังต่อไปเข้าห้ำหั่นเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“จงบีบรัด”
เมื่อเฉิงจิ้งตะโกนออกมาลูกปะคำที่ลอยอยู่เหนือหัวก็เริ่มบีบตัวเข้าหากันเล็กลงเรื่อยๆ และปล่อยพลังกดทับลงมา
ร่างไป๋เหอที่โดนพลังกดทับไม่อาจจะใช้พลังหมัดเงาสวรรค์ได้อีก พลังที่กดทับลงมาดูจะรุนแรงจนเขาไม่สามารถขยับขาให้ยืนตรง ร่างของเขาเริ่มที่จะย่อตัวลงเพราะแรงกดลงมา ไอสังหารพลังที่กดลงมาไป๋เหอรู้สึกอึดอัดแต่ไม่ได้รุนแรงเหมือนที่เขารับพลังของท่านอาวุโสแค่เพียงเขาขยับร่างไม่ได้เท่านั้น
ในระหว่างที่ไป๋เหอพยายามต่อสู้เพื่อไม่ให้พลังนั้นกดทับลงมากระแสลมปราณทั่วร่างก็ปะทุขึ้น จุดตันเถียนที่เป็นแอ่งน้ำเริ่มหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่งแล้วปล่อยลมปราณสีม่วงออกมาเติมเต็มร่างกายอีกชั้น ขณะนั้นเองทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยพลังแสงสีม่วงล้อมรอบกายร่างกายที่โดนกดทับเริ่มรู้สึกโล่งขึ้นเริ่มหายใจสะดวก เขาใช้สองฝ่ามือดันพลังที่มองไม่เห็นยกขึ้นคล้ายกับเป็นการยกของหนักออกจากตัวและรับรู้ได้ว่าตอนนี้พลังปราณของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก
เขารวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามืออีก ครั้งนี้ได้พลังลมปราณจากจุดตันเถียนเข้าช่วยก่อนที่จะปล่อยพลังอีกครั้งหนึ่ง
“หมัดเงาสวรรค์” เขาตะโกนออกมาพร้อมกับปล่อยหมัดขึ้นต่อกรกับลูกปะคำที่ลอยอยู่เหนือหัว
พลังหมัดเงาสวรรค์แหวกว่ายรวดเร็วเป็นพลังแสงสีม่วงราวกับลูกธนูพุ่งขึ้นไป
“นี่มันอะไรกัน ข้ารู้สึกว่าพลังนี้มันดูรุนแรงกว่าเดิม แค่มองข้าก็รู้สึกอึดอัดอย่างมากคล้ายกับว่ามันสามารถทำลายตัวข้าให้สิ้นซากได้หากโดนพลังนี้เข้าไป” หลานตี้ที่มองเห็นเช่นนี้นางถึงกับกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง ไป๋เหอตกลงแล้วมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่นางไม่อาจจะเดาพลังของเขาได้ ที่แน่ ๆ พลังลมปราณของเด็กผู้นี้น่าจะมีมากพอไม่งั้นก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้ในขณะที่โดนพลังนั้นกดทับตัว
“นั่นสิท่านแม่ข้าไม่รู้เลยว่าไป๋เหอตกลงแล้วเก่งกาจแค่ไหน นี่ข้าเป็นห่วงเขามากกลัวว่าจะได้รับอันตราย แต่ดูท่าแล้วความสามารถของเขาเหนือการคาดเดาของข้า” หวังเหว่ยกล่าวขึ้นพร้อมระบายลมหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งอก
ยังไม่ทันได้พูดต่อคลื่นพลังมหาศาลที่ขึ้นไปโจมตีลูกปะคำก็เกิดระเบิดขึ้น มวลอากาศโดยรอบระเบิดออกมาเป็นวงกว้างชั้นบรรยากาศแทบจะฉีกขาดพื้นดินสั่นสะเทือนได้รับผลกระทบไปด้วยคนเบื้องล่างพลันร่างกายสั่นเทาบางคนก็กระอักเลือดออกมาราวกับว่าได้รับผลกระทบในการต่อสู้ครั้งนี้แต่ไป๋เหอกลับยืนนิ่งไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใด
