“อยู่ในความสงบก็บ้าแล้ว!” แทนตะโกนต่อว่าพนักงานของยานบินที่ประกาศให้พวกเขาอยู่ในความสงบ
“นี่มันตัวซวยของจริงเลยนะ...” นิกกี้ย้ำคำของเธออีกครั้ง
“เฮ้ย! เอาไงล่ะแทน” เอ็ดเวิร์ดหันมาถามแทนทันที
“ทำไมต้องถามผมล่ะพี่!” คนถูกถามขึ้นเสียงสูงทันที
“ก็นี่มันญาตินายไม่ถามนายถามใครล่ะครับท่าน...รึจะต้องให้ถามวาฬท้องฟ้าเมื่อกี้!” เอ็ดเวิร์ดหรี่ตามองเพื่อนรุ่นน้องของเขาอย่างออกอาการปลง
แทนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบคำถามที่ถูกถามออกมา“ไปกัน...ไปดาดฟ้ายานยินนี่กันตอนนี้ยานบินลดความเร็วแล้ว ไปเจอกับเจ้ามังกรตัวนี้กันอยู่ที่นี่ก็ไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร” ชายหนุ่มพูดออกไปนิ้กกี้และบลานซ์พยักหน้ารับเอ็ดเวิร์ดลุกลี้ลุกลนปลดเข็มขัดนิรภัยที่ยึดเขาไว้กับที่นั่ง ลินมีสีหน้าหวั่นๆอยู่บ้างแต่ก็เตรียมพร้อมเด็คของเธอ ส่วนอายะและทากะนั้นเรียกเด็คออกมาเตรียมพร้อมตามด้วยยืนขึ้นรอที่ตะไปดาดฟ้ายานบินพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเธอ
หลังจากนั้นยานบินก็ถูกกระแทกเข้าอีกครั้งแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งแรกจากที่ผนังยานบินลำนี้โปร่งใสทำให้พวกเขาแทนเห็นขนาดของสัตว์ประหลาดที่กำลังโจมตีพวกเขาอยู่ร่างสีแดงดำผ่านไปด้วยความเร็วทำให้ไม่เป็นร่างของมังกรตัวนี้ชัดเจนนักที่พอจะระบุได้จากเงาที่ผ่านไปก็คือ มันมีหางที่ยาวมากส่วนลำตัวขนาดใกล้เคียงกับยานบินและส่วนหาง...แยกออกเป็นสองหาง
พวกของแทนรีบออกจากห้องส่วนตัวของพวกเขาผู้คนบนยานยังนั่งประจำที่ตามคำสั่งของพนักงาน แต่ก็มีบ้างที่ลุกออกมาพวกเขาวิ่งไปที่กลางลำของยานบิน ที่นั่นมีลิฟท์และบันไดทอดยาวไปสู่ดาดฟ้าด้านบนในเหตุการณ์ที่เผชิญอยู่นี้พวกเขาเลือกที่จะใช้บันไดและเมื่อจะออกสู่ดาดฟ้าก็พบประตูโปรงใสบานใหญ่
แทนหันไปหาเพื่อนของเขาอีกครั้งและเมื่อทุกคนพร้อม บลานซ์ก็ออกนำหน้า เขาเปิดประตูออกสู่ดาดฟ้าของยานบินไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือร้ายที่ประตูนั้นสามารถเปิดออกได้และไม่นานนักพวกเขาก็มาอยู่กลางดาดฟ้ายานบินที่ชะลอความเร็วลง
หมู่เมฆเคียงข้างสายลมกรรโชกเข้าใส่ แสงจากดวงอาทิตย์ถูกเงาของมังกรสองหางทาบทับเมฆที่ลอยตัวอยู่จะคล้ายจะเป็นผืนเดียวกันมีเงาของปีกสองข้างและเมืองเสียงคำรามก้องดังขึ้นพร้อมกับการสัมผัสได้ถึงสิ่งที่มันกำลังตามหาเจ้ามังการนารัสชาก็ร่อนถลาลงมาบินเคียงข้างกับยานบินลำนี้
ร่างมหึมาบินคู่ไปกับตัวยานดวงตาสีเลือดจ้องมาที่กลุ่มผู้เล่นที่ขนาดร่างกายไม่สามารถเทียบกันได้ไม่วางตา...
