หลังจากที่หลิวเหมยได้สติจากอารมณ์ซาบซึ้งใจซึ่งท่วมท้นและคลายอ้อมกอดอันอบอุ่นจากบุตรชายผู้เป็นดั่งแสงสว่างในชีวิต
นางก็ผ่อนลมหายใจออกอย่างเชื่องช้า ดวงหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตากลับเปล่งประกายแห่งความสุขอย่างแท้จริง
และทันทีที่สายตาของนางสบกับดวงตาของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าอีกคน
นางก็เผยรอยยิ้มที่แสนสุภาพอ่อนโยนออกมา พร้อมเอ่ยถ้อยคำที่ฟังดูเรียบง่าย
“จะทานอาหารด้วยกันไหมคะท่านผู้นำวิหาร ดิฉันเองก็เพิ่งทำอาหารเสร็จและรอคอยโอดินอยู่พอดี…”
คำเชื้อเชิญอันแสนสุภาพนั้นทำให้หนานกงหลงเจียถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหลุดยิ้มบางๆที่แฝงไว้ด้วยความประทับใจ
“จริงสิ.. ท่านหญิง.. ก่อนจะมาถึงข้าได้แวะซื้ออาหารมาเป็นของฝากอย่างมากมาย”
“หวังว่าท่านหญิงจะชอบมัน.. ส่วนคำเชิญนั้น แน่นอนว่าข้าไม่ปฏิเสธมันอย่างแน่นอน!”
ท่าทางของชายหนุ่มผมทองที่เคยเคร่งขรึมดั่งขุนเขานั้นกลับดูอ่อนโยนขึ้นในฉับพลัน
ยิ่งได้มองแววตาอันแสนจริงใจของหลิวเหมย ความแข็งกระด้างและเย็นชาที่เคยแผ่กระจายออกจากรัศมีของผู้นำวิหารสาขาผู้ยิ่งใหญ่ก็พลันอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น ราวกับว่าตัวตนของเขาในยามนี้ไม่ใช่ผู้นำผู้แบกรับอำนาจและความรับผิดชอบมากมาย
ทว่ายังเป็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังรู้สึกเคารพและยกย่องสตรีตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง
โอดินที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักกลับแอบเบะปากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะในใจพลันสบถออกมาทันทีโดยไม่ต้องคิดให้มากความ
“ไอ้เวรนี่! ไหนบอกว่าจะกลับไปสะสางเรื่องของวิหารต่อหลังจากส่งข้าถึงบ้าน..”
“รู้อยู่ว่าท่านแม่หลิวเหมยของข้านั้นงดงาม แต่แกไม่เห็นจะต้องแสดงอาการคล้ายคนตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบขนาดนั้นเลยนะ!”
ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในใจทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะอยากซัดผู้นำแห่งวิหารจอมเวทย์ผู้นี้ให้สักหมัด แม้ภายนอกเขาจะยังคงสงบนิ่งไม่เอ่ยสิ่งใด ทว่าภายในจิตใจกลับแทบจะเดือดปุดๆด้วยความไม่สบอารมณ์ ความรู้สึกหวงแม่ที่เกินต้านกำลังถูกจุดประกายขึ้นอย่างรุนแรง
“ขอรบกวนหน่อยนะครับ”
หลิวเหมยที่พอเห็นของฝากมากมายถูกยกลงมาวางไว้บนโต๊ะไม้เก่าแก่ ก็ตกใจถึงกับยกมือป้องปากอย่างไม่อาจเชื่อสายตา
“นี่มัน.. ไม่มากเกินไปหน่อยหรือคะ?”
น้ำเสียงของนางสั่นเล็กน้อย ทว่าแฝงด้วยความซาบซึ้งลึกๆในใจ ซึ่งหนานกงหลงเจียก็หัวเราะด้วยท่าทีสบายใจ
“ไม่มากเกินไปหรอกท่านหญิง.. ของเล็กน้อยเช่นนี้ ย่อมไม่อาจเทียบได้กับความเหน็ดเหนื่อยที่ท่านหญิงแบกรับตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
เขาหันไปหาโอดินพลางยิ้ม
“มาๆ โอดิน เรามากินข้าวกันดีกว่า ข้าเองก็ไม่ได้มีธุระอะไรหลังจากนี้ด้วย!”