ลูกปะคำที่ลอยอยู่เกิดปริแตกเห็นเป็นรอยเด่นชัด
ร่างของเฉิงจิ้งสั่นสะท้านเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงอาวุธของตนเองถึงกับหน้าซีดเผือดเขารีบดึงลูกปะคำกลับมา เมื่อกี้เขารับรู้ว่ามีพลังทำลายมหาศาลพลังปราณที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างเจ้าเด็กนั่นดูจะรุนแรงกว่าพลังที่เขามีนั่นทำให้เขาแปลกใจอย่างมาก เด็กผู้นี้มีของดีอะไรอีกถึงได้มีพลังที่น่ากลัวเช่นนี้ถูกปล่อยออกมาจากร่างเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสู้คนเดียวไม่อาจจะชนะได้ก่อนจะหันไปหานายท่านที่ยืนเป็นกังวล
“นายท่านเห็นทีว่าพวกเราบุกพร้อมกันเถอะ ข้าคิดว่าไม่อาจจะต่อกรกับเจ้าเด็กนี่ได้”
สิ้นเสียงของเฉิงจิ้งรุ่ยเผิงก็ปล่อยสัญญาณให้โจมตีทันที
“โจมตีฆ่าพวกมันให้หมด”
เขาไม่มีความปรานีกับภรรยาหรือบุตรชายที่เขาเคยอุ้มชูมาอีกแล้วใบหน้าตอนนี้โหดเหี้ยมราวกับเป็นคนละคนที่พวกเขาสองแม่ลูกไม่เคยรู้จัก
เมื่อได้รับคำสั่งคนทั้งหมดก็ไม่รอช้าพุ่งโจมตีไปยังสองแม่ลูกตามคำสั่ง
หวังเหว่ยหลานตี้ หลินปอและคนอื่น ๆ เตรียมตัวตั้งรับด้วยใบหน้าที่มุ่งมั่นไม่คิดจะยอมแพ้แม้จะต้องตายอยู่ตรงนี้
“ลูกเหว่ยเจ้าถอยออกไปก่อนตอนนี้เจ้ายังไม่มีพลังพอที่จะต่อกรกับพวกมันได้”หลานตี้กล่าวห้ามทันทีเมื่อเห็นว่าลูกชายดึงกระบี่ออกมานางไม่ต้องการให้ลูกชายเป็นอะไรไปนางจำเป็นจะต้องรักษาชีวิตเขาไว้แม้ตัวนางจะตายก็ตามเถอะ
“ใช่นายน้อยท่านรออยู่ตรงนี้พวกข้าจะเป็นคนจัดการเอง” หลินปอกล่าวขึ้นแล้วเดินขึ้นหน้าเพื่อปกป้องนายท่านทั้งสอง
คนที่เป็นคนของหลานตี้เดินขึ้นหน้าปกป้องคนทั้งสองด้วยชีวิตเช่นกันชักอาวุธออกมาพร้อมต่อสู้
“ตาย”หลินปอคำรามออกมาก่อนจะพุ่งร่างเข้าไปโจมตีและคนอื่น ๆ ก็พุ่งตามไปติด ๆ
ไป๋เหอเห็นว่าสถานการณ์เช่นนี้ดูจะเป็นการนองเลือดที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เขาจึงพุ่งเป้าไปยังคนกลุ่มที่คิดจะสังหารคนของหวังเหว่ยแต่ไม่ทันที่ขาเขาจะขยับเข้าไปใกล้ ศัตรูก็เข้ามาสกัดเอาไว้
“คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้าเจ้าหนู”เฉิงจิ้งแม้รู้ว่าตนเองไม่อาจจะต่อกรชนะเจ้าเด็กนี่ได้แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือไปเช่นกัน
“ให้ข้าร่วมวงด้วยได้หรือไม่ท่านอาวุโสเฉิง” จางหมิ่นมาปรากฏตัวใกล้ ๆ คิดที่อยากจะลองประมือกับไป๋เหอดูแม้รู้ว่าเขาไม่อาจจะต่อกรได้แต่อย่างน้อยขอให้วันนี้เขาได้ลงมือดู เขาเห็นว่ายังมีอาวุโสเฉิงร่วมต่อสู้ด้วยจึงคิดว่าอาวุโสไม่ให้เขาได้รับบาดเจ็บแน่
“ได้นายน้อยท่านก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน”เมื่อเห็นว่านายน้อยอยากเข้าร่วมต่อสู้ในครั้งนี้เขาก็ไม่ขัดและจะคอยปกป้องให้ด้วย