แทนยกแขนขึ้นมาบังลมที่กำลังโหมเข้าใส่ระบบยังไม่แจ้งการเข้าต่อสู้เจ้ามังกรเพลิงอ้าปากพ่นไฟไปทางคนละทิศกับยานบินที่พวกแทนโดยสารอยู่
มันกำลังขู่...ขู่ผู้เล่นที่เป็นตัวชักนำการมาถึงของมัน
แรงกระพือปีกของมังกรนารัสชารุนแรงจะชุดที่ทุกคนสวมสะบัดถี่ระรัวไอร้อนจากเพลิงที่มันพ่นออกไปถูกสายลมพัดพาเข้าปะทะร่างของผู้กำลังเผชิญหน้ากับมฤตยูกลางผืนฟ้าแทนเตรียมใช้การ์ดของเขาทั้งๆ ที่รู้ว่าศัตรุน่าจะแข็งแกร่งไม่ธรรมดาแต่มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่เจามีอยู่ตอนนี้
“มาสเตอร์...!” เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ข้างหูของแทนไอที่ปรากฏตัวออกมาใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่เสื้อของแทนเพื่อไม่ให้ตัวเธอปลิวไปในสายลมที่พัดกรรโชก“มาสเตอร์เจ้านี่เก่งมากนะคะไอไม่แน่ใจว่ามาสเตอร์จะชนะมันได้ มันมีหอกของไออยู่ในร่าง!” เสียงเล็กของไอตะโกนบอกกับแทน ซึ่งถึงแม้ไอจะไม่บอกย้ำเรื่องนี้เขาก็รู้ดีว่าเจ้ามังกรตัวนี้ไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับที่เขาทั้งเจ็ดคนจะต่อกรได้ง่ายๆเพราะแทนรู้ดีว่าหากเป็นมอนสเตอร์ที่เกิดจากเหตุการณ์พิเศษในเกมนั้นถึงแม้เลเวลจะเท่ากันแต่มันก็แข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์อื่นๆ มาก
“ฉันไม่มีทางเลือก...!” แทนตะโกนบอกไอเสียงดังแต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงของเขาหรือเปล่าที่ทำให้มังกรที่บินคู่กับยานบินจ้องมาทีเขาหลังจากนั้นเรื่องที่ทำเอาคนทั้งเจ็ดต้องมีสีหน้าประหลาดใจก็เกิดขึ้น...เจ้ามังกรนั่นเปล่งเสียงออกมา
“จงหยุดแล้วลอยลำยานบินเหล่าผู้อาศัยอยู่ในดูเอลเวิร์ลเอ๋ยมิเช่นนั้นข้าจะใช้เพลิงของข้าเผาผลาญพวกเจ้าไปพร้อมกับหมู่เมฆ...”
เสียงเจ้ามังกรดังก้องผู้คนทั่วยานบินได้ยินเสียงนั้นชัดเจนแต่ดูเหมือนยานบินจะยังไม่หยุดลงอย่างที่ถูกเตือนจนกระทั้งเจ้ามังกรใช้สองขาหลังขยุ้มใส่ที่ท้ายยานบิน ยานลำนี้จึงไม่บินออกไปมันทำเพียงแค่ลอยตัวอยู่กลางท้องฟ้า ดูท่าว่าคำขู่ของเจ้ามังกรนี้จะได้ผล
