บทที่36. บอกบ้านใหญ่เซียว
ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นซีอินและฉิงเฟิ่งพากันไปทำความสะอาดบ้านในเมืองอำเภอพร้อมทั้งตกแต่งตามแบบที่ชอบจนสวยงามน่าอยู่ไว้เรียบร้อยแล้วคิดว่าจะย้ายไปอยู่อีกไม่นานนี้
“หากเราไปอยู่ในเมืองแล้วบ้านกับที่ดินนี่ละคะฉิงเฟิ่ง”
“ผมกำลังคิดว่าปิดบ้านนี้ไว้ให้แน่นหนาสักหน่อยเราสามารถกลับมาที่นี่อาทิตย์ละครั้งได้นะครับระหว่างนี้ผมคิดว่าจะให้เจ้าสี่แวะมาดูแปลงผักกับให้อาหารไก่ของเราแล้วก็ให้เงินเป็นค่าจ้างดูแลไปคุณว่ายังไงครับ”
“ดีค่ะน้องสี่เป็นคนขยันขันแข็งดีทั้งยังทำงานเก่งด้วยแบบนั้นเราก็ไม่ต้องห่วงบ้านด้วยแต่ถ้าเราย้ายไปแล้วเด็กๆ บ้านอี้ละคะจะทำยังไงดี”
“คุณจะว่าอะไรมั้ยครับถ้าผมจะรับพวกเขามาอยู่ด้วยกันเพราะถึงยังไงพวกเขาก็ไม่มีญาติที่ต้องการดูแลพวกเขาต้องอยู่กันเองแค่สองคนมาหลายปีแล้วมีพวกเขาเจ้าแฝดของเราก็ได้พี่ชายมาคอยดูแลกันด้วย”
“แบบนั้นก็ดีมากเลยค่ะเพราะยังไงเด็กๆ ก็ทำงานกับเราอยู่แล้วงั้นก็รับมาอยู่ด้วยกันเสียเลย”ซีอินเห็นด้วยกับสามีอย่างยิ่งในเรื่องนี้
“ครับถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมเข้าไปคุยกับเจ้าสี่ก่อนแล้วค่อยแวะไปหาเด็กๆบ้านอี้นะครับ”
“งั้นฉันไปด้วยค่ะ”
“ตูตูหยักไปด้วยคับแม่”พูดแล้วก็ลุกเดินออกจากกองของเล่นมาหา มือยังถือตัวต่อไม้อยู่เลยด้วย
“งั้นไคไคก็ไปด้วยคับ”พี่ชายไปไหนไคไคก็จะไปด้วย
“จ้างั้นไปกันหมดนี้เลยนะ”
จากนั้นสี่คนพ่อลูกก็เดินไปบ้านใหญ่เซียวก่อนเมื่อมาถึงก็เป็นช่วงที่ทุกคนพักกลางวันจากงานในแปลงนาของบ้านที่ถูกจัดสรรให้พอดีและพึ่งกินข้าวกันเรียบร้อยแล้วนั้นเอง
“เจ้าสามสะใภ้สาม ตูตูไคไค”เสียงคุณพ่อเซียวทักขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนที่เดินเข้ามาในลานหน้าบ้าน
“ปู่วววว”
“ปู่คับๆ”
สองร่างเล็กๆพากันวิ่งจรู๊ดดดเข้าหาปู่ทันทีแม้ปู่ดูดุมากแต่ไม่เคยดุเลยแถมยังชอบเล่นกับเจ้าแฝดเวลาที่พวกเข้ามาหาด้วยเด็กๆทั้งสองจึงติดปู่ไม่น้อยเลย
“เข้ามากันก่อนแล้วนี่กินข้าวมาแล้วหรือยังเล่า”คุณแม่เซียวเอ่ยถามขึ้นนับตั้งแต่ได้ข่าวว่าบ้านลูชายคนที่สามไปค้าขายในเมืองก็ไม่ได้เจอหลานชายฝาแฝดเลยวันนี้จึงดีใจมากที่ลูกชายและลูกสะใภ้พาหลานๆ มาหา
“เรียบร้อยแล้วครับแม่ผมกับซีอินเอาผลไม้มาฝากด้วยครับ” ฉิงเฟิ่งยกตะกร้าขึ้นมาวางให้ส่วนซีอินก็เดินไปนั่งลงที่แคร่ไม้ข้างๆ พี่สะใภ้ใหญ่เพื่อชวนคุยทันทีปล่อยสามีพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่และพี่น้องไปก่อน
“พี่สะใภ้ดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะคะดูสุขภาพแข็งแรงขึ้นมากเลย”