ไป๋เหอจ้องมองจางหมิ่นที่แสยะยิ้มร้ายกาจจ้องมองตนพร้อมชักกระบี่ออกมาหมายพุ่งเข้าใส่
ไป๋เหอเรียกกระบี่ใช้ทักษะที่เหนือชั้นกว่าพุ่งกายหลบมาอยู่ด้านหลังแทนแล้วใช้มือข้างหนึ่งลอกคอจางหมิ่นไว้ ก่อนที่จะใช้กระบี่อย่างช่ำชองเชือดคอของเขาเพื่อระบายความแค้น เขาใช้เวลาอันรวดเร็วในการสังหารจางหมิ่นอย่างไร้ความปรานีเพียงแค่1 ลมหายใจ เพราะแววตาของจางหมิ่นที่มองตนและการสั่งคนให้ไปฆ่าเขาทำให้ไม่อาจที่จะไว้ชีวิตได้คนเช่นนี้ควรจะกำจัดทิ้งทันทีเพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนาม
การสังหารจางหมิ่นในชั่วพริบตาเดียวทำให้คนที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับตกตะลึง เฉิงจิ้งประมาทเกินทำให้การโจมตีเมื่อกี้เขาไม่ได้ป้องกันความปลอดภัยให้นายน้อยแถมด้วยความเร็วของไป๋เหอก็สามารถฆ่านายน้อยได้พริบตาเดียวเขายังไม่ทันได้ตั้งตัวเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าเขาถึงกับหน้าถอดสีมันเร็วเกินไป
“จางหมิ่นลูกพ่อ!!”
รุ่ยเผิงที่เฝ้าดูเหตุการณ์เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นก็แผดเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจมันแค่ชั่วพริบตาเดียวที่เจ้าเด็กเวรนั่นสังหารลูกชายของตนมันเร็วเกินไปเขากระโจนเข้าใส่เรียกขวาน ยักษ์ออกมาหมายสังหารไป๋เหอให้ตายปล่อยพลังลมปราณระดับชั้นโลหิตขั้นที่5 ออกมา
หลานตี้เห็นว่าลูกชายตนโดนปาดคอเช่นนี้แม้ไม่อาจจะยอมรับการตายของลูกชายได้ นางทำได้เพียงร้องไห้ออกมาอย่างไร้สุ้มเสียงหัวใจแหลกสลายเป็นหมื่นชิ้นด้วยความสิ้นหวัง ใครหาว่านางไม่ได้รักบุตรชายคนโตนางรักเขาไม่ต่างกันกับน้องชายคนเล็กเลย แต่เพราะความละเลยเอาใจใส่ทำให้ต้องเป็นเช่นนี้นางจะกล่าวโทษใครได้และไม่คิดจะแค้นเคืองโกรธคนที่กระทำบุตรชายตนให้ตายลง
ส่วนหวังเหว่ยเมื่อได้เห็นพี่ชายตายลงด้วยความน่าเวทนาเขาทำได้เพียงส่ายหัวน้อยๆ ถึงโชคชะตาของพี่ชายเขาทำตัวเองแท้ ๆจะจบชีวิตเช่นนี้ก็สมควรแล้ว
การต่อสู้ดุเดือดระหว่างไป๋เหอและรุ่ยเผิงการขยับขวานยักษ์ไปมาฟาดฟันด้วยท่วงท่าหนักแน่นวันนี้เขาจะต้องเอาเลือดเจ้าเด็กชั่วนี่มาให้จงได้และต้องตัดหัวมันมาเสียบประจานโทษฐานที่มันบังอาจทำลายชีวิตบุตรที่รักของตน
ไป๋เหอใช้กระบี่ตั้งรับถอยหลังกรูดด้วยแรงมากมายที่โจมตีเข้ามามันทำให้เขาถึงกับถอยหลังเรื่อยๆ
ความเคียดแค้นชิงชังต่อคนตรงหน้ามันทำให้อารมณ์ของรุ่ยเผิงแทบบ้าคลั่งปล่อยไอสังหารรุนแรงออกมาเรื่อยๆหมายจบชีวิตของเด็กหนุ่มผู้นี้ให้หายแค้นถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะฆ่าล้างตระกูลของไป๋เหอให้ตกตามกันไปแค่เพียงหนึ่งชีวิตอย่างไป๋เหอไม่เพียงพอต่อความโกรธแค้นของเขาที่มีในตอนนี้