“มนุษย์เอย...เหตุใดเจ้าจึงปรารถนาพลังที่เกินกว่ากายเนื้อของพวกเจ้าเสมอมา...” ดูเหมือนเจ้ามังกรนั่นจะพูดกับแทนขณะที่ยานบินลอยลำอยู่ที่มันจ้องอยู่ตอนแรกไม่ใช่แทนแต่เป็นไอ เป้าหมายของมันคือผู้ครอบครองการ์ดใบนี้ “ข้า...นารัสชามังกรผู้เป็นราชันย์ผู้คนขนานนามข้าว่าเทพ ผู้คนสรรเสริญข้าว่าเป็นดังพลังงานที่แผดเผาท้องฟ้าผู้คนยกข้าไว้เหนือความกลัวทั้งปวง...ความยำเกรงนั้นมนุษย์มีให้ข้าเสมอมา...” เจ้ามังกรบินประคองตัวอยู่กลางอากาศขณะที่ยานบินก็ลอยลำอยู่กับที่เหมือนเรือเดินสมุทรที่ถูกทอดสมอ
“ข้าคือพลังอันสูงสุดข้าคือดวงปัญญาอันเหนือทุกสิ่ง กาลเวลาทำให้ข้าล่วงรู้ทุกสิ่งสรรภูมิของข้านั้นเหนือกว่าทุกผู้ในโลกแต่วันนี้ข้าจำต้องขยี้พวกเจ้าให้เป็นผุยผงตามหน้าที่ของวิญญาณข้าข้าเกลียดการฆ่าฟันสังหารเช่นมนุษย์ทำกันมาแต่วันนี้มันคงจะเลี่ยงไม่ได้...พวกเจ้าคงต้องตายที่นี่” เสียงก้องและแหบพร่าของมังกรยักษ์แห่งเกฮาน่าเอ่ยออกมาน้ำเสียงนั้นจริงจัง หยิ่ง ยะโส โอหังแต่ทว่าเต็มไปตด้วยความจริงและน่าเชื่อถือ
“เดี๋ยว...!” เสียงแทนตะโกนขัดขึ้นมาส่วนคนอื่นๆ นั้นอยู่ในสภาวะพร้อมรบเต็มที่ “ที่พูดออกมาน่ะอาจจะจริง...แต่คงไม่หมดมังกรผู้ยิ่งใหญ่อะไรกันมันก็แค่แอบอ้าง!” ชายหนุ่มตะโกนพร้อมกับชี้ไปที่มังกรเพลิงยักษ์
เปลวไฟถูกพ่นออกมาจากจมูกด้วยความไม่พอใจเจ้ามังกรพ่นไฟเป็นวงกว้างแต่ไม่ถูกตัวยานบิน อากาศร้อนจากเพลิงที่แผดเผาออกซิเจนรอบบริเวณทำให้ร่างของผู้กำลังเผชิญหน้าตื่นกลัวมันตามมาด้วยเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวที่ทำให้ร่างสั่นสะท้านหลังจากนั้นคำพูดก็ออกมาจากปากของสัตว์โบราณที่ว่ากันว่าเกิดมาคู่กับยุคแห่งทวยเทพ
“เหลวไหล! ทุกคำจากปากข้านารัสชาไม่เคยเป็นคำเท็จ..เจ้าพูดอะไร!” เสียงของมังกรยักษ์เต็มไปด้วยความโกรธแต่มันก็ยังรอฟังคำตอบจากชายหนุ่มตรงหน้า
“เรื่องอื่นอาจจะจริงอย่างที่ว่าแต่เรื่องที่ว่าฉลาดที่สุดน่ะโม้แล้วละ...แอบอ้างชัดๆ” แทนพูดออกมาด้วยเสียงไม่ดังมากนักแต่ด้วยประสาทหูอันเป็นเลิศของเผ่ามังกรทำให้ได้ยินอย่างชัดเจน
“ข้าแอบอ้าง? เจ้าพูดอะไรออกมาข้าไม่เคยแอบอ้าง ข้ารู้ทุกสิ่ง” เจ้ามังกรตอบด้วยเสียงที่เริ่มเป็นปกติ เกล็ดเหนือดวงตาราวกับขยับยกขึ้น
“พิสูจน์สิ...” แทนกอดอกแล้วมองหน้าเจ้ามังกรยักษ์ที่กำลังกระพือปีกอยู่ข้างยานบิน
“พิสูจน์...?”