“ใช่จ้ะพี่ก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะแข็งแรงขึ้นจริงๆ”
“อย่างนี้อีกไม่นานก็คงมีข่าวดีนะคะอ้อจริงสิฉันเอานมผงกระป๋องมาไว้ให้พี่สะใภ้ชงดื่มบำรุงตัวเองด้วยค่ะแล้วก็ยังมีชาสมุนไพรบำรุงร่างกายด้วยนะคะ”ซีอินพูดไปมือก็หยิบของออกจากกระเป๋าผ้าที่สะพายอยู่ออกมาวางไว้
“ขอบใจน้องสะใภ้สามมากแต่ว่านี้มีแต่ของดีๆทั้งนั้นมันมากไปนะจ๊ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่สะใภ้ใหญ่รับไว้เถอะนะคะแล้วนี่ต้าเป่ากับเหมียวเหมี่ยวไปไหนหรือคะ” เอ่ยถามพร้อมสอดส่ายสายตามองหาเด็กๆ
“เด็กๆพากันไปล้างมือบ้วนปากหลังกินข้าวเสร็จน่ะจ้ะเดี๋ยวก็มา”ซูหงพูดไปก็ทั้งเอ็นดูทั้งสงสารหลานไป
“พวกเขาเป็นยังไงกันบ้างคะถามหาพี่สะใภ้รองหรือเปล่าคะ”ซีอินเข้าใจท่าทางของพี่สะใภ้ใหญ่ดีเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก
“ก็มีถามบ้างจ้ะแต่น้องรองก็บอกว่าแม่ไปทำงานที่อื่นไม่นานเดี๋ยวก็กลับมา เด็กๆก็เข้าใจแล้วไม่ได้ถามอะไรอีก”
“ดีแล้วค่ะ”
“จริงสิแล้วการค้าของน้องสะใภ้สามเป็นยังไงบ้างจ๊ะดีมั้ย” ซูหงเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นแม้ชาวบ้านขี้นินทาเอามาพูดว่าคงได้เงินไม่กี่เหมาแต่ซูหงกลับคิดว่ามันต้องไปได้ดีมากอยู่แล้วเธอยังจำความรู้สึกตอนขายของที่ตลาดมืดได้อยู่เลยมันดีมากจริงๆ
“ดีมากค่ะจริงสิพี่สะใภ้ใหญ่ฉันจำได้ว่าคราวก่อนที่พาพี่ไปที่ตลาดมืดนั้นดูพี่จะชอบค้าขายมากพี่ไม่คิดจะไปขายของในเมืองอำเภอบ้างหรือคะ”
“พี่จะไปได้หรือจ๊ะ”
“ได้สิคะตอนนี้คนเริ่มออกมาตั้งแผงขาย บางคนก็เอาผ้ามาปูพื้นวางของขายก็มีค่ะแม้มีไม่มากแต่ก็มีแล้ว เราเริ่มก่อนย่อมรวยก่อนได้เปรียบกว่าคนอื่นนะคะ”
“งั้นพี่ขอคุยกับสามีดูก่อนนะจ๊ะ”
“ได้ค่ะถ้าพี่สะใภ้ใหญ่สนใจก็มาปรึกษาฉันได้ค่ะอ้อแต่ว่าฉันจะย้ายไปอยู่ในเมืองอำเภอแล้วนะคะถ้าหากมีอะไรไปหาฉันในเมืองอำเภอหรือไม่ก็รอฉันกลับมาอาทิตย์ละครั้งก็ได้ค่ะ”
“ย้ายไปอยู่เมืองอำเภอ”เสียงสะใภ้ใหญ่ดังขึ้นเพราะตกใจจนได้ยินกันทั่วทำให้คุณพ่อคุณแม่เซียวที่กำลังพูดคุยกับลูกชายและเล่นกับหลานๆอยู่ถึงกับชะงักไป
“พี่สามจะย้ายไปในเมืองอำเภอจริงๆหรือครับ” น้องสี่เซียวฉิงทู่เอ่ยถามขึ้นอย่างตกใจและตื่นเต้นมากย้ายไปอยู่ในเมืองอำเภอเชียวนะ
“ใช่แล้วเจ้าสี่ที่มาก็เพราะเรื่องนี้”เมื่อเห็นสีหน้าเป็นคำถามของทุกคนฉิงเฟิ่งก็ตอบคำถามน้องชายออกมา
“มันยังไงกันละเจ้าสามย้ายไปอยู่ในเมืองอำเภอต้องใช้เงินมาก ไหนจะต้องหาที่อยู่อีกมันจะไม่ลำบากเอาหรือ”คุณพ่อเซียวเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นกังวลกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของลูกชายคนที่สาม