“เจ้าเองก็ควรจะกินให้มากกว่านี้เพื่อพัฒนาร่างกายให้เติบโตได้มากยิ่งขึ้น!”
คำพูดนั้นของหนานกงหลงเจียแทนที่จะสร้างความประทับใจให้โอดิน กลับยิ่งกระตุ้นความรู้สึกอยากซัดใบหน้าของเขาให้จมพื้นเข้าไปใหญ่
“ไอ้เวร! อย่ามาแตะต้องพื้นที่ปลอดภัยของข้า!”
“ถ้าคิดจะจีบท่านแม่ของข้า แกนี่แหละจะกลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ถูกข้าลบหายจากโลกนี้!”
ถึงในใจจะเดือดพล่านแค่ไหน ชายหนุ่มก็เพียงแค่ถอนหายใจ แล้วเดินตามแม่และอีกหนึ่งตัวปัญหาเข้าไปในห้องพักอย่างไม่สบอารมณ์นัก
ภายในห้องที่แสนคับแคบนั้น ไม่มีเครื่องเรือนหรูหราหรือเฟอร์นิเจอร์ประณีต
มีเพียงโต๊ะไม้เก่ากับเก้าอี้สามตัวและแสงสลัวจากโคมไฟเก่าที่ติดอยู่ผนัง ทว่าแสงนั้นกลับอบอุ่นกว่าทุกที่ที่เขาเคยผ่านมาก่อน
หลิวเหมยที่กำลังจัดของฝากบนโต๊ะอย่างระมัดระวังเผยให้เห็นรอยยิ้มแห่งความอิ่มเอม
นางนำอาหารใส่จานอย่างพิถีพิถัน ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของนางนั้นเต็มไปด้วยความสุขอย่างที่สุด ราวกับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนนางในทุกค่ำคืนกำลังจางหายไปทีละน้อย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ได้เติมเต็มช่องว่างในหัวใจของหญิงสาวผู้เหนื่อยล้ามาแสนนาน
“ที่พักแห่งนี้อาจจะเล็กน้อยไปหน่อยนะคะ.. คงสร้างความลำบากให้ท่านไม่น้อย.. ”
หลิวเหมยกล่าวขึ้นเบาๆ ขณะยื่นจานอาหารให้กับแขกผู้มาเยือนอย่างอ่อนโยน
หนานกงหลงเจียรีบลุกขึ้นรับอาหารอย่างสุภาพ ก่อนจะยิ้มให้แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความเคารพ
“ไม่ลำบากอะไรเลยท่านหญิง.. บรรยากาศเช่นนี้กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างยิ่ง”
“ข้ารู้สึกสบายใจกว่าที่เคยนั่งในห้องประชุมของวิหารเสียอีก!”
ขณะตัวของโอดินที่นั่งมองภาพเบื้องหน้าซึ่งแม่ของตนกับผู้นำแห่งวิหารกำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีเสียงฟ้าผ่าในหัวใจ
ยิ่งได้เห็นหนานกงหลงเจียยิ้มละไมอย่างมีความสุข ก็ยิ่งทำให้เขาแทบควบคุมตนเองไม่อยู่
“แกมันตัวอันตรายชัดๆ! อย่าคิดว่าเป็นผู้นำแล้วจะรอดจากหมัดของข้าไปได้ถ้าแกทำเกินขอบเขต!”
ถึงภายในใจของเขาจะด่าทอแทบระเบิด ทว่าในความเป็นจริงโอดินก็ยังคงนั่งเงียบ ก้มหน้ากินข้าวไปอย่างสงบเสงี่ยมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กลิ่นหอมของอาหารผสานกับบรรยากาศอบอุ่นภายในห้องเล็กๆ และเสียงหัวเราะของแม่ที่ห่างหายไปนาน
ทั้งหมดได้ค่อยๆบรรเทาความร้อนในใจของเขาลงไปทีละเล็กทีละน้อย ถึงจะยังมีหนามในอกคอยทิ่มแทงทุกครั้งที่อีกฝ่ายแสดงความใจดีต่อหลิวเหมย แต่ชายหนุ่มก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดในรอบหลายพันปีของตนอย่างแท้จริง