“ใช่...พิสูจน์” ชายหนุ่มย้ำคำ
“เจ้าจะให้ข้าพิสูจน์อย่างไร...” ถ้าแทนมองไม่ผิดใบหน้าของมังกรที่เต็มไปด้วนเกร็ดนั้นดูเหมือนจะแสดงความสงสัย
“แกว่าแกรู้ทุกอย่างถ้าอย่างนั้นเรามาผลัดกันตั้งคำถาม ถ้าใครแพ้...มันคือคนโกหก คนแอบอ้าง...” แทนพูดออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง
เจ้ามังกรย่นคอไปด้านหลังแล้วมองดูชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันอย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะถามออกไป “คำถาม? เจ้าจะหมายถึงคำถามอะไรกัน” เจ้ามังกรนั่นว่า
“คำถามเรื่องอะไรแล้วแต่เลยฉันมั่นใจว่าจะชนะแหงมๆ” แทนพูดออกไปสีหน้ามั่นใจ
ริมฝีปากแข็งๆของเจ้ามังกรดูเหมือนจะแสยะยิ้มได้ มันหายใจด้วยลมหายใจที่เป็นเปลวเพลิงออกมาเบาๆก่อนจะพูดออกมา “เจ้าท้าข้า? ได้...ได้สิมนุษย์เอ๋ยแต่ข้ามีข้อแม้นะ...หากเจ้าแพ้ ข้าจะตามไปฆ่าเจ้าสามครั้งไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ไหน” เจ้ามังกรยักษ์ว่า
“งั้นเลือกเรื่องที่แกรู้ดีที่สุดมาเลย” แทนพูดออกไป
“ให้ข้าเลือก? หึ...ทะนงตนเกินไปแล้วมนุษย์เอ๋ยถ้าอย่างนั้นข้าจะเลือกเรื่องเกี่ยวกับยุคสงครามเทพ มังกร และปีศาจก็แล้วกันเจ้าคงจะตอบไม่ได้ล่ะสิ” เจ้ามังกรพูดออกมาพร้อมสายตาดูถูกแทนซึ่งไม่น่าจะรู้เรื่องที่มันว่า
ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งหลังจากนั้นก็ตอบออกมา “หึ...เข้าใจเลือกนะยอมรับเลยว่าเรื่องนี้ยาก เจ้าน่าจะรู้ดีกว่าข้า...” แทนพูดขึ้น
เจ้ามังกรทำเสียงหัวเราะขึ้นจมูกแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
“ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้...แกเก่งกว่าฉันมากเรื่องนี้แต่ไม่น่าจะรู้ดีเกินกว่าฉันถึงสองเท่าแน่ๆ” แทนพูดต่อไป
เจ้ามังกรหรี่ดวงตาของมันลงครึ่งหนึ่งก่อนจะถามออกมา“เจ้าคิดว่าข้ารู้เรื่องที่ว่าดีกว่าเจ้าไม่เกินสองเท่ารึหึ...เจ้ามนุษย์หลงตัวเอง คงไม่ใช่ข้าหรอกที่แอบอ้าง มันคือเจ้าที่เป็นผู้แอบอ้าง” เสียงพร้อมกับสายตาดูถูกส่งมาที่แทนในขณะนี้คนอื่นๆ ก็ยังอยู่ในท่าเตรียมพร้อม เพราะไม่แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“ถ้าคิดว่าเจ้ามั่นใจในตัวเอง...เอาเป็นว่าแกมีสิบคะแนนส่วนฉันที่โดนดูถูกว่าไม่รู้เรื่องนั้นมียี่สิบคะแนนมากกว่าแกสองเท่าหลังจากนั้นถ้าใครตอบคำถามเรื่องสงครามระหว่างเทพ มังกรและปีศาจผิดจะถูกหักไปหนึ่งคะแนน ใครที่ตอบผิดจนคะแนนตัวเองหมดคนนั้นเป็นไอ้ขี้โม้เราจะตอบคำถามกันจนมีคนแพ้ไปข้างหนึ่ง” แทนพูดด้วยเสียงและสีหน้ามุ่งมั่น
เจ้ามังกรมองหน้าแทนอยู่ครู่หนึ่งก่อนมันจะพูดออกมา“ข้าว่าอย่างเจ้าข้าให้สามเท่าเลยก็ได้” เสียงดูถูกส่งออกมาจากลำคอของเจ้ามังกรเพลิงพร้อมกับเขม่าควัน