“เรื่องที่พวกผมไปขายของในเมืองอำเภอทุกคนคงรู้แล้วตอนนี้การค้าขายเป็นไปด้วยดีมากครับเลยคิดว่าอยากจะย้ายไปอยู่ที่นั่นจะได้ไม่ต้องเดินทางไปๆ มาๆเพราะระยะทางจากที่หมู่บ้านไปเมืองอำเภอก็ไกลพอสมควรครับอีกอย่างเรื่องที่อยู่นั้นพวกผมหากันไว้แล้วครับพ่อกับแม่ไม่ต้องห่วง”ฉิงเฟิ่งยังไม่ได้บอกว่ามีบ้านสำหรับพักอาศัยอยู่และไม่ได้บอกว่าร้านค้าของเขาเป็นอาคารสามชั้นที่สามารถพักด้านบนได้เอาไว้ค่อยๆ บอกทีหลังเพราะแค่บอกว่าพวกจะย้ายไปอยู่ในเมืองอำเภอก็ตกใจกันมากแล้ว
“อื้มเดินทางไปกลับทุกวันมันก็ลำบากจริงๆนั่นแหละนะหากตัดสินใจกันมาดีแล้วก็เอาตามนั้นเถอะ”เมื่อได้ฟังเหตุผลที่ลูกชายพูดคุณพ่อเซียวก็เห็นด้วย
“ครับแล้วก็ที่จะมาวันนี้เพราะว่าอยากจะให้เจ้าสี่ช่วยเข้าไปดูบ้านแล้วก็ให้อาหารไก่กับรดน้ำผักที่ปลูกไว้ให้น่ะครับ”
“ได้เลยครับพี่สามผมจะดูแลผักให้พี่เองให้อาหารไก่ด้วย”
“ได้พี่ไม่ได้ให้นายทำเฉยๆหรอกนะ พี่จะให้เงินค่าจ้างด้วย”
“ไม่เป็นไรครับพี่สามไม่ต้องให้เงินผมหรอก”
“พี่ไม่ได้ให้นายแต่เป็นพี่สะใภ้สามของนายต่างหากที่ให้อย่าปฏิเสธเลย”
“ก็ได้ครับงั้นขอบคุณพี่สามกับพี่สะใภ้สามมากครับ”
เรื่องนี้ก็ไม่มีใครค้านอะไรส่วนพี่ใหญ่เซียวฉิงโจวนั้นก็มีความสนใจเรื่องค้าขายอยู่บ้างแต่คงต้องดูก่อนว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ส่วนพี่รองเซียวฉิงไห่นั้นเขาไม่ชอบการค้าแต่ชอบงานเกษตรงานสวนมากกว่าจึงไม่ได้มีความคิดที่จะไปขายของในเมืองส่วนน้องสี่เซียวฉิงทู่นั้นเขาชอบตามพี่ๆ มาตั้งแต่เด็กๆแล้วพี่ชายให้ทำอะไรเขาก็ทำได้หมดแหละ
เมื่อพูดคุยกันแล้วสามีภรรยาบ้านสามเซียวจึงขอตัวกลับเพราะต้องไปบ้านอี้ที่ท้ายหมู่บ้านกันอีก
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยวต้าเป่า ตูตูกับไคไคกลับก่อนนะ” เสียงเล็กๆเอ่ยล่ำลากัน
“ตูตูไคไคไว้มาเล่นอีกนะ”ต้าเป่ายืนโบกมือส่วนอีกมือก็จูงพี่สาวอย่างเหมียวเหมี่ยวไว้ตั้งแต่แม่ไม่อยู่เขาก็คิดพี่สาวแจ แถมนิสัยยังไม่ค่อยเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย
“ไว้มาอีกนะตูตูไคไค”เหมียวเหมี่ยวเองก็โบกมือลาน้องชายฝาแฝดด้วยเหมือนกัน
บ้านสามเซียวเดินออกมาได้สักพักตูตูก็หยุดเดินพร้อมนั่งยองกายจุ้มปุ๊กลง
“หื้ม เป็นอะไรจ๊ะตูตู” ซีอินเอ่ยถามเจ้าหัวผักกาดน้อยที่จู่ๆ ก็นั่งยองๆ ลง
“ตูตู...ตูตูเมื่อยขาคับ”พูดเสร็จทำปากจู๋ด้วย ไคไคก็เดินเข้ามาหาพี่ชายพร้อมนั่งยองๆ เป็นเพื่อนข้างๆ
“ไคไคจะนั่งเป็นเพื่อนเอง”
“อื้ม”
"มาพ่ออุ้ม"ซีอินถึงกับขำส่วนฉิงเฟิ่งเดินเข้าไปนั่งลงข้างลูกก่อนใช้แขนแข็งแรงโอบร่างเล็กๆของลูกชายทั้งสองคนไว้ แล้วอุ้มขึ้นด้วยแขนทั้งสองข้างไว้คนละข้าง
"โฮ๊ะ!!"