แทนส่ายหัวไปมา“ฉันก็มีศักดิ์ศรีของฉันเอาเป็นว่าเราตกลงกันตามนี้ก็แล้วกัน ฉันไม่คิดว่ามังกรอย่างแกจะรู้ดีกว่าฉันหรอก” ชายหนุ่มตอบออกไป “แต่ถ้าท่านมังกรสุดฉลาดแพ้นะแกต้องมาเป็นการ์ดของฉันแล้วคืนพลังและหอกให้ไอ”
“ไม่ได้...!เงื่อนไขที่จะเป็นเช่นนั้นได้มีเพียงเจ้าได้ชัยเหนือข้ามันถูกกำหนดมาแล้วไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลงได้แม้แต่ตัวข้า...” เจ้ามังกรเสียงเข้ม
“ถ้าอย่างนั้นถ้าแพ้คนแพ้ต้องหลบไปให้พ้นทางพวกเราแล้วอย่ามาให้พวกเราเห็นหน้าอีก” แทนว่า
“หนึ่งเดือนหากเจ้าชนะข้าได้...ซึ่งข้าคิดว่าไม่มีทาง ข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งเดือนหลังจากนั้นข้าจะตามไปสังหารเจ้าและคนทั้งหกนี้” มันกวาดสายตาไปที่เพื่อนๆของฝ่ายตรงข้าม
แทนคิดอยู่นานก่อนที่จะยอมตอบออกมา“ตามนั้นเรื่องความรู้ฉันไม่เคยคิดจะแพ้” เขาพูดหนักแน่น
เจ้ามังกรครุ่นคิดอยู่ไม่กี่วินาทีก็ตอบออกมา“ข้าตกลง...แต่คำถามที่จะถามออกมาจะต้องมีคำตอบเพียงหนึ่งคำตอบหากมีเกินกว่านั้นหากมีผู้ตอบได้จะถือว่าผู้นั้นได้คะแนนไปเท่ากับคำตอบที่ที่ตอบได้ป้องกันเจ้าเล่นไม่ซื่อถามคำถามที่มีคำตอบมากมาย เจ้าล่ะตกลงหรือไม่” มันถามออกมา
“ฉันพร้อมเสมอ” แทนพยักหน้า “หวังว่าแกคงมีศักดิ์ศรีพอจะรักษาคำพูดนะ” พูดจบเขาก็แตะยิ้มที่ริมฝีปาก
“ข้า...มังกรผู้สูงศักดิ์วาจาข้านั้นสัตย์จริงดังดวงตะวันที่ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกในทิศตะวันตกคำสัตย์ของข้าแม้ทวยเทพและจ้าวนรกยังประจักษ์” เสียงเจ้ามังกรตอบออกมา“ว่าแต่เจ้าคงไม่ลืมว่าข้าเป็น Npc นะข้ามีทางหาข้อมูลด้วยผู้คนนับร้อยนับพันที่จะช่วยหาคำตอบให้ข้าว่าเจ้าแพ้ตั้งแต่ตอบตกลงแล้วล่ะเจ้าหนู”
เมื่อได้ยินที่เจ้ามังกรพูดแทนทำตาโตคนอื่นๆ ก็มองหน้าแทนพร้อมกัน แผนถ่วงเวลาของแทนน่าจะกำลังผิดพลาด เพราะจริงๆมังกรตัวนี้ก็คือ Npc ที่สามารถใช้ข้อมูลทุกอย่างในดูเอลเวิร์ลนี้ได้การจะชนะมันไม่น่าจะเป็นไปได้ พวกเขาน่าจะกำลังอยู่ในภาวะคับขัน...
“อย่าเสียเวลาเลยมนุษย์เอ๋ย...จงจำไว้เถิดว่าเจ้าเป็นผู้ลากเพื่อนมาตายข้าจะขอถามก่อนก็แล้วกัน มีเวลาตอบคนละหนึ่งนาที คำถามข้อแรกของข้าคือ...” เจ้ามังกรไม่รอช้า มันเริ่มถามคำถามแรกทันที
“เดี๋ยว! อย่างนี้ก็ขี้โกงนะสิมีคนช่วยเยอะขนาดนี้!” แทนเริ่มโวยวายดูเหมือนเขาจะไม่คิดถึงเรื่องที่เจ้ามังกรพูดมาก่อน
“เจ้าพลาดเอง...เอาคำถามของข้าคือ...” เจ้ามังกรยักษ์กระพือปีกประคองตัวให้ลอยอยู่กลางอากาศขณะพูดออกมา“ในยุคสงครามครั้งแรกที่เรียกว่าสงครามแห่งการกำเนิดผู้ใดปักอาวุธลงไปบนร่างของมังกรตัวที่สาม...ใบ้ให้ว่าใช้หอก” คำถามดังออกมาพร้อมกับสายลมที่พัดใส่อย่างรุนแรงจากการกระพือปีก
แทนนิ่งคิดด้วยใบหน้าเคร่งเครียดแต่ในขณะนั้นเองเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องช่วยแทนตอบได้” อายะที่ปกติไม่ค่อยพูดอะไรพูดออกมา
“ไม่...นี่คือการดวล ถึงข้าจะรู้ข้อมูลทั้งหมดแต่ข้าก็ประจันหน้ากับพวกเจ้าเพียงผู้เดียว การดวลนี้เป็นการดวลตัวต่อตัวเจ้าหนุ่มนั่นพลาดเองที่ท้าข้าแบบนี้ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งเข้ามายุ่งกับการตอบคำถามข้าจะถือว่าพวกเจ้าผิดกติกาต้องปรับแพ้” เจ้ามังกรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับพ่นเปลวเพลิงขนาดยักษ์ขึ้นไปบนฟ้ากลิ่นเขม่าควันลอยมาให้สัมผัสได้อย่างชัดเจนด้วยการแสดงพลังและคำพูดของมังกรยักษ์ทำให้ไม่มีใครกล้าพูดออกมา
“มิเรดัส...” แทนตอบชื่อเดียวที่เขาพอจะรู้จักออกมาทันที
เจ้ามังกรมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิทดวงตาสีเพลิงจับจ้องไปยังชายหนุ่ม หลังจากนั้นเสียงหัวเราะแหบแห้งก็ดังสนั่น
“ผิด!เจ้าตอบผิดแล้วเจ้าหนู! เจ้าเสียคะแนนแรกแล้ว ตอนนี้เหลือสิบเก้าต่อสิบนะ” เสียงของมันดังก้องก่อนจะพูดต่ออีกหนึ่งประโยค “เจ้ามันเป็นคนทำให้เพื่อนตัวเองตาย...” เจ้ามังกรว่า
แทนยืนนิ่งอึ้งเขาไม่มีความรู้เรื่องที่เจ้ามังกรว่ามาจริงๆต่อไปนี้น่าจะเป็นงานหนักของเขาเสียแล้วแต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นคำถามแรกก็ออกมาจากปากของแทน
“จุดอ่อนของมังกรนารัชชาคืออะไร” ชายหนุ่มถามออกไป
“เจ้า!?” ดูเหมือนเจ้ามังกรจะไม่นึกว่าแทนเองก็มีแผนของเขาอยู่แล้ว“หน่อย...เจ้าเล่นแบบนี้ข้าจะ...”
“ถ้าไม่ตอบจะถือว่าเจ้าแพ้นะแล้วคะแนนจะเหลือสิบเก้าต่อเก้า” แทนว่า “หึ...จริงๆ เจ้าก็ตอบไม่ได้อย่างที่ฉันคิด” ชายหนุ่มถากถาง
“เวทเวลาและอาวุธธาตุศักดิ์สิทธิ์คือจุดอ่อนของนารัสชา!” เจ้ามังกรตอบออกมาด้วยความหงุดหงิด “สิบแปดต่อสิบ!”
“น่าจะถูกนะถ้าแกไม่โกหก...” แทนตอบกลับไป
“คำถามต่อไป!เทพที่เป็นนายกองแห่งกองทัพปีศาจผู้ถือเคียวเดธรีพเพอร์มีนัยน์ตาสีอะไร” เจ้ามังกรถามคำถามสุดโหดออกมาทันที
คำถามนี้ก็ทำเอาแทนอึ้งไปครู่หนึ่งแต่ในที่สุดเขาก็ตอบออกมา “เขาตาบอดไม่มีนัยน์ตา” จริงๆแล้วเขาไม่รู้เลยว่าชายคนที่ว่าคือใครหรืออะไรแต่เขาเดาเอาจากนิสัยเจ้ามังกรจึงตอบออกมาอย่างนี้
เสียงหัวเราะจากมังกรยักษ์ดังลั่นก่อนที่มันจะพูดออกมา “เกือบ! เจ้าเกือบถูกจริงอยู่ว่าบลาโทสผู้ถือเคียวเดธรีพเพอร์นั้นตาบอด แต่เขามีนัยน์ตานัยน์ตาของบลาโทสนั้นสีดำ...” เจ้ามังกรเฉลยคำถาม“สิบแปดต่อสิบ!ตาเจ้าแล้วมนุษย์เอ๋ย...”