"ฮุ้ย ฮุ้ยยย!!"
เสียงร้องเพราะทั้งตกใจทั้งตื่นเต้นของเจ้าหัวผักกาดน้อยดังขึ้นเมื่อถูกพ่ออุ้มพวกเขาขึ้นมา
“ตูตูไคไคเอาแขนไปกอดคอพ่อไว้เร็ว”ซีอินเอ่ยบอกพร้อมยิ้มให้กับท่าทางที่ดูตื่นเต้นของลูกๆ
“คับ/คับ”
“หูยฉูงมากเยย” ตูตูตาโตแวววาวเพราะตื่นเต้นมาก
“อื้ออเห็นไกลๆ ด้วยนะ” ไคไคมองไปข้างหน้าก็ชอบมากที่ได้เห็นไปไกลๆ
“พ่อคับตูตูหยักเล่นโยนฉูงๆโยนขึ้นฉูงๆ” พูดไปมือก็ชี้ขึ้นฟ้าข้างบนไปว่าอยากได้สูงๆ
“อันนั้นไคไคก็ด้วยหยักเล่นด้วย”
“ได้ๆไว้กลับถึงบ้านพ่อจะจับเล่นโยนขึ้นสูงๆ นะ”
“ฮิฮิ / คิ คิ” เมื่อรู้ว่าจะได้เล่นแบบที่อยากเล่นก็พากันหัวเราะดีใจกันจนชาวบ้านต่างมองตามเสียงหัวเราะของเด็กๆ บ้านเซียวว่ามีความสุขอะไรกัน
ใช้เวลาไม่นานก็เดินกันมาถึงบ้านอี้ตอนนี่เด็กๆกำลังถอนหญ้ารอบๆ บ้านกันอยู่เลย ตอนที่ซีอินเอ่ยบอกพวกเขาว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองอำเภอแล้วอี้เหวินก็ทำหน้าเศร้าไปส่วนอี้เชาก็ตาแดงน้ำตาคลอเพราะตลอดหลายเดือนที่ได้ทำงานกับบ้านคุณอาสามเซียวแม้จะมีสถานะเป็นเด็กที่ถูกจ้างงานมาแต่คุณอาทั้งสองและน้องชายฝาแฝดดีกับพวกเขาพี่น้องมากเหมือนพวกเขาเป็นคนในครอบครัวซึ่งความรู้สึกอบอุ่นและอุ่นใจนี้พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสมานานแล้วนับตั้งแต่พ่อกับแม่ตายไปจึงอดเศร้าและรู้สึกเคว้งคว้างไม่ได้จริงๆ
“เพราะฉะนั้นพวกอาจะมาถามอี้เหวินกับอี้เชาว่าเต็มใจไปอยู่และทำงานด้วยกันกับอาในเมืองมั้ยจ้ะส่วนที่บ้านนี้ก็ยังกลับมาได้เมื่อต้องการ”
เมื่อซีอินพูดจบจากใบหน้าที่เศร้าหมองและมีน้ำตาคลอของเด็กๆบ้านอี้ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างแววตาดูมีความสุขขึ้นทันที
“จะจริงหรือครับ คุณอาสามกับคุณอาสะใภ้สามจะพาพวกผมไปอยู่ด้วยหรือครับ”
“ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วสิจ๊ะถ้าไม่มีอี้เหวินกับอี้เชาใครจะช่วยอาเติมของในร้านกันไม่มีทั้งสองคนอาต้องทำงานกันไม่ทันแน่ๆ เลย”
“ใซ่ๆตูตูก็ตำไม่ไหวหร๊อกก”
“อื้มพี่เหวินเหวินกับพี่เชาเชาไปอยู่ด้วยกันแล้วดีมาก”
แม้จะเด็กแต่ตูตูกับไคไคก็เข้าใจที่แม่พูดกับพี่ชายทั้งสองว่าจะชวนไปอยู่ด้วยกันจึงรีบช่วยกันพูดด้วยจนเด็กบ้านอี้ขอบคุณแล้วขอบคุณอีกและสัญญาว่าจะช่วยงานอย่างเต็มที่และจะกตัญญูกับคนบ้านสามเซียวอย่างดีที่สุดก่อนฉิงเฟิ่งจะบอกวันเวลาที่จะย้ายเข้าเมืองอำเภอและให้เด็กๆเตรียมเก็บของที่จำเป็นไปด้